กระสือ กระหัง (เรื่องผีๆ)
หลวงพ่อธัมมชโย · ที่นี่มีคำตอบ 1
ลูกมีความสงสัยเกี่ยวกับเรื่องผีกระสือ
มานานแล้ว เรื่องมีอยู่ว่า สมัยที่ลูกยังอยู่ที่
จังหวัดนครศรีธรรมราช ปัจจุบันนี้ลูกย้ายมา
อยู่ที่จังหวัดปทุมธานีแล้ว ทุกคนในหมู่บ้าน
จะเคยเจอผีกระสือจนทำให้รู้สึกเป็นสิ่งปกติ
ในชีวิตประจำวัน ซึ่งวิธีสังเกตคนเป็นกระสือ
ที่คนในหมู่บ้านจะรู้กัน คือ บุคลิกของคนๆ นั้น
จะไม่ชอบสุงสิงกับใคร ชอบอยู่ในที่มืด แม้ใน
เวลากลางวัน ก็จะอยู่แต่ในบ้าน ทำบรรยากาศ
ในบ้านให้ดูสลัวๆ ทึมๆ ถ้าใครมีญาติพี่น้อง
เป็นกระสือ เวลาทานข้าว จะชวนเท่าไรเขาจะ
ไม่มากินด้วย จะกินข้าวทีหลัง แอบกินคนเดียว
ในมุมลับๆ และชอบกินของสดๆ คาวๆ
ถ้าบ้านไหนมีคนใกล้จะคลอดลูก ยิ่งเป็นที่
สนใจของกระสือมาก เพราะกระสือชอบกิน
ของสกปรก ชอบกินรกและเลือดของเด็ก
โดยแอบเข้ามาในบ้านตามร่องกระดาน
พื้นบ้าน เนื่องจากบ้านสมัยนั้นมักจะยกสูง
โดยมีใต้ถุนบ้านไว้ ไม้กระดานก็ไม่ได้ติดกัน
แบบสมัยนี้ จะเป็นร่องกระดาน
วิธีป้องกันกระสือเข้าบ้าน คือ เขาจะ
เอาลวดหนาม หรือไม้ไผ่ที่มีหนามมาวางไว้
ใต้ถุนบ้าน เพราะมีความเชื่อว่า ผีกระสือจะ
กลัวลวดหนามเกี่ยวไส้ จะไม่มารบกวน ยิ่ง
ถ้าใครมีบาดแผลต้องระวังให้ดี กระสือจะ
มาแอบดูดเลือด และจะทำให้คนๆ นั้นรู้สึก
อ่อนเพลียไป ๒ - ๓ วัน
อีกเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นกับตัวลูก
เอง ตอนนั้นลูกตากผ้าเปียกไว้ตอนกลางคืน
เช้ามาก็พบว่า มีรอยเปื้อนคล้ายคนมาเช็ด
ปากทิ้งไว้ ลักษณะคราบก็เหมือนไปกินของ
สกปรกมา มีกลิ่นคาว ซึ่งคนโบราณจะมีความ
เชื่อว่า ถ้ามีรอยแบบนี้บนผ้า ให้เอาผ้าไปฟาด
กับบันได จะทำให้คนที่เป็นกระสือเจ็บปาก
แล้วปากเขาจะบวมๆ เราก็จะรู้ได้ว่าใครเป็น
กระสือ ลูกก็ทำตาม ปรากฏว่าเมื่อเดินไป
สำรวจตามบ้านต่าง ๆ โดยเฉพาะบ้านที่ต้อง
สงสัยที่มียายแก่ๆ อาศัยอยู่คนเดียว ซึ่งคน
แถวนั้นจะรู้กันว่ายายคนนี้เป็นกระสือ ก็พบ
ว่ายายคนนั้นปากแกบวมฉึ่งจริง ๆ
ลักษณะของกระสือที่เห็นบ่อย ๆ ใน
เวลากลางคืน หลัง ๓ ทุ่มไปแล้ว คือ จะเห็น
เป็นดวงไฟกลมๆ ขนาดเท่าฝ่ามือ มีสีออก
แดงๆ เหลืองๆ เหมือนเปลวเทียน ไม่เห็น
เป็นหัวคน และก็ไม่เห็นไส้ห้อยรุ่งริ่งอย่างที่
ใคร ๆ พูดกัน ดวงไฟจะลอยขึ้นๆ ลงๆ ไป
มาเหมือนกำลังหาอาหารอยู่ ลูกเองเคย
พยายามจะจับหลายครั้ง แต่ก็ไม่เคยสำเร็จ
แต่มีคนเคยทำสำเร็จ เขาเป็นพี่ชายของเพื่อน
ลูกเอง เรื่องเกิดขึ้นที่จังหวัดพัทลุง
เขาเล่าว่า หมู่บ้านเขาก็มีกระสือหลาย
ตัวเหมือนกัน ตอนนั้นเป็นช่วงพลบค่ำ พี่สะใภ้
กำลังจะคลอดลูก พี่ชายของเขาก็ยังจับปลา
อยู่ตรงบริเวณคลองแถวบ้าน เมื่อพี่ชายมอง
มาที่บ้านของตัวเอง ก็เห็นดวงไฟดวงหนึ่ง
ลอยขึ้นๆ ลงๆ วนอยู่รอบบ้าน นึกว่าไฟไหม้
บ้าน จึงรีบกลับมาดู แล้วก็ชวนพรรคพวกเอา
ไม้ไผ่มาล้อมจับ แล้วก็จับได้ จึงขังดวงไฟนั้น
ไว้ในสุ่ม พอตอนเช้าดวงไฟก็หายไป เห็นแต่
ความว่างเปล่า แต่พอตกกลางคืนอีกครั้ง ก็
เห็นดวงไฟยังคงอยู่ในสุ่มเหมือนเดิม
เช้าวันต่อมา จึงไปเดินตามหาว่า ใคร
เป็นผู้ต้องสงสัย ก็พบยายแก่ๆ อยู่บ้านคน
เดียว นอนพะงาบ ๆ หายใจรวยรินคล้ายคน
ใกล้จะตาย ลักษณะเหมือนร่างไร้วิญญาณ
พี่ชายของเพื่อนจึงไปยืนพูดกับยายคนนั้นว่า
ต่อไปอย่ามายุ่งกับครอบครัวของเขาอีกนะ
แล้วเขาก็ปล่อยกระสือไป เมื่อกลับไปบ้านก็
ไปเปิดสุ่มออก จากนั้นก็ไม่มีกระสือมากวน
ที่บ้านอีกเลย
กระสือมีจริงหรือไม่คะ สิ่งที่ลูกได้เจอ
และพี่ชายของเพื่อนได้เจอเป็นกระสือจริง ๆ
หรือไม่ กระสือมีลักษณะและมีความเป็นอยู่
อย่างไร ส่วนใหญ่จะเชื่อกันว่า มีแต่หัวกับ
ไส้ลอยไปลอยมา แต่สิ่งที่ลูกและอีกหลายๆ
คนเห็น เป็นเพียงดวงไฟลอยไปลอยมา
แค่นั้นเอง
ลูกเคยได้ยินมาว่า คนที่เป็นกระสือ
ก่อนที่ตัวเองจะตายจะต้องหาคนสืบทอด
โดยหาจากญาติพี่น้องของตัวเอง และใช้
แหวนเป็นสื่อ วิธีการคือ จะถอดแหวนให้ผู้
สืบทอดรับไปใส่ต่อ เขาก็จะกลายเป็นกระสือ
ตัวต่อไป เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงหรือไม่ ถ้า
กระสือมีจริง แล้วกระหังมีจริงหรือไม่
คุณครูไม่ใหญ่ :
กระสือ คือ ภูตชนิดหนึ่ง
ภูตอย่างหนึ่ง ผีอย่างหนึ่ง ปีศาจก็อีก
อย่างหนึ่ง แต่เราจะได้ยินคำรวมไปเลยว่าภูตผี
ปีศาจ เพราะคำมันคล้องกัน แต่จริง ๆ แล้ว
มันคนละประเภทกัน คือ หน้าตามันจะแตก
ต่างกันไป และพฤติกรรมหรือความสามารถ
มันจะแตกต่าง ซึ่งตอนเป็นมนุษย์ ทำกรรม
หลอกลวงต้มตุ๋นเพื่อนมนุษย์ เช่น นำของ
ปลอมมาหลอกขายว่าเป็นของจริงของโบราณ
โดยหากินทางมิชอบ อันนี้คือวิบากกรรมที่
ทำให้เป็นภูต เป็นต้น
ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชายก็ตาม ตาย
แล้วก็จะไปเป็นเปรตก่อน เพราะความโลภ
อยากได้ทรัพย์โดยมิชอบ มีความหิวโหยมาก
จากเปรต กรรมยังไม่หมดก็จะมาเป็นพวกภูต
ที่กินได้เฉพาะของสกปรก ของคาว ของเน่า
เหม็นโดยจะเข้ามาสิงอยู่กับคนที่มีวิบาก
กรรม เหมือนที่ตัวเองเคยทำตอนเป็นมนุษย์
คือ ไม่ได้สิงได้ทุกค