ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

ตัดสินใจบวช

คุณยายอาจารย์ · เล่าเรื่องยาย

PDF
ตั้งแต่เล็กมาแล้ว อาตมามีความรู้สึกฝังใจประหลาด ๆ ลึก ๆ อยู่อย่างหนึ่ง สมัยนั้นอาตมายังเรียนหนังสืออยู่ในชั้นประถม ๔ ที่ โรงเรียนในจังหวัดกาญจนบุรี อาตมาต้องข้ามฟากขึ้นไปตัดไม้รวกบน เขาแหลม เอามาทำรั้วล้อมแปลงผักสวนครัวเพื่อกันวัวเข้ามาเหยียบย่ำ ขึ้นไปตัดไม้ตั้งแต่เช้า พอบ่าย ๓ โมงก็เริ่มขนลงมา วันหนึ่งราว ๆ 4 โมงเย็น ขณะที่กำลังแบกไม้รวกลงเขามาได้ ครึ่งทาง ก็เห็นชาวบ้านเขาต้อนวัวทั้งฝูงลงมากินน้ำ มองอยู่ไกล ๆ ขนาดเห็นวัวสูงแค่ศอกเดียว เมื่อกินน้ำเสร็จเขาก็ต้อนวัวกลับ วัวก็ เดินไป คนก็เดินตามไป ทางเดินนั้นเป็นทางเกวียน ฝุ่นจึงฟังตลบ ลอยเป็นทางยาวถึง ๕-๖ กิโลเมตร อาตมามองตามไป มีความรู้สึกอย่างรุนแรงว่า นั่นไม่ใช่ พวกเรา แม้แต่โยมพ่อโยมแม่ หลาย ๆ ครั้งก็มีความรู้สึกว่าไม่ใช่พ่อแม่ เรา ญาติพี่น้องก็ไม่ใช่ เรามาอาศัยเขาอยู่ แต่ตอบไม่ได้ว่าพ่อแม่ที่ แท้จริงเป็นใคร บางครั้งรู้สึกเหมือนตัวคนเดียว เหมือนแยกขาดกัน คนละโลกกับคนอื่น ๆ แต่ไม่รู้จะพูดให้ใครเข้าใจ ความรู้สึกทำนองนี้เกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง เมื่ออาตมาเรียนอยู่ ชั้นมัธยม 6 ได้มาที่บ้านพี่ชายลูกของป้า เจอหนังสือเก่า ๆ เล่มหนึ่ง ก็หยิบอ่านดู รู้สึกประทับใจในเรื่องนั้นอย่างรุนแรง ในเรื่องบอกว่า แม่แกะตัวหนึ่ง มีลูกอยู่ ๒-๓ ตัว วันหนึ่งมันไปพบลูก สิงโตที่เพิ่งคลอด ยังไม่ลืมตา ถูกทิ้งอยู่ ไม่รู้ว่าพ่อแม่สิงโตหายไปไหน แม่แกะสงสารจึงให้ลูกสิงโตกินนมของมันและเลี้ยงดูเหมือนลูก ลูก ๆ ของแม่แกะก็เป็นเพื่อนเล่นกับลูกสิงโต ลูกสิงโตอยู่กับแม่แกะ ก็ร้อง แบบแกะ กินหญ้าแบบแกะ นานวันเข้า ลูกสิงโตเติบโตขึ้น ตัวใหญ่แข็งแรงผิดพี่ผิดน้อง มันไม่รู้ว่าหน้ามันไม่เหมือนพี่น้อง เพราะมันไม่เห็นหน้าตัวเอง แต่ ลูกแกะรู้สึกว่าลูกสิงโตหน้าตาแปลก ๆ แต่มันก็เล่นกันตามประสา แม้ว่า ลูกสิงโตมักจะเล่นแรงไปหน่อย ลูกสิงโตมีความรู้สึกว่าพ่อแม่แกะระแวงตัวมันอยู่ แต่ไม่รู้ ว่าทำไม ยิ่งกว่านั้น ยังห้ามไม่ให้มันไปเล่นที่เชิงเขาอีกฟากหนึ่งด้วย ลูกสิงโตรู้สึกว่าตัวเองกินหญ้าไม่อิ่มท้อง ชีวิตรู้สึกขาด ๆ แต่ก็ไม่รู้ว่าขาดอะไร แต่แล้ววันหนึ่ง เกิดพายุฝนพัดกระหน่ำรุนแรงมาก น้ำ หลากจนกระทั่งต้องหนีข้ามเขาไปอีกฟากหนึ่ง ขณะที่ขึ้นเขา แม่แกะ มีอาการหันรีหันขวาง ท่าทางหวาดหวั่นเหมือนไม่อยากขึ้น แต่จำใจ ขึ้นเพื่อหนีน้ำท่วม แม่แกะหนีน้ำอยู่บนเขาลูกนั้นจนกระทั่งฝนซา หลังจากน้ำลด ลงแล้วจึงชักชวนกันกลับลงมา ขณะนั้นเอง ก็มีเสียงกระหมราวกับฟ้าร้อง ดังรับกันเป็นทอด ๆ แม่แกะตกใจจนตัวสั่น แต่ลูกสิงโตกลับรู้สึกคุ้น กับเสียงนั้นมากแม้ไม่เคยได้ยินมาก่อน มันยังรู้สึกอีกว่า มันเองก็ทำ เสียงอย่างนั้นได้ จึงร้องรับเสียงนั้นออกไป - คราวนี้ ทั้งพ่อแกะแม่แกะและพี่ ๆ แกะของมันต่างวิ่งหนีกัน สุดชีวิต ลูกสิงโตมองตามไปด้วยความแปลกใจ แต่มั่นก็รู้สึกสบายใจ ที่ได้ร้องเสียงนั้นออกมา มันร้องโต้ตอบออกไปอีก ยิ่งร้องมันก็ยิ่ง สบายใจ รู้สึกกระปรี้กระเปร่า และมีความภูมิใจที่มันทำเสียงอย่าง นั้นได้ เมื่อได้ร้องหลาย ๆ ครั้ง มันกลับรู้สึกว่ามันร้องได้ดีกว่าเสียงที่ มันได้ยินเสียอีก มันรู้ได้ด้วยตัวเองทันทีว่า เสียงนี้ เป็นเสียงที่มันใฝ่หา มาตลอดชีวิต พี่ ๆ แกะวิ่งลงเขาไม่เหลียวมองมาเลย แต่แม่แกะยัง วิ่ง ๆ หยุด ๆ พร้อมกับหันมามองมันตาละห้อย ลูกสิงโตรู้ว่ามัน ไม่สามารถอยู่กับแม่แกะได้อีกต่อไปแล้ว มันได้แต่ยืนมองจนกระทั่ง แม่แกะวิ่งลับตาไป และนั่นเป็นการสิ้นสุดของสายสัมพันธ์ของลูกสิงโต กับแม่แกะ ลูกสิงโตเดินขึ้นเขาไปหาที่มาของเสียงร้องที่มันได้ยิน มัน เห็นสัตว์ชนิดหนึ่ง ตัวโต ๆ มีขน มีหาง และแข็งขาเหมือนกับมัน ทุกอย่าง ใบหน้าของสัตว์พวกนี้ดูแปลก ๆ เพราะมันไม่เคยเห็นมาก่อน ขณะที่ลูกสิงโตเดินเข้าไปที่สัตว์ฝูงนั้น มันเห็นเงาใบหน้าของตัวเอง ในแอ่งที่น้ำฝนขังอยู่ หน้าตาของมันเหมือนกับพวกที่อยู่ข้างหน้านี้เอง ลูกสิงโตรู้สึกทันที่ว่า “นี่คือญาติพี่น้องของเรา” มันจึงเข้ากลุ่มไปอยู่ด้วย เวลานั้น เมื่ออาตมาอ่านมาถึงตรงนี้ มีความรู้สึกว่า ช่าง เหมือนกับความรู้สึกของตัวเองจริง ๆ เป็นความรู้สึกรุนแรงครั้งที่ ๒ ที่จะต้องตามหาพ่อแม่ให้เจอ แต่ไม่รู้ว่าจะไปหาที่ไหน ต่อมาเมื่อได้มาฝึกสมาธิ ก็ได้พบว่าคนที่พูดกันแล้วรู้เรื่องดี มี ความสนิทสนมจริงใจก็คือพวกที่ฝึกสมาธิด้วยกัน รู้สึกเหมือนอยู่ในหมู่ญาติ จนกระทั่งเมื่ออาตมาเรียนจบชั้นมัธยม ๖ เมื่อปี ๒๕๐๑ จะมาสอบเข้าโรงเรียนเตรียมอุดม ได้ไปพักอยู่กับพี่ชายลูกป้าที่บ้านย่าน สวนลุมพินี แต่สถานที่ไม่เงียบสงบ ดูหนังสือไม่ค่อยได้ เขาจึงแนะนำ ให้ไปดูหนังสือที่วัดปากน้ำภาษีเจริญ เพราะที่บ้านเขาไปวัดปากน้ำกัน อยู่แล้ว อาตมาจึงได้ไปวัดปากน้ำเป็นครั้งแรกในชีวิต ไปนั่งดูหนังสือ ที่บริเวณร่มไม้ข้างโบสถ์ และได้พบกับหลวงพ่อวัดปากน้ำ ซึ่งขณะนั้น ท่านมีอายุ ๗๓ ย่าง ๗๔ ปีแล้ว อาตมามองท่านเหมือนถูกสะกด ร่าง ท่านสูงใหญ่มีสง่า ผิวพรรณผ่องใส แม้จะดูซูบไปบ้าง คนที่นั่งข้าง ๆ บอกว่าท่านเพิ่งหายป่วย นัยน์ตาของท่านเข้มเหมือนสีเหล็ก ดูมีอำนาจ น่าเกรงขาม แต่แฝงไว้ด้วยความใจดีมีเมตตา ท่านถามว่ารับพระของขวัญหรือยัง อาตมาตอบว่า ยัง ท่าน ก็บอกให้ไปเอาใบอนุโมทนามา แต่ด้วยความที่อาตมาเรียนวิชาอยู่ยงคงกระพันมา จึงทำให้ คิดผิดไปว่า พระของขวัญยังอยู่นอกตัว สู้วิชาหนังเหนียวของเราก็ไม่ได้ อยู่ในตัว เป็นเสียอย่างนี้ จึงไม่ได้รับพระจากมือท่าน ต่อมาอีก ๒ วันได้พบท่านอีก ก็กราบท่านอยู่ไกล ๆ รู้สึก เลื่อมใสในบุคลิกและเคารพยำเกรงท่านมาก ในใจลึก ๆ รู้สึกเหมือนกับว่า ได้พบญาติผู้ใหญ่ แต่น่าเสียดายที่ตั้งแต่วันนั้นอาตมาไม่ได้พบท่านอีกเลย เพราะเมื่อเข้าเรียนในโรงเรียนเตรียมอุดมเมื่อปี ๒๕๐๑ ก็ขะมักเขม้น อยู่กับการเรียน ไม่ได้ไปที่วัดปากน้ำอีก แล้วในปี ๒๕๐๒ ท่านก็ มรณภาพ ครั้นมาพบคุณยายอาจารย์ พบเพื่อนผู้ปฏิบัติธรรมที่บ้าน ธรรมประสิทธิ์ ความเป็นอยู่ของที่นี่มีความอบอุ่นอย่างประหลาด คุณยายอาจารย์เป็นศูนย์กลางความรู้สึกนึกคิดของอาตมาทั้งหมด เหมือน ท่านเป็นทั้งพ่อทั้งแม่รวมกัน อาตมามีความสุขที่จะซักไซ้ไต่ถามท่านได้ ทุกเรื่อง ทุกข์สุขอย่างไรท่านรู้หมดโดยไม่ต้องบอกต้องถาม ไม่ต้อง เขินไม่ต้องอาย อาตมายังรู้สึกสนุกที่ได้เกเรเกตุงให้คุณยายปราบ ไม่ต้องระวังตัวแข็งเหมือนอยู่ต่อหน้าอาจารย์ใหญ่กับไม้เรียว อาตมามีความรู้สึกเหมือนเป็นเด็กอยู่ในอ้อมอกอุ่นของ คุณยาย ไม่มีอันตรายใด ๆ จะมาแผ้วพานได้ อาตมามีเพื่อนผู้ปฏิบัติ ธรรมที่สามารถสนทนาธรรมกันได้อย่างสนุกสนาน เหมือนพี่เหมือน น้อง อาตมามีความรู้สึกว่า นี่แหละคือครอบครัวของอาตมาที่แท้จริง ถึงเวลาแล้วที่อาตมาควรจะบวชเพื่ออยู่ร่วมในวงศ์บุญไปด้วยกันตลอดชีวิต แล้วพ่อผู้ให้กำเนิดของอาตมาล่ะ... อาตมาไปกราบลาท่าน ขออนุญาตบวช ท่านถามว่าจะบวชนานเท่าไร อาตมาตอบว่า “บวชตลอดชีวิต” โยมพ่อของอาตมาไม่ยอมพูดเรื่องนี้กับอาตมาเลยตลอดเวลา หลายวัน จนกระทั่งวันหนึ่ง หลวงพ่อธัมมชโยซึ่งเพิ่งจะบวชได้ไม่นาน มีอายุพรรษาเพียง ๒ พรรษาเศษ แต่มีความคุ้นเคยกับครอบครัวของ อาตมามาก่อน ได้มาหาอาตมาที่บ้านในขณะที่อาตมาไปธุระข้างนอก พอกลับมาถึงบ้าน เห็นสีหน้าโยมพ่อสดชื่น ถามหลวงพ่อ ธัมมชโยต่อหน้าอาตมาว่า “ในงานบวช จะให้โยมทำอะไรให้บ้าง” ได้ยินแค่นี้อาตมาก็ลิงโลดใจ รู้ว่าโยมพ่ออนุญาตให้บวชแล้ว รีบก้มลงกราบท่านด้วยความตื้นตันใจ เมื่อนำเรื่องนี้มากราบเรียนคุณยายอาจารย์ ท่านดีใจมาก สั่งให้ทุกคนเตรียมงานบวชอาตมา ในวันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๑๔ นั้นทันที