ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

หัวข้ออภิปราย : การปรินิพพานของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

หลวงพ่อธัมมชโย · คุณานันทเถระ

PDF
หัวข้ออภิปราย : การปรินิพพานของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ฝ่ายตรงข้ามท่านคุณานันทะ ได้อภิปรายโจมตีว่า พระพุทธเจ้าทรงปรินิพพานเยี่ยงคนอนาถา โดยมีเนื้อหาการบรรยายว่า การปรินิพพานของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น พระองค์ทรงอาพาธเป็นโรคท้องร่วงอย่างหนัก หลังจากเสวยเนื้อสุกรอ่อนที่ดาบสจุนทะทำมาถวาย บังเกิดทุกขเวทนาอย่างรุนแรง ในระหว่างทางไปเมืองกุสินารา ทรงเป็นลมและล้มลงหลายครั้ง แล้วต้องทรงดื่มน้ำจากแม่น้ำสายเล็ก ๆ สายหนึ่ง ทั้งนี้ทั้งนั้น ไม่ปรากฏเลยว่า พระองค์ได้ทรงใช้อิทธิฤทธิ์ใด ๆ ทั้งไม่ปรากฏเลยว่า มีเหล่าพรหมหรือเทวดาลงมาถวายการดูแลแต่อย่างใด จึงเห็นได้ชัดว่า เรื่อง พุทธานุภาพเป็นถ้อยคำที่เชื่อถือไม่ได้ จะหลอกลวงได้ก็แต่คนโง่เขลาเท่านั้น ในที่สุดก็ทรงปรินิพพานเช่นเดียวกันกับคนอนาถาคนหนึ่งเท่านั้น นี้เป็นสิ่งที่ฝ่ายตรงข้ามกล่าวโจมตี ท่านคุณานันทะฟังแล้วก็ไม่ได้แสดงความหงุดหงิดอะไร ใจท่านเบิกบาน มองดูคู่สนทนาเหมือนผู้ใหญ่มองเด็กอย่างนั้น แล้วก็ชี้แจงว่า พระพุทธองค์ทรงปรินิพพานตามที่พระองค์ทรงกำหนดเอาไว้ล่วงหน้าว่า อีก ๓ เดือน เราจะปรินิพพาน ที่เมืองกุสินารา คือ ทรงรู้ล่วงหน้าแล้ว ไม่ใช่อาพาธอย่างกะทันหัน ท่านคุณานันทะกล่าวแก้ไขรายละเอียดที่ไม่รอบคอบของฝ่ายศาสนาอื่นว่า นายจุนทะไม่ใช่ดาบส ตามที่ฝ่ายตรงข้ามได้กล่าวว่า พระองค์ได้เสวยเนื้อสุกรอ่อนที่ดาบสจุนทะนำมาถวาย แต่ความจริงทางประวัติศาสตร์ได้บันทึกไว้ว่า นายจุนทะเป็นบุตรของนายช่างทอง ส่วนสูกรมัทวะ หรือเนื้อสุกรอ่อนนั้น ท่านกล่าวว่า อาจจะเป็นเห็ดชนิดหนึ่งก็ได้ การที่พระพุทธองค์ทรงปรินิพพานในวันนั้นก็เป็นไปตามพระพุทธกำหนด เมื่อทรงปลงอายุสังขารแล้ว คือ ทรงมีพระประสงค์ที่จะปรินิพพานในวันนั้นอยู่แล้ว วันเวลาสถานที่ที่จะเสด็จปรินิพพานนั้น พระองค์ได้ทรงประกาศล่วงหน้าไว้แล้วถึง ๓ เดือน ดังนั้น ไม่ว่าจะทรงเสวยอะไรก็ตาม หรือจะแสดงฤทธิ์หรือไม่ก็ตามก็จะต้องเสด็จดับขันธ์ในวันนั้นนั่นเอง เมื่อวันนั้นพระองค์ต้องเสด็จดับขันธ์อยู่แล้ว จะทรงแสดงอิทธิฤทธิ์เพื่ออะไร หรือใครจะมาช่วยเหลืออย่างไรก็ต้องเสด็จดับขันธ์อยู่นั่นเอง ดังนั้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงไม่ได้ทรง ปรินิพพานเพราะเสวยสูกรมัทวะ ที่ถูกควรจะพูดเสียใหม่ว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสวยสูกรมัทวะในวันปรินิพพาน นอกจากนี้ ยังมีข้อสังเกตอีกอย่างหนึ่ง ในชั่วโมงสุดท้ายก่อนที่จะเสด็จดับขันธ์นั้น พระองค์ยังได้ตรัสถามเหล่าพระสาวกว่า ใครสงสัยธรรมะข้อใดใน ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ ให้ถามได้ทั้งหมด เราจะตอบทุกข้อ แต่ก็ไม่มีใครสงสัย ไม่ใช่ว่าเกรงใจพระองค์ แต่เพราะว่าพระองค์ได้ทรงสั่งสอนจนกระทั่งเข้าใจธรรมะทั้งหมดอย่างแจ่มแจ้งแล้ว จนกระทั่งในช่วงสุดท้าย มีผู้เข้าไปกราบทูลถาม คือ ท่านสุภัททะ พระองค์ก็ยังทรงมีพระมหากรุณาตรัสสอนท่านสุภัททะจนได้บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์เป็นศิษย์คนสุดท้ายก่อนที่พระองค์จะเสด็จดับขันธปรินิพพาน พระองค์ทรงเป็นบรมครูที่สง่างามยากที่จะมีครูคนใดในโลก ที่สอนให้ศิษย์ได้บรรลุมรรคผลนิพพานอย่างพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อตรัสสอนท่านสุภัททะแล้ว พระองค์ยังให้โอวาทสุดท้ายแก่เหล่าพุทธบริษัทให้ดำรงประโยชน์ตนและประโยชน์ท่าน ให้ถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาท เป็นปัจฉิมโอวาทอันทรงคุณค่ามาถึงปัจจุบันนี้ ในขณะสุดท้ายของพระชนม์ชีพ พระอนุรุทธะผู้มีตาทิพย์ ยังสอดส่องด้วยทิพยจักษุของท่าน ถึงการดับขันธปรินิพพานของพระพุทธองค์ อยู่ในสายตาของผู้ที่เป็นเลิศในทางทิพยจักษุ ซึ่งสามารถยืนยันได้ว่า ขณะนี้พระองค์ทรงเข้าฌานต่าง ๆ เข้าสมาบัติไม่ซ้ำสมาบัติไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งถูกส่วนตกศูนย์เข้าสู่อายตนนิพพาน ท่านคุณานันทะได้กอบกู้พระพุทธศาสนาในศรีลังกาให้กลับคืนมาอีกครั้ง นับเป็นเรื่องที่ไม่ธรรมดาเลย อันที่จริงความคิดของท่านที่จะปกป้องพระพุทธศาสนามีมาตั้งแต่ในวัยเด็กแล้ว ท่านคิดว่า ท่านเป็นลูกพญานกอินทรีย์ ไม่ได้คิดว่าเป็นลูกเจี๊ยบ เหมือนเด็กทั่ว ๆ ไป เมื่อบวชเป็นสามเณร ตั้งแต่อายุ ๑๒ ขวบ ท่านก็คิดใหญ่ เป็นผู้ใหญ่ในร่างเด็ก ถึงแม้ตัวเล็กแต่ว่ามีพลังอย่างมหาศาลที่จะต่อสู้เพื่อปกป้องสิ่งที่ดีงามเอาไว้ให้เป็นประโยชน์ต่อมวลมนุษย์และเทวดาทั้งหลาย