มุ่งปราบมารอย่างเดียว
คุณยายอาจารย์ · รอยเท้ายาย ปี48
วันหนึ่งเพื่อนรักของผู้เขียนคนหนึ่งซึ่งลาออกจากราชการไปทำกิจการ ส่วนตัว และอาสามาช่วยงานวัดในส่วนของกิจการต่างประเทศ เพื่อนคนนี้ มีฝีมือในเรื่องการทำอาหารไม่เป็นรองใคร ใจใหญ่เรื่องการทำอาหารถวายพระ แต่เรื่องอื่นๆ ที่เป็นเรื่องบุญกุศลก็อยู่นิ่งไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการหาหมอ ดีมารักษาพระอาพาธ เป็นผู้นำบุญพาคนมาวัด พาฝรั่งมังค่าชาวต่าง ประเทศมากราบพระเดชพระคุณหลวงพ่อบ้าง เมื่อไปปักหลักอยู่ต่าง ประเทศเป็นครั้งคราวก็ไปเป็นศูนย์รวมพลคนเข้าวัดจนได้ ดูตารางเวลา แล้วแทบไม่มีวันว่าง
เมื่อวัดพระธรรมกายจัดธุดงค์ปีใหม่ในปีพุทธศักราช ๒๕๓๙ เพื่อนๆ ก็ชวนกันว่า มาอยู่ธุดงค์ปีใหม่กันดีกว่า ลองมานอนวัดกินข้าววัดกันสัก ๔ วัน คือ ถือธุดงค์ข้อที่ว่า ให้นั่งนอนในที่ที่เจ้าหน้าที่จัดให้เป็นวัตร ซึ่ง หมายความว่าต้องรับประทานอาหารที่วัดจัดให้ด้วย เพื่อนรักคนนี้ก็ดีอกดีใจตกลงใจมาอยู่ธุดงค์ด้วยกัน ผู้เขียนรู้นิสัยเพื่อนดีก็อบรมกันมา ก่อนเลยว่า “เธออย่าเข้าไปลุ้นจ้านในครัววัดนะ”
เหตุการณ์ก็เป็นไปโดยราบรื่น ออกธุดงค์หน้าตาเบิกบานอิ่มบุญไป ทั่วหน้ากัน พอวันเสาร์ถัดไป เพื่อนรักคนนี้ก็มาถวายภัตตาเพลพระในสภา ธรรมกายสากลหลังคาจาก แล้วก็เลยชวนกันมากราบพระเดชพระคุณหลวง พ่อทัตตชีโวด้วยกัน ที่ห้องรับแขก ในอาศรมบัณฑิต เมื่อแขกคนอื่นๆ ทยอยกราบลาหลวงพ่อกลับกันหมดแล้ว พอดีได้จังหวะเหลือเพื่อนรักกับผู้ เขียนสองคนรั้งท้ายอยู่ จู่ๆ เพื่อนก็กราบเรียนพระเดชพระคุณหลวงพ่อว่า
“หลวงพ่อเจ้าคะ อาหารที่แม่ครัวของวัดปรุงมาถวายพระนี้ รสชาด ไม่ได้เรื่องเลย จืดชืด ไม่เป็นสับปะรด...”
ผู้เขียนตกใจเพราะเพื่อนพูดเสียงดังฟังชัด จะตะครุบปากเพื่อนไว้ก็ ไม่ทัน พระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตชีโวนิ่งอึ้งไปชั่วครู่ แต่แล้วเพื่อนรักก็ เป็นฝ่ายตกใจเสียเอง เพราะพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโย มายืนอยู่ หน้าประตูห้องรับแขกเมื่อไรไม่รู้ ได้ยินเสียงท่านพูดเรียบๆ ว่า “แม่ครัวก็ต้องปรับรส พระก็ต้องปรับลิ้นนะจ๊ะ”
วันหนึ่ง ในปลายเดือนมกราคม หลังเหตุการณ์วันนั้นไม่นาน พระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตชีโว ได้กล่าวสัมโมทนียกถาหลังฉัน ท่ามกลางพระภิกษุสามเณรทั้งวัด และสาธุชนจำนวนมากที่มาถวาย ภัตตาหารว่า
“เหตุที่วัดพระธรรมกายของเรา มีข้าวปลาอาหารอุดมสมบูรณ์อย่างนี้ ก็เพราะอาศัยบารมีของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ท่านเสียเวลาถึง ๔ อสงไขย กับแสนมหากัป สร้างบารมีเอามาสะสมเป็นเสบียงไว้เลี้ยงลูกๆ ของท่าน อีกทั้งยังอาศัยบารมีของคุณยายอาจารย์ อาศัยบารมีของพระเดช พระคุณหลวงพ่อธัมมชโย ที่ท่านเคี่ยวเข็ญแล้วเคี่ยวเข็ญอีก ให้พวกเรานั่ง สมาธิกลั่นกายกลั่นใจให้ใส่ได้ทุกวัน
ในส่วนละเอียด ท่านก็คุมกายในกายให้
ในส่วนหยาบๆ ท่านก็เข้าที่ไปตามญาติโยมมาทำบุญเลี้ยงพระให้ พวกเราจึงได้มีกินมีฉันกันอยู่ทุกวันนี้ ถ้าไม่ได้ยายละก็ ไม่ได้อย่างนี้หรอก
ถามว่าบารมีอย่างคุณยาย ถ้าคิดจะเข้าพระนิพพานเป็นพระอรหันต์ เสียตั้งแต่ชาตินี้ ทำได้ไหม ? ทำไมจะทำไม่ได้ แต่คุณยายจะได้เป็นเพียง แค่พระอรหันต์เท่านั้น
คุณยายท่านมีเป้าหมายมุ่งที่จะไปข้างหน้า คือ จะไปปราบมาร ประหารกิเลส ให้สิ้นเชื้อไม่เหลือเศษ ถึงต้นในต้นของพญามาร ที่ไม่มีต้น ในต้นอีกต่อไป เพื่อไปให้ถึงที่สุดแห่งธรรม แล้วค่อยเข้านิพพานกัน
คุณยายท่านตั้งเป้าหมายชีวิตของท่านเอาไว้อย่างนั้น ท่านเห็นแก่ สัตวโลก ท่านตั้งใจตามรอยเท้าของพระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำภาษีเจริญ ไม่ต้องการให้พระ เณรต้องอดอยากหิวโหย ในระหว่างเส้นทาง ที่จะไปสู่ที่สุดแห่งธรรม พวกเราที่เป็นพระภิกษุสงฆ์สามเณร เรื่องอาหาร การขบฉันก็ต้องระวังให้อยู่ในกรอบที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสอนเอาไว้ต้อง โภชเนมัตตัญญตา สำรวมในภัตตาหาร ขบฉันเพียงเพื่อให้มีกำลัง ปฏิบัติธรรมเท่านั้น และต้องรักษาศรัทธาของญาติโยมไว้ด้วย”
วันศุกร์ที่ ๒๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๙ ณ สภาธรรมกายสากล (หลังคาจาก) วัดพระธรรมกาย จังหวัดปทุมธานี