เมตตาธรรมของคุณยาย
(ม้วน 1/A)
สามเณรยงยุทธ : ขอนอบน้อมแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า กราบขออนุญาตขอโอกาสพระเถรานุเถระที่เคารพทุกรูป กราบนมัสการพระอาจารย์และหลวงพี่ที่เคารพทุกรูป สวัสดีเพื่อนสหธรรมิก เจริญพรญาติโยมสาธุชนทุกท่าน (สาธุ)
เมื่อสักครู่นี้โยมพี่พิธีกรได้ประกาศนิมนต์สามเณรขึ้นมาแสดงธรรม ญาติโยมบางท่านก็คงจะนึกถึงสามเณรตัวเล็กๆ หน้าตาน่ารักๆ แต่พอพบตัวจริงของสามเณรแล้วก็คงเกิคดวามลังเลสงสัยว่าสามเณรนั้นเป็นพระหรือเป็นเณรกันแน่ สามเณรก็ขอยืนยันไว้ ณ ที่นี้นะครับว่าสามเณรนั้นเป็นสามเณรจริงๆ ครับ ยังไม่ได้เป็นพระ
วันนี้สามเณรรู้สึกยินดีที่ได้ขึ้นมาแสดงธรรมเนื่องในงานบำเพ็ญกุศลแด่คุณยายอาจารย์ ก่อนที่จะเล่าประสบการณ์เกี่ยวกับคุณยายที่ได้ประสบด้วยตนเองนั้น ก็ขอเล่าประวัติชีวิตสักเล็กน้อยฮะ เอาตั้งแต่ก่อนเกิดก็แล้วกันฮะ โดยย่อ โยมพ่อโยมแม่ของสามเณรนั้นเป็นชาวจังหวัดอยุธยาครับ แต่ว่าโยมแม่ย้ายไปอยู่จังหวัดพิษณุโลกตอนอายุ ๗ ปี ก็ตอนที่โยมพ่อแต่งงานกับโยมแม่ก็ต้องย้ายไปอยู่กับโยมแม่ที่จังหวัดพิษณุโลก
ตอนไปก็มีเรื่องแปลกอยู่เรื่องหนึ่งก็คือตอนที่แยกจากตัวจังหวัดจะเข้าไปในบ้านของสามเณรนั้น ต้องขึ้น ๒ แถวเข้าไปครับ แต่พอดีรถเต็ม โยมพ่อก็ต้องนั่งบนหลังคาครับ นั่งบนหลังคา พอดีพอรถจะจอดในที่ที่หนึ่งครับ เบรคแรงมากครับ เบรคดังเอี๊ยดนะครับ โยมพ่อสามเณรก็เอามือไปยันด้านหน้าครับ ด้านหน้าเพื่อพยุงตัว เพื่อทรงตัวไว้ พอชักมือกลับออกมาก็เห็นเป็นพระ ไม่ทราบว่าเป็นพระเหลืองหรือพระอะไรครับ ติดทื่มือขึ้นมาฮะ ก็เป็นเรื่องแปลก และที่ตรงนั้นก็คือที่ที่เป็นที่ตั้งของบ้านสามเณรครับ ก็เป็นเรื่องแปลกว่าหลังจากนั้นต่อมาก็ได้สร้างบ้านที่นั่น แล้วปกติบนรถ บนหลังคาจะไม่มีใครเอาพระไปติดไว้ ก็เป็นเรื่องแปลก
ตอนที่โยมแม่ของสามเณรตั้งท้องสามเณรนะครับ นี้โยมพ่อเพิ่งเล่าให้ฟังเมื่อเดือนที่แล้วเองว่าคืนที่จะคลอดครับ ก่อนที่จะคลอด โยมพ่อก็ฝันเห็นพระพุทธชินราชซึ่งเป็นพระประจำจังหวัดของจังหวัดพิษณุโลกครับ เห็นชัดมากครับ พอรุ่งเช้าวันที่โยมแม่ไปโรงพยาบาลก็ ก็มีผู้ใหญ่ฮะ ผู้ใหญ่บ้านซึ่งอยู่บ้านตรงข้ามกัน ก็พนันครับ ท้าพนันบอกว่าจะเป็นผู้หญิงผู้ชายครับ โยมพ่อสามเณรเนื่องจากมั่นใจครับว่าจะเป็นผู้ชายแน่ๆ เพราะว่าเมื่อคืนฝันถึงพระครับ ก็บอกไปว่าเป็นผู้ชาย ปรากฏว่าก็ชนะพนันครับ ได้เบียร์ ๑ ลัง
เนื่องจากสามเณร โยมพ่อเคยฝันตั้งแต่ก่อนเกิดว่าเห็นพระใช่ไหมครับ โยมพ่อไปดูหมอฮะว่าสามเณรนั้นโตขึ้นจะเป็นยังไง เขาก็บอกว่าให้เลี้ยงเด็กคนนี้ดีๆ ว่าโตไปเขาจะได้บวช บวชแล้วจะบวชไม่สึกฮะ ก็ชอบจังเลยครับคำทำนายนี้ อยากให้เป็นจริง
ก็มาถึงเรื่องของน้องสามเณรบ้างนะครับ ๓ ปีที่แล้วนะครับ น้องสามเณร โยมพ่อโยมแม่ไม่ให้บวช คือให้บวชครับ แต่ว่าน้องเขาไม่บวชครับ พอดีคืนนั้นโยมพ่อก็ฝันอีกครับว่าหลวงพ่อวัดปากน้ำมาตามบอกว่าขอทวงลูกคืนฮะ พอตื่นเช้าขึ้นมา โยมพ่อกับโยมแม่ก็ไปกราบรูปหลวงพ่อวัดปากน้ำนะครับว่ายินดีที่จะถวายลูกคืน หลังจากนั้นอีก ๒ วัน น้องสามเณรซึ่งไม่มีวี่แววว่าจะบวชก็มาขอโยมพ่อโยมแม่บวชเอง แล้วก็บวชได้ ๓ ปีแล้วครับ
ก็ขอข้ามมาถึงตอนที่สามเณรบวชแล้วกันนะครับ สามเณรบวชตอนอายุประมาณ ๑๕ ครับ ๑๕ ประมาณปี ๒๕๓๘ ตอนเข้าวัดแรกๆ รู้สึกเหงาเหมือนกันนะครับเพราะว่ามีใครคุยด้วยครับ เนื่องจากอาจจะตัวสูงเกินไป เพื่อนๆ ก็คงต้องแหงนคุยด้วย แต่พอมีโครงการโตตามแผนของพระเดชพระคุณหลวงพ่อนะครับ ก็เริ่มหายเหงา เพราะว่าเพื่อนๆ น้องๆ เขาโตทันครับ โตทัน เนื่องจากหลวงพ่อท่านอยากให้ลูกๆ ของท่านครับโตแบบอัศจรรย์ทันใช้ในชาตินี้ครับ
ก็ตอนเช้าก็จะมีนม มีเนื้อ มีไข่ครับ ช่วงแรกให้ฉันนมแทนน้ำครับ ไม่ให้ฉันน้ำเลย แต่พอพักหลังฉันได้ทั้งนมทั้งน้ำ เพราะว่ากระเพาะท่านอาจจะใหญ่ขึ้นครับ เลยฉันได้ทั้งนมทั้งน้ำในกระเพาะเดียวกัน สามเณรครับกับเพื่อนๆ นี่ เพื่อนส่วนใหญ่เขาจะโตตามแผนกัน แต่พอสามเณรเจอโครงการของหลวงพ่อแล้ว คงไม่โตตามแผนครับ โตเกินแผนเสียมากกว่าครับ
ตรงนี้สามเณรได้ข้อคิดว่า ว่าถ้าหลวงพ่อท่านบอกอะไร ท่านสั่งอะไรแล้วเราทำอย่างเต็มที่ เต็มกำลัง เต็มความสามารถ เราก็จะเห็นผลแบบอัศจรรย์ แบบเกินควรเกินคาดครับ เช่นหลวงพ่อท่านบอกให้เราไปรวยไปนะครับ ถ้าเราเชื่อท่านแล้วก็ตั้งใจทำตามหลักวิชชาของท่านอย่างเต็มที่ ไม่มีเอ๊ะ ไม่มีอ๊ะนะครับ ก็จะได้รวยสมปรารถนา รวยแบบอัศจรรย์ทันใช้ในชาตินี้กัน เหมือนสามเณรวัดพระธรรมกายที่สูงแบบเกินควรเกินคาดไงล่ะครับ
ยิ่งในช่วงนี้นะครับ หลวงพ่อท่านบอกให้พวกเราไปรวยล้างแค้นกันใช่ไหมครับ ก็คงจะได้ล้างแค้นกันสมใจเร็วๆ นี้ พูดเรื่องล้างแค้นแล้ว สามเณรมีเรื่องล้างแค้นเรื่องหนึ่งที่น่าประทับใจครับ คือเมื่อต้นปีครับช่วงงานสลายร่างโยมแม่ของพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมะนะครับ ช่วงนั้นสามเณรก็มีโอกาสได้รับบุญต่างๆ บางทีก็ทำกลีบบัวบ้าง ทำเพชรติดบัวบ้าง แต่มีอยู่บุญหนึ่งครับที่คนงานเขาทำไม่ทันกัน หลวงพ่อก็ให้โยมพี่อุปัฏฐากโทรมา บอกว่าให้ลูกเณรไปช่วยทำครับ พวกเราได้ยินก็ดีใจครับว่าหลวงพ่อท่านเมตตาเรา ไว้วางใจเรา เชื่อมือเราว่าเราต้องทำได้สำเร็จ ต่างคนต่างก็รับบุญกันอย่างเต็มเหนี่ยวครับ เต็มหนี่ยว เรียกว่าทุ่มเทสุดใจเลยครับ งานนี้
หลวงพ่อก็จะมาเยี่ยม มาให้กำลังใจเป็นระยะๆ นะครับ ก็ดึกดื่นค่อนคืนขนาดไหนก็จะมา มีโยมไปถ่ายรูป ท่านบอกให้ไปถ่ายเณรครับว่าจะได้เก็บเป็นประวัติศาสตร์ โตขึ้นไปจะได้ภาคภูมิใจว่าได้ทำมากับมือ พองานเสร็จปุ๊บ หลวงพ่อก็เข้ามาแล้วบอกว่าหลวงพ่อขออนุโมทนาบุญกับลูกเณรด้วยนะ งานนี้ถ้าไม่ได้ลูกเณรแล้ว งานสลายร่างโยมแม่ของหลวงพ่อก็คงจะไม่สมบูรณ์ เอางี้แล้วกัน หลวงพ่อมีปานะมาเลี้ยงพวกเรา จริงๆ หลวงพ่อก็อยากฉันกับลูกเณร แต่ว่าหลวงพ่อสุขภาพไม่ดี เอางี้นะ ลูกเณรช่วยหลวงพ่อด้วยเถอะ ช่วยฉันล้างแค้นแทนหลวงพ่อทีเถอะ สามเณรทุกรูปได้ยินอย่างนั้นก็เกิดความยินดีปรีดาครับว่าจะยังความปรารถนาของหลวงพ่อให้สำเร็จในทันที ก็เลยพร้อมใจกันทุ่มเทสุดใจอีกเหมือนเคย ฉันล้างแค้นแทนหลวงพ่อครับ
จริงๆ แล้วเรื่องล้างแค้นนะครับเป็น เรื่องการฉันนะครับเป็นเรื่องที่สามเณรท่านถนัดอยู่แล้ว เพราะว่าฟิตซ้อมมาอย่างดีทุกวัน พูดถึงเรื่องปานะก็เป็นสิ่งจำเป็นในการสร้างบารมีใช่ไหมครับ เพราะว่ายิ่งรับบุญดึก ก็ยิ่งหิวนะครับ ต้องการปานะเหมือนกัน มีน้องๆ บางท่านก็บอกว่าบุญเป็นเรื่องหลัก ปานะเป็นเรื่องรอง งานจะหนัก งานจะดึกขนาดไหน สามเณรสู้ไม่ถอย แต่ปานะอร่อยๆ อย่าขาดแล้วกัน ก็ตั้งสโลแกนกันเล่นๆ นะครับ
สังเกตพวกเรานะครับ ชาววัดพระธรรมกาย ไม่ว่าจะเป็นพระภิกษุสามเณร หรือว่าญาติโยมนะครับ เวลาไปไหนนะครับจะมีคนทัก เป็นชาววัดพระธรรมกายใช่ไหมนะครับ เพราะอะไรครับ เพราะว่าพวกเรานั้นเมื่อพิจารณาด้วยจากลักษณะภายนอกแล้ว ต่างดูผ่องใส อิ่มเอิบเบิกบาน ดูดีมีสง่าราศี รัศมีจับ มองแล้วน่าประทับจิต ติดไปถึงในใจ ชนิดที่ลืมไม่ลง คงไม่ลืม และก็จะตามปลื้มไปทั้งชาติเลยใช่ไหมครับ
สาเหตุที่พวกเราเป็นอย่างนี้พอทราบไหมครับว่าเป็นเพราะอะไร ก็เป็นเพราะว่าพวกเรานั้นอยู่ในบุญ การที่พวกเราอยู่ในบุญได้ก็เพราะเรามีครูบาอาจารย์ที่ดีครับ ไม่ว่าจะเป็นพระเดชพระคุณหลวงพ่อและคุณยาย ท่านทั้งพูดให้ฟัง ทำให้ดู สอนให้รู้ถึงคุณธรรมของบุญ จนบุญนั้นเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับชีวิตของเรา ที่เรียกว่าเป็นเลือดเป็นเนื้อของเราเลยก็ว่าได้
สามเณรวัดพระธรรมกายก็เช่นเดียวกัน เพราะว่าเราได้รับการหล่อหลอมจากหลวงพ่อและคุณยาย พวกเราก็มีความรักบุญครับ มีบุญทีไรครับ ถ้ามีปัจจัยก็ร่วมด้วยปัจจัย แต่ถ้าไม่มีปัจจัยก็ใช้แรงฮะ พวกเราคิดกันอย่างนี้ครับว่าเรานั้นเป็นลูกหลวงพ่อ เป็นหลานของคุณยาย ถ้าไม่เป็นแบบหลวงพ่อแบบคุณยาย จะให้อย่างใครครับ เมื่อไม่มีปัจจัยก็ไม่เป็นไร แต่เรายังมีหัวใจและแรงกายของยอดนักสร้างบารมี เราก็จะตั้งใจรับบุญกันให้เต็มที่ครับ ก็คิดกันอย่างนี้ครับ
ยิ่งช่วงมีบุญใหญ่นะครับ บุญใหญ่ ปัจจัยที่สามเณรจะได้จากโยมพ่อโยมแม่ บางปีโยมพ่อโยมแม่มาปีละครั้งบ้าง ปีละ ๒-๓ ครั้ง บางรูปโยมพ่อโยมแม่ไม่เคยมาเลยครับ เพราะว่าอยู่ไกล มาทีก็มีปัจจัยทำบุญทีฮะ ยิ่งบุญใหญ่ๆ แต่ละครั้งก็ต้องเขียนจดหมายไป เพราะว่าโยมพ่อโยมแม่ไม่ค่อยมา ถ้าตรงกับหน้าขายข้าวครับก็จะสมปรารถนากันหน่อย แต่ถ้าไม่ตรงกับหน้าขายข้าว ก็คงต้องทำใจกันหน่อยใช่ไหมครับ การทำใจในเวลาที่อยากทำบุญแล้วไม่ได้ทำ มันอาจจะเป็นเรื่องง่ายสำหรับคนที่ไม่รู้จักคุณค่าของบุญ แต่สำหรับสามเณรวัดพระธรรมกายแล้วเป็นเรื่องยากครับ คงจะรวมไปถึงญาติโยมด้วยใช่ไหมครับ การทำใจเรื่องนี้ทำยากมากนะครับ
มีสามเณรบางท่านดำรินะครับ ดำริที่จะบอกให้โยมพ่อโยมแม่นั้นขายเสาเรือนนะครับมาทำบุญฮะ คิดไปคิดมา เสาเรือน ๑ เรือนนี่ก็มีเพียงไม่กี่ต้น ขายไปสัก ๑ ต้น ก็คงเสี่ยง และเป็นการน่าหวาดเสียวอย่างสุดซึ้งต่อการเกิดวินาศภัยครับ กระท่อมถล่ม ยิ่งช่วงนี้ยิ่งมีข่าวว่าน้ำจะท่วม แผ่นดินจะถล่มครับ สามเณรทั้งหลายก็วิตกกังวลว่าโยมพ่อโยมแม่นั้นจะอยู่กันยังไงฮะ จะมีบ้านอยู่หรือเปล่านะครับ ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าใครจะมาช่วยให้สามเณรคลายกังวลได้ใช่ไหมครับ คิดได้อย่างนี้แล้วก็เลยตัดสินใจครับ ถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขียน จะเขียนไปว่าโยมพ่อโยมแม่ไม่ต้องขายเสาเรือนแล้ว เพียงแต่ไม่มีปัจจัยไม่เป็นไร ขอให้ส่งใจและแจ่วบองมาร่วมอนุโมทนากับลูกเณรด้วยก็แล้วกัน โอ้โฮ เท่านั้นแหละคับ แจ่วบองก็กลายเป็นของฝากยอดฮิตคู่ชีวิตการสร้างบารมีของสามเณรวัดพระธรรมกายเป็นต้นมาเลยครับ
ถ้าสังเกตเวลาสามเณรจะทำบุญกันนะฮะ ก็จะ เรียกว่ามากับเสียงครับ กุ๊งกิ๊งๆ เพราะว่ารูปที่มีปัจจัยท่านก็จะ ยังไงครับ มีน้ำใจงดงามเหลือเกินฮะ ก็จะไปแลกปัจจัยมาให้เพื่อนๆ ได้ทำบุญคนละ ๕ บาท ๑๐ บาท จะได้ไปด้วยกัน ได้เจอกันอีก สามเณรอยู่วัดพระธรรมกายครับ รู้สึกมีความสุขมากครับ เพราะว่าเรามีเพื่อน มีพี่ มีน้อง ที่รักและเข้าใจเรา แล้วก็คอยดูแลคอยห่วงใยเรา คอยให้กำลังใจตลอด อย่างเช่นที่สามเณรขึ้นมาเทศน์นี้ ก็มาส่งถึงหน้าประตูเลย ถ้าขึ้นมานั่งเป็น body guard ได้ก็จะมานั่งแล้วนะครับ ถ้าช่วยเทศน์ได้ก็คงช่วยไปแล้ว ก็รู้สึกอบอุ่น อยู่วัดพระธรรมกาย
ก็ยังมีพระเดชพระคุณหลวงพ่อที่เป็นทุกสิ่งทุกอย่างนะฮะ เป็นทั้งหมดของชีวิต เป็นศูนย์รวมกำลังทุกอย่างให้กับพวกเรา มีพระอาจารย์ พระพี่เลี้ยงคอยอบรมดูแลทั้งสอนทุกอย่างเป็นอย่างดี ความผูกพันระหว่างพวกเรากับพระเดชพระคุณหลวงพ่อนั้นลึกซึ้งและยาวนานครับ สามเณรจำได้ว่าเข้าวัดครั้งแรกเจอหลวงพ่อและคุณยายนั้นรู้สึกรักเลย จะเรียกว่ารักแรกพบเลยก็ว่าได้ รู้สึกเราเคยอยู่กับท่าน เคยร่วมสร้างบารมีกับท่านมานานแล้ว แต่ไม่ทราบว่านานแค่ไหน
ช่วงเข้าวัดใหม่ๆ ก็มีโอกาสได้เข้าไปในกุฏิยายครับ ไปช่วยยกกุฏิยาย เอ่อไม่ใช่ครับ ช่วยยกเตียงฮะ ยกเตียงที่กุฏิยาย ก็เข้าไปก็ต้องทึ่งฮะ อึ้ง ซึ้ง ตรึงใจว่าคุณยายแม้จะเป็นผู้ที่สร้างวัดพระธรรมกาย แต่ว่าในกุฏิท่านนั้นมีเพียงแค่เตียงไม้ขัดมันธรรมดา มีหมอน มีผ้าห่มไม่กี่ผืน ส่วนเครื่องประดับอื่นๆ ก็ไม่มีเลย สามเณรก็เลยได้ข้อคิดว่าคงจะไม่มีเครื่องประดับบ้านใดๆ ที่จะสวยสด งดงามยิ่งไปกว่าความสะอาด ความเป็นระเบียบเรียบร้อย ความเรียบง่ายเหมือนกุฏิของยายอีกแล้ว ไม่มีเฟอร์นิเจอร์ใดจะสวยเท่าเฟอร์นิเจอร์ของยายฮะ ก็เป็นเรื่องที่ประทับใจมาก
แล้วก็เมื่อ ๒ ๒-๓ ปีที่แล้วที่หลวงพ่อท่านบูมยกชั้นนะครับ สามเณรทุกรูปก็ต้องไปท่องไวยกรณ์แล้วก็สวดมนต์ทำวัตรที่หมู่บ้านปฏิบัติธรรม เวลาไปก็ต้องผ่านกุฏิยายครับ สามเณรกับเพื่อนอีก ๑ รูป ก็จะเก็บดอกมะลิฮะ ดอกมะลิไปถวายหลวงพ่อทุกวัน แต่พอดีวันนั้นไม่ทราบเป็นยังไง นึกอยากเก็บ ๒ ถุงครับ ก็เลยเก็บไป ๒ ถุง ระหว่างทางก็ผ่านกุฏิยายอีกเช่นเคย แต่วันนี้แปลก โยมพี่อารีพันธุ์ท่านพายาย ซึ่งตอนนั้นยายนั่งรถเข็นแล้วเพราะว่าสุขภาพไม่ดีแล้วครับ ก็กำลังให้ยายผ่อนคลายยามเย็น
สามเณรกับเพื่อนก็คิดว่าทำไงดีนี่ อยากถวายดอกมะลิให้ยายจังเลย เท่านั้นแหละครับ ยายหันมาขวับ เราทั้งสองก็มองหน้ากันครับ ยายรู้ได้ยังไง เลยปรึกษากันจะทำยังไงดียายมองหน้าแล้ว ก็เลยปรึกษากันว่าเรายิ้มแก้ขัดไปก่อนแล้วกัน ยายคงรู้ว่าเราอยากถวายดอกมะลิจากรอยยิ้มมั้งนะครับ จากนั้นก็ ๒ เราก็พร้อมใจกันยิ้มให้สวยอย่างสุดซึ้งไปถึงยาย ยายก็ยิ้มรับด้วยความเอ็นดู แล้วก็บอกให้พี่อารีพันธุ์เข็นรถเข็นมาใกล้ๆ รู้ว่าสามเณรก็ใช้มือค่อยๆ ลอดรั้วเข้าไปถวายดอกมะลิกับยาย เป็นอันว่าวันนั้นสามเณรได้รับบุญใหญ่จากการถวายดอกมะลิยายก็เพราะรอยยิ้มแท้ๆ
แม้ยายจะป่วยครับ ยายไม่เคยลืมสามเณรเลย พักหลังท่านมาเองได้ก็จะมา ท่านมาไม่ได้ก็จะฝากโยมพี่อารีพันธุ์มา สิ่งที่ท่านถวายให้เณรก็จะเป็นพวกดวงแก้ว พวกล็อคเก็ตยาย พวกขนม พวกช็อตโกแล็ต พวกไอติมครับ เห็นเณรรับบุญอยู่ก็ถวาย มีปากกายายบ้าง บางปีก็เป็นจีวร ช่วงที่ยายจะถวาย ก็คือช่วงวันเกิดยาย ช่วงก่อนสอบ หรือไม่ว่าก็เป็นวันสามเณรฮะ วันสามเณร
เวลาสามเณรไปสอบนี่นะครับ ก็จะมีที่น่าสังเกต ชาววัดพระธรรมกาย เณรวัดพระธรรมกายจะบริขารเยอะฮะ ไม่ว่าจะเป็นดวงแก้วยายนะครับ ลูกอมยาย ท๊อฟฟี่ยาย ช็อตโกแล็ตยาย ๓-๔ อย่างนี้เอาเข้าไปเฉยๆ ไม่รู้ว่าฉันได้หรือเปล่าในห้อง แต่ก็เป็นกำลังใจอย่างหนึ่งใช่ไหมครับสำหรับหลานยาย แล้วก็มีล็อตเก็ตยายครับ จีวรที่ใช้ห่มก็ต้องเป็นจีวรของยาย เรียกว่า ยาย fever เลยฮะงานนี้ จะเรียกว่าพกความมั่นใจไปเต็มกระเป๋าไม่ได้แล้วฮะ ต้องบอกว่าพกความมั่นใจไปเต็มตัวและหัวใจเลยทีเดียวครับ งานนี้
ก่อนเปิดข้อสอบก็อธิษฐานว่าขอให้สอบข้อสอบได้ ทำได้ทุกตัวอักษร ครับ อธิษฐานกับยาย กับหลวงพ่อ พอเปิดมาก็ทำได้ฮะ แต่ก็มีบางปีเหมือนกันที่เปิดมา เอ๊ะ ตกใจ กรรมการเอาเล่มไหนมาออกนี่ ออกผิดหรือเปล่า แต่ก็ด้วย ด้วยความที่เรามีกำลังใจเป็นต่อ เรามีหลวงพ่อและคุณยายอยู่ในใจก็ทำให้สามารถค่อยๆ แกะ ค่อยๆ ทำไปจนสามารถทำได้สำเร็จ
นอกจากยายจะเคยถวายสิ่งต่างๆ ให้สามเณรแล้ว สามเณรก็เคยมีโอกาสที่จะได้เข้าไปถวายปัจจัยบูชาธรรมท่าน สิ่งที่จำได้แม่นเลยก็คือคำพรของยาย ยายจะให้พรอยู่ประโยคหนึ่งว่าขอให้คิดอะไรก็ให้สมปรารถนา ให้เห็นธรรมะใสๆ ยายจะพูดอย่างนี้หลายรอบครับ สามเณรมานั่งคิดดูแล้วเหมือนยายกำลังจะบอกกับเราว่าในโลกนี้ ในธาตุในธรรมนี้ ไม่ว่าจะเป็นคน สัตว์ สิ่งของหรืออะไรก็ตาม ไม่มีสิ่งใดเลยที่จะเป็นที่พึ่ง ที่ระลึกอย่างแท้จริงให้เราได้ ยกเว้นเสียแต่ธรรมะใสๆ ภายใน
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้แล้ว ก็ทำให้นึกถึงคำพูดของหลวงพ่ออีกประโยคหนึ่งว่าหลวงพ่อก็ไม่รู้เหมือนกันนะว่าพ่อแม่ทางโลกนั้นเขารักลูกกันยังไง หลวงพ่อรู้แต่ว่าหลวงพ่อนั้นรักลูกๆ มาก หลวงพ่อก็พิจารณาดูแล้วว่าในชีวิตของหลวงพ่อ สิ่งใดที่เป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงสุด ก็เห็นว่าไม่เห็นสิ่งใดเลยที่จะเกินวิชชาธรรมกาย หลวงพ่อจึงปรารถนาให้พวกเราทุกคนได้เข้าถึงวิชชาธรรมกายกัน หลวงพ่อท่านก็จะย้ำเสมอครับว่าทำอะไรอย่าให้เสียศูนย์ คืออย่าให้คลาดจากศูนย์กลางกายครับ ทำอะไรอย่าให้เสียศูนย์ เพราะว่าเราจะได้ไม่สูญเสียโอกาสที่ดีที่สุดของชีวิตไป
ถ้าหากมีใครถามเราว่าในโลกนี้ ในชีวิตนี้นี่ เรารักใครมากที่สุด หลายๆ คนก็คงตอบว่าเรานั้นรักตนเองมากที่สุด แต่เชื่อไหมครับว่ามีบุคคลอยู่บางท่านที่รักตัวของเรามากกว่าที่เราจะสามารถรักตนเองได้ ใครครับ บุคคลท่านนั้นก็คือพระเดชพระคุณหลวงพ่อและคุณยายครับ ไม่มีสิ่งใดเลยที่จะมีคุณค่ามากที่สุดเท่ากับธรรมะภายในกับวิชชาธรรมกายแล้ว ท่านทั้งพร่ำสอนอบรมเรา โดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย แถมยังกลั่นแก้ผังที่ไม่ดี คอยปัดเป่าทุกข์โศกโรคภัยให้เรานะครับ
เรื่องความรักความเมตตาของพระเดชพระคุณหลวงพ่อที่มีต่อลูกๆ สามเณรก็มีอยู่เรื่องหนึ่งครับที่ประทับใจมากครับ ก็เมื่อ ๒-๓ ปีที่แล้ว ช่วงที่วัดเราโดนโจมตีมากๆ ช่วงนั้นวัดเราอะไรประหยัดได้ก็ประหยัด แต่มีสิ่งหนึ่งที่หลวงพ่อไม่ยอมเด็ดขาดนะครับ ก็คือไม่ยอมให้ลูกพระลูกหลานของท่านอด ก็เลยจัดตั้งครัวมหาทานบารมีขึ้นมา ปรับปรุงทั้งอาหาร ทั้งคุณภาพและทั้งรสชาติ ยิ่งสามเณรท่านยิ่งเป็นห่วงครับว่ากลัวจะไม่โตกัน
ก็เลยออกแบบสอบถามมาให้ลูกเณรนั้นเขียนเมนู พวกเราได้ยินอย่างนี้ก็ดีใจอีกเช่นเคย ต่างงัดเมนูเด็ดประจำตัวขึ้นมา แต่ส่วนใหญ่โดยรวมก็จะเป็นส้มตำ ลาบ ก้อย น้ำตก ซกเล็กนะครับ อาหารอื่นไม่ว่าจะเป็นข้าวผัดอเมริกัน หรือว่าสเต็คอะไร จะไม่รู้จัก หรือว่าอาหารที่นอกเหนือจากนี้ คืออาหารที่นอกจากภาคเหนือ แกจะไม่รู้จักกัน เพราะว่าสามเณรวัดพระธรรมกายส่วนใหญ่นั้นเป็นชาวเหนือ แต่ว่าเหนือเฉียงๆ ฮะ ก็เขียนไปด้วยความเบิกบานฮะ เบิกบาน บางอย่างก็ผ่าน บางอย่างก็ไม่ผ่าน บางอย่างก็ได้เลื่อนไปอยู่มื้อเพล เพราะว่าจะให้ฉันข้าวเหนียวแต่เช้าเลยก็คงท้องอืด ฉันอาหารรสจัดแต่เช้าก็คงจะท้องไม่ค่อยดี ก็ซาบซึ้งนะครับในความเมตตาของท่าน
ทุกเช้าท่านก็จะเดินมาดูตามวงฉันนะครับว่าลูกของท่านฉันอิ่มไหม ขาดเหลืออะไร อะไรบกพร่องท่านก็จะบอกแม่ครัวฮะ ให้ปรับปรุง หลังจากนั้นท่านจะกลับกุฏิ กลับกุฏิ แล้วก็รอรับพร ซึ่งกระจายเสียงไปถึงกุฏิท่าน ท่านก็จะรับพรเสร็จ ยังไม่พอฮะ ท่านก็อธิษฐานจิตให้ลูกพระลูกเณรของท่านมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงฮะ เท่านี้ยังไม่พอครับ ยังอธิษฐานให้ได้เข้าถึงพระธรรมกายแล้วก็ได้ศึกษาวิชชาธรรมกายไวๆ ครับ แล้วจากนั้นท่านจึงฉัน ตรงนี้ซิครับ สามเณรรู้สึกพูดไม่ออก เพราะว่าโอ้ ท่านรักเรามากถึงขนาดนี้ ท่านยอมฉันทีหลังเรา ทั้งๆ ที่เราจะพูดไปก็ไม่มีความสำคัญอะไรมาก เป็นแค่เณรตัวเล็กๆ ใช่ไหม
ก็คิดว่าหยาบๆ ท่านยังรักเรามากขนาดนี้ ในละเอียดๆ ท่านจะรักเรามากขนาดไหน สามเณรเคยได้ยินว่าหลวงพ่อนั้นรู้จักเราแล้วก็คอยปกป้องดูแลรักษาพวกเราอย่างน้อยๆ ก็ก่อนพวกเราเกิดฮะ ตอนแรกฟังก็ไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจ แต่พอได้ยินสามเณรรูปหนึ่งเล่า ซึ่งเป็นเพื่อนของสามเณรเอง ก็เป็นเพื่อนสนิทฮะ ท่านเพิ่งเล่าให้ฟังเมื่อเดือนที่แล้วเอง ก็ขออนุญาตท่านมาแล้ว คือสามเณรรูปนี้นะครับ ตอนท่านอยู่ในท้อง ท่านเล่าให้ฟังว่า คือโยมแม่ท่านเล่าให้ฟังอีกทีนะครับ บอกว่าคงจะเป็นเพราะว่าท่านเป็นที่รักของมนุษย์และเทวดา และสรรพสัตว์ สรรพสัตว์ทั้งหลายมียุงเป็นต้นก็แสดงความรักกันใหญ่ ร่วมใจกันกัดโยมแม่ของท่าน ทำให้โยมแม่ของท่านนั้นเป็นไข้มาเลเรีย หมอก็บอกต้องทำแท้ง ถ้าไม่ทำแท้ง จะต้อง เด็กคนนี้คลอดออกมาไม่ตายก็คงต้องปัญญาอ่อน แต่โยมแม่ก็ไม่ได้ทำแท้งฮะ ไม่เชื่อหมอ
พอคลอดออกมาก็เกิดเหตุอัศจรรย์ครับ เด็กคนนี้ไม่มีเชื้อไข้มาลาเรียเลย เป็นไปไม่ได้เด็ดขาดใช่ไหมครับ หมอได้เห็นอย่างนั้นก็รู้สึกทึ่ง อึ้ง ซึ้ง ตรึงใจ งงๆ ทำอะไรไม่ถูกไปเลย เอ๊ะเป็นได้ยังไง เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อ ๒๐ ปีที่แล้ว บัดนี้เด็กคนนั้นก็ได้เป็นสามเณรวัดพระธรรมกาย มีสุขภาพแข็งแรง สติปัญญาเฉลียวฉลาด ช่างคิด แถมยังเรียนเก่ง แล้วก็แถมยังเทศน์ได้ไพเราะจับใจด้วย วันนี้ท่านก็มานั่งให้กำลังใจสามเณรอยู่ฝั่งโน้นฮะ นั่งยิ้มแป้นอยู่
สามเณรเชื่อมั่นนะครับว่าเป็นเพราะครูบาอาจารย์ของเราว่าท่านคอยดูแลรักษา คอยปกป้องพวกเราอยู่ตลอดเวลา เพราะว่าท่านนั้นเป็นบุคคลอจินไตย ก็มักจะมีเรื่องอจินไตยเกิดขึ้นได้เสมอใช่ไหมครับ สามเณรอยู่วัดพระธรรมกายปีนี้เป็นปีที่ ๗ ยอมรับอย่างหนึ่งว่าอยู่วัดนั้นต้องอาศัยกำลังใจเยอะนะฮะ บางครั้งเราท้อแท้ครับ ก็มีบ้างเหมือนกัน แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้สามเณรเลิกท้อก็คือกำลังใจที่ได้จากพระเดชพระคุณหลวงพ่อ
มีอยู่ช่วงหนึ่งสามเณรทุกรูปก็จะได้ปฏิบัติธรรมที่ดอยสุเทพครับ ก็ปฏิบัติธรรมกับหลวงพ่อแบบพ่อแบบลูก ท่านจะให้ความเป็นกันเองมาก ท่านก็จะให้โอวาทว่าลูกเณรอย่าไปน้อยเนื้อต่ำใจนะว่าเราด้อยโอกาสหรือว่าอะไร เราไม่มีโอกาสเหมือนชาวโลกเขา จริงๆ แล้วชาวโลกเขาอยากเป็นแบบเรา แต่เขาไม่รู้ต่างหาก ถ้าเขารู้ว่าสิ่งไหนดีที่สุด เขาก็จะมาเป็นแบบเรา เรานั้นอยู่ในเพศภาวะที่สูงที่สุด เป็นเพศภาวะที่มนุษย์และเทวากราบไหว้ เป็นเพศสุดท้ายของการเดินทางในวัฏสงสาร พวกเราจึงเหมือนคนที่อกแตะเส้นชัยก่อนใคร
ท่านก็บอกอีกว่าวัยของลูกเณรนั้นเป็นวัยที่พญามารกลัว แล้วก็ให้ตั้งใจเอาเรี่ยวแรงนี้ประพฤติปฏิบัติธรรมแล้วก็สร้างบารมีให้เต็มที่ อย่าประมาท แล้วก็อย่าสึก ถ้าลูกเณรประมาท จากที่ถูกยกย่องก็จะถูกยัดเยียดกิเลสอาสวะเข้ามา จนทำให้ต้องลาสิกขาไป แล้วก็ถูกมารเขา เขาเรียกว่าอะไรสับโขลก เหยียบหยาม เหยียบย่ำ ย่ำยี แถมยังยักยอกเวลาไป ทำให้หมดโอกาสของการสร้างบารมีไป
สามเณรได้ฟังอย่างนี้แล้ว ก็รู้สึกอยากจะบอกกับหลวงพ่อว่าลูกเณรจะไม่ท้อ จะไม่น้อยเนื้อต่ำใจอีกแล้ว ก็อยากจะบอกหลวงพ่ออีกว่าในโลกนี้นี่ ชีวิตนี้สิ่งที่สามเณรดีใจแล้วก็ภาคภูมิใจมากที่สุดก็คือการได้บวช แล้วได้เกิดเป็นลูกของพระเดชพระคุณหลวงพ่อ เป็นหลานของคุณยาย
เรื่องที่สามเณรได้เล่ามาทั้งหมดนี้เป็นเพียงเสี้ยวส่วนหนึ่งของความรัก ความเมตตาของพระเดชพระคุณหลวงพ่อและคุณยายที่มีต่อลูกๆ จริงๆ แล้วมีมากกว่านี้ สามเณรก็ไม่รู้จะสรรหาคำใดๆ ในโลกมายกย่องสรรเสริญหรือว่าพรรณนาได้หมดสิ้น
(ม้วน 1/B)
เพราะว่าความรักของท่านนั้นเป็นความรัก เป็นความรักที่บริสุทธิ์ เป็นรักแท้ รักนิรันดร์ รักที่ไม่มีวันตาย เป็นรักข้ามชาติ และรักจนถึงที่สุดแห่งธรรม พวกเราทุกคนนั้นอาศัยท่านทุก (หมดม้วน 1/A) ลมหายใจ ทุกวินาทีทั้งนั่ง นอน ยืน เดิน หลับ ตื่น ทั้งรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ตาม ท่านจะคอยดูแลพวกเราตลอด คอยกำจัดวิบาก บาปศักดิ์สิทธิ์ให้พวกเรา
เมื่อได้ซาบซึ้งถึงพระคุณของท่านว่ามีมากมายถึงเพียงนี้แล้ว พวกเราทุกท่านก็ควรที่จะตอบแทนคุณท่าน ไม่ว่าจะเป็นอามิสบูชา หรือปฏิบัติบูชา ท่านปรารถนาสิ่งใดหรือว่าต้องการให้เราเป็นอย่างไร ก็ขอให้พวกเราทำให้ท่านสมปรารถนาอย่างดีที่สุด แล้วก็ขอให้พวกเราได้ตั้งใจประพฤติปฏิบัติธรรมเจริญภาวนาเพื่อบูชาธรรม ระลึกถึงพระคุณของพระเดชพระคุณหลวงพ่อและคุณยายโดยพร้อมเพรียงกัน
สัพเพ ….
PAGE
PAGE 1
หน้า
FILENAME \p L:\ต้นฉบับบทเทศน์\2544\ตุลาคม\44-10-18 FW-AAT.doc