ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

“คุณยาย” เป็นบุคคลที่สำคัญที่สุดคนหนึ่ง

คุณยายอาจารย์ · คุณยายของฉัน

PDF
“คุณยาย” เป็นบุคคลที่สำคัญที่สุดคนหนึ่ง ในชีวิตของฉัน ท่านถือกำเนิดในครอบครัวชาวนา ท่านไม่สามารถอ่านหรือเขียนหนังสือได้ เพราะไม่ เคยเข้าเรียนในสถาบันการศึกษาใด ๆ แต่ใน บั้นปลายชีวิตของท่าน กลับมีผู้คนจำนวนมากจาก ทุกเพศ ทุกวัย ทุกอาชีพ และทุกระดับการศึกษา ให้ความเคารพรักและเทิดทูนบูชา เมื่อครั้งที่ท่านออกจากบ้านมาในวัย ๒๖ ปี เพื่อไปเรียนธรรมปฏิบัติกับพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) ที่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ท่านมิได้นำ สมบัติพัสถานใด ๆ ติดตัวมาเลย แต่ก่อนที่จะจาก โลกนี้ไป ท่านได้สร้างผลงานมากมายฝากไว้ใน พระศาสนา ทั้งศาสนวัตถุ ศาสนสถาน และ ศาสนบุคคล คุณยายของฉันมีนามว่า คุณยายอาจารย์ มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง คุณยายเกิดเมื่อวันที่ ๑๙ มกราคม พ.ศ. ๒๔๕๒ ที่ อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ละสังขาร เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๓ ด้วยสิริ อายุ ๙๒ ปี ถ้าท่านยังมีชีวิตอยู่จนถึงปัจจุบัน ก็จะ มีอายุได้ ๑๐๑ ปี คุณยายเป็นศิษย์เอกของพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) หลวงปู่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ และได้ รับการยกย่องจากหลวงปู่ว่า “หนึ่งไม่มีสอง” เมื่อคุณยายอยู่ที่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ท่าน นั่งสมาธิถึงวันละ ๑๒ ชั่วโมง กลางวัน ๖ ชั่วโมง กลางคืน ๖ ชั่วโมง การนั่งสมาธิรวดเดียว ๖ ชั่วโมง ไม่ใช่เรื่องง่าย หากใครเคยลองก็จะรู้ดี คุณยาย ปฏิบัติอย่างนี้มาเป็นเวลา ๒๐ กว่าปี ซึ่งเป็นไปได้ ยากสำหรับคนทั่วไป แต่กลับไม่เป็นปัญหาสำหรับ ท่านเลย แม้ย้ายจากวัดปากน้ำไปอยู่วัดพระธรรมกาย แล้ว ท่านก็ยังคงนั่งสมาธิวันละหลาย ๆ ชั่วโมง ตลอดมา นอกจากนี้ ในเวลาที่ไม่ได้นั่งสมาธิ ท่านก็ ทำใจให้เป็นสมาธิอยู่ตลอดเวลา ใจท่านจึงมีแต่ ความสะอาดบริสุทธิ์ ทำให้ท่านมีญาณทัสสนะที่ เที่ยงตรงและแม่นยำ ด้วยเหตุนี้ คุณยายจึงสามารถรู้เห็นอดีต ปัจจุบัน หรืออนาคตได้อย่างแจ่มแจ้ง ยากจะหาใคร เทียบได้ นอกจากคุณวิเศษที่เกิดจากการทำสมาธิ ภาวนาแล้ว คุณยายยังเป็นบุคคลที่เปี่ยมไปด้วย คุณธรรม ที่ฉันยกย่องท่านไม่ใช่เพราะเหตุผลที่ท่าน เป็นคุณยายของฉัน แต่มีพยานหลักฐานที่ยืนยัน ความสามารถและคุณธรรมของท่านอยู่มากมาย ทั้ง คำสอน เหตุการณ์ ตัวบุคคล รวมทั้งผลงานที่ท่าน สร้างไว้ เพื่อยืนยันว่ามีผู้คนมากมายเพียงใดที่เคารพ รักและศรัทธาในคุณงามความดีของท่าน ฉันจึง อยากจะขอเล่าเรื่องของท่านสักเล็กน้อย... เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๒ หลังจากที่หลวงปู่ มรณภาพลง คุณยายยังคงอาศัยอยู่ในบริเวณ วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เพื่อรอคอยผู้สืบทอดวิชชา ธรรมกายตามคำสั่งของหลวงปู่ และทำหน้าที่สอน ธรรมปฏิบัติแก่ผู้ที่สนใจ ซึ่งค่อย ๆ ทวีจำนวนเพิ่มขึ้น ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๑๐ คุณยายและ ศิษยานุศิษย์ของท่านได้ร่วมกันสร้าง “บ้านธรรม- ประสิทธิ์” ขึ้นในวัดปากน้ำ เพื่อรองรับผู้มาปฏิบัติ ธรรมกับคุณยายที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว แค่ ๓ ปีผ่านไป พื้นที่บ้านธรรมประสิทธิ์ก็ไม่เพียงพอ ต่อการรองรับศิษยานุศิษย์ของท่านเสียแล้ว ใน ปี พ.ศ. ๒๕๑๓ คุณยายจึงรวบรวมศิษย์ไปสร้าง สถานที่ปฏิบัติธรรมแห่งใหม่บนที่ดินที่ได้รับบริจาค จำนวน ๑๙๖ ไร่ ขณะนั้นท่านมีอายุถึง ๖๑ ปีแล้ว สถานที่ปฏิบัติธรรมแห่งนี้ ได้ชื่อว่า “ศูนย์พุทธจักรปฏิบัติธรรม” ซึ่งภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น “วัดพระธรรมกาย” คุณยายย้ายจากบ้านธรรมประสิทธิ์ไปอยู่ที่ วัดพระธรรมกายเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๘ ท่านและ หมู่คณะทุ่มเททั้งกำลังกาย กำลังใจ และกำลัง สติปัญญา ในการสถาปนาวัดพระธรรมกายให้เป็น พุทธสถานอันศักดิ์สิทธิ์ เป็นดินแดนแห่งความ บริสุทธิ์ เป็นแหล่งบุญ แหล่งกุศล โดยมีมโนปณิธาน ที่จะสร้างวัดให้เป็นวัด สร้างพระให้เป็นพระ และ สร้างคนให้เป็นคนดี ตามคำสอนของพระสัมมา- สัมพุทธเจ้า โดยมีการทำสมาธิปฏิบัติธรรมเป็นหัวใจ สำคัญ และในที่สุดวัดพระธรรมกายก็สร้างสำเร็จ ในปี พ.ศ. ๒๕๒๖ “พอยายมาอยู่ที่ศูนย์พุทธจักรฯ (วัดพระธรรมกาย) ยายมุ่งหวังอย่างเดียว คือ ให้เป็นที่สะอาดบริสุทธิ์ เป็นแหล่งบุญกุศล ให้ทุกคนได้ปฏิบัติธรรม ได้มี ความบริสุทธิ์ติดตัวไปมาก ๆ” ไม่ได้บันทึกวันที่