ประลองฤทธิ์
ในช่วงก่อนที่คุณไชยบูลย์จะพามาพบคุณยาย อาตมาพยายาม พูดอวดอ้างความวิเศษของวิชามารให้คุณไชยบูลย์ฟังบ่อย ๆ ก็อย่างที่ บอกแล้ว ตั้งใจจะรับท่านเป็นลูกศิษย์ แต่ท่านไม่สนใจเลย กลับชี้ ให้เห็นโทษว่าวิชาเหล่านี้เป็นดิรัจฉานวิชา จะทำความเดือดร้อนให้ ภายหลัง แล้วสรรเสริญวิชาที่คุณยายจะสอนให้ทุกวัน อาตมาก็สนใจ เฉพาะเรื่องนรกสวรรค์เท่านั้น ในใจก็นึกอยู่ว่า
“น้องมันไม่เชื่อเพราะยังไม่เห็นฤทธิ์เรา ต้องหาโอกาส แสดงฤทธิ์ให้ดูให้ได้”
เหตุนี้เองขณะฝึกสมาธิกับคุณไชยบูลย์ สติจึงมักแฉลบ ออกข้างทางเรื่อยไป
ครั้นนานวันเข้าอาตมาก็ไม่พูดอวดอย่างเดียว พยายามแสดง ฤทธิ์ให้คุณไชยบูลย์เห็นกับตาเรื่อย ๆ ถึงยกให้เป็นอาจารย์แล้ว ก็ยัง หวังว่า ถ้าอาจารย์ชอบใจวิชาของศิษย์ ศิษย์ก็จะสอนให้
อย่างไรก็ดี ยังรู้สึกผิดสังเกตว่า ในการแสดงฤทธิ์ครั้งใด ถ้ามีคุณไชยบูลย์อยู่ด้วย ครั้งนั้นเป็นทำไม่สำเร็จทุกที น้ำมันในกระทะ ทอดกล้วยแขกร้อน ๆ เคยเอามือจุ่มลงไปได้โดยมือไม่พองไม่ร้อน วัน นั้นพอยื่นมือเข้าไปใกล้ ๆ ไอร้อน ก็รู้สึกร้อนจัดจนต้องรีบหดมือกลับ
สงสัยว่าคุณไชยบูลย์มีอะไรดี วันหนึ่งจึงคิดประลองฤทธิ์ ด้วย ได้นัดคนที่บ้านธรรมประสิทธิ์ไปดูว่า จะเสกปรอทใส่มือคุณ ไชยบูลย์ แต่ปรอทจะไม่เป็นพิษใด ๆ แก่ร่างกาย วันนั้นนอกจากจะ ทำไม่สำเร็จแล้ว ยังถูกคุณไชยบูลย์อบรมเข้าให้อีก จนเลิกคิดใช้วิชามาร พวกนี้กับคุณไชยบูลย์อีกต่อไป
วันหลังไปถามคุณไชยบูลย์ตรง ๆ ว่ามีอะไรดี คุณไชยบูลย์ เล่าให้ฟังว่าก็ไม่มีอะไร วันนั้นก่อนมาได้ไปกราบคุณยายขอวิชาป้องกัน ตัว คุณยายบอกวิชาพวกนี้เป็นดิรัจฉานวิชา ไม่เคยเรียน ชอบเรียน แต่วิชาพระพุทธเจ้า ท่านว่าเขาจะเสกก็เสกไป เราก็อยู่เฉย ๆ ทำใจ ให้ใส ๆ ไว้ที่ศูนย์กลางกาย แล้วก็ภาวนาว่า ไม่ให้เข้า ไม่ให้เข้า ก็ไปทำตามที่ท่านแนะ ปรอทก็เข้าไม่ได้ แล้วท่านก็บอกว่า วิชามาร พวกนี้สู้วิชาพระพุทธเจ้าไม่ได้หรอก
ตอนนั้นอาตมายังเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง ยังคิดว่าวิชามารนี่เก่งอยู่ แต่ที่ทำไม่สำเร็จเพราะตัวเราไม่เก่งเอง ก็เลยพาคุณไชยบูลย์ไปพบ อาจารย์วิชามารของอาตมา เพื่อประลองฤทธิ์กันเอง แต่อาจารย์ก็ แสดงฤทธิ์ไม่ออก หน้าเสียเหมือนกัน
ตั้งแต่นั้นมา ก็เลยเชื่อร้อยเปอร์เซ็นต์ว่า วิชาของพระ พุทธเจ้าดีกว่า และยังรู้เพิ่มเติมอีกว่า วิชามารทำให้ตกนรกได้ เลยเลิกใช้วิชามารเด็ดขาด ยกตำราทั้งหมดให้คุณยายอาจารย์เผาทิ้ง