ตอนที่ ๒๘ อนาถบิณฑิกเทวบุตร
หลวงพ่อธัมมชโย · อนาถบิณฑิกเศรษฐี
๒๘ อนาถบิณฑิกเทวบุตร
เมื่อท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีสิ้นลม กายละเอียดก็ถอดออกจากร่าง เป็นอนาถบิณฑิกเทวบุตร วึ้ดไปเลย ซึ่งภาพของท่านเป็นสิ่งที่น่าชื่นชมมาก เราจะไม่ลืมภาพของท่านเลย ในการที่เดินออกกายมนุษย์แล้วได้รับเกียรติ ได้รับการต้อนรับอย่างดีเยี่ยม ชาวสวรรค์แห่กันลงมารับ เราได้ยินแต่ว่าส่วนใหญ่จะแวบไป หรือมีทางสว่างก็แวบมา หรือหลับแล้วตื่นกลางวิมาน หรือมีเทวรถมารับ แต่นี่มีทิพยยานวิมานประสาทมารับ เรายังไม่เคยได้ยิน เหล่าบริวารของอนาถบิณฑิกเทวบุตรมารับ พร้อมด้วยทิพยยานวิมานปราสาท คือ ปราสาทที่เป็นประดุจยานทิพย์ แต่ไม่ใช่ปราสาททั้งหมด ฝนดอกไม้ทิพย์ก็ตกลงมาต้อนรับท่านอนาถบิณฑิกเทวบุตรอย่างไม่ขาดสาย
ภาพขยายทิพยยานวิมานประสาท (จำลอง) ของจริงจะอลังการกว่านี้
เทวรถหลากสีของเหล่าบริวารที่มารอรับ อนาถบิณฑิกเทวบุตร งดงาม อลังการ ประกอบด้วย
เทวรถที่ประดับด้วยรัตนชาติสีแดง มีเหล่าบริวารถือธง ธงจะมีสัญลักษณ์ของทานวัตถุ ซึ่งแต่ละคันไม่ซ้ำกันเลย
เทวรถที่ประดับด้วยรัตนชาติสีส้มของเหล่าบริวาร ถือธงไม่ซ้ำกัน ธงที่มีทานวัตถุไม่ซ้ำกันเต็มไปหมดเลย
เทวรถที่ประดับด้วยรัตนชาติสีเหลืองของเหล่าบริวาร
ส่วนบนของเทวรถ รถเทวดาที่บริวารนั่งมาประดับด้วยธงที่มีสัญลักษณ์ของทานวัตถุ ส่วนบนมีบริวารทั้งนั้น ต่อกัน และมีธงทิพย์ ธงหลากสไตล์จำนวนมากไม่ซ้ำกัน
ภาพต่อจากนี้ไป อยู่ระหว่างช่วงที่ท่านเดินออกมาจากกายมนุษย์ เหล่าบริวารก็ได้มาต้อนรับพร้อมกัน ๒ ข้างทาง พร้อมกับมีขบวนบริวารมาอัญเชิญท่านอนาถบิณฑิกเทวบุตรขึ้นสู่ทิพยยานวิมานประสาท บริวารตั้งแถวรับ ฝนดอกไม้ทิพย์ตก
การรับท่านอนาถบิณฑิกเทวบุตรขึ้นทิพยยานวิมานประสาท ท่านจะไม่ต้องเดิน หรือเหาะขึ้นไป ผู้มีบุญไม่ต้องเหาะขึ้นไป มีรัตนบัลลังก์ไปรองรับ จะได้สมเกียรติ หัวหน้าบริวารก็นำรัตนอาสน์ คือ อาสนะที่ทำด้วยแก้ว ด้วยเพชรนิลจินดา ได้เคลื่อนตรงมาที่อนาถบิณฑิกเทวบุตร คือ ยืนอยู่ตรงนั้น แล้วรัตนบัลลังก์จะเคลื่อนเข้าไปรองรับ ในท่ามกลางฝนดอกไม้ทิพย์ก็จะตกลงมา มีทั้งเสียงดนตรี กลิ่นหอม พอถึงฟื้นก็แวบหายเลย ไม่มีซาก
จากนั้นท่านอนาถบิณฑิกเทวบุตร ก็ขึ้นนั่งบนรัตนอาสน์ รัศมีของท่านสว่างเจิดจ้าทีเดียว ฝนดอกไม้ทิพย์ก็ตกลงมา สองข้างทางมีบริวารเต็มไปหมด นั่งแล้วพร้อมด้วยคณะบริวาร
อนาถบิณฑิกเทวบุตรประทับนั่งอยู่บนรัตนอาสน์ หัวหน้าบริวารก็นำท่านอนาถบิณฑิกเทวบุตรขึ้นสู่ทิพยยานวิมานประสาท ยังไม่ถึงสวรรค์ บริวารสองข้างทาง ตามมาเป็นแถวเลย วึ้ดขึ้นสู่ยาน บนยานนั้นมีซุ้มประตูยานวิมานประสาท
รัตนอาสน์นั้นก็เคลื่อนต่อไปอีก เข้าไปสู่ภายในประสาท เข้าไปสู่ข้างในเลย ตรงนั้นยังมีรัตนทิพย์อาสน์อีกที่หนึ่งใหญ่มากทีเดียว ถ้าเทียบกันแล้ว รัตนบัลลังก์เมื่อสักครู่เล็ก ๆ ซึ่งตั้งอยู่ที่โถงกลางของประสาทใหญ่ ผ่านซุ้มประตูแล้ว เข้ามาแล้ว มากลางห้องโถงของประสาท ซึ่งจะมีบัลลังก์ใหญ่ แล้วก็มีฉัตรไม่มีก้าน ลอยอยู่ข้างบน
จากนั้นก็เข้าสู่ภายในห้องโถงกลางทิพยยานวิมานประสาทแล้ว ประทับลงบนทิพยบัลลังก์อาสน์ บริวารนั่งส่วนหนึ่ง
เมื่อทุกอย่างพร้อมเสร็จแล้ว ทิพยยานวิมานประสาทก็ลอยขึ้นสู่อากาศ ท่ามกลางฝนดอกไม้ทิพย์ สองข้างทางก็จะมีบริวาร ลอยไป ลอยขึ้นไป แล้วฝนดอกไม้ทิพย์ก็ตกลงมา ดนตรีทิพย์บรรเลง มีทั้งพลุสวรรค์ พลุดนตรีมากมาย เหล่าขบวนเทวรถก็จัดขบวนลอยตาม ที่มีธงเป็นทานวัตถุ ลอยตามทิพยยานวิมานประสาทใหญ่ที่มารับไป
ขบวนเทวรถ พอเข้ามาสองข้างทาง ก็แปรแถวจัดขบวน อย่างเป็นระเบียบของด้านล่างทิพยยานวิมานประสาท หัวขบวนถึงดุสิตบุรีเทวโลก แต่ท้ายขบวนยังไม่ออกจากโลกมนุษย์เลย
บริวารไม่ใช่ว่า มาหมดวิมาน มาส่วนหนึ่งเท่านั้น ขนาดมาส่วนหนึ่ง หัวขบวนไปถึงดุสิตบุรีแล้วแต่ท้ายยังอยู่เมืองมนุษย์ ต้องอลังการอย่างนี้
แสดงการเคลื่อนตัวจากโลกมนุษย์สู่ดุสิตบุรี ผ่านเขาพระสุเมรุ ที่มีเขาสัตบรรณ เขาตรีกูฏ สวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา ชั้นดาวดึงส์ ชั้นยามา ถึงชั้นดุสิต
ขบวนทิพยยานวิมานประสาทเคลื่อนตัวผ่านวิมานต่าง ๆ ในชั้นดุสิต ผ่านวิมานนั้น วิมานนี้ไปเรื่อย ๆ เหล่าเทวรถที่สวนทางต่างหลีกทางให้ขบวนของท่านอนาถบิณฑิกเทวบุตร สังคมบนนั้นเขาวัดกันที่กำลังบารมี มีบารมีน้อยต้องหลบ เป็นที่ยอมรับกัน คือ ไม่มีสิทธิ์ที่จะไปคิดว่าไม่เสมอภาค หรือไม่ยุติธรรม เขาให้สิทธิเสรีภาพในการสร้างบุญเพื่อไปเสวยผลบุญ แต่ตัวทำได้แค่ไหนก็ได้แค่นั้น ทำน้อยจะไปเอามากก็ไม่ได้หรอก มันได้ตามกำลังที่ทำ เพราะฉะนั้นขึ้นไปตรงนั้นแล้วอย่าไปน้อยเนื้อต่ำใจไม่ได้ เพราะว่าได้โอกาสความเป็นมนุษย์อยู่แล้ว แต่ว่าไปทำโอกาสนั้นให้เป็นวิกฤติ
ขบวนเทวรถที่สวนทางกัน แล้วแต่ว่าหลบไปข้าง ๆ ทางหลากลีลาเยอะแยะ เทวบุตรบางองค์ที่นั่งอยู่ในเทวรถ เห็นแล้วก็เกิดความปีติ ชื่นชมประคองอัญชลี นิ้วเต็มไปด้วยแหวน ถ้าในเมืองมนุษย์ก็รุงรัง แต่บนนั้นเขาต้องโชว์ เพราะที่นั่นเป็นเมืองโชว์ ถ้าไม่มีต้องถอยหลังไปเพราะบุญน้อย
เทพธิดาเมื่อเห็นก็เกิดความเลื่อมใสในบุญ ในบารมีที่เทวบุตรได้สั่งสมไว้ ประคองอัญชลี เทวบุตรบางกลุ่มก็โจษขานกันอื้ออึงถึงทิพยสมบัติของเทวบุตรใหม่ เขาจะชื่นชม ไม่มีอิจฉาริษยาเลย
ขบวนทิพยยานวิมานประสาท ได้เคลื่อนตัวมาถึงหน้าซุ้มประตูวิมาน แล้วก็มองเข้าไป จะเห็นว่า ถนนจะเป็นถนนแก้วผลึก ถ้าพูดภาษามนุษย์ก็ถนนเพชร พื้นถนนของเราบนโลกมนุษย์ปูด้วยหินอ่อนบ้าง กระเบื้องบ้าง แต่ที่นั่นเป็นเพชรสี ที่มีแสงในตัว ที่อยู่ข้างนอกซุ้ม
เราจะเห็นเหล่าบริวารมาต้อนรับเทวบุตรเจ้าของวิมาน สองฟากฝั่ง สองข้างทาง มองจากข้างในออกไปข้างนอก บริวารเต็มอีก ถนนแก้วผลึกที่มีลวดลายต่าง ๆ เป็นเพชร เป็นพลอยทั้งนั้นเลย
เข้ามาแล้ว จากนั้นทิพยรัตนบัลลังก์เคลื่อนตัวลงมาจากทิพยยานวิมานปราสาทสู่ถนนแก้วผลึก คือ รัตนบัลลังก์ที่อยู่ในยานอันนั้นก็ออกมา ทิ้งทิพยยานวิมานปราสาทอยู่ตรงนั้น มุ่งตรงเข้าสู่วิมาน
ขบวนก็ตามกันไป ตอนนี้มาถึงปากประตูห้องมหาทิพยมนเฑียร ท้องพระโรงกลางวิมาน ตัดเข้าไปในโถงกลางเลย ซึ่งในนั้นก็มีห้องมหาทิพยมนเฑียร ท้องพระโรงกลางเข้ามาถึงแล้ว ถนนนั้นส่งมาถึงรัตนบัลลังก์ที่อยู่ตรงกลางห้องโถงวิมานเข้ามากลางห้องมหาทิพยมนเทียร เหนือรัตนบัลลังก์นั้น จะมีแก้วทิพยจักรลอยเด่นอยู่กลางห้อง แก้วดวงนี้สำคัญ จะทำหน้าที่ดลบันดาลทุกสิ่งทุกอย่างให้เจ้าของวิมาน สำเร็จด้วยบุญ แก้วดวงนี้ พอนึกปั๊บแก้วจะวิบวับ
จากนั้นขบวนทิพยรัตนบัลลังก์ก็เคลื่อนตัวเข้าหาห้องมหาทิพยมนเทียรดวงแก้วอยู่เหนือฉัตร แล้วก็ไปประดิษฐานอยู่ มหาเทวรัชทิพยรัตนบัลลังก์อาสน์ บัลลังก์หลักกลางวิมาน มีที่นั่งของบริวารระดับหัวหน้า ถ้าลูกน้องแล้วก็มาตรงนี้ไม่ได้ต้องอยู่ล่างข้างตามกำลังบุญ อนาถบิณฑิกเทวบุตรได้มาเสวยทิพยสมบัติอยู่ในวิมานดุสิตบุรีเทวโลก