หนึ่งไม่มีสอง
คุณยายอาจารย์ · คุณยายอาจารย์ผู้ให้กำเนิดวัดพระธรรมกายP3
หนึ่งไม่มีสอง
ไม่ว่าในยามปกติหรือในยามสงครามโลก คุณยายนั้นเป็นหนึ่ง
ในนักรบกองทัพธรรม ที่ทำวิชชาต่อสู้กับพญามารด้วยจิตตานุภาพ
ด้วยการหยุดนิ่ง ด้วยธรรมาวุธภายใน อาศัยบุญฤทธิ์อันเกิดจาก
อานุภาพของวิชชาธรรมกาย ต่อสู้กันตลอดเวลา ๒๔ ชั่วโมงใน
สมรภูมิรบ จนกระทั่งหลวงปู่วัดปากน้ำเห็นแล้วว่า คุณยายนั้นมี
ฤทธิ์ มีอานุภาพ มีความเพียร มีกำลังใจที่เข้มแข็ง แม้จะทำความ
เพียรจนกระทั่งผ่ายผอม ตัวสะพรั่งไปด้วยเส้นเอ็น แต่ทั้งดวงตา
และดวงใจของท่านเด็ดเดี่ยว ไม่หวั่นไหวต่อสิ่งใด
ในยามสงครามโลก ไม่ว่าลูกระเบิดจะลงมามากมายเพียงใด
คุณยายไม่เคยมีอาการสะดุ้งกลัวต่อมรณภัย หรือความอัตคัด
ขาดแคลนต่างๆ ที่เกิดขึ้น ไม่เคยแม้แต่จะปริปากพูดบ่น ท่านมีใจ
ที่หยุด นิ่ง เฉย เป็นปกติ มุ่งไปถึงที่สุดแห่งธรรมเพียงอย่างเดียว
ไม่ว่าหลวงปู่วัดปากน้ำสั่งอะไรก็ตาม คุณยายย่อมทุ่มเทความ
สามารถทำได้ตามนั้นทุกสิ่งทุกอย่าง เพราะท่านเป็นคนรักษาหน้าที่
ยิ่งชีวิต และอยู่ในโอวาทของหลวงปู่วัดปากน้ำเสมอ เมื่อหลวงปู่เห็น
ดังนั้นจึงรำพึงขึ้นมาในท่ามกลางนักรบกองทัพธรรมที่ร่วมทำวิชชา
ปราบมารด้วยกันนั้นว่า “ลูกจันทร์นี่ เป็นหนึ่งไม่มีสอง” เหตุการณ์
คราวนี้นับเป็นมหาปีติยิ่งในสมรภูมิ
คำว่า “หนึ่งไม่มีสอง” นี้ หลวงปู่วัดปากน้ำพูดครั้งเดียว
ในชีวิตของท่านเท่านั้น และไม่พูดกับใครอีกเลย จึงเป็นถ้อยคำ
อมตะที่สำคัญยิ่ง มอบให้แก่ผู้มีความดีสมบูรณ์พร้อมทั้งหมดอย่าง
คุณยาย
เมื่อได้รับคำชมนั้น คุณยายมิได้ลิงโลดใจหรือหยิ่งผยองพอง
ตัวเลย ยังคงรักษาภาวะปกติและทำความเพียรของท่านเรื่อยไป
หยุดในหยุด อยู่กับธรรมะตลอดทั้งวันทั้งคืน
นอกจากธรรมะภายในที่เป็นหนึ่งไม่มีสองแล้ว คุณยายยังมี
อุปนิสัยมักน้อย สันโดษ เป็นคนชอบให้ ไม่ชอบสะสม ดังเช่นวัน
หนึ่ง มีคนเอาพัดขนนกยูงมาถวายหลวงปู่วัดปากน้ำ แต่เขาถวาย
เพียงเล่มเดียวเท่านั้น ในขณะที่ในโรงงานทำวิชชามีคนตั้งมากมาย
หลวงปู่จึงให้จับฉลาก แล้วท่านก็นึกว่าใครธรรมะดีที่สุดขอให้จับฉลาก
ได้พัดนี้ จากนั้นท่านวางใจเป็นกลางๆ ให้พวกอุบาสิกาเขียนฉลาก
แล้วก็จับกันไป คุณยายท่านก็นั่งเข้ากลางของกลางไปเรื่อยๆ
คุณยายท่านจับฉลากเป็นคนสุดท้าย แต่น่าอัศจรรย์ยิ่งที่ฉลาก
ใบเดียวใบนี้หลีกมือคนอื่นมาถึงมือของคุณยายได้ ท่านจับได้มา
แล้วก็อ่านไม่ออก ต้องให้คนอื่นช่วยอ่าน พออ่านแล้วก็เฮกันทั้งห้อง
เขาบอกว่า “พี่จันทร์ นามสกุล ขนนกยูง ได้พัดขนนกยูง” แต่พัด
เล่มนี้อยู่กับคุณยายได้เพียงวันเดียว เพราะคุณยายทองสุขท่าน
มาขอ “อีก้างเอ๊ย มึงเอามาให้กูเหอะ กูจะไปทำบุญ” คุณยายก็ว่า
“เอาไปเลยพี่” ท่านพูดง่ายๆ แค่นี้ ถ้าใครขออะไรเป็นต้องให้ทุกที
คุณยายท่านสนใจอยู่แต่เรื่องธรรมะภายใน เรื่องภายนอก
ท่านไม่สนใจเลย มีอยู่คราวหนึ่ง หลวงปู่วัดปากน้ำท่านลองใจ
ในขณะที่ถามเรื่องวิชชากันไปเรื่อยๆ นั้นเอง อยู่ๆ ท่านก็ถามคุณยาย
ขึ้นมาว่า “ลูกจันทร์ ปลาสลิดมันอร่อยตรงไหนวะ?” คุณยายนิ่ง
อึ้งไป ไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไร เพราะโดยปกติแล้วหลวงปู่วัดปากน้ำ
ท่านจะถามเรื่องวิชชา ซึ่งคุณยายจะตอบได้หมด แต่พอถามเรื่อง
ปลาสลิด ท่านนึกไม่ออก เพราะท่านรับประทานอาหารไปตาม
หน้าที่เพียงเพื่อหล่อเลี้ยงร่างกายให้คงอยู่ได้ จะได้มีเรี่ยวแรงทำ
วิชชาเท่านั้น ไม่ได้สังเกตว่ามันอร่อยหรือไม่ เพราะท่านมุ่งหยุด
ในหยุด เข้ากลางของกลาง มุ่งไปปราบมารเพียงอย่างเดียว
ท่านบริสุทธิ์ใจ จริงใจต่อหน้าที่ ซึ่งเกื้อกูลให้ท่านทำวิชชาได้
อย่างเชี่ยวชาญ