บ้านของคุณยาย
คุณยายอาจารย์ · ดวงจันทร์กลางดวงใจ พิมพ์1 ปี41
บ้านของคุณยาย
วันนี้เป็นวันที่คุณยายนอนพักอยู่ที่เตียง ท่านไม่สบาย พี่อารีพันธุ์โทรศัพท์ปรึกษาอาการ ของคุณยายกับคุณหมอตลอด ส่วนข้าพเจ้า และเปิ้ลนั่งอยู่ที่ปลายเตียงของคุณยาย เพื่อ นวดฝ่าเท้าให้ท่าน
สักครู่พี่อารีพันธุ์ ก็หันมาบอกให้เปิ้ลไป ชงยาให้คุณยาย ข้าพเจ้ายังคงนวดฝ่าเท้าของ ท่านไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเปิ้ลนำยาที่ชงเสร็จแล้วมาให้คุณยาย น้าเล็กกับพี่อุ๊ ก็ช่วยกันพยุงตัวคุณยายให้ท่านลุกขึ้นนั่ง เพื่อจะทานยาได้ถนัด ข้าพเจ้ารีบไปเอากระโถนกับแก้วใส่น้ำมาเตรียม ไว้ เพื่อให้คุณยายบ้วนปาก หลังจากทานยาแล้ว
พอคุณยายทานยาและบ้วนปากเสร็จ น้าเล็กก็หยิบกระดาษทิชชูที่พับวางอย่างเป็น ระเบียบอยู่ข้างๆ เตียง เช็ดที่ริมฝีปากคุณยาย แล้วก็ค่อยๆ พยุงท่านให้นอนลงอีกครั้งหนึ่ง
ส่วนข้าพเจ้าเอากระโถนไปทำความสะอาด แล้วก็กลับมานั่งนวดฝ่าเท้าท่านต่อ สักครู่คุณยายก็หันมาที่พี่อารีพันธุ์ แล้วก็พูดว่า “อารีพันธุ์ ยายอยากจะกลับบ้านแล้ว”
พี่อารีพันธุ์รีบวางสายโทรศัพท์ที่กำลังคุยกับคุณหมอ กลับมานั่งอยู่ข้างๆ เตียงคุณยาย แล้วก็พูดว่า
“ยายขา บ้านยายอยู่นี่แล้วค่ะ”
คุณยายท่านไม่พูดอะไร หันหน้าเข้า ข้างฝาห้องอีกด้านหนึ่ง
ข้าพเจ้านั่งคิดอยู่ในใจว่า ถ้าคุณยาย ท่านหายป่วยแล้ว น่าจะพาคุณยายกลับไปเยี่ยม บ้านที่นครไชยศรีบ้างนะ
สักครู่เปิ้ลก็มานั่งข้างๆ ข้าพเจ้าก็ถ่าย ทอดความคิดนี้ให้กับเปิ้ลได้รับรู้ แต่เปิ้ลคิดไม่ เหมือนกับข้าพเจ้าเลย เปิ้ลคิดว่าบ้านของคุณ ยายคือกุฏิหลังแรกที่อยู่ภายในรั้ววัด ซึ่งท่านเคยสักครู่หนึ่ง...พระเดชพระคุณหลวงพ่อ ทัตตชีโวก็แวะมาเยี่ยมคุณยาย พอคุณยายเห็น หลวงพ่อมายืนอยู่ข้างๆ มือทั้งสองของท่านก็ พนมขึ้น แล้วก็พูดว่า “หลวงพ่อทัตตะยายไม่สบาย”
สักครู่หลวงพ่อก็สั่งให้เปลี่ยนทิศทางการ ตั้งเตียงของคุณยาย มาอีกด้านหนึ่งของห้อง แล้วสั่งให้เปิดหน้าต่างบางบานออก
ต่อมา พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโย ก็มาถึงที่กุฏิคุณยาย พอรถจอดเท่านั้น หลวงพ่อ ก็รีบเดินมาที่ห้องของคุณยาย มายืนอยู่ที่ข้างๆ เตียงคุณยาย แล้วบอกให้ข้าพเจ้าหันพัดลมเอาด้านหน้าของพัดลมออกไปทางประตูกุฏิ เพื่อที่จะ ให้พัดลมดูดอากาศใหม่เข้ามาแทนที่
คุณยายพอเห็นหลวงพ่อธัมมชโยเท่านั้น ท่านก็พนมมือแล้วก็พูดว่า
“หลวงพ่อ ยายอยากกลับบ้านแล้ว”
หลวงพ่อธัมมชโยท่านก็พูดกับคุณยายว่า “ยาย ยายต้องอยู่ให้ถึง ๑๒๐ ปีก่อนนะยาย อยู่ฉลองธรรมกายเจดีย์ก่อน นะยายนะ”
คุณยายไม่ได้พูดอะไรตอบ ได้ยินแต่ เสียงที่บอกว่า “อือ” แล้วแสดงอาการพยัก หน้าตอบรับหลวงพ่อเท่านั้นเอง
พอคุณยายหลับแล้ว หลวงพ่อทั้งสองก็ออกมาคุยปรึกษาอาการของคุณยายกับพี่อารีพันธุ์ ที่บริเวณระเบียงนอกกุฏิ
ส่วนข้าพเจ้ายังคงนั่งเฝ้าคุณยายอยู่ข้างๆ และอดคิดไม่ได้ว่า บ้านคุณยายอยู่ไหนกันหนอ ทําไมไม่มีใครบอกได้เลย เพราะว่าหลวงพ่อทั้ง สองก็ไม่ได้บอกเลยว่าจะพาคุณยายไปบ้านเมื่อไร
สักครู่ เปิ้ลก็ชวนข้าพเจ้าออกไปกราบ หลวงพ่อทั้งสองที่ด้านนอกกุฏิ พอก้มกราบเสร็จ หลวงพ่อธัมมชโย ก็หันมาพูดกับเปิ้ลและข้าพเจ้า
“ให้ดูแลคุณยายให้ดีนะ ท่านเป็นประดุจพระเจดีย์องค์หนึ่งเลยทีเดียว”
พอหลวงพ่อพูดเสร็จ ข้าพเจ้าก็รู้สึกว่าขนลุกไปทั้งตัวเลย
ณ วันนี้ข้าพเจ้ารู้แล้วว่าบ้านของคุณ ยายไม่ใช่บ้านที่อยู่นครไชยศรี ไม่ใช่กุฏิที่ชื่อว่า “ปรนิมมิตตวสวดี” ไม่ใช่ที่ไหนๆ ในโลกนี้ และ ไม่มียานพาหนะใดใดที่วิเศษสุดในโลกนี้จะพาไป ได้เลย นอกจากคุณความดี ที่ใสสะอาด บริสุทธิ์ เท่านั้น จึงจะกลับไปบ้านหลังนี้ได้
คุณยายกลับบ้านไปแล้วไปไกลมาก แต่ ก็ไม่เคยไกลจากใจของข้าพเจ้าและใครๆ เลย
ตราบใดที่โลกนี้ยังมีดวงจันทร์
ตราบนั้น...คุณยายยังคงอยู่ ณ ที่กลาง ใจของข้าพเจ้าและทุกๆ คนเสมอ