วัดพระธรรมกายน่าจะนำเงินไปสร้างโรงเรียน โรงพยาบาล หรือสงเคราะห์โลก ช่วยเหลือคนยากจนบ้าง (เข้าใจให้ถูกต้อง)
หลวงพ่อธัมมชโย · คำตอบคุณครูไม่ใหญ่ เล่ม 1
วัดพระธรรมกายน่าจะนำเงินไปสร้างโรงเรียน โรงพยาบาล หรือสงเคราะห์โลก ช่วยเหลือคนยากจนบ้าง
ทีนี้ พอสร้างใหญ่ก็มีคำถามมาอีกแล้ว ทำไมไม่ช่วยคนยากคนจนบ้าง ก็ถามว่า เราจะช่วยแบบยั่งยืน หรือว่าช่วยแบบชั่วคราวมันต้องดูตรงนี้ด้วย
จริง ๆ แล้วการสงเคราะห์เพื่อนมนุษย์ ครูไม่ใหญ่ได้ชวนคนไปช่วยสงเคราะห์เวลาที่เห็นเขาตกทุกข์ได้ยากก็ดี หรือประสบเหตุเภทภัยต่าง ๆ น้ำ ท่วม ไฟไหม้ที่เกิดขึ้นทุกแห่งหนก็ทำ มาอย่างต่อเนื่องนะ แต่เขาไม่เห็นเท่านั้นเอง เพราะไม่ได้เอามาให้เขาเห็น
เมื่อก่อนไม่เข้าใจนะ ไปต่างจังหวัดเห็นป้าย เอ๊ะ! ทำบุญ ๑,๐๐๐ บาท ทำไมต้องขึ้นป้าย โดยผู้ทรงเกียรติท่านนั้น ท่านนี้ต้องขนาดนี้เลยเหรอ หรือไปช่วยทีเดียว คุยหลายที ไปแจกเสื้อผ้าแจกอาหาร แจกทีเดียว แล้วก็ย้ายที่ไปที่โน่น ที่นี่ ตอนหลังเพิ่งเข้าใจว่า มือหนึ่งถือขวาน อีกมือหนึ่งต้องตีฆ้องร้องป่าว ไม่อย่างนั้นเขาไม่รู้ว่าเราทำงาน อ๋อ ชาวโลกเขาชอบแบบนี้กันนะ ตอนนี้มีจานดาวธรรมแล้ว ๑ บาท ก็ต้องประกาศ ตอนนี้ทำอย่างนั้น อย่างนี้ต้องเก็บให้หมดเลย
เพราะฉะนั้น สงเคราะห์โลกที่จริงก็ทำมาตลอด แต่การสงเคราะห์อย่างนั้นก็ช่วยเขาได้แค่ชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้นไม่ได้ช่วยเขาอย่างยั่งยืน สุดท้ายเขาก็ตกทุกข์ได้ยากเหมือนเดิมไม่ได้แปลว่า ช่วยให้เขาหายจน เขาก็ยังจนเหมือนเดิม ได้แค่อาหารไปมื้อ ๆ มีเสื้อผ้าใช้เป็นครั้ง ๆ ก็แค่นั้น
แต่ตรงนี้สิ ที่ขาดแคลน ไม่ค่อยจะมีคนช่วย คือ การขยายธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จะต้องขยายความรู้นี้ออกไปการที่ชักชวนสร้างสภาธรรมกายสากลหลังนี้มาก็เพื่อจะขยายความรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็เหมือนสร้างทั้งโรงเรียนและโรงพยาบาลในที่เดียวกัน
ทางโลก เขาสร้างโรงเรียนเพื่อขจัดความไม่รู้ในทางโลก โดยให้วิทยาทาน แต่สร้างวัดวาอารามก็คือสร้างโรงเรียนสอนศีลธรรมขจัดความไม่รู้ของชีวิต เรียกว่า การให้ธรรมทาน
ทางโลก เขามีโรงพยาบาล ไว้รักษาอาการเจ็บไข้ได้ป่วยทางกาย
ทางธรรม สร้างวัด ไว้รักษาโรคทางใจ ที่เกิดจากกิเลสอาสวะ โลภะ โทสะ โมหะ
โรคที่เกิดจากเชื้อโรค หรือโรคอย่างอื่น ไม่ทำให้โลกใบนี้พินาศได้
แต่โรคที่เกิดจากโลภะ โทสะ โมหะ ทำโลกนี้พังได้
เดี๋ยวนี้เขารบกันสะบั้นหั่นแหลก ทรัพยากรมีอย่างจำกัดทุกคนอยากครอบครองหมด อยากเป็นหนึ่งเดียว เจ้าของที่มีอยู่ก็หวงแหน ก็ต้องป้องกัน ต้องต่อสู้กัน แก่งแย่งกัน
วัดรักษาโลกใบนี้ ด้วยการรักษาโรคที่เกิดจากโลภะ โทสะโมหะของมวลมนุษยชาติ เพราะฉะนั้นวัดจึงเป็นทั้งโรงเรียนโรงพยาบาลเช่นเดียวกัน มันต่างกันตรงไหนแค่นั้น แต่ตรงนี้ไม่เอาไปพูดไปคุยกัน ที่สร้างวัดก็เพื่อวัตถุประสงค์นี้
พระกับโยมต้องเกื้อกูลกัน พระต้องทำหน้าที่สอนศีลธรรมต่อชาวโลก ซึ่งชาวโลกไม่ถนัด ไม่มีเวลาและอารมณ์ รวมทั้งข้อมูลหรือความรู้ก็ไม่ค่อยมี เพราะลำพังแค่ทำมาหากินอย่างเดียวก็หมดเวลาแล้ว ถ้าครองเรือนก็ต้องคอยแก้ปัญหาครอบครัวอีกสารพัด
พระบวชมาแล้ว ปลอดกังวลเรื่องการทำมาหากินไม่ต้องครองเรือน เราเอาเวลานั้นมาศึกษาคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ศึกษาแล้ว เราก็มาฝึกฝน มาปฏิบัติจนกระทั่งมีประสบการณ์ภายใน ที่เรียกว่า ปฏิเวธ แล้วก็นำมาสั่งสอนอบรมต่างต้องเกื้อกูลกันระหว่างพระกับโยม ถ้าขัดกันก็บรรลัย เพราะฉะนั้นเราต้องรักกันนะ ทำความเข้าใจใหม่
ดังนั้น การที่สร้างใหญ่ ๆ ก็เพื่อส่วนรวม เพราะสร้างเสร็จแล้ว ครูไม่ใหญ่ก็เอาไปขายไม่ได้ แม้ขายก็ไม่มีใครซื้อ มันเป็นสาธารณประโยชน์
แค่คิดโปรเจกต์ที่จะทำงานสาธารณประโยชน์ก็ยากแล้วกะโหลกบานสติเฟื่อง กลางคืนเป็นควัน กลางวันเป็นไฟ ไปชวนคนให้มาสร้างความดี ให้เขาเอาชนะความตระหนี่ในใจ เพราะเขาหวงแหนทรัพย์นะ กว่าจะชวนมาได้แต่ละคน ไม่ใช่ง่าย เพื่อให้เขาได้มาช่วยกันสร้าง บอกอานิสงส์ บอกประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับตัวเขา และส่วนรวมจะเป็นอย่างไรทั้งชาตินี้ชาติหน้า เฝ้าเพียรบอกเขาไป
ชวนเขามาช่วยกันสร้างว่ายาก ยังต้องตามดูแลรักษาอีกเพราะโยมมาช่วยสร้างเสร็จ มาใช้เสร็จก็กลับบ้าน แต่พระต้องมานั่งดูแลรักษาทุกวัน นาน ๆ โยมก็เอาปัจจัยให้สักทีหนึ่ง มันเป็นอย่างนี้นะ
เพราะฉะนั้น ต้องทำความเข้าใจ พอเราทำความเข้าใจแล้ว ความรู้สึกที่ไม่ค่อยดีก็จะหมดไป เหมือนเวลาเราดูดวงอาทิตย์มีแว่นกันแดด ดูแล้วสดใส สบายตา เหมือนดูดวงตะวันแก้วไม่เคืองตา อย่างนี้ไง เราจะได้ปีติใจ ปลื้มใจ