การใช้ชีวิตคู่ : หลวงพ่อมีคำแนะนำอย่างไรสำหรับคู่สามีภรรยาให้สามารถครองรักกันได้ตลอดชีวิต
หลวงพ่อธัมมชโย · โลกถามตะวันธรรมตอบ
3. จากสถิติคู่แต่งงานของชาวนอร์เวย์ พบว่ามีการหย่าร้างสูงถึงปีละ 50% จึงอยากเรียนถามหลวงพ่อว่า มีคำแนะนำอะไรสำหรับคู่สามีภรรยาที่ตัดสินใจแต่งงานแล้ว ให้สามารถครองรักกันได้ตลอดชีวิต ?
ㆍก่อนอื่นต้องรู้ว่า จะแต่งงานไปทำไม ควรจะเลือกคู่อย่างไร และต้องดำเนินชีวิตคู่อย่างไร เพราะวัตถุประสงค์ของการแต่งงานนั้น ไม่เพียงเพื่อแค่มีเพศสัมพันธ์หรือเป็นทางให้บุตรธิดามาเกิดเท่านั้น แต่ยังเป็นการอยู่ร่วมกัน เพื่อที่จะเป็นคู่คิดคู่ปรึกษาในการทำความดีร่วมกัน จนสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ของการมาเกิดเป็นมนุษย์คือ ประคองกันไปจนกว่าจะสามารถสั่งสมความดี จนกระทั่งทำจิตให้หลุดพ้นจากกิเลสอาสวะ แล้วไม่ต้องมาเกิดด้วยกันทั้งคู่ หรืออย่างน้อยก็ไปพักกลางทางบนสวรรค์
วัตถุประสงค์ของการแต่งงาน และการเลือกคู่นั้น จะอาศัยแค่เพียงความรักอย่างเดียวไม่ได้ เพราะไม่เพียงพอ เพราะนอกเหนือจากความรักแล้ว จะต้องศึกษาว่า ผู้ที่จะมาเป็นคู่ชีวิตของเรามีศรัทธา มีศีล มีทิฐิ เสมอกันหรือไม่ แล้วก็ต้องดูกันไปนาน ๆ ซึ่งชาวพุทธเขาจะใช้ระยะเวลาที่จะศึกษาเรียนรู้ซึ่งกันและกัน อย่างนี้เขาเรียกว่า การดูใจกัน บางคนก็เป็นปี บางคนก็ หลาย ๆ ปี เพื่อศึกษาตรงนี้
อีกทั้งยังต้องศึกษาไปถึงข้อปฏิบัติที่เมื่อเป็นสามี-ภรรยากันแล้ว สามีควรจะปฏิบัติต่อภรรยาอย่างไร ภรรยาควรจะปฏิบัติต่อสามีอย่างไร ซึ่งอย่างน้อยต้องศึกษาข้อปฏิบัติที่สามีจะพึงมีต่อภรรยา ภรรยาจะพึงมีต่อสามี เช่น โกรธกันคนละเวลา เสน่หาเวลาเดียวกัน ต้องศึกษาตรงนี้ ซึ่งมีรายละเอียดอีกมาก แต่ถ้าย่อๆ ก็มีอยู่ 5 ย. คือ ต้องยิ้มแย้มให้กันและกัน ต้องเยือกเย็น ต้องยกย่อง ต้องยืดหยุ่น และต้องยอมกันบ้าง สมมติว่าเราจะรักษาคู่ครองให้อยู่กับเราได้ เราจะต้องทำเหมือนกับเราจับนกไว้ในมือ ถ้าอยากจะให้นกอยู่ในมือเรา 100% เราต้องกำหลวมๆ คือ กำแค่ 99% แต่ถ้าหากเรากำ 100% เราก็จะได้ศูนย์ เพราะฉะนั้น ต้องผูกหย่อนๆ คือ มีความยืดหยุ่น ผูกหย่อน ๆ อย่างนี้ก็จะอยู่ร่วมกันไปได้อย่างยาวนาน และนอกจากนั้นยังต้องศึกษาวิธีการครองใจกัน เช่น ต้องมีการแบ่งปัน มีการให้ซึ่งกันและกัน มีคำพูดที่ไพเราะ และก็ช่วยเหลือเกื้อกูล วางตัวให้เหมาะสมว่าผู้เป็นภรรยาควรทำอย่างไร ผู้เป็นสามีควรทำอย่างไร ซึ่งมีข้อปฏิบัติอีกมาก ไม่สามารถที่จะแนะนำได้อย่างครบถ้วนในเวลาที่มีเพียงจำกัดอย่างนี้
แต่ถึงแม้จะทำตามที่แนะนำมาข้างต้นแล้วก็ตาม ซึ่งก็มีบางคู่ที่ไม่สามารถที่จะอยู่ร่วมกันได้ แต่จะมีปริมาณน้อย ซึ่งตรงนี้ต้องเอาเหตุผลในเรื่องของ law of karma หรือกฎแห่งกรรมเข้ามาศึกษากันดูอีกทีว่า มาจากสาเหตุใด แต่ถ้าหากได้ปฏิบัติตามที่ได้แนะนำดังข้างต้นแล้ว 80-90% ก็จะอยู่ร่วมกันได้อย่างยืดยาว ยกตัวอย่างในเรื่องของ law of karma หรือกฎแห่งกรรมของสามีภรรยาคู่หนึ่ง ในทรรศนะของชาวพุทธ สามีภรรยาคู่นี้ เคยสร้างบุญร่วมกันมา แต่เคยอยู่ร่วมกันมาแค่ช่วงสั้น ๆ เมื่อมาเกิดเจอกันใหม่ ก็ได้มาแต่งงานเป็นสามีภรรยากัน แต่เมื่อถึงคราวหมดกำลังบุญที่เคยอยู่ร่วมกัน หรือหมดกำลังบุญที่เคยสร้างร่วมกัน ก็จะทำให้ต้องแยกจากกันไป
หรืออีกกรณีหนึ่ง อาจจะเป็นกรรมส่วนตัวของภรรยาที่เคยทำไว้ในอดีตชาติ ซึ่งในทรรศนะของชาวพุทธแล้ว การมาเกิดเป็นผู้หญิงเพราะมีกรรมกาเมฯ เคยเจ้าชู้มาในสมัยอดีตชาติที่เคยเกิดเป็นผู้ชาย และก็เคยทำกรรมอย่างนี้มา เช่น ตอนสมัยที่เคยเกิดเป็นผู้ชายได้มีภรรยา มีบุตร แล้วก็ไม่เลี้ยงภรรยาและบุตร ให้ภรรยาเลี้ยงอย่างเดียว และหย่าร้างกัน เลิกจากกัน เพราะฉะนั้นเมื่อกรรมส่งผล ก็ต้องได้รับผลอย่างนี้
หรือมีกรรมร่วมกันในกรณีอื่นๆ อีก หลาย ๆ กรณี เพราะแต่ละคนที่มาเกิดอยู่ร่วมกันเป็นพ่อ แม่ ลูก ได้ เพราะมีกรรมที่ทำร่วมกัน หรือทำคล้ายๆ กันมา
***********
การประพฤติพรหมจรรย์ ทำให้เป็นอิสระ
สงัดออกจากกาม และอกุศลธรรม มีเวลาได้
มาปฏิบัติธรรม ซึ่งทำให้ได้รับสุขจากสมาธิ
อันเป็นสุขที่ประณีตกว่า ยิ่งใหญ่กว่า