การเผยแผ่พระพุทธศาสนาไปยังหัวเมืองต่าง ๆ
หลวงพ่อธัมมชโย · ตำนานข้ามชาติ คุณครูไม่เล็ก เล่ม ๒
การเผยแผ่พระพุทธศาสนาไปยังหัวเมืองต่าง ๆ
หลังจากท่านมหาเสนาบดีรับหน้าที่ดังกล่าวมาแล้ว ท่านก็ทุ่มเททำหน้าที่นี้อย่างเต็มที่เต็มกำลัง และก่อนที่ท่านจะส่งพระภิกษุไปเผยแผ่ตามหัวเมืองต่าง ๆ ท่านจะพิจารณาถึงองค์ประกอบหลาย ๆ อย่าง หรือดูสภาพโดยรวมของหัวเมืองนั้น ๆ ก่อนว่า ประชาชนในหัวเมืองนั้นมีความศรัทธาในพระพุทธศาสนามากน้อยขนาดไหน มีความเข้มแข็งและสมัครสมานสามัคคีกันดีหรือไม่ หัวเมืองนั้นมีวัดอยู่แล้วหรือเปล่า เป็นต้น
หลังจากที่ท่านมหาเสนาบดีพิจารณาไตร่ตรองดูองค์ประกอบหลาย ๆ อย่าง จนละเอียดถี่ถ้วนดีแล้ว ท่านก็จะคัดเลือกพระภิกษุที่มีหน่วยก้านดี มีความรู้ ความสามารถ และมีความเหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ มาฝึกอบรมเพิ่มเติมเป็นพิเศษ ก่อนที่จะส่งไปเป็นพระอาจารย์ประจำอยู่ที่หัวเมืองนั้น ๆ
ในช่วงที่ท่านมหาเสนาบดีกำลังฝึกอบรมพระภิกษุอยู่ที่วัดใหม่นั้น สาธุชนที่อยู่ในหัวเมืองต่าง ๆ ก็ร่วมแรงร่วมใจกันก่อสร้างวัดขึ้นมาในพื้นที่ของตน เพื่อเตรียมรองรับพระภิกษุที่ผ่านการฝึกอบรมจากท่านมหาเสนาบดี
ในระหว่างที่สาธุชนกำลังร่วมใจกันก่อสร้างวัดอยู่นั้น พระภิกษุที่ได้รับการคัดเลือกให้ไปเป็นพระอาจารย์ในพื้นที่นั้น ก็จะหมั่นเดินทางไปเยี่ยมเยียนพร้อมกับให้กำลังใจสาธุชนเหล่านั้นอยู่เสมอ ๆ จนกระทั่งเมื่อสร้างวัดเสร็จสมบูรณ์ ท่านมหาเสนาบดีก็เมตตาเดินทางไปเป็นประธานในการเปิดวัด และอยู่ประจำที่วัดนั้นระยะหนึ่งเพื่ออบรมและเทศน์สอนธรรมะแก่สาธุชน
เมื่อสาธุชนในพื้นที่นั้นมีความเข้มแข็งและมีศรัทธาในพระพุทธศาสนาอย่างเต็มเปี่ยมแล้ว ท่านมหาเสนาบดีก็มอบหมายให้พระภิกษุที่ท่านคัดเลือกและอบรมมาเป็นอย่างดีแล้วเป็นผู้ดูแลวัดและสาธุชนผู้มีบุญเหล่านั้นต่อไป
หลังจากที่พระภิกษุรูปดังกล่าวประจำอยู่ที่วัดนั้นไปได้สักระยะหนึ่ง ท่านมหาเสนาบดีก็จะนิมนต์พระภิกษุรูปนั้นให้กลับมาที่วัดใหม่ พร้อมกับส่งพระภิกษุรูปอื่นไปเป็นพระอาจารย์ที่วัดนั้นแทน คือ จัดวางระบบให้มีการหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนพระอาจารย์อยู่เป็นประจำ
สาเหตุที่ท่านมหาเสนาบดีจัดวางระบบให้มีการหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนพระอาจารย์ โดยไม่มีนโยบายให้ไปอยู่ประจำแบบถาวรเลยนั้น เพราะท่านอยากให้พระภิกษุแต่ละรูปมีโอกาสกลับมาปฏิบัติธรรมและทบทวนข้อวัตรปฏิบัติของความเป็นพระที่วัดใหม่อยู่เสมอ ๆ อีกทั้งจะได้กลับมาศึกษาธรรมะเพิ่มเติมจากพระเถระอีกด้วย
หลังจากท่านมหาเสนาบดีส่งพระภิกษุไปเป็นพระอาจารย์อยู่ตามหัวเมืองต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกแคว้นแล้ว ท่านก็เดินทางไปตรวจเยี่ยมพร้อมกับให้กำลังใจพระภิกษุเหล่านั้นอยู่เสมอ ๆ
นอกจากให้ความทุ่มเททำหน้าที่ฝึกอบรมพระภิกษุและดูแลงานเผยแผ่ตามหัวเมืองต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกแคว้นมาอย่างตลอดต่อเนื่อง โดยไม่เห็นแก่เหน็ดแก่เหนื่อยหรือความยากลำบาก ท่านมหาเสนาบดียังทำหน้าที่เป็นเสมือนด่านหน้าของพระเถระ คอยต้อนรับแขกผู้หลักผู้ใหญ่ที่เดินทางมาจากทั้งภายในและภายนอกแคว้นอีกด้วย
ถึงแม้ว่าท่านมหาเสนาบดีมีภารกิจการงานพระศาสนามากมายขนาดไหนก็ตาม แต่ท่านก็แบ่งเวลามาทำกิจวัตรกิจกรรมและประพฤติปฏิบัติธรรมโดยไม่ขาดเลยแม้แต่วันเดียว ทำให้ท่านสามารถรักษาธรรมะภายในและความละเอียดทางใจไว้ได้ตลอดเวลา
นอกจากนี้ ในยามที่ว่างเว้นจากภารกิจหน้าที่การงานของหมู่คณะ ท่านมหาเสนาบดีก็ใช้เวลาที่มีค่าศึกษาธรรมะเพิ่มเติมจากพระคัมภีร์โบราณในพระพุทธศาสนาอยู่เสมอ และนำความรู้จากทั้งภาคปริยัติและภาคปฏิบัติมาตกผลึกเป็นบทฝึกและเป็นแนวทางในการฝึกฝนอบรมตนเอง อีกทั้งยังนำบทฝึกและแนวทางดังกล่าวมาแนะนำแก่เหล่าพระภิกษุสามเณรผู้บวชใหม่ รวมถึงอุบาสก อุบาสิกา ที่มาสั่งสมบุญที่วัดใหม่ในยุคนั้นอีกด้วย
ถ้าหากท่านมีความสงสัยใคร่รู้หรืออยากศึกษาหัวข้อธรรมหมวดใดเพิ่มเติม ด้วยอัธยาศัยที่เป็นคนทำอะไรทำจริงไม่ปล่อยผ่าน ท่านจึงมักนำคำถามที่เตรียมไว้ไปกราบบังคมทูลถามพระเถระ เพื่อไขความกระจ่างในธรรมะอยู่เสมอ ซึ่งพระเถระก็ทรงเมตตาไขข้อข้องใจทั้งภาคปริยัติและปฏิบัติด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย แต่มีความหมายที่ลึกซึ้ง
เมื่อเป็นเช่นนี้ ท่านมหาเสนาบดีจึงสามารถนำธรรมะที่ท่านตั้งใจประพฤติปฏิบัติและศึกษามาอย่างดีแล้วมาตกผลึกเป็นบทฝึกหรือเป็นหลักสูตรในการฝึกฝนอบรมตนเองอย่างมีมาตรฐาน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการสร้างคนดีต่อไป หลักสูตรการฝึกฝนอบรมตนเองที่มีมาตรฐานนี้ ท่านไม่ได้คิดและทำเพียงลำพัง แต่ท่านมีทีมงานพระภิกษุรุ่นใหม่ ๆ ที่ท่านฝึกขึ้นมา ซึ่งเป็นพระภิกษุผู้มีเป้าหมายและอุดมการณ์ในการเผยแผ่วิชชาธรรมกายไปทั่วทุกแคว้น มาช่วยดูแล บริหารจัดการ และพัฒนาหลักสูตรดังกล่าวควบคู่ไปกับท่าน
ในเวลาต่อมา เมื่อพระภิกษุรุ่นใหม่ ๆ ที่ท่านมหาเสนาบดีฝึกขึ้นมากลายเป็นพระอาจารย์ที่มีความแตกฉานในธรรมะทั้งภาคปริยัติ ปฏิบัติ และปฏิเวธแล้ว ท่านมหาเสนาบดีก็เมตตามอบหมายให้พระภิกษุเหล่านี้หมุนเวียนผลัดเปลี่ยนกันขึ้นธรรมาสน์เทศน์สอนธรรมะแก่สาธุชนแทนท่านอยู่เสมอ ๆ โดยเฉพาะในช่วงที่ท่านเดินทางไปตามหัวเมืองต่าง ๆ เพื่อตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจพระภิกษุที่ประจำอยู่ตามวัดสาขา ซึ่งพระภิกษุเหล่านี้ก็สามารถแบ่งเบาภาระเรื่องการเทศน์สอนธรรมะของท่านมหาเสนาบดีได้เป็นอย่างดี
เมื่องานเผยแผ่พระพุทธศาสนา วิชชาธรรมกาย ในยุคนั้น มีความเป็นระบบระเบียบและมีการทำงานเป็นทีมเช่นนี้ ในที่สุดกิตติศัพท์อันดีงามของบทฝึกต่าง ๆ ที่ท่านมหาเสนาบดีพัฒนาขึ้น ก็แผ่ขยายขจรขจายจนเป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับจากคณะสงฆ์ในยุคนั้นเป็นอย่างมาก ดังนั้นไม่ว่าท่านมหาเสนาบดีจะเดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจที่ใดก็ตาม จะมีคณะสงฆ์ที่จำพรรษาอยู่ ณ ที่นั้น ๆ มาสอบถามและขอคำปรึกษาในเรื่องธรรมะและบทฝึกในการพัฒนาตนเองจากท่านอยู่เป็นประจำ เรียกได้ว่าท่านมหาเสนาบดีกลายเป็นพระเถระผู้ใหญ่ผู้เป็นต้นบุญต้นแบบผู้ชี้ทางสว่างในการฝึกคนของยุคนั้นเลยทีเดียว
ถึงแม้ท่านมหาเสนาบดีมีทีมงานพระภิกษุรุ่นใหม่มาช่วยสานงานเผยแผ่พระพุทธศาสนา วิชชาธรรมกายทั้งที่วัดใหญ่และวัดสาขาต่าง ๆ แล้วก็ตาม แต่ท่านก็ยังตามไปให้ธรรมะและตอกย้ำเป้าหมาย อุดมการณ์ รวมถึงคอยให้กำลังใจทีมงานพระภิกษุเหล่านั้นอยู่เป็นประจำ ทำให้ทีมงานพระภิกษุรุ่นใหม่ ๆ ที่ทำหน้าที่เผยแผ่เหล่านั้นรู้สึกซาบซึ้ง อบอุ่นใจ และปีติทุกครั้งที่ท่านเมตตาไปเยี่ยมเพื่อให้ธรรมะแก่พวกตน นอกจากนี้พระภิกษุรุ่นใหม่ ๆ เหล่านั้น ยังมีโอกาสปรึกษาและเล่าประสบการณ์การเผยแผ่พระพุทธศาสนาที่พวกตนได้พบเจอให้ท่านฟังอีกด้วย ซึ่งท่านมหาเสนาบดีก็เมตตาให้คำปรึกษา แนะนำ รวมถึงนำพระราโชวาทจากพระเถระไปแจ้งแก่พระภิกษุทุก ๆ รูปอีกด้วย ทำให้การเผยแผ่พระพุทธศาสนา วิชชาธรรมกาย ในยุคนั้นเป็นไปในทิศทางเดียวกัน และสามารถแผ่ขยายไปอย่างรวดเร็วกว้างขวาง