ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

จดหมายจากพระลูกชาย: นักแม่นปืน

หลวงพ่อธัมมชโย · สุขแบบพระ

PDF
นักแม่นปืน จดหมายจากพระลูกชาย man man ๒๘ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๓ กราบนมัสการพระเดชพระคุณหลวงพ่อคุณครูไม่ใหญ่ที่เคารพยิ่งครับ กระผมธรรมทายาทธนาชัย ใจซื่อกุล อายุ ๓๗ ปี ธรรมทายาทในโครงการอุปสมบทหมู่ ๑๐๐,๐๐๐ รูป ทุกหมู่บ้านทั่วไทยครับ กระผมอบรมอยู่ที่ ศูนย์ฝึกอบรมธรรมทายาทพระราชภาวนาวิสุทธิ์ ศูนย์การศึกษาเขาแก้วเสด็จ จังหวัดปราจีนบุรีครับ ก่อนเข้ารับการอบรม กระผมเป็นเจ้าของกิจการร้านช็อปปืนบีบีกัน (BB Gun Shop) และเปิดเป็นสนามยิงปืนบีบีกันด้วยครับ นอกจากจะขายเองแล้ว กระผมยังเป็นนักกีฬายิงปืนด้วยนะครับ ตัวผมเองชอบกีฬายิงปืนมากๆ เป็นเกมที่ต้องใช้สมาธิสูง ต้องอาศัยการสังเกต การยับยั้งชั่งใจ อีกทั้งยังได้ออกรบในสนามทดลองต่อสู้แบบไม่เสียเลือดเนื้อ ซึ่งในขณะนี้กีฬายิงปืนบีบีกันเริ่มเป็นที่นิยมในประเทศไทยแล้ว ผมเคยบวชมาแล้ว ๑ พรรษา เมื่อตอนอายุ ๒๕ ปี (ก็ ๑๒ ปี ที่แล้วนะจ๊ะ) แต่ผมก็ไม่รู้สึกว่า จะได้อะไรสักเท่าไร (มันก็ขึ้นอยู่กับว่า เราจะเอาอะไรไหม) และผมก็ไม่ได้สนใจเรื่องบาปบุญคุณโทษ (อ้ะ ไม่สนไม่ได้นะ) ไม่เคยทำบุญ (อันตรายนะลูกนะ เพราะบุญเป็นบ่อเกิดแห่งความสุขและความสำเร็จในชีวิตของเรา แม้ทีมถึง ทุนถึง ที่ถึง ใจถึง มือถึง แต่ไปไม่ถึงเป้าเพราะบุญไม่ถึง อย่าว่าแต่ ๑ สมอง ๒ มือเลย ให้เพิ่มไปอีก ๒ ศอก ๒ เข่า ๒ เท้า แบบนักมวยก็โดนน็อกลงมาเลยนะ) ผมคิดว่า การที่เราไม่ทำให้ใครเดือดร้อน ไม่เบียดเบียนใคร แค่นี้ก็เป็นบุญแล้ว (ยังจ้ะ อย่างนี้เขาเรียกว่า ละชั่ว แต่ยังไม่เรียกว่า ทำความดี มันคนละอย่างกัน) แต่แล้วความคิดของผมก็เปลี่ยนไป เมื่อพี่ชายของผมได้มาบวชเป็นธรรมทายาทในรุ่น ๗,๐๐๐ ตำบล ที่ผ่านมา พอลาสิกขามา ไม่ว่าจะทำอะไรก็ดูเป็นเรื่องง่ายและสำเร็จแบบง่ายๆ (ตามประสาคนมีบุญนี่นะจ๊ะ) พี่ชายเล่าให้ผมฟังถึงประสบการณ์ชีวิตจากการบวช และยังชักชวนพนักงานที่บริษัท และตัวผมมาบวชในโครงการ ๑๐๐,๐๐๐ รูป ผมก็สนใจขึ้นมาทันทีครับ (นี่บุญเริ่มได้ช่องแล้วนะจ๊ะ คือ บวชครั้งแรก ยังไม่ได้อะไร อ้ะ ครั้งที่ ๒ จะกี่โบสถ์ก็ได้ ให้มันได้ดีสักครั้งเถอะ) อีกทั้งคุณแม่ก็อยากให้ผมบวชมากๆ และนี่แหละครับคือจุดเปลี่ยนชีวิตของนักแม่นปืนอย่างผม ที่ขอบวชเป็นพระ ให้คุณแม่ได้ชื่นใจครับ (สาธุ นี่ก็ปรารภเหตุของคุณแม่ไปก่อน แต่ความจริงตัวเราได้ ดูนะจ๊ะว่า ได้อย่างไร) วันแรกของการมาสมัคร เป็นครั้งแรกที่ผมได้มาวัดพระธรรมกาย วันนั้นผมคิดว่า ถ้าวัดนี้ไม่เจ๋งจริง ผมจะกลับทันที (ก็ไม่ทราบดูตรงไหนนะ) เพราะผมไม่ชอบคนเยอะ (คนเข้าวัดเยอะน่ะ ดีนะ ถ้าเข้าบ่อนบาร์เบียร์เยอะนี่ อ.ต.ร. จ้ะ ขึ้นอยู่กับว่า เข้ามาทำอะไรต่างหาก เยอะเหมือนน้อย คนหลายคนเหมือนคนๆ เดียวนี่) กลัวคนเยอะแล้วจะคุยกันไม่รู้เรื่อง (มันขึ้นอยู่กับว่า คุยเรื่องอะไร ถ้าคุยเรื่องไม่รู้มันก็ไม่รู้นะ เขาคุยเรื่องประสบการณ์ภายใน แต่เราจะคุยเรื่องประสบการณ์ภายนอก มันคนละเรื่องกัน มันก็ไม่รู้เรื่องนะ) และไม่ว่าผมจะคุยกับใคร ก็มีแต่คนตั้งใจอยากบวชมากๆ (นี่เป็นเครื่องยืนยันว่า เราต้องคุยเรื่องบวชเยอะๆ เพราะฉะนั้นจะมีคนบวชเยอะ ผู้มีบุญพอได้ฟังมันก็จะไปเชื่อมกับบุญเก่าที่เขาเคยบวช เห็นไหมจ๊ะ) ทุกคนมาบวชเพื่อแสวงหา บางคนก็มาหาที่พึ่ง (ถูกต้องจ้ะ หาพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง) บางคนอยากบวชมาก แต่ก็ไม่ได้บวช เพราะไปติดค่านิยมว่า ต้องเอาเงินไปเลี้ยง ไปล้มวัว ล้มควาย เลี้ยงน้ำ (เมาแอ๋เข้าวัดเลย ไม่ต้องย้อมใจขนาดนั้น คำว่า ย้อมใจ เขาใช้เวลาจะทำความชั่วจ้ะ) ผมสังเกตเห็นความหลากหลายของผู้คนที่ตั้งใจอยากบวช ผมก็เริ่มคิดแล้วว่า ตัวเราช่างโชคดีมากๆ ที่ได้มาบวชในโครงการนี้ (สาธุ ดูนะจ๊ะว่า โชคดีอะไร) และที่ผมตื่นเต้นมากก็คือ วินาทีที่ผมได้รับ SMS แจ้งรหัส การบวช มันช่างไฮเทคมากๆ เลย ที่ผมสามารถเลือกวัดที่อยากจะบวชได้ทั่วประเทศ ผมสามารถเลือกวัดไหนก็ได้ และไม่น่าเชื่อว่า พระพุทธศาสนาจะมีการจัดการที่เป็นระบบ เป็นปึกแผ่นมั่นคงขนาดนี้ (อ๋อ ยุคนี้เป็นยุคจิตใจคู่กับไฮเทค เศรษฐกิจกับจิตใจต้องไปด้วยกัน ก็อย่างนี้แหละ เพราะเรามาเกิดในยุคไฮเทค) เพราะนั่นหมายถึงว่า ทุกๆ วัดเป็นหนึ่งเดียว และไม่ว่าผู้ชายแมนๆ จะอยู่ที่ไหนในประเทศไทยก็สามารถเป็นหนึ่งในโครงการบวช ๑๐๐,๐๐๐ รูปครั้งนี้ได้ นี่ถ้าหลวงพ่อไม่ให้โอกาสขยายเวลารับสมัคร ผมก็คงไม่มีวันนี้หรอกนะครับ วันแรกที่ผมเข้ารับการอบรมที่เขาแก้วเสด็จ จังหวัดปราจีนบุรี ผมตื่นเต้นมากกับสถานที่ เพราะไม่นึกว่า จะมีใครมาสร้างสถานที่เพื่อฝึกอบรมคนให้เป็นพระแท้ได้สมบูรณ์ขนาดนี้ ผมไม่เหงาเลย เพราะมีพระอาจารย์ พระพี่เลี้ยง ดูแลเป็นกำลังใจให้ผมตลอด สอนผมทุกอย่าง ให้ผมสวดมนต์ สอนสมาธิ ตอนนี้ใจของผมเปิดกว้างกับโลกกว้างที่ผมกำลังจะได้เรียนรู้ วันนั้น กว่าที่ผมจะไปถึงเขาแก้วเสด็จก็เป็นเวลาโพล้เพล้แล้ว สิ่งแรกที่ผมต้องทำ ก็คือการเข้าห้องเพื่อนั่งสมาธิร่วมกับเพื่อนๆ ธรรมทายาท (เราไม่ต้องเตรียมพร้อม แต่เราต้องพร้อมเสมอจ้ะ) เวลา ๑๘.๓๐ น. คือ เวลาเริ่มต้นรอบแรกของการนั่งสมาธิ ผมก็ลองนั่งดู เพราะอยากรู้ว่า จะเป็นอย่างไร เพราะผมไม่เคยนั่งสมาธิได้ถึง ๕ นาทีเลย แม้ว่าจะเคยบวชมาแล้ว ๑ พรรษาก็ตาม (นี่คือข้อผิดพลาดจ้ะ บวชแล้วต้องนั่งสมาธิตั้งแต่วันแรกจนกระทั่งถึงวันสุดท้ายในเพศสมณะเลย เพราะพระอุปัชฌาย์ท่านให้กัมมัฏฐานไว้นะจ๊ะ) ผมฟังพระอาจารย์สอนสมาธิ ฟังดูก็ไม่เห็นมีอะไรยาก (ถูกต้องจ้ะ ไม่ยากจ้ะ) เราก็น่าจะทำได้เหมือนกัน ท่านสอนแค่ให้หลับตานึกถึงคน สัตว์ สิ่งของ ที่เราคุ้นเคย ผมก็นึกถึงหน้าคุณแม่ทันทีครับ (นี่ลูกกตัญญูนะจ๊ะ) พอพระอาจารย์บอกว่า ให้นึกไว้กลางท้อง เหนือสะดือ ๒ นิ้วมือ ผมก็นึกตาม นึกง่ายๆ ครับ ไม่ยากเลย เพราะตอนที่ยิงปืน ผมจะคุ้นเคยกับการนึกถึงเป้าหมาย การยิงปืนระยะไกลจะขึ้นปืนอยู่กลางอก ต้องเล็งให้ดี โดยไม่สนใจสิ่งรอบข้าง แล้วผมก็จะยิงเข้าเป้า พอพระอาจารย์บอกว่า ให้นึกน้อมลงมาตรงกลางตัว ก็ง่ายมากเลยครับ เนื่องจากผมเคยชินกับการนึกภาพเป้าที่ผมจะยิง แค่ลงมาอีกนิดเดียวก็กลางตัวแล้ว พอผมนึกถึงหน้าแม่ ใบหน้าของท่านก็ใสๆ สว่าง ผ่องใส ขึ้นมาอยู่ตรงกลางตัวเลย (สาธุ ถ้าใครนึกถึงหน้าแม่ไม่ออกนี่ เป็นคนชอบกลนักนะ ต้องไปเกิดใหม่นะ) พอนึกหน้าท่านให้เป็นดวงแก้ว ใบหน้าของท่านก็เปลี่ยน กลายเป็นดวงแก้วกลมใสๆ พอพระอาจารย์บอกว่า ให้ลองแตะใจไปที่จุดเล็กๆ กลางดวงแก้ว ผมก็ลองแตะ ใจก็จะหวิวๆ ครับ (แตะ คือ แค่สัมผัสเท่านั้นนะจ๊ะ) เหมือนผมกำลังจะกระโดดลงจากที่สูง เหมือนผมจะเอานิ้วจุ่มน้ำแต่ไม่เปียก พอแตะใจไปเรื่อยๆ ได้สักพักหนึ่ง ก็เหมือนมีแรงดึงกระชากจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ (ถ้าเจออย่างนี้อย่าตกใจ อย่าตื่นเต้น ไม่มีอันตรายอะไร แต่ว่าจะมีสิ่งดีๆ เกิดขึ้นจ้ะ) ความรู้สึกคล้ายกับตอนที่ผมโดดบันจี้จัมพ์ครับ ผมสะดุ้งครับ แต่ผมไม่ลืมตา พอปล่อยไปสักพักก็จะนิ่ง เหมือนผมโดดบันจี้จัมพ์มาถึงพื้นแล้ว (มันก็แค่นี้เอง เพราะฉะนั้นอย่าไปกลัว) ผมรู้สึกสบายเหมือนไปอยู่อีกที่หนึ่ง ที่นิ่งมากๆ สบายมากๆ แล้วก็เห็นดวงแก้วลูกใหม่ที่ใหญ่ แล้วก็ใสกว่าเดิมครับ ผมนั่งไปจนถึง ๑๙.๑๕ น. ก็หมดเวลาของรอบแรก แล้วพระอาจารย์ก็ให้ผมนั่งสมาธิต่อถึง ๓ ทุ่ม คราวนี้จากดวงแก้วลูกใหญ่ที่ผมเห็นลูกเดียวก็กลายเป็นดวงแก้ว ๖ ลูก แล้วผมก็เข้าไปได้เรื่อยๆ (แสดงว่าใจนิ่งมากเลย) ก็เห็นเหมือนคนอยู่ในกลางดวงแก้ว แล้วก็เห็นดวงแก้วหลายๆ ดวง (ถูกต้องจ้ะ ดีมากเลย) พอเข้าไปแล้ว ดวงแก้วจะใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ พอเข้าไป ๖ ดวง ก็เห็นพระพุทธรูปแก้วใสเหมือนที่อยู่บนโต๊ะหมู่ (แปลว่า พระท่านคอยอยู่ตรงนั้น แค่เราทำให้ถูกใจท่านเท่านั้นเอง) แล้วผมก็เจอตัวผมใสๆ นั่งสมาธิอยู่ข้างใน แต่หน้าตาดีกว่าผมเยอะเลยครับ แถมหุ่นก็ดูดีกว่าผมมาก ตัวจริงผมน่ะอ้วน แต่ตัวผมที่ผมเห็นไม่อ้วนเลย หุ่นดี หน้าอ่อนกว่าผมอีก แต่เป็นผมครับ แล้วจากนั้นก็เห็นเป็นกายขององค์พระสลับกับดวงแก้วไปเรื่อยๆ พระพุทธรูปที่ผมเห็น ที่พระเศียรท่านเป็นดอกบัวตูมครับ (สาธุ ดีมากลูก อย่าให้หายนะลูกนะ ฝึกทำให้คล่อง ให้ชำนาญ เราจะได้บวช ๒ ชั้นแล้ว) องค์ท่านใหญ่ขึ้นกว่าเดิม ใหญ่ประมาณภูเขาทั้งลูกเลยครับ จนถึงตอนนี้ ไม่ว่าผมจะหลับตาหรือลืมตา ผมก็ยังเห็นพระพุทธรูปอยู่ครับ องค์ท่านใสแล้วก็สว่างมากๆ ผมมีความสุขมากๆ มันสบายอย่างบอกไม่ถูก และก็อยากอยู่อย่างนี้ไปนานๆ ครับ (สาธุ นี่จ้ะ มาบวชแล้วไม่ว่าจะปรารภเหตุเพื่อบิดามารดา แต่สิ่งที่ได้คือเรานะจ๊ะ นี่ไงความสุขเกิดขึ้นแล้ว) พอออกจากสมาธิ ผมรู้สึกมีความสุขมาก ปีติใจอย่างบอกไม่ถูก ระหว่างวันผมจะวางใจไว้ตรงกลางกายตลอด (ถูกต้องมากจ้ะ ดีมากจ้ะ) เมื่อไรที่ผมหลับตา ผมก็จะเห็นดวงแก้วสลับกับองค์พระ (ดีมากจ้ะ ให้ดูเฉยๆ ต่อไปอีก) หลวงพ่อครับ ความสุขจากการยิงปืนเข้าเป้า กับการเอาใจเข้ากลางช่างเทียบกันไม่ได้เลย การเข้ากลางมีความสุขกว่าการยิงเข้าเป้าเยอะมากๆ ครับ คือว่า ยิงเข้าเป้ารู้สึกแค่ดีใจ แต่เข้ากลางผมไม่ต้องมีอุปกรณ์ ไม่ต้องมีปืน แต่เกิดจากตัวเราจากภายในจริงๆ ที่เราจะรู้ได้ด้วยตัวเอง เหมือนตัวผมลอยได้ในอากาศ โดยที่ไม่ต้องมีเครื่องช่วย แล้วก็จะมีความสุขมากขึ้นเรื่อยๆ ผมจะรักษาสิ่งนี้ให้อยู่กับผมให้นานที่สุด แม้ผมจะลาสิกขาไปแล้วก็ตาม ไม่ให้เสียแรงหลวงพ่อและพระอาจารย์ (ก็ให้นานตลอดชีวิตเลยจ้ะ ถ้าเราทำทุกวันอย่างสม่ำเสมอนะจ๊ะ) ผมอยากขอบพระคุณหลวงพ่อมากๆ นะครับ ที่เปิดโอกาสให้ผมและเพื่อนๆ ธรรมทายาทรุ่น ๑๐๐,๐๐๐ รูป ได้มาบวช ผมอยากจะให้ชายไทยแท้ๆ ลองได้มาบวชดูครับ ให้มาเจอแบบผมบ้าง อย่าเพิ่งเชื่อผมนะครับ จนกว่าจะได้มาสัมผัสด้วยตัวเอง ตอนนี้ผมเชื่อแล้วครับว่า บาป-บุญมีจริง และชีวิตพระไม่ใช่แค่เดินบิณฑบาตอย่างเดียวแล้วจบกิจของสงฆ์ แต่ยังมีสิ่งที่น่าศึกษาอีกมากมาย และทำให้ผมเข้าใจความหมายของการเป็นพระแท้ในพระพุทธศาสนา และถ้ามีพระแท้อย่างนี้มากๆ พระพุทธศาสนาก็คงจะอยู่ยืนยาวนานครับ (ยังมีสิ่งที่น่าศึกษาอีกเยอะแยะ ขอให้มีอุปกรณ์ในการศึกษา คือ ปฏิบัติธรรมเข้าถึงพระธรรมกายในตัว แล้วเราจะได้ไปศึกษาเรื่อง Law of Karma กฎแห่งกรรม ภพภูมิต่างๆ โลกนี้โลกหน้า นรกสวรรค์มีจริงไหม ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ การระลึกชาติหนหลังมีจริงไหม หรือกล่าวเลื่อนลอยกันไปอย่างนั้น ขอให้เรามีอุปกรณ์ก่อน คือ เข้าถึงพระในตัวนั่นแหละ แล้วจะเรียนอย่างสนุกสนานบุญบันเทิงเลยจ้ะ) กราบแทบเท้าขอบพระคุณหลวงพ่อเป็นอย่างสูงครับ ธรรมทายาทธนาชัย ใจซื่อกุล