แต่งตั้งหน่วยเฉพาะกิจ (ฉก.)
หลวงพ่อธัมมชโย · ตำนานข้ามชาติ คุณครูไม่เล็ก เล่ม ๑
แต่งตั้งหน่วยเฉพาะกิจ (ฉก.)
จากการทำงานร่วมกันของพระราชโอรสและท่านมหาเสนาบดีในครั้งนี้ ทำให้ท่านมหาเสนาบดีเกิดความรู้สึกรักและศรัทธาพระราชโอรสมากขึ้นกว่าเดิม ในขณะเดียวกันพระราชโอรสก็พอพระราชหฤทัยและทรงเชื่อมั่นในการทำงานของท่านมหาเสนาบดี เนื่องจากพระองค์ทรงเห็นความมุ่งมั่นตั้งใจและความละเอียดรอบคอบในการแก้ไขปัญหาของท่าน
ถึงแม้คดีความที่สร้างความเดือดร้อนแก่พวกชาวบ้านตาดำ ๆ ที่อาศัยอยู่ในเขตหัวเมืองชายแดนแห่งนั้นคลี่คลายลงแล้วก็ตาม แต่พระราชโอรสก็ยังทรงเป็นห่วงและรู้สึกไม่ไว้วางพระราชหฤทัยในสถานการณ์ที่พร้อมจะบานปลายอยู่เสมอ เพราะผู้ที่อยู่เบื้องหลังขบวนการทุจริตคอร์รัปชันครั้งใหญ่นี้ยังคงลอยนวลอยู่ อีกทั้งยังเป็นถึงเสนาบดีที่รับใช้ใกล้ชิดพระราชา (พระราชบิดาของพระองค์) อีกด้วย แต่เนื่องจากเป็นเรื่องที่อยู่นอกเหนือพระราชอำนาจของพระองค์ กอปรกับพระองค์ทรงส่งเรื่องนี้เข้าส่วนกลางไปแล้ว จึงทรงยุติงานส่วนนี้ไปก่อน
เมื่อพระราชโอรสทรงตรวจและสะสางงานเอกสารต่าง ๆ เสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็เสด็จกลับเมืองหลวง โดยมีท่านมหาเสนาบดีเป็นหัวหน้ากองกำลังอารักขาในการเสด็จ เมื่อเสด็จถึงเมืองหลวงแล้วพระองค์ก็ทรงรีบเข้าเฝ้าพระราชาพร้อมกับถวายรายงานกราบทูลความดีความชอบของท่านมหาเสนาบดีในทันที
เมื่อพระราชาทรงทราบเรื่องราวต่าง ๆ จากพระราชโอรสแล้ว ทรงรู้สึกชื่นชมและเล็งเห็นความสามารถชนิดหาตัวจับยากของท่านมหาเสนาบดี และยังทรงเห็นความผูกพันและความจงรักภักดีที่ท่านมหาเสนาบดีมีต่อพระราชโอรสซึ่งเป็นสุดที่รักของพระองค์อีกด้วย
ด้วยเหตุนี้ พระราชาจึงมีพระราชประสงค์ที่จะแต่งตั้งท่านมหาเสนาบดีให้เป็นนายทหารระดับแม่ทัพคุมกองกำลังทหารในระดับกองทัพภาค ซึ่งต่อไปในภายหน้าจะกลายเป็นกองกำลังทหารที่ขึ้นตรงต่อพระราชโอรส
แต่แล้วเหตุการณ์กลับหาเป็นเช่นนั้นไม่ เพราะในตอนนั้นมีเสนาบดีท่านหนึ่งกราบบังคมทูลทัดทานและทักท้วง ขึ้นมาว่า ท่านมหาเสนาบดียังอายุน้อยเกินไปและยังไม่มีประสบการณ์
เมื่อเสนาบดีท่านนั้นทักท้วงหนักขึ้น พระราชาจึงยังไม่ทรงแต่งตั้งให้ท่านมหาเสนาบดีรับตำแหน่งแม่ทัพตามที่พระองค์มีพระราชประสงค์ แต่ถึงกระนั้น พระองค์ก็พระราชทานตำแหน่งสำคัญตำแหน่งอื่นให้ท่านมหาเสนาบดี คือ ตำแหน่งเสนาธิการทหารระดับกองทัพภาค ทำหน้าที่ดูแลรับผิดชอบเขตพื้นที่ตลอดแนวชายแดนที่อยู่ติดกับแคว้นกันชนฝั่งทิศเหนือ (แคว้นของพระราชบิดาของพระราชาเกะกะเกเร)
หลังจากที่ท่านมหาเสนาบดีได้รับการแต่งตั้งเรียบร้อยแล้ว สิ่งแรกที่ท่านจะต้องลงมือปฏิบัติก็คือ รีบศึกษางานและภารกิจต่าง ๆ จากนายทหารรุ่นพี่โดยละเอียดภายในระยะเวลาอันจำกัด ไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนการสั่งการกำลังพลในกองทัพ หรือการวางกำลังทหารในจุดต่าง ๆ เป็นต้น ซึ่งงานนี้ถือเป็นงานที่ต้องใช้บุคคลที่มีความรู้ความสามารถระดับแชมป์อย่างท่านมหาเสนาบดีเท่านั้น ถึงจะสามารถศึกษาข้อมูลต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็วและเข้าใจอย่างแตกฉานชัดเจน
เมื่อท่านมหาเสนาบดีเข้าใจยุทธศาสตร์ต่าง ๆ ในแต่ละพื้นที่ดีแล้ว ก็ออกเดินทางไปตรวจเยี่ยมค่ายทหาร เพื่อทำความรู้จักกับนายทหารและผู้ใต้บังคับบัญชาในหน่วยต่าง ๆ ทุกพื้นที่ด้วยตัวท่านเองอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้เพราะท่านต้องการที่จะคัดเลือกนายทหารที่จะมาทำงานในหน่วยงานที่ขึ้นตรงกับตัวท่าน ซึ่งหน่วยงานนี้ถือเป็นหน่วยเฉพาะกิจ (ฉก.) ที่มีความสำคัญระดับสุดยอด
การลงพื้นที่ไปตรวจเยี่ยมนายทหารของท่านมหาเสนาบดี สร้างความปีติยินดีแก่บรรดานายทหารเป็นอย่างยิ่ง เพราะเท่ากับเหล่าทหารจะได้กระทบไหล่ใกล้ชิดคนดังที่เป็นถึงพระสหายของพระราชโอรส และมีผลงานโดดเด่นจนเป็นที่กล่าวขานกันในกลุ่มของนายทหาร
อย่างไรก็ตาม ท่านมหาเสนาบดีก็ไม่ได้ถือตัวเลย ตรงกันข้ามกลับให้ความเป็นกันเองกับทุกคน แต่ถ้าท่านกำลังปฏิบัติหน้าที่ ท่านก็เฉียบขาด ชัดเจน ดังนั้นจึงทำให้นายทหารทั้งหลายทั้งรัก เคารพ และยำเกรงท่านมาก
ขณะที่ท่านมหาเสนาบดีกำลังเดินทางไปตรวจเยี่ยมนายทหารในแต่ละพื้นที่อยู่นั้น หากท่านพบว่าละแวกนั้นมีวัดตั้งอยู่ ท่านก็ไม่เคยพลาดที่จะเข้าไปกราบพระเถระตามวัดต่าง ๆ เหล่านั้นอยู่เสมอ เพราะท่านเป็นคนรักบุญและมีพื้นฐานจิตใจดี มีความเคารพพระรัตนตรัยมาก และทุกครั้งที่ท่านมหาเสนาบดีไปกราบพระเถระตามวัดต่าง ๆ ท่านก็จะพาลูกน้องนายทหารในค่ายที่อยู่ใกล้ ๆ บริเวณนั้นไปรับบุญทำความสะอาดปัดกวาดเสนาสนะในวัดวาอารามเหล่านั้นอยู่เป็นประจำ และหากท่านเห็นว่า นายทหารคนไหนหน่วยก้านดี ก็จะดึงตัวมาบรรจุอยู่ในหน่วย ฉก. ของท่านด้วย
เมื่อท่านมหาเสนาบดีสามารถรวบรวมนายทหารที่มีหน่วยก้านดี มีความสามารถพิเศษในด้านต่าง ๆ เช่น การทำแผนที่และการสำรวจ การสื่อสาร การประสานงาน การเจาะข้อมูลหาข่าว การรวบรวมกำลังคน หรือการวางแผนต่าง ๆ ได้แล้ว ท่านก็ฝึกนายทหารชุดพิเศษเหล่านั้นอย่างเข้มข้น เพื่อให้มีความเชี่ยวชาญในยุทธศาสตร์มากขึ้นกว่าเดิม
แม้ท่านมหาเสนาบดีจะฝึกพวกนายทหารชุดพิเศษหนักแค่ไหนก็ตาม ทุกคนกลับรู้สึกปลื้มใจที่ได้อยู่ใกล้ชิดกับท่าน อีกทั้งยังรู้สึกทึ่งและเคารพในความสามารถของท่านที่เป็นพหูสูต รู้รอบ รู้กว้าง รู้ไกล รู้ลึก และรู้จริงทุกเรื่อง ซึ่งเมื่อผนวกกับการมีหัวใจนักเลงของท่านแล้ว ทำให้ท่านมหาเสนาบดีมีความสามารถในการควบคุมและดูแลนายทหารระดับหัวกะทิได้อย่างสบาย ๆ
นอกจากจะฝึกซ้อมนายทหารต่าง ๆ อยู่เป็นประจำแล้ว ท่านมหาเสนาบดียังปรับปรุงวิธีการและระบบการประสานงานของหน่วยงานทหารในเขตหัวเมืองชายแดนแห่งนั้นเสียใหม่ โดยกำหนดให้หน่วยเฉพาะกิจของท่านเป็นแกนหลักในการดำเนินการในหน่วยงานทหารทั้งหมด และเนื่องจากท่านรู้จักสมาชิกทุกคนในหน่วยเฉพาะกิจนี้เป็นอย่างดี ทำให้เรื่องการโดนปลอมแปลงคำสั่งไม่มีทางเกิดขึ้นอย่างเด็ดขาด
ด้วยคุณสมบัติที่สุดยอดนี้ ทำให้หน่วยเฉพาะกิจของท่านมหาเสนาบดีได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบดูแลการสอดแนมข้อมูลในแคว้นกันชนฝั่งทิศเหนือในเวลาต่อมา และเมื่อหน่วยเฉพาะกิจที่แฝงตัวอยู่ในแคว้นกันชนฝั่งทิศเหนือได้รับข้อมูลหรือข่าวสารอะไรมา ข้อมูลทุกอย่างก็จะส่งมารวมอยู่ที่ท่านมหาเสนาบดี จากนั้นท่านก็จะส่งข้อมูลกลับไปยังเมืองหลวง
จากการที่ท่านมหาเสนาบดีลงไปตรวจเยี่ยมในแต่ละเขตพื้นที่ด้วยตนเอง และเข้าไปกราบพระเถระตามวัดต่าง ๆ อยู่เป็นประจำนี้เอง ทำให้ท่านรู้จักกับพระเถระผู้ใหญ่หลายรูป ซึ่งทุกรูปล้วนให้ความเมตตาแก่ท่านมหาเสนาบดีมาก เพราะเห็นว่าท่านให้ความเคารพในพระรัตนตรัย และมีความตั้งใจในการทำงานอย่างจริงจัง
พระเถระผู้ใหญ่เหล่านี้เคยเป็นอดีตนายทหารระดับสูงที่ผ่านศึกสงครามมาอย่างโชกโชน เมื่อมาถึงบั้นปลายชีวิต ท่านจึงมาบวชสร้างบุญกุศลอุทิศส่งไปให้เหล่าข้าศึกศัตรูที่เคยรบราฆ่าฟันกันมา อีกทั้งยังเป็นการสร้างบุญเพื่อให้ตนเองรอดพ้นจากอบายอีกด้วย
ด้วยความที่พระเถระผู้ใหญ่เหล่านี้เคยเป็นทหารระดับแชมป์ที่มีประสบการณ์มากมาก่อน จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่ท่านจะมีวิชาอาคมที่ช่วยในการรบอยู่มากมาย เช่น วิชาอยู่ยงคงกระพัน หรือวิชาคาถาอาคมต่าง ๆ ที่ใช้ในสงคราม เมื่อพระเถระผู้ใหญ่เหล่านั้นเห็นท่านมหาเสนาบดี ซึ่งเป็นนายทหารหนุ่มผู้มีความมุ่งมั่น เป็นคนดีมีศีลธรรม ท่านจึงอยากถ่ายทอดวิชาคาถาอาคมต่าง ๆ ให้ เพื่อเอาวิชาเหล่านี้ไปรับใช้บ้านเมืองและดูแลประชาชนภายในแคว้นให้สงบสุข
พระเถระผู้ใหญ่รูปหนึ่งเห็นความมุ่งมั่นตั้งใจในการดูแลรักษาแว่นแคว้นของท่านมหาเสนาบดี จึงเมตตาถ่ายทอดวิชาอาคมที่ใช้ในการรบขั้นสุดยอดให้โดยไม่ปิดบังไว้เลย นอกจากนี้ท่านยังแนะนำให้ท่านมหาเสนาบดีไปพบกับนายทหารนอกราชการ ที่เชี่ยวชาญวิชาคาถาอาคมทางด้านอื่น ๆ อีกด้วย ซึ่งท่านมหาเสนาบดีก็สนใจและตั้งใจฝึกฝนร่ำเรียนวิชาคาถาอาคมเป็นอย่างดี
ระหว่างที่ท่านมหาเสนาบดีกำลังฝึกฝนร่ำเรียนวิชาคาถาอาคมต่าง ๆ อยู่นั้น ท่านก็พัฒนางานด้านต่าง ๆ ภายในกองทัพภาค (ตะวันตกเฉียงเหนือ) ที่ท่านสังกัดอยู่ควบคู่ไปด้วย โดยท่านมีความมุ่งมั่นที่จะสร้างความเข้มแข็งและความเป็นระเบียบให้เกิดขึ้นในกองทัพให้ได้ แต่เมื่อท่านแม่ทัพภาคเห็นท่านมหาเสนาบดีพัฒนางานต่าง ๆ ของกองทัพแล้ว ท่านกลับมีความรู้สึกหงุดหงิดรำคาญใจว่า ทำไมท่านมหาเสนาบดีจะต้องทำโน่นทำนี่มากมายด้วย ของเดิมก็ดีอยู่แล้ว หรือพูดง่าย ๆ ว่า แม่ทัพภาคท่านนี้รู้สึกว่าท่านมหาเสนาบดีขยันเกินไป ซึ่งท่านมหาเสนาบดีก็สัมผัสได้ถึงความรู้สึกที่ไม่ค่อยพึงพอใจของท่าน
สาเหตุที่ท่านแม่ทัพภาครู้สึกไม่ค่อยสบอารมณ์ในความขยันของท่านมหาเสนาบดีนั้น เป็นเพราะตัวท่านเป็นคนขี้เกียจและไม่ค่อยได้ทำงาน ท่านจึงรู้สึกขัดอกขัดใจที่เห็นคนขยันเกินหน้าเกินตาท่าน
ท่านแม่ทัพภาคท่านนี้มีเส้นสายดี ได้รับการหนุนหลังจากเสนาบดีผู้ใหญ่ท่านหนึ่งในเมืองหลวง จึงทำให้ท่านได้รับการแต่งตั้งไปเป็นผู้บัญชาการกองทัพอยู่ที่เขตหัวเมืองชายแดนแห่งนั้น และนับตั้งแต่ท่านแม่ทัพภาคท่านนี้ไปประจำการอยู่ที่เขตหัวเมืองแห่งนั้น กองกำลังทหารที่ประจำการอยู่ที่นั่นก็อ่อนแอและขาดระเบียบวินัยมากขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงขั้นมีการออกไปหาลำไพ่พิเศษด้วยการรับจ้างปลอมตัวเป็นโจรออกมาปล้นพวกชาวบ้านดังที่เคยกล่าวถึงมาแล้ว
แต่พอท่านมหาเสนาบดีไปประจำการอยู่ที่เขตหัวเมืองชายแดนแห่งนั้น และทราบถึงปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นภายในกองทัพ ท่านก็เกิดความรู้สึกวิตกกังวลขึ้นมาว่า ในเวลาที่กองกำลังทหารในเขตหัวเมืองชายแดนกำลังตกอยู่ในภาวะอ่อนแอเช่นนี้ ถ้าหากแคว้นกันชนฝั่งทิศเหนือเกิดยกทัพบุกเข้ามารุกราน ทางฝ่ายแคว้นพระราชาองค์ที่ออกบวชก็คงไม่อาจรับมือกับกองทัพของฝ่ายตรงข้ามได้อย่างแน่นอน
เมื่อท่านมหาเสนาบดีเล็งเห็นภัยที่กำลังจะเกิดขึ้นเช่นนี้ ท่านจึงรีบพัฒนาระบบต่าง ๆ ภายในกองทัพให้มีความเข้มแข็งขึ้นทันที แต่เมื่อท่านรู้ว่า ท่านแม่ทัพภาครู้สึกไม่พอใจในการทำงานที่ขยันขันแข็งของท่าน ท่านจึงไม่รอช้า รีบไปชี้แจงแสดงเหตุผลเกี่ยวกับการพัฒนางานด้านต่าง ๆ ในกองทัพให้ท่านแม่ทัพภาคฟังอย่างละเอียด
ด้วยความที่ทุกเหตุผล ทุกถ้อยคำ ที่ท่านมหาเสนาบดีกล่าวกับท่านแม่ทัพภาค ล้วนกลั่นออกมาจากใจ และเป็นไปเพื่อประโยชน์ต่อกองทัพอย่างแท้จริง จึงทำให้ท่านแม่ทัพภาคไม่มีเหตุผลใดมาโต้แย้งได้เลย ท่านจึงจำใจและจำยอมอนุมัติทุก ๆ สิ่งตามที่ท่านมหาเสนาบดีขอมา
ด้วยความขยันขันแข็ง มุ่งมั่น และเอาจริงเอาจังในการพัฒนางานด้านต่าง ๆ ภายในกองทัพของท่านมหาเสนาบดี ทำให้ท่านแม่ทัพภาคอดรนทนไม่ได้ ต้องรีบทำตัวให้ขยันขันแข็งตามอย่างท่านมหาเสนาบดี เพราะท่านคิดว่า หากท่านยังขี้เกียจอยู่ ก็จะต้องถูกเลื่อยขาเก้าอี้ หรือพูดให้ชัด ๆ ก็คือ ท่านแม่ทัพภาคกลัวว่า ตำแหน่งของท่านอาจจะหลุดลอยไปเป็นของท่านมหาเสนาบดี ซึ่งเป็นนายทหารรุ่นน้องที่มีไฟแรง มีความกระตือรือร้นมากกว่าและยังเป็นถึงนายทหารคนสนิทของพระราชโอรสอีกด้วย
ในระหว่างที่ท่านมหาเสนาบดีกำลังพัฒนากองกำลังทหารให้มีความเข้มแข็งมากขึ้นเรื่อย ๆ นั้น ฉับพลันก็มีคำสั่งด่วนจากส่วนกลางเรียกตัวท่านให้กลับมายังเมืองหลวงอีกครั้ง เพื่อทำหน้าที่คุ้มกันพระราชโอรสในระหว่างที่เสด็จไปเจริญสัมพันธไมตรีกับแคว้นกันชนฝั่งทิศเหนือ
สำหรับเจ้าของความคิดเรื่องการแต่งตั้งพระราชโอรสให้ทรงเป็นราชทูตเสด็จไปเจริญสัมพันธไมตรีกับแคว้นกันชนฝั่งทิศเหนือนั้น เป็นความคิดของเสนาบดีผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง ที่เคยทักท้วงไม่ให้ท่านมหาเสนาบดีเข้ามารับตำแหน่งแม่ทัพที่คุมกำลังทหารในเมืองหลวงนั่นเอง
เสนาบดีผู้ใหญ่ท่านนี้ให้เหตุผลสนับสนุนความคิดของท่านอย่างสวยหรูว่า การแต่งตั้งพระราชโอรสเป็นราชทูตไปเจริญสัมพันธไมตรีกับแคว้นกันชนฝั่งทิศเหนือนั้น ถือว่าเป็นการให้เกียรติแคว้นกันชนอย่างสูงสุด อีกทั้งยังจะทำให้สัมพันธไมตรีระหว่างแคว้นเกิดขึ้นได้โดยง่าย และเมื่อทั้งสองแคว้นมีสัมพันธไมตรีที่ดีต่อกันแล้วก็จะทำให้การเดินทางไปมาหาสู่กันระหว่างแคว้นสะดวกราบรื่นยิ่งขึ้น
ก่อนที่ท่านมหาเสนาบดีจะเดินทางกลับมายังเมืองหลวงเพื่อทำหน้าที่คุ้มกันพระราชโอรส ท่านเรียกประชุมบรรดาขุนพลนายทหารที่อยู่ในความรับผิดชอบของท่าน เพื่อสั่งการมอบหมายให้นายทหารแต่ละคนคอยควบคุมดูแลกองกำลังทหารหน่วยต่าง ๆ ในเขตหัวเมืองที่ท่านประจำการอยู่ให้ดี
จากนั้น ท่านมหาเสนาบดีก็จัดวางระบบการติดต่อสื่อสารที่รวดเร็วฉับไว เพื่อที่ท่านจะได้รับทราบความเคลื่อนไหวและเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในเขตหัวเมืองแห่งนั้นตลอดเวลา แล้วท่านก็ไม่รอช้า รีบออกเดินทางกลับมายังเมืองหลวงทันที