ประเพณีชิงดอกไม้
หลวงพ่อธัมมชโย · ตำนานข้ามชาติ คุณครูไม่เล็ก เล่ม ๑
ประเพณี ชิงช่อดอกไม้มงคล
ตอนนี้พระราชโอรสทรงกลายเป็นหัวหน้าแก๊งเด็กไปแล้วโดยปริยาย และทรงพาพวกเด็ก ๆ ไปเที่ยวงานเทศกาลในส่วนอื่นต่อ โดยมีท่านมหาเสนาบดีพร้อมกับเพื่อน ๆ ของท่านตามประกบไปด้วย แล้วทั้งหมดก็ไปถึงบริเวณพิธีที่สำคัญที่สุดในงานเฉลิมฉลองครั้งนี้ คือ บริเวณพิธีชิงช่อดอกไม้มงคล
เมื่อกลุ่มของพระราชโอรสไปถึงบริเวณลานพิธีชิงช่อดอกไม้ ก็เห็นว่าบริเวณพิธีตกแต่งและจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่อลังการ อีกทั้งยังเนืองแน่นไปด้วยผู้คนที่มาเฝ้ารอดูประเพณีชิงช่อดอกไม้อย่างใจจดใจจ่อ
ลานที่จัดประเพณีชิงช่อดอกไม้นี้ประกอบไปด้วยหอคอยชั่วคราวที่ทำด้วยไม้สูงประมาณ ๕ ช่วงคน จำนวนทั้งหมด ๖ หอ แต่ละหอตั้งอยู่ล้อมรอบลานพิธี และมีเชือกผูกโยงจากยอดหอคอยแต่ละหอไปยังยอดหอคอยที่อยู่ฝั่งตรงข้าม จุดตัดกันของเชือกที่อยู่ตรงกลาง คือตำแหน่งที่แขวนช่อดอกไม้ขนาดใหญ่ไว้ ส่วนพื้นที่ว่างตรงกลางระหว่างหอคอยทั้งหมดยกพื้นสูงขึ้น เพื่อใช้เป็นเวทีสำหรับคนที่จะมาชิงช่อดอกไม้มงคล
ในขณะที่แก๊งเด็ก ๆ กำลังตื่นตาตื่นใจกับบริเวณพิธีที่จัดไว้สำหรับการชิงช่อดอกไม้อยู่นั้น ท่านมหาเสนาบดีก็ทำหน้าที่เป็นมัคคุเทศก์จำเป็นคอยอธิบายให้ทุก ๆ คนฟังว่า ลานหอคอยแห่งนี้เป็นลานพิธีสำหรับการแข่งขันชิงช่อดอกไม้ ซึ่งถือว่าเป็นประเพณีสำคัญประจำปีของเมือง ที่จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองความอุดมสมบูรณ์ของเมืองในแต่ละปี ถ้าใครสามารถชิงช่อดอกไม้ที่แขวนอยู่บนหอคอยนี้ได้ ก็จะได้รับเงินรางวัลและช่อดอกไม้นี้ไปประดับไว้ที่หน้าบ้านตลอดทั้งปี ซึ่งถือเป็นเกียรติอย่างสูงสำหรับคนในเมืองนี้เลยทีเดียว
สำหรับการชิงช่อดอกไม้นั้นมีข้อแม้อยู่ว่า คนที่เข้าชิงช่อดอกไม้ห้ามทำช่อดอกไม้ตกลงบนพื้นอย่างเด็ดขาดและเป็นเวลานานหลายปีแล้วที่ไม่มีใครสามารถชิงช่อดอกไม้นี้ไปได้เลย
หลังจากที่ท่านมหาเสนาบดีอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับการชิงช่อดอกไม้จบลง ทุก ๆ คนต่างก็รีบไปจับจองที่นั่งข้าง ๆ เวทีด้วยความรู้สึกตื่นเต้น ตั้งหน้าตั้งตารอดูอย่างใจจดใจจ่อ
ในขณะนั้น มีกลุ่มชาวบ้านหลาย ๆ กลุ่มขึ้นไปบนเวที เพื่อชิงช่อดอกไม้ที่แขวนอยู่ตรงกลางระหว่างหอคอยลงมาให้ได้ บางกลุ่มก็ใช้วิธีต่อตัวกันขึ้นไปหลาย ๆ ชั้น แต่พอต่อตัวกันขึ้นไปได้แค่ ๓ ชั้น ก็พากันล้มลงมากองอยู่กับพื้น ส่วนบางกลุ่มก็เอาไม้มาต่อกันให้ยาวที่สุด เพื่อสอยช่อดอกไม้มงคลดังกล่าว แต่เมื่อต่อให้ยาวมากขึ้น ปลายท่อนไม้ที่ถูกต่อก็มีน้ำหนักมากจนในที่สุดท่อนไม้ก็หักลงมาอย่างไม่เป็นท่า
นอกจากนั้นก็มีบางกลุ่มที่เตรียมตัวมาอย่างดี โดยให้เพื่อนคนหนึ่งในกลุ่มใช้ไม้ค้ำถ่อถ่อตัวขึ้นไปอยู่ที่ปลายไม้ด้านบน ส่วนเพื่อน ๆ ในกลุ่มที่เหลือก็ช่วยกันยกไม้ค้ำถ่อขึ้นไป จนกระทั่งคนที่อยู่ปลายไม้ใกล้ถึงช่อดอกไม้ แต่ในทันใดนั้น ขณะที่กำลังจะเอื้อมมือไปเก็บช่อดอกไม้ เสียงเปรี๊ยะ! ก็ดังขึ้น เพราะไม้ค้ำถ่อหักลงมาเสียก่อน ทำให้พวกชาวบ้านที่กำลังปากอ้าตาค้างจับตามอง เปลี่ยนอารมณ์มาเป็นหัวเราะกันจนท้องคัดท้องแข็ง
ในช่วงที่แต่ละทีมกำลังชิงช่อดอกไม้ด้วยวิธีต่าง ๆ อยู่นั้น บรรยากาศภายในงานเฉลิมฉลองเต็มไปด้วยความสนุกสนาน พวกเด็ก ๆ หัวเราะกันเอิ๊กอ๊าก ๆ และพากันหันมาทางพระราชโอรส พร้อมกับรบเร้าให้พระองค์ทรงหาทางชิงช่อดอกไม้บ้าง จะได้นำเงินรางวัลมาซื้อขนมแบ่งกัน
ด้วยความที่พระราชโอรสทรงเมตตาและเอ็นดูเด็ก ๆ กอปรกับพระองค์ก็ทรงนึกสนุกขึ้นมาด้วย พระองค์จึงทรงหันไปมองท่านมหาเสนาบดี เมื่อท่านมหาเสนาบดีมองสบพระเนตรก็รู้ทันทีว่าทรงต้องการอะไร แล้วพระองค์ก็ตรัสขึ้นว่า “มา...เรามาลองดูกัน” ซึ่งทำให้พวกเด็ก ๆ เฮกันลั่นไปทั่วลานพิธี
จากนั้น พระราชโอรสก็ทรงหารือกับท่านมหาเสนาบดีเพื่อวางแผนชิงช่อดอกไม้มงคล ซึ่งพระองค์ทรงเกิดความคิดดี ๆ ขึ้นมา จึงทรงเรียกทุกคนมาประชุมเพื่อแบ่งทีมและชี้แจงหน้าที่ของแต่ละคน จากนั้นก็ปฏิบัติการชิงช่อดอกไม้มงคลทันที โดยให้สมาชิกของทีมที่ ๑ (ทีมนี้ประกอบด้วยพระราชโอรส เหล่าเพื่อนทหารของท่านมหาเสนาบดี และหัวหน้าแก๊งของพวกเด็ก ๆ) เอาเด็กที่เป็นหัวโจกใส่ตะกร้าแล้วสะพายไว้ที่หลัง จากนั้นก็ปีนขึ้นไปตามขั้นบันไดของหอคอยจนถึงชั้นที่มีการผูกเชือกเอาไว้ เมื่อไปถึงชั้นนี้แล้ว ก็ใช้ตะขอเกี่ยวตะกร้าไว้กับเชือกที่ผูกโยงระหว่างหอคอย แล้วทิ้งเชือกที่ผูกกับตะกร้าลงมาข้างล่าง ทันใดนั้นพวกเด็ก ๆ ที่รออยู่ข้างล่างก็ช่วยกันดึงปลายเชือกรูดตะกร้าไปจนถึงตำแหน่งที่แขวนช่อดอกไม้เอาไว้
ส่วนทีมที่ ๒ ซึ่งมีท่านมหาเสนาบดีกับเพื่อนอีกคนหนึ่ง ก็เอาลูกธนูมาผูกเชือก และยิงไปตรงกลางห่วงของช่อดอกไม้ด้วยความแม่นยำ เมื่อเชือกที่ผูกติดกับลูกธนูร้อยผ่านเข้าไปตรงกลางห่วงของช่อดอกไม้แล้ว ลูกธนูก็พุ่งเลยไปปักที่ยอดของหอคอยฝั่งตรงกันข้าม
ฝ่ายพวกเด็ก ๆ เมื่อช่วยกันชักรูดเชือกเพื่อดึงตะกร้าไปจนถึงกลางเวทีแล้ว หัวหน้าของพวกเด็ก ๆ ที่อยู่ในตะกร้า ก็ใช้มีดตัดเชือกที่ผูกช่อดอกไม้มงคล ทันทีที่เชือกขาด ช่อดอกไม้ก็แล่นลงมาตามเชือกที่ผูกอยู่กับลูกธนูอย่างช้า ๆ ในที่สุดช่อดอกไม้มงคลก็ร่วงลงสู่มือของท่านมหาเสนาบดีอย่างง่ายดาย ทำให้พวกเด็ก ๆ ดีใจ กระโดดโลดเต้น ทุกคนที่มุงดูก็ส่งเสียงไชโย ปรบมือดีใจกันเกรียวกราว
ส่วนพระราชโอรสซึ่งทรงเป็นเจ้าของความคิดแสดงอาการดีพระทัยด้วยการแย้มสรวลน้อย ๆ เมื่อพระราชโอรสทรงได้เงินรางวัลมาแล้ว ก็ทรงนำไปซื้อขนมและของต่าง ๆ มาแจกเด็ก ๆ อย่างทั่วถึง ทำให้เด็ก ๆ สนุกสนานเบิกบานและรู้สึกประทับใจมาก
เมื่องานประเพณีชิงช่อดอกไม้มงคลสิ้นสุดลง ท่านมหาเสนาบดีก็นำช่อดอกไม้มงคลไปประดับไว้หน้าบ้าน ช่อดอกไม้แห่งเกียรติยศช่อนี้ถือเป็นช่อดอกไม้แห่งความทรงจำ ที่เชื่อมโยงเหตุการณ์อันแสนประทับใจที่เกิดขึ้นระหว่างท่านกับพระราชโอรส
หลังจากท่านมหาเสนาบดีนำช่อดอกไม้มงคลไปประดับไว้ที่หน้าบ้านของท่านแล้ว คุณพ่อของท่านจึงเล่าให้ฟังว่า ขณะนี้พระราชาและพระราชโอรสเสด็จมาทอดพระเนตรงานเทศกาลประจำปีที่เมืองนี้เป็นการส่วนพระองค์ เพื่อทรงดูแลความเป็นอยู่ของพสกนิกรอย่างใกล้ชิด
เมื่อท่านมหาเสนาบดีได้ยินเช่นนั้น ก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มอยู่ในใจ เพราะท่านได้พบกับพระราชโอรสมาเรียบร้อยแล้ว และที่สำคัญท่านยังได้ปฏิบัติภารกิจพิเศษที่ตื่นเต้นและสนุกสนานร่วมกับพระราชโอรสด้วย
จากเหตุการณ์นี้ทำให้ท่านมหาเสนาบดีตระหนักถึงบุคลิกอันเปี่ยมล้นด้วยความเมตตาและความไม่ถือพระองค์ของพระราชโอรส อีกทั้งยังเล็งเห็นพระอัจฉริยภาพและพระราชปฏิภาณ ที่สำคัญเหตุการณ์นี้ยังทำให้ท่านมหาเสนาบดีสนิทสนมคุ้นเคยกับพระราชโอรสมากขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย
สำหรับพระราชโอรส หลังจากทรงร่วมชิงช่อดอกไม้มงคลกับท่านมหาเสนาบดีแล้ว ก็ทรงรู้สึกชื่นชมฝีไม้ลายมือของท่านมหาเสนาบดีเป็นอย่างมาก และทรงมีพระราชดำริว่า ในอนาคตถ้าได้ท่านมหาเสนาบดีมาร่วมงานด้วย ก็น่าจะสามารถทำงานร่วมกับพระองค์ได้ดี เพราะท่านมหาเสนาบดีเป็นผู้ที่เพียบพร้อมไปด้วยความสามารถและความอ่อนน้อมถ่อมตนชนิดหาตัวจับยาก