ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

1 ให้กำเนิดวัดพระธรรมกาย : ความฝันบอกเหตุ

หลวงพ่อธัมมชโย · คุณยายอาจารย์ · คุณยายInMyHeart5

PDF
ความฝันบอกเหตุ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสสอนไว้ว่า ความฝันของคนเราเกิดขึ้นได้เพราะเหตุ 4 ประการ คือ ธาตุวิปริต จิตนิวรณ์ เทพสังหรณ์ และบุพพนิมิตจากบุญและบาป บางครั้งเราไม่อาจทราบได้แน่ชัดว่าความฝันนั้นเกิดเพราะเหตุใดและหมายถึงอะไร การทำนายความฝันจึงเป็นวิธีหนึ่งซึ่งนิยมกระทำกัน ถ้าหากผู้ทำนายฝันนั้นเป็นผู้รู้แจ้งแทงตลอดในธรรม ย่อมสามารถทำนายได้อย่างถูกต้องแม่นยำ ตรงไปตามความเป็นจริง ยกตัวอย่างเช่น ครั้งที่พระเจ้า-ปเสนทิโกศลทรงพระสุบิน (ฝัน) แปลกประหลาด ท่านได้เข้าหาผู้รู้ คือพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพื่อกราบทูลให้พระองค์ทำนายความฝันให้ ซึ่งพระองค์ก็ทรงอนุเคราะห์ให้ตามปรารถนา ในช่วงที่เป็นนักศึกษาและเรียนธรรมะอยู่กับคุณยาย หลวงพ่อเคยมีความฝันแปลกประหลาดที่ยังจำติดตาได้จนถึงทุกวันนี้ ตามปกติเมื่อหลับแล้วหลวงพ่อมักจะไม่ฝัน แต่วันหนึ่ง หลังจากนั่งสมาธิเสร็จแล้วเข้านอน หลวงพ่อฝันไปว่าเห็นถนนเส้นหนึ่งซึ่งยาวไกลมาก ไม่รู้ว่าสิ้นสุดที่ไหน ปลายถนนอันไกลลิบนั้นมีความสว่างเจิดจ้าปรากฏอยู่ แล้วหลวงพ่อก็เห็นพระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำมายืนลอยๆ อยู่ด้านซ้ายมือ ท่านเรียกชื่อเดิมสมัยเป็นคฤหัสถ์ของหลวงพ่อแล้วบอกให้เดินไปบนถนน หลวงพ่อจึงออกเดินตามที่ท่านสั่ง แล้วก็พบว่าถนนสายนั้นเต็มไปด้วยเศษแก้วแตกปูเรียงแน่นไปหมดตลอดทั้งสาย หลวงปู่กำชับให้หลวงพ่อเดินไปเรื่อยๆ ด้วยความเคารพเทิดทูนที่มีต่อท่าน หลวงพ่อจึงก้าวเดินออกไปด้วยเท้าเปล่า รู้สึกราวกับว่าเดินไปบนลูกรังซึ่งมีคมกดเข้าไปในฝ่าเท้า แต่ไม่สามารถทิ่มตำทะลุผิวหนังเข้าไปได้ หลวงปู่คอยให้กำลังใจหลวงพ่ออยู่ข้างๆ บอกว่าให้เดินไปเรื่อยๆ หลวงพ่อจำต้องเดินกระย่องกระแย่งไปจนถึงปลายทาง เมื่อเดินไปจนสุดทางแล้ว หลวงพ่อได้พบกับชายหาดที่ลาดลงสู่ทะเลกว้างใหญ่มองไม่เห็นฝั่ง หลวงปู่สั่งให้เดินต่อไปอีก หลวงพ่อจึงเดินฝ่าชายหาดอันร้อนระอุจนไปถึงริมทะเล เมื่อก้าวลงไปในน้ำ ปรากฏว่าเท้าไม่จมลงไป แต่สามารถเดินอยู่บนผิวน้ำได้ หลวงพ่อจึงเดินต่อไปโดยมีหลวงปู่เดินลอยๆ อยู่เคียงข้าง คอยกำชับให้มุ่งหน้าเดินต่อไปเรื่อยๆ หลวงพ่อเดินไปไกลจนถึงที่แห่งหนึ่งกลางทะเล หลวงปู่บอกหลวงพ่อว่า “ตรงนี้เป็นกลางทะเล หยุดอยู่ตรงนี้ แล้วปักหลักลงไป” หลวงพ่อฟังแล้วก็นึกในใจ ว่าจะเอาหลักมาจากไหน พอนึกว่าจะปักหลักก็มีเสาใหญ่มาจากไหนไม่ทราบปักลงไปจนถึงก้นทะเลลึก ในฝันนั้นท่านบอกหลวงพ่อว่านี่เป็นศูนย์กลางของทะเล และบอกให้ปักหลักหลายๆ อันหลวงพ่อก็ไม่ขัดคำสั่ง แล้วหลักก็เกิดขึ้นตามมาอีกมากมาย ท่านเรียกชื่อเดิมของหลวงพ่ออีก แล้วบอกว่าให้คอยอยู่ตรงนี้ จากนั้นท่านก็เดินบนผิวน้ำออกไปไกลจรดขอบฟ้า ไม่นานนักหลวงพ่อก็ได้ยินเสียงท่านประกาศก้องให้สัตว์ในน้ำมารวมกัน “มาที่เสาหลัก อย่าไปตรงโน้นเพราะเป็นทางของมาร” (ในฝันหลวงปู่ไม่ได้ใช้คำว่า “มาร” แต่ท่านใช้อีกคำที่เป็นภาษาของท่าน) น่าอัศจรรย์ว่าหลวงปู่อยู่ไกลสุดขอบฟ้า แต่เสียงของท่านก้องมาจนถึงจุดที่หลวงพ่อยืนอยู่ได้ ว่าแล้วท่านก็หายไป เหลือเพียงสัตว์น้ำจำนวนมหาศาลที่แห่กันมาอย่างโกลาหล ทั้งปลาเล็ก ปลาใหญ่ และสัตว์น้ำนานาชนิด เมื่อมาถึงเสาหลักแล้วจึงกลายร่างเป็นมนุษย์ มีอยู่บางตัวเท่านั้นที่มาถึงแล้วว่ายกลับไปในสภาพที่เป็นปลาเหมือนเดิม ฝันถึงตรงนี้แล้ว หลวงพ่อก็ตื่นขึ้นทันที เมื่อตื่นขึ้นแล้ว หลวงพ่อไม่ค่อยเข้าใจนักว่าความฝันนี้หมายถึงอะไร จึงตัดสินใจว่าต้องไปกราบขอคำปรึกษาจากท่านผู้รู้ ซึ่งมีเพียงคุณยายเท่านั้นที่หลวงพ่อคุ้นเคยมากที่สุด เมื่อไปพบคุณยายแล้ว หลวงพ่อได้เล่าความฝันให้ท่านฟัง พอเล่าจบคุณยายจึงหลับตาทำสมาธิทันทีโดยไม่ได้ว่ากล่าวหรือตำหนิว่าเป็นเรื่องไร้สาระแต่อย่างใด คราวนี้ท่านนั่งหลับตานานกว่าทุกครั้ง ถ้าเป็นฝันอื่นๆ ท่านจะหลับตาประมาณ 5 นาที แต่ครั้งนี้ท่านทำสมาธินานเป็นพิเศษประมาณ 10 นาที จากนั้นจึงพูดทั้งๆ ที่หลับตาราวกับกำลังมองเห็นอะไรอยู่ภายในว่า “ต่อไปคุณจะต้องไปปักหลักสอนธรรมะ แต่ไม่ใช่ตอนนี้ คุณต้องไปปักหลักสอนธรรมะในอนาคต เส้นทางที่คุณจะเดินทางไปเพื่อทำให้เกิดขึ้นก็จะเต็มไปด้วยอุปสรรคมากมาย แต่คุณจะเดินไปได้เพราะมีหลวงพ่อวัดปากน้ำดูแลอยู่ จนกระทั่งหมดอุปสรรคที่เป็นของแหลมคมคอยทิ่มตำ ซึ่งตำอย่างไรก็ไม่เข้า คุณจะต้องเดินทางต่อไป ที่คุณเดินไปบนผิวน้ำ เพราะน้ำคือกาม ปกติแล้วชาวโลกทั่วไปจะติดกาม มักจะครองเรือนกัน ทุกคนลงน้ำแล้วจะจม ส่วนคุณจะไม่ได้ครองเรือนเพราะเดินอยู่บนผิวน้ำโดยมีหลวงพ่อวัดปากน้ำ คอยประคับประคองไปจนกระทั่งถึงกลางทะเล คือสถานที่แห่งการเผยแผ่พระพุทธศาสนาวิชชาธรรมกาย หลักที่ปักลงไปคือการสร้างสถานที่ขึ้นมา ถึงจะมีอุปสรรคอย่างไรก็จะสำเร็จ หลักที่ปักลงไปกลางทะเลนั้นปักอย่างมั่นคง เป็นทะเลแห่งความรู้ ปักไปถึงก้นทะเล แปลว่าคุณจะเข้าถึงและแทงตลอดในธรรมคือวิชชาธรรมกาย แล้วหลวงพ่อวัดปากน้ำก็จะช่วยตามมนุษย์ผู้มีบุญ แต่ยังมีกิเลสอยู่ เปรียบได้กับสัตว์น้ำทั้งหลายที่ตกอยู่ในห้วงแห่งกามอย่างชาวโลก ให้มาที่เสาหลัก คือสถานที่เผยแผ่ธรรมที่คุณสร้างขึ้น ปลาที่กลายเป็นมนุษย์ หมายความว่าคนเหล่านั้นเมื่อมาถึงแล้วจะมีจิตใจสูงขึ้น พ้นจากความรู้สึกทั่วไปแบบชาวโลก จะมีอีกส่วนหนึ่งที่มาถึงแล้วก็ผ่านไป คือกลับไปอยู่ในห้วงกามเหมือนเดิม” ประมาณหนึ่งปีถัดมา หลังจากที่หลวงพ่อฝันว่าได้ปักหลักลงกลางทะเลแล้ว มีอยู่วันหนึ่งหลวงพ่อได้ฝันแปลกประหลาดอีกครั้ง คืนวันนั้นหลวงพ่อหลับอยู่ในอู่แห่งทะเลบุญตามคำสอนของคุณยาย พอถึงเวลาใกล้รุ่งได้ฝันว่าเข้าไปอยู่ในบ้านใหญ่หลังหนึ่ง ภายในบ้านมีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ คล้ายพระประธานในโบสถ์ ท่านเรียกชื่อเดิมของหลวงพ่อ แล้วบอกให้ไปยืนรอที่หน้าต่างเพื่อดูอะไรบางอย่าง หลวงพ่อทำตามที่ท่านบอก เมื่อไปถึงแล้วจึงแหงนมองท้องฟ้าภายนอกหน้าต่าง ปรากฏว่ามีดวงดาวทั้งขนาดเล็กและใหญ่มารวมตัวกันอยู่เต็มท้องฟ้า พระพุทธรูปได้กล่าวขึ้นว่า ให้ไปเอาขันมาหนึ่งใบ พอหลวงพ่อหันหลังกลับไปก็ปรากฏว่ามีขันขนาดใหญ่กว่าบาตรพระใบหนึ่งเกิดขึ้นในมือ หลวงพ่อจึงนำขันใบนั้นไปวางไว้บนโต๊ะด้านหน้าของพระพุทธรูป พระพุทธรูปบอกอีกว่า ให้ไปเชิญดวงดาวบนท้องฟ้าลงมาอยู่ในขัน หลวงพ่อก็รับคำแล้วปฏิบัติตาม โดยเดินกลับไปที่บานหน้าต่าง แล้วกล่าวเชื้อเชิญดวงดาวทั้งหลายบนท้องฟ้าให้ลงมาอยู่ในขัน จากนั้นเหล่าดวงดาวที่แน่นขนัดอยู่บนท้องฟ้าก็ลอยผ่านเข้ามาทางหน้าต่างแล้วพากันลงมาอยู่ในขัน เมื่อมาถึงแล้ว ต่างกลายสภาพเป็นพระบรมสารีริกธาตุต่อหน้าพระพุทธรูปองค์นั้น มีเพียงบางดวงเท่านั้นที่เข้ามาแล้วลอยกลับออกไป หลวงพ่อมองตามว่าลอยไปที่ใด ก็เห็นว่าลอยผ่านหน้าต่างออกไปจนถึงถนนแล้วตกลงไปในแอ่งน้ำข้างถนนนั้น เมื่อตกลงไปแล้วกลับกลายเป็นกุ้ง หอย ปู ปลา เห็นดังนี้แล้ว จึงหันกลับมามองในขันอีกครั้ง ปรากฏว่าดวงดาวที่เปลี่ยนเป็นพระบรมสารีริกธาตุได้กลายสภาพเป็นพระของขวัญทั้งหมด หลวงพ่อรู้สึกอัศจรรย์ใจแล้วพลันตื่นขึ้น ในวันนั้นจึงรีบไปหาคุณยายเหมือนอย่างเคย เมื่อพบคุณยายแล้วหลวงพ่อได้กราบเรียนท่านถึงความฝัน ท่านรับฟังหลวงพ่อด้วยความสงบนิ่งเป็นปกติ แล้วนั่งหลับตานานเกือบ 10 นาที สักพักท่านก็พูดขึ้นทั้งๆ ที่หลับตาอยู่ว่า “ดาวบนท้องฟ้าหมายถึง ผู้มีบุญ มีบารมี มีลาภ ยศ สรรเสริญ เป็นคนที่มีบุญ มีวาสนา จากนานาชาติ จะเดินทางมายังบ้านหลังใหญ่ ซึ่งหมายถึงสถานที่ปฏิบัติธรรมขนาดใหญ่ที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคต ส่วนพระพุทธรูปที่พูดได้ ก็คือพระธรรมกายภายในตัว ผู้มีบุญที่เปรียบได้กับดวงดาว เมื่อลอยมาอยู่ในขันแล้วแปรสภาพเป็นพระบรมสารีริกธาตุ หมายถึงเขาเหล่านั้นจะได้บรรลุธรรมด้วยการทำตามคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แต่ดาวบางดวงที่ลอยกลับออกไป ก็คือคนที่มาถึงสถานที่ปฏิบัติธรรมแห่งนี้แล้วจากไปเพื่อคลุกคลีอยู่กับชีวิตทางโลก โดยตกลงไปในแอ่งน้ำซึ่งหมายถึงกาม คือการแสวงหาในเรื่องของทรัพย์และเสพสุขตามอย่างชาวโลกทั่วไป ทำให้จิตใจตกต่ำลงกว่าเดิม เปรียบได้กับสัตว์เล็กอย่างกุ้ง หอย ปู ปลา ส่วนการที่พระบรมสารีริกธาตุในขันเปลี่ยนเป็นพระของขวัญนั้นหมายความว่า ในเบื้องต้น ผู้มีบุญที่มาถึงจะเข้าใจคำสอนเพื่อการบรรลุมรรคผลก่อน ต่อมาเมื่ออยู่นานวันเข้าก็จะเข้าใจเรื่องการปราบมารด้วยวิชชาธรรมกายเพื่อมุ่งไปสู่ที่สุดแห่งธรรม เรื่องทั้งหมดจะยังไม่เกิดขึ้นในเวลานี้ แต่จะเกิดขึ้นในอนาคต” มาถึงทุกวันนี้แล้ว หลวงพ่อรู้สึกอัศจรรย์ใจในคำทำนายฝันของคุณยาย เพราะท่านเป็นผู้ไม่รู้หนังสือ อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ หมดสิทธิ์ที่จะอ่านหนังสือทำนายความฝันเหมือนคนอื่นๆ คำทำนายของท่านแม่นยำมาก เพราะก่อนบวชนั้น หลวงพ่อเรียนธรรมะอย่างมีความสุข แต่เมื่อบวชแล้วก็ต้องเผชิญกับมาร คืออุปสรรคมากมายหลากหลายรูปแบบ ได้แต่คิดว่า ขนาดพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้ายังต้องผจญมาร เราเป็นศิษย์ของพระองค์ก็ต้องโดนเบียดเบียนบ้างเป็นธรรมดา เมื่อสร้างวัดพระธรรมกายได้แล้ว ก็มีศิษยานุศิษย์จำนวนมาก จากทุกสารทิศ ทั้งภายในและต่างประเทศ มาร่วมประพฤติปฏิบัติธรรมกัน ทุกคนล้วนมีโอกาสในการสั่งสมบุญบารมียิ่งๆ ขึ้นไป จะมีอยู่บ้างที่ศึกษาในระดับหนึ่งแล้วเกิดเปลี่ยนใจ ได้ละทิ้งหนทางการสร้างบารมี กลับไปใช้ชีวิตทางโลกเหมือนคนทั่วไปอย่างเดิม อย่างไรก็ตามการทำนายฝันของคุณยายในครั้งนั้น ทำให้หลวงพ่อได้เตรียมตัวเตรียมใจแล้วว่าจะต้องมาสร้างวัดใหม่เพื่อเผยแผ่พระพุทธศาสนาและวิชชาธรรมกายต่อไป โดยต้องเหน็ดเหนื่อยฝ่าฟันอุปสรรคนานัปการ