อานิสงส์แห่งสังคหวัตถุ ๔
(ม้วน 1/A)
พระโกวิท : ขอนอบน้อมแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐเหนือเศียรเกล้า นมัสการพระมหาเถระ พระเถรานุเถระทุกรูป สวัสดีเพื่อนสหธรรมิกทุกท่าน เจริญพร สามเณร อุบาสก อุบาสิกา และท่านสาธุชนผู้มีบุญ ลูกหลวงพ่อ หลานคุณยายทุกท่านนะ (สาธุ)
พรุ่งนี้ก็จะเป็นงานบุญใหญ่อีกบุญหนึ่งที่พวกเราจะได้มาร่วมกันสร้างบารมี แม้จะเป็นวันที่พวกเราต้องทำงานกันก็ตาม แต่เพราะเรามีหัวใจของนักสร้างบารมีที่ไม่เคยหวั่นไหวต่ออุปสรรคสิ่งใดๆ ไม่เคยหันเหจากหนทางของการสร้างบารมี สมดังคำที่เปรียบเทียบเอาไว้ว่าแม้ฟ้าจะเปลี่ยนใจ ลมยังผิดทิศ ไม้ยังผลัดใบ แต่สายใยของชีวิตและจิตใจของทุกท่านไม่เคยเปลี่ยนแปลงจากหนทางของการสร้างบารมีเลย
และการที่พวกเรามีหัวใจรวมกันเป็นดวงเดียว มาสร้างบารมีพร้อมหน้ากันถึงวันนี้ได้ ไม่ใช่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างง่ายๆ เลย การที่เรามานั่งอย่างสงบอยู่ต่อหน้าเรือนของคุณยาย พูดแต่ถ้อยคำที่ไพเราะ อ่อนหวาน มีรอยยิ้มให้กัน พูดแต่เรื่องบุญกุศลที่เป็นประโยชน์ในการสร้างบารมี ถ้าจะถามว่าสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไร คำตอบก็คือว่าเพราะพวกเรามีธรรมะเป็นเครื่องยืดเหนี่ยวจิตใจกันให้ประพฤติปฏิบัติกัน
ธรรมะซึ่งเป็นหลักใจของพวกเราก็คือสังคหวัตถุธรรม สังคหวัตถุธรรมก็คือธรรมะที่เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวน้ำใจให้อยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุข พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ในสังคหวัตถุสูตรว่า
ทานญฺจ ปิยวชฺชญฺจ อตฺถจริยา จ ยา อิธ
สมานตา จ ธมฺเมสุ ตตฺถ ตตฺถ ยถารหํ ฯ
การให้ทาน การพูดจาไพเราะ การประพฤติให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น ความเป็นผู้มีตนเสมอในธรรมทั้งหลาย ในบุคคลอื่นตามกาล ทำเครื่องยึดเหนี่ยวน้ำใจในโลกเหล่านี้แล เป็นเหมือนเพลารถอันแล่นไปอยู่ เพราะบัณฑิตทั้งหลายพิจารณาเห็นธรรมเครื่องยึดเหนี่ยวเหล่านี้โดยชอบแล้ว บัณฑิตเหล่านั้นจึงถือความเป็นใหญ่ เป็นผู้ที่หมู่ชนสรรเสริญกันถ้วนหน้า
จากพระพุทธพจน์ที่กล่าวมาข้างต้นนี้ จะเห็นได้ว่าองค์แห่งสังคหวัตถุธรรมนั้นมี ๔ ประการคือ
ทาน ๑
ปียะวาจา ๑
อัตถะจริยา ๑
สมานัตตา ๑
ธรรมประการแรก ก็เป็นสิ่งที่พวกเราได้กระทำกันดีอยู่แล้ว และพวกเราก็ยังทำอย่างเต็มที่ เต็มกำลัง สิ่งนี้ก็คือการให้ทาน การให้ทาน เพราะธรรมดาของมนุษย์ในโลกนี้ ล้วนปรารถนาที่จะเป็นที่รักของคนรอบข้าง เป็นที่ยอมรับนับถือของทุกๆ คน และปรารถนาที่จะได้ยินได้ฟังคำยกย่องสรรเสริญตนเองมากกว่าเสียงนินทาว่าร้าย พระพุทธองค์ได้สอนวิธีที่จะทำตนให้เป็นที่รักของผู้อื่น ก็คือต้องรู้จักการให้ เพราะทุกชีวิตจะดำรงอยู่ด้วยการให้
คุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ถือว่าท่านเป็นบุคคลตัวอย่างในเรื่องการให้ทานได้เป็นอย่างดี เพราะตลอดชีวิตของคุณยาย ท่านได้สะสมทานบารมีไว้อย่างมากมายตั้งแต่เด็ก จนกระทั่งท่านได้มาสร้างวัดพระธรรมกายแห่งนี้ ท่านก็ยังได้โรงทานเอาไว้เลี้ยงพระภิกษุสามเณร อุบาสก อุบาสิกา และบุคคลที่มาวัด คุณยายของเราเคยอธิษฐานเอาไว้ถ้ามีคนมาร้อย ก็ให้เลี้ยงได้ทั้งร้อย ถ้ามาล้านก็ให้เลี้ยงได้ทั้งล้าน จนถึงช่วงสุดท้ายของชีวิตของคุณยาย ก่อนที่ท่านจะได้ละสังขาร ท่านก็ยังได้⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪
⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪⨪็นโอกาสอันดีที่พวกเราได้ร่วมบุญกับคุณยาย เพื่อจะน้อมนำบุญนี้ถวายคุณยาย เพื่อให้คุณยายได้บูชาธรรมแด่พระเดชพระคุณพระมงคลเทพมุนี หลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ด้วยการสร้างมหาวิหาร เป็นการตอบแทนพระคุณของท่าน
นอกจากการให้ทานแล้ว ประการที่ ๒ ก็ต้องรู้จักพูดจาปราศรัย หัดพูดจาให้ไพเราะ นุ่มนวลน่าฟัง ที่เรียกว่าปิยวาจา คือคำพูดที่พูดแล้วเป็นที่รัก ฟังแล้วเกิดกำลังใจที่จะส่งเสริมสนับสนุนให้ทุกคนอยากจะทำความดีให้ยิ่งๆ ขึ้นไป ไม่ใช่พูดจาส่อเสียด ก่อให้เกิดความแตกแยก ต้องพูดจาที่ทำให้เกิคดวามสามัคคี เปรียบเสมือนน้ำทิพย์ชโลมใจ ประสานใจทุกๆ ดวงให้เป็นหนึ่งเดียวกัน หรือเเหมือนน้ำฝนที่ประสานดินเหนียวที่แตกระแหงให้เป็นผืนแผ่นเดียวกัน
หลวงพี่เคยได้ยินโอวาทของพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโย พูดถึงคุณยายเอาไว้ว่า ตั้งแต่หลวงพ่ออยู่กับคุณยายมา ไม่เคยได้ยินคุณยายพูดว่าทำไม่ได้ เป็นไปไม่ได้ มีแต่คำพูดว่าทำได้ เป็นไปได้ และต้องสำเร็จ นี่คือสิ่งที่คุณยายพูดมาตลอด ๓๐ กว่าปี และสิ่งที่ท่านพูดอย่างไร ท่านก็ทำอย่างนั้น ทำได้อย่างไร ท่านก็พูดของท่านอย่างนั้น คำพูดของคุณยายล้วนเป็นคำพูดที่ให้กำลังใจ ที่ทำให้พวกเราอยากจะสร้างความดีและสร้างบารมีให้ยิ่งๆ ขึ้นไป
คุณธรรมประการที่ ๓ คืออัตถาจริยา คือต้องรู้จักทำตัวให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น ให้มีหัวใจประดุจพระโพธิสัตว์คือช่วยเหลือเพื่อนร่วมโลกให้พ้นจากทุกข์ หากรู้ว่าใครกำลังประสบปัญหา แม้เขาไม่ขอความช่วยเหลือ ก็ให้เรามีมหากรุณา อาสาเข้าไปช่วย นี่เป็นสิ่งที่แสดงถึงจิตใจที่ดีงามของนักสร้างบารมี ผู้ฝึกฝนอบรมตัวเองมาดีแล้วอย่างพวกเราทุกคน ซึ่งนอกจากพวกเราจะทำตนเองให้บริสุทธิ์แล้ว ยังปรารถนาที่จะทำให้โลกบริสุทธิ์ด้วย
ตลอดเวลาที่มีการแสดงธรรมมา จนมาถึงวันนี้ สิ่งที่พระอาจารย์แต่ละรูปขึ้นมาถ่ายทอดคุณธรรมของคุณยาย ล้วนเป็นสิ่งที่แสดงถึงความเป็นต้นบุญและต้นแบบ ของการประพฤติตนเพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นของคุณยาย ไม่ว่าจะเป็นการสั่งสอนหรือแนะนำ แนะคือคุณยายท่านมักสอนให้ศิษย์นั้นไม่ทำความชั่ว ทำแต่ความดี นำคือคุณยายท่านได้สอนให้ศิษย์ได้รู้จักเป้าหมายของชีวิตของตนเองที่เกิดมาเป็นมนุษย์อย่างแท้จริง และคุณยายยังเป็นทั้งต้นบุญในเรื่องของการขวนขวายในบุญ เพื่อให้ศิษย์นั้นได้นำปฏิบัติตามคุณยายได้
ส่วนประการสุดท้ายคือสมานัตตา ต้องรู้จักวางตัวให้เสมอตนเสมอปลาย ไม่ว่าจะเข้าไปในสังคมไหนก็ให้รักษาภาวะปกติของตนเองเอาไว้ ให้รักษาใจให้บริสุทธิ์เป็นกลางๆ ไม่หวั่นไหวไปตามกระแส ปรับตัวให้เข้ากับทุกๆ คนได้ แล้วก็ควบคุมตนเองด้วยสติและปัญญา ถ้าเราทำได้อย่างนี้ เราก็จะได้เป็นที่รัก ที่พอใจของคนทุกคนได้
คุณยายของเรานี่ แม้จะเป็นผู้ที่ให้กำเนิดวัดพระธรรมกายก็ตาม แต่ท่านก็มีความอ่อนน้อมถ่อมตน ในสมัยที่คุณยายยังอยู่ ใครได้เข้ามาวัด ก็จะเห็นคุณยายทักทายปราศรัยก่อนเสมอ และท่านก็ให้ความเป็นกันเองกับคนทุกคน ไม่ว่าเขาจะมีฐานะอย่างไร คุณยายท่านก็ให้ความเป็นกันเองเสมอกัน จนทำให้ผู้ที่เข้ามาพบคุณยาย ก็จะได้สัมผัสถึงความอบอุ่นและความเมตตาของคุณยาย สิ่งนี้คือเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจของผู้ที่มีพบคุณยาย แม้จะเป็นเพียงก้าวแรกที่เดินเข้ามาหาคุณยายก็ตาม
คุณธรรมที่หลวงพี่ได้กล่าวมาทั้งหมดนี้ แม้ในสมัยพุทธกาล ก็มีบุคคลที่เป็นที่รักของพวกพ้องและบริวารมากมาย ท่านได้ยึดเหนี่ยวจิตใจของทุกคนด้วยสังคหวัตถุธรรม ดังเรื่องที่มีในพระไตรปิฎกดังต่อไปนี้
ในสมัยหนึ่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับอยู่ที่เมืองอาฬาวี ท่านอัธธกะ ได้ชวนพรรคพ้องบริวารประมาณ ๕๐๐ คนเข้าไปเฝ้า และได้สนทนาธรรมปราศัยกับพระพุทธองค์ พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสถามท่านอัธธกะว่า ท่านมีมิตรสหายมากมาย ได้ยินว่าทุกๆ คนเป็นที่รักของท่าน และท่านก็เป็นที่รักของทุกๆ คน ท่านสงเคราะห์พวกพ้องของท่านได้อย่างไร ท่านอัธธกะจึงกราบทูลว่าข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ได้สงเคราะห์เพื่อนและบริวารมากมายด้วยสังคหวัตถุ ๔ คือ
ถ้ารู้ว่าผู้นี้ควรสงเคราะห์ด้วยการให้ทาน ข้าพระองค์ก็สงเคราะห์ด้วยการให้ทาน
ผู้นี้ควรสงเคราะห์ด้วยการพูดจาที่อ่อนหวาน ข้าพระองค์ก็จะพูดจาด้วยถ้อยคำที่อ่อนหวาน
ถ้าผู้นี้ควรสงเคราห์ด้วยสิ่งที่เป็นประโยชน์ ข้าพระองค์ก็จะทำตัวเองให้เป็นประโยชน์
ผู้นี้ควรสงเคราะห์ด้วยการวางตัวให้เหมาะสม และสม่ำเสมอ ข้าพระองค์ก็จะวางตัวให้เหมาะสมและสม่ำเสมอพระเจ้าข้า
พระบรมศาสดาทรงสรรเสริญอัธธกะว่าท่านทำดีแล้ว สมแล้วที่เป็นสาวกของเรา เพราะเมื่อฟังธรรมก็นำไปพิจารณาไตร่ตรองแล้วก็ลงมือปฏิบัติ เมื่อปฏิบัติแล้วก็ได้ผลสมควรแก่การปฏิบัติ และพระองค์ก็ตรัสสอนต่อไปว่าผู้ที่เป็นใหญ่ เป็นที่ยอมรับของมหาชนในสมัยก่อนโน้น ล้วนประพฤติหลักสังคหวัตถุธรรม ๔ ประการ
ในยุคปัจจุบัน ผู้นำ ถ้าจะให้เป็นที่รักของบริวาร ก็ต้องประพฤติด้วยสังคหวัตถุธรรม ๔ ประการเหมือนกัน แม้กระทั่งในอนาคต ถ้าผู้นำอยากจะเป็นที่รัก ก็ต้องสงเคราะห์ด้วยสังคหวัตถุธรรม ๔ ประการนี้เช่นกัน
จากนั้น พระบรมศาสดาได้ตรัสบอกแก่ภิกษุว่า ดูก่อน ภิกษุทั้งหลาย อัธธกะนี้ เป็นผู้ที่มีคุณธรรมมากมาย แต่ก็ไม่แสดงให้ทราบว่าเป็นผู้ที่มีคุณธรรมประจำใจ สามารถวางตัวเสมอต้นเสมอปลาย และพระองค์ก็ทรงแต่งตั้งท่านอัธธกะให้เป็นอุบาสกสาวกผู้เลิศในด้านการสงเคราะห์พวกพ้องบริวาร
เราก็จะเห็นว่าแม้พระบรมศาสดาเองท่านก็เคยทำเช่นนั้นเหมือนกัน คือท่านทรงบำเพ็ญสังคหวัตถุธรรมไว้อย่างยอดเยี่ยม และบำเพ็ญอย่างสม่ำเสมอเรื่อยมา จนกระทั่งบารมีทั้ง ๓๐ ทัศเต็มเปี่ยมบริบูรณ์ ทำให้มีสาวกพุทธบริษัทมากมาย ทั้งที่เป็นเทวดา พรหม หรืออรูปพรหมอีกนับไม่ถ้วน
นอกจากนี้พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ได้ตรัสถึงอานิสงส์ที่เกิดจากการบำเพ็ญสังคหวัตถุ ๔ ว่าบุญที่เกิดจากการให้ทานนี่ก็จะทำให้มีลักษณะมหาบุรุษคือจะมีฝ่ามือและฝ่าเท้าอันอ่อนนุ่ม มีลายตาข่ายงดงาม น่าดู น่าชมมาก บุญที่ได้จากการปิยวาจาคือถ้อยคำที่อ่อนหวานนั้นก็จะทำให้มีเสียงดุจมหาพรหมที่ชัดเจนแจ่มใส ไพเราะ ไม่แหบเครือ ก้องกังวาน สามารถเหนี่ยวรั้งใจผู้ฟังให้ดื่มด่ำไปกับเสียงนั้นได้ เมื่อใดได้แสดงธรรม คนที่ได้ฟังพระธรรมเทศนา ใจก็จะน้อมเข้าสู่กระแสแห่งธรรมได้โดยง่าย และจะเข้าถึงความบริสุทธิ์ภายในขณะที่ฟังธรรมจบนั่นเอง
ส่วนอานิสงส์ของอัตถจริยาและสมานัตตานั้น จะทำให้มีญาติสนิท มิตรสหาย ตลอดจนเพื่อนพ้องบริวารมากมาย รวมทั้งเศรษฐี พ่อค้า ประชาชน ก็จะให้การยอมรับนับถือได้เป็นอย่างดี และไม่ว่าจะไปที่ไหนแห่งหนตำบลใด ก็จะทำให้ได้รับการปฏิสันถารต้อนรับเป็นอย่างดีทุกที่ที่ได้ไป
คุณธรรมที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ ล้วนอยู่จิตใจของคุณยายอาจารย์ มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ของพวกเรา ท่านได้สร้างบารมีมาอย่างนี้มาตลอดทั้งชีวิตของท่าน ดังนั้นจึงไม่ใช่สิ่งที่เกินเลยมาจากความเป็นจริง หากจะกล่าวว่าคุณยายเป็นต้นบุญและต้นแบบในเรื่องที่ว่าด้วยสังคหวัตถุธรรม ๔ นี้ ๔ ประการนี้ก็คือ
ทาน ได้แก่การให้
ปิยะวาจา คือการกล่าวถ้อยคำอันเป็นที่รัก
อัตถจริยา คือการรู้จักทำตนให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น
และสมานัตตตา คือการวางตัวเสมอตนเสมอปลาย
และลำพังเพียงเราฟังสิ่งที่เราฟังมาขณะนี้ยังมากมายถึงเพียงนี้ จะกล่าวไปใยกับคุณธรรมและธรรมะภายในที่ละเอียดลึกซึ้ง ที่ท่านมีอยู่อีกมากมายที่เราไม่อาจจะรู้ได้ เพราะฉะนั้นถ้าเราปรารถนาจะได้อานิสงส์อย่างนี้ก็ให้หมั่นประกอบเหตุคือหมั่นทำทาน มีปิยะวาจา อัตถจริยา และสมานัตตตา รวมทั้งการปฏิบัติธรรมให้ควบคู่กันไปด้วย ให้เราทำทั้งหยาบและละเอียดพร้อมทุกอย่าง ยิ่งถ้าเราหมั่นฝึกฝนอบรมใจให้หยุด ให้นิ่ง ก็ยิ่งทำสิ่งนี้ได้ดีขึ้น เพราะเมื่อใจเราสะอาดบริสุทธิ์ คุณธรรมเหล่านี้ก็จะได้รับการพัฒนาให้สูงขึ้น จนกระทั่งนำเราไปสู่เป้าหมายของชีวิตได้ คือสามารถขจัดกิเลสอาสวะให้หลุดร่อนออกจากใจ ได้เข้าถึงพระธรรมกายที่บริสุทธิ์ นี่คือเป้าหมายของชีวิต ของการเกิดมาเป็นมนุษย์ของคนทุกคน เพราะเมื่อเราปฏิบัติเช่นนี้ได้ พวกเราก็จะได้สร้างบารมีติดตามคุณยายของเราไปจนถึงที่สุดแห่งธรรม
สุดท้ายนี้ขอให้พวกเรานั่งหลับตากันสักครู่หนึ่งนะ ให้พวกเรานั่งหลับตา รวมใจให้หยุดให้นิ่ง ไว้ที่ศูนย์กลางกาย หยุดในหยุด นิ่งในนิ่ง ให้ใจเราใส สะอาด บริสุทธิ์ หยุดสภาวธรรมที่เข้าถึง แล้วให้นึกถึงคุณธรรมทั้งหลายที่หลวงพี่ได้แสดงมาในวันนี้
ไม่ว่าจะเป็นการให้ทาน พวกเราทุกคนก็ได้ให้ทานกันอย่างดีเยี่ยมอยู่แล้ว แล้วยังทำกันอย่างเต็มที่ เต็มกำลัง แล้วก็ทำอย่างสม่ำเสมอ ทำอย่างคุณยายที่ท่านได้ทำมาตลอดชีวิตของท่าน และทำมาตั้งแต่เด็ก จนกระทั่งได้มาสร้างวัดพระธรรมกายแห่งนี้
คุณธรรมที่เกิดจากปิยะวาจาของพวกเรา คือการพูดจาที่มีต่อถ้อยคำอันส่งเสริมให้เกิดกำลังใจในการสร้างบารมี เหมือนดั่งคุณยายที่คอยให้กำลังใจพวกเรา ให้ได้มีกำลังใจในการสร้างบารมี และทุกถ้อยคำที่พวกเราได้พูดออกไปนั้น ล้วนแต่เป็นคำที่จริงใจ คำที่ไม่ได้ ไม่ไหว ไม่เคยพูด
แม้จะเป็นเรื่องอัตถจริยา ก็คือพวกเราทุกคน ได้ทำตนเองให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นอยู่แล้ว พี่น้องนักสร้างบารมีมีปัญหาหรือสิ่งใด ก็ยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือทุกครั้ง ให้เดินตามรอยคุณยายที่ท่านได้สอนอบรมอย่างดี
และสมานัตตตา ก็คือพวกเราทุกคน ได้ทำตัวเสมอต้นเสมอปลาย ไม่ว่าจะเข้าไปในสังคมไหนก็ตาม คนที่ได้พบเห็นเขาก็จะรู้เลยว่าคนที่มานี้คือวัดพระธรรมกาย เป็นลูกหลวงพ่อ หลานคุณยายอย่างแท้จริง
ขอให้เรานึกถึงบุญกุศลและคุณธรรมทั้งหมดนี้ นึกน้อมถวายคุณยายของเรา เพื่อท่านได้บุญได้กุศลครั้งนี้
สัพเพ (หมด 1/A)
PAGE
PAGE 8
FILENAME \p \\DOMAIN\DATAYAY\ต้นฉบับบทเทศน์\2544\ตุลาคม\441009FW-AAT.v1.doc