ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

เม็ดทรายแกร่งกับคนกล้า

คุณยายอาจารย์ · เทศน์งานยาย

(ม้วน 1/A) สามเณรสมปรีดา : ขอนอบน้อมแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้เป็นบรมครูสูงสุดของประเทศและมนุษย์ทั้งหลาย กราบนมัสการพระอาจารย์และคณะสงฆ์ ผู้ดำรงไว้ซึ่งพระพุทธศาสนาด้วยความเคารพอย่างสูงทุกรูป สวัสดีพี่เณรและน้องเณร เพื่อนสหธรรมิกผู้เป็นอายุของพระพุทธศาสนา ผู้เป็นเหล่ากอแห่งสมณะทุกรูป ขอความเจริญรุ่งเรืองในธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จงบังเกิดมีแก่ท่านสาธุชนลูกหลานยายทุกท่าน (สาธุ) สำหรับวันนี้ก่อนที่สามเณรจะได้เล่าเรื่องราวที่สามเณรเองได้ประสบพบเจอมาเกี่ยวกับคุณธรรมของคุณยายนั้น สามเณรก็ขออนุโมทนาสาธุการกับว่าที่มหาเศรษฐีผู้ใจบุญ ผู้ที่สามารถร่วมกองทุนกฐินสามัคคีกับคุณยาย ขณะที่สรีระของคุณยายท่านยังอยู่กับพวกเราทุกท่านด้วยนะ (สาธุ) ถ้าจะว่ากันไปแล้วก็คงจะไม่มีใครที่ว่าสามารถจะยกเอาคุณธรรมของคุณยายมาพรรณนาได้ให้หมดสิ้น สำหรับวันนี้สามเณรก็คงจะขอเล่าในประวัติที่เกี่ยวกับคุณยายของสามเณรเองที่ได้ประสบพบเจอมา เพราะว่าพระอาจารย์หลายๆ รูปท่านขึ้นมาก็พรรณนาก็ยังไม่เสร็จสิ้นสักที คงไม่มีใครที่จะสามารถพรรณนาได้ พระคุณท่านนั้นมากล้นเหลือพรรณนา สามเณรเองเข้าวัดมาเมื่อวันที่ ๑ เมษายน ปีพุทธศักราช ๒๕๓๕ ช่วงนั้นสามเณรเองก็เพิ่งจะมีอายุได้ ผ่านเลย ๑๓ ไป ขึ้นเลข ๑๔ ได้หยกๆ ก็พร้อมด้วยเพื่อนสหธรรมิกอีก ๖ รูป ได้เดินทางมาในเขตตำบลเดียวกัน ร่วมแรงร่วมใจกันเดินทางมาในเขตตำบลเดียวกัน ร่วมแรงร่วมใจกันเดินทางมาสู่วัดพระธรรมกายแห่งนี้ สามเณร ความรู้สึกของสามเณรเองในวันแรกที่ได้เข้ามาสัมผัส ขณะที่ลงจากรถสองแถว มาลงตรงปากทางเข้าวัดนั้น สามเณรมีความรู้สึกว่าเช้าในวันนั้นเป็นช่วงเช้าที่แสนเหน็บหนาวอย่างยิ่ง เพราะว่าสามเณรเองกับเพื่อนสหธรรมิกเอง ๖ รูปก็ได้นั่งตากรถแอร์พัดลมมาเกือบทั้งคืน วันนั้นสามเณรกับเพื่อนสหธรรมิกอีก ๖ รูปนั้นก็พากันเดินเข้ามายังอาศรมบรรพชิต แล้วโยมอาจารย์ที่พาสามเณรมาก็ได้เข้า พาเข้าไปสมัครเป็นสมาชิกของ เออ หมู่กุฏิสามเณร วันแรกที่เข้าไปอยู่ ทางหมู่กุฏิก็จัดให้สามเณรได้อยู่กับเพื่อนสามเณรใหม่ที่มาด้วยกันในปีนั้น จำได้ว่าในวันแรกที่สามเณรได้แนะนำตัวกับเพื่อนพี่เณรรุ่นพี่ คือพี่เณรประจำ สามเณรเองก็ออกไปยืนเก้งก้าง เขินอายที่สุด เพราะว่าในชีวิตตั้งแต่เกิดมาจนกระทั่งถึงตอนนั้นแล้ว สามเณรพูดตามตรงเลยว่าไม่เคยออกไปยืนพูดคุยต่อหน้าคนมากๆ เลย บทฝึกแรกที่สามเณรเข้ามาเป็นสามเณรใหม่ในช่วงนั้นก็เจอเลยก็คือเรื่องความอดทน สิ่งที่สามเณรต้องทนมากก็คือการนั่งคุกเข่านานๆ เวลาเราทำวัตรสวดมนต์ การนั่งสมาธินานๆ เพราะว่าไม่เคยได้รับการอบรมมาทางนี้ และที่สำคัญแถมมาอีกต่างหากก็คือต้องอดทนต่อยุงร้าย ยุงที่มาคอยรังควาญเวลาเรานั่งสมาธิปฏิบัติธรรม ช่วงที่ใจเรากำลังใสๆ อารมณ์กำลังนิ่งๆ ยุงก็มารุมกัน กัดเอา อยู่ที่บ้านนั้นสามเณรถูกยุงกัด แต่ว่ายุงมันน้อย ยุงมันรุมทีก็แค่ตัว ๒ ตัวเอง พอมาอยู่ที่วัดพระธรรมกายนี้ รุมกันทีก็เป็น ๑๐ ซึ่งตอนนั้นก็ไม่รู้ว่าใครจะทนไหวเหมือนกัน เพราะว่าเป็นพระเป็นเณรเราจะตบก็ไม่ได้ ไม่เหมือนโยมที่บ้าน จะไล่ก็ ยุงมันดื้อ มันไม่ค่อยจะหนีสักเท่าไหร่ เพราะว่ามันรู้ว่าพระเณรที่นี่เป็นผู้มีศีล มันก็เลยตอมอยู่นั่นแหละ หลังจากที่สามเณรได้เข้ามาอยู่กับหมู่คณะได้ช่วงหนึ่ง สามเณรกับเพื่อนสหธรรมิกที่มาด้วยกัน ๖ รูป ที่มาใน จากตำบลเดียวกันนั้นก็ได้ รู้สึกว่าจะทนกันไม่ไหว ก็เลยมาชวนกันกลับ ชวนกันไปชวนกันมา มาชวนสามเณรด้วย สามเณรก็ไม่กลับ เพราะว่าตอนนั้นยังมีความรู้สึกว่ามีเพื่อนเล่นเยอะ ที่นี่มีอะไรสนุกๆ อีกเยอะ ได้ทำ ได้เรียนรู้ และได้ศึกษา เพื่อนที่มาด้วยกัน ๖ รูปก็ชวนกลับไปหมด ก็เลยเหลือไว้สามเณรรูปเดียว ไว้ให้เป็นตัวแทน ไว้ดูต่างหน้าสำหรับหมู่คณะชุดนั้น สิ่งที่ทำให้สามเณรอยู่ได้ทุกวันนี้ก็คือความอดทน กิจกรรมที่ทำให้ได้รับการฝึกฝนเรื่องการอบรมมากในช่วงนั้น สำหรับสามเณรเองมีความรู้สึกว่าการลอกคลองของสามเณรนั้น เป็นกิจกรรมที่ฝึกฝนกำลังใจและความอดทนของสามเณรมาก ถ้าคุณโยมท่านใดได้เคยผ่านไปในช่วงนั้นๆ ก็จะทราบเองว่าคลองแอนในสมัยนั้นจะเป็นคลองที่รก รกมาก ขนาดสูงท่วมหัว และลงไปมองไม่เห็นตัว รกทั้งหญ้า รกทั้งผักตบชวา แล้วก็แถมท้ายด้วยรกงู งูชุมมากช่วงนั้น บางครั้งนี่สามเณรกำลังลงไป ช่วงลอกคลอง ลงไปไล่หญ้าเข้าฝั่ง ตีน้ำให้หญ้าเข้าฝั่ง งูก็จะมาว่ายเป็นเพื่อนก็มี บางทีสามเณรกำลังกอบหญ้าขึ้นรถจะเอาไปทิ้ง งูดิ้นพรวดออกมาจากกองหญ้าก็มี พอเพื่อนสามเณรเห็นกันเข้า จะไปรุมกัน ไปมุงดูแล้วก็จะดูว่าอารามพายประจำแผนกนั้นจะทำหน้าที่ยังไง บางคนก็มี style ของแต่ละคน บางคนก็เล่นไปก่อน บางคนก็จับหัวเหวี่ยง บางคนก็จับเอาไปปล่อยให้ไกลๆ กว่านั้น หลังจากที่สามเณรเองได้อยู่สร้างบารมีได้ระยะนานๆ เข้า เริ่มจะมีความรู้สึกว่าเพื่อนเก่า พี่เณรน้องเณรที่มาอยู่เก่าๆ หลายรูปท่านก็หลุดออกไป คนใหม่เข้ามา เวียนวนกันไปอย่างนี้ก็หลายคน สามเณรก็เริ่มจะมารู้ซึ้งถึงคุณค่าของความอดทนอีกครั้งหนึ่งก็ตอนที่ทางหมู่กุฏิสามเณรจัดให้มีการอบรมพูดสุนทรพจน์เกิดขึ้น สามเณรได้ฟังบทกลอนของพี่เณรรูปหนึ่งแล้ว เกิดกำลังใจแล้วก็ได้ใช้เป็นกำลังใจในการสร้างบารมีของสามเณรมาจนทุกวันนี้ บทกลอนก็มีอยู่ว่า มีเม็ดทรายนับไม่ถ้วน จำนวนทราย คนทั้งหลายนับไม่ถ้วน จำนวนค่า เม็ดทรายแกร่ง ก็เพราะผ่านกาลเวลา คนจะกล้า ก็เพราะผ่านความอดทน คุณโยมท่านใดจะจดจำเอาไปไว้ให้กำลังใจตัวเองก็ สามเณรเชื่อว่าพี่เณรท่านคงไม่สงวนลิขสิทธิ์ไว้อยู่แล้ว เพราะว่าตอนนี้ท่านก็ได้บวชเป็นพระภิกษุหลวงพี่มหาไปเรียบร้อยแล้ว สามเณรเองก็ได้นำมาใช้บทกลอนนี้แหละ นำมาใช้ในการให้กำลังใจสร้างบารมีจนกระทั่งทุกวันนี้ได้ แล้วบทฝึกอีกบทหนึ่งที่สามเณรได้รับในการฝึกฝนอบรมตัวเองในช่วงนั้น ควบคู่ไปกับความอดทนก็คือความเป็นผู้มีความเคารพอ่อนน้อม พระอาจารย์พระพี่เลี้ยงที่ดูแลสามเณร ท่านมักจะสอนไว้เสมอๆ ว่าเวลาที่สามเณรคุยกับพระภิกษุ พระอาจารย์ เวลาคุยกันก็ให้พนมมือคุยกับท่าน จะได้เป็นการแสดงถึงความเคารพ ความอ่อนน้อมที่ผู้น้อยให้กับผู้ใหญ่ พระอาจารย์ท่านสอนมาอย่างนี้ สามเณรก็ทำไปอย่างที่พระอาจารย์ท่านสอนไว้บางครั้งเห็นพระภิกษุท่านก็ไหว้พนมมือคุยกับท่าน บางทีเห็นพี่เณรที่หน้าตาท่านคล้ายๆ พระภิกษุ ก็พนมมือคุยกับท่าน ก็ไม่รู้ว่าเป็นพระหรือเณร พอกลับกุฏิไปพบกันอีกทีก็เพิ่งรู้ว่าเป็นพี่เณรของเรา อย่างนี้ก็มีเหมือนกัน หรือบางทีสามเณรไปด้วยความเคยชินของสามเณรเอง ไปคุยกับโยมพี่อุบาสก อุบาสิกา บางครั้งก็เผลอไป พนมมือคุยด้วยก็มี ในคุณธรรมด้านความเคารพอ่อนน้อมนี้ จากระยะเวลาที่สามเณรได้อยู่สร้างบารมีกับหมู่คณะมาจนกระทั่งทุกวันนี้ คุณธรรมของคุณยายก็คือความเคารพนี้ สามเณรได้ประสบพบเจอมาเองในช่วงหนึ่ง คือช่วงนั้นเป็นช่วงเวลาที่ เป็นช่วงเดือนมีนาคม ปีพุทธศักราช ๒๕๓๘ ช่วงเวลานั้นถ้าจะพูดไปแล้วก็ นักศึกษาบาลีทุกรูปก็จะรู้จักดีว่าเป็นช่วงเวลาของการกระตือรือร้น ดูหนังสือเตรียมสอบ ใครที่ดูหนังสือไว้มากก็ไม่ต้องกระวนกระวายมาก สำหรับใครที่ดูหนังสือยังไม่พร้อม เหมือนกับไฟลน ต้องรีบขวนขวายดูเลยทีเดียว สามเณรเองก็เช่นกัน ในช่วงนั้นสามเณรก็ ทุกอิริยาบถเลยก็ว่าได้ว่าไม่ว่าจะเป็นการยืน เดิน นั่ง นอน กิน ดื่ม ทำนี่ จะเป็นไปเนื่องด้วยพระบาลีเกือบทุกอิริยาบถ แม้กระทั่งเวลาจำวัตร ฝันไปว่าสอบบาลีก็มี สอบเสร็จแล้วก็มี สอบได้ก็มี สอบไม่ได้ก็มี ทั้งๆ ที่ก่อนสอบนั้นยังไม่ได้สอบเลย ช่วงนั้นก่อนสอบประมาณสัก ๑ วัน สามเณรและเพื่อนๆ ก็ได้ชวนกันไปพระประธานที่หน้าโบสถ์ ขอพรให้ท่านช่วยว่าสอบ ให้สอบได้บ้าง หรือว่าให้เก็งถูกข้อสอบ หรือว่าให้ทำข้อสอบแล้วเป็นที่ถูกอกถูกใจของกรรมการผู้ตรวจ ในช่วงที่สามเณรเดินทางกลับนั้น สามเณรได้เห็นเพื่อนสหธรรมิกกลุ่มหนึ่งได้ยืนคุยกับคุณยายที่หน้าครัวยามา สามเณรกับเพื่อนชุดหลังเห็นเข้าก็พากันเดินไปแจมกับเขาด้วย เผื่อว่าจะได้ขอเก็งเด็ดๆ กับคุณยายสักที พอไปถึงนั้น คุณยายท่านก็ให้จริงๆ ครับ แต่ว่าท่านไม่ได้ให้เก็งเด็ดตามที่สามเณรมุ่งหวังไว้ ท่านพอรู้ว่าคณะสามเณรจะมาไปสอบบาลีสนามหลวงกัน ท่านก็อำนวยอวยพรว่าให้สอบผ่านพระบาลีทุกรูปทุกองค์เลยนะ สามเณรในวันนั้นรู้สึกว่าได้รับสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตอีกวันหนึ่ง เพราะว่าความประทับใจของสามเณรก็ได้เกิดขึ้นในตอนนั้น คือได้เห็นคุณยายเวลาท่านคุยกับสามเณร ท่านจะพนมมือแล้วก็คุยด้วยตลอด ทำให้เห็นถึงความเคารพ ความอ่อนน้อมถ่อมตัวของท่าน ในวันนั้นสามเณรก็เลยได้สิ่งที่ดีในชีวิตไปอีก ก็คือได้รับการอวยพรจากคุณยายก่อนสอบบาลี และได้เห็นคุณธรรมเกี่ยวกับความเคารพของคุณยาย ในปีนั้นสามเณรก็สามารถทำพรของคุณยายให้ศักดิ์สิทธิ์มากขึ้น ด้วยการสอบบาลีปี สอบบาลีประโยค ๓ ได้ผ่าน แล้วก็ได้รับพัดประโยค ๓ เป็นการทำพรของท่านให้ศักดิ์สิทธิ์มากยิ่งขึ้น ในเรื่องนี้ก็มีเรื่องที่สามเณรจะนำมาเล่าเกี่ยวกับสมัยพุทธกาลที่ว่า พระ มีพราหมณ์อยู่ท่านหนึ่งชื่อว่าราธะ ท่านได้อดทน ขยันขันแข็งในการช่วยเหลือกิจการงานในวัดของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระภิกษุสงฆ์ คือในวัดพระเชตวันมหาวิหาร ท่านทำงานหลายอย่างมีเช่นว่าตั้งน้ำ เอาน้ำฉันน้ำใช้มาตั้งไว้ เตรียม จัดเตรียมไม้ชำระฟัน แล้วก็ดายหญ้าในบริเวณวัด ดูแลความสะอาดเรียบร้อย ท่านก็อดทนทำงานทุกอย่าง จะได้ไปขอพระ เวลาขอพระบวชจะได้ของ่ายๆ แต่ว่าท่านก็ขอหลายที พระท่านก็ไม่ยอมให้บวชสักที เพราะว่าอาจจะเห็นท่านแก่ไป กลัวจะว่ายาก ไม่มีความเคารพ ท่านก็ยังอดทนทำอยู่จนกระทั่งเรื่องทราบเข้าถึงพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ก็เลยตรัสให้ประชุมสงฆ์ แล้วตรัสถามว่ามีใครระลึกถึงอุปการะคุณของพราหมณ์นี้ได้บ้าง ในท่ามกลางสมาคมของพระภิกษุหาไม่มีใครเลยว่าที่จะระลึกได้ นอกจากพระสารีบุตรเถระ ท่านก็เลย ท่านระลึกได้ว่าพราหมณ์นี้เคยถวายภิกษาหารแก่ท่านทัพพีหนึ่ง ตั้งหลายวันนานมาแล้ว ท่านก็ยังระลึกได้ ก็เลยรับเป็นพระอุปัชฌาย์บวชให้ พราหมณ์หลังจากที่บวชเป็นพระราธะไปแล้ว ท่านก็เป็นผู้ที่มีความอดทนมาก เป็นผู้ที่มีความอ่อนน้อมถ่อมตัวมาก มีความเคารพพระอุปัชฌาย์อาจารย์ ตั้งใจว่ากล่าวสั่งสอนอย่างไร ตักเตือนอย่างไร ท่านก็รับมาปฏิบัติตามอย่างว่าง่าย ไม่เคยมีเกี่ยงงอน หรือว่าลังเลสงสัยเลย จนในที่สุดท่านก็สามารถบรรลุพระอรหัต เป็นพระอรหันต์รูปหนึ่งในพระพุทธศาสนาได้ ก็ด้วยความเคารพของ ก็ด้วยความเคารพของราธะพราหมณ์นี้แหละ และความอดทนของท่าน จึงได้ทำให้พระราธะได้เป็นพระอรหันต์รูปหนึ่งในพระพุทธศาสนาได้ฉันใด สามเณรเองก็ได้คุณธรรมด้วยความเคารพและความอดทนนี้เหมือนกัน จึงทำให้สามเณรได้สร้างบารมีกับหมู่คณะมาจนกระทั่งทุกวันนี้ได้ อีกไม่กี่วันตอนนี้คุณโยมเห็นสามเณรยังเป็นสามเณรอยู่ แล้วก็ไม่อีกกี่เดือนแล้ว สามเณรก็จะต้องไปเตรียมตัวสอบบาลีที่วัดสามพระยา พอสอบเสร็จสามเณรก็เหลือเวลาอีกไม่กี่เดือนเหมือนกันที่จะต้องเตรียมตัวบวชเป็นพระภิกษุ สามเณรคิดอยู่เสมอว่าไม่ว่าจะวันคืนนั้นจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรก็ตาม แต่ว่าจิตใจของสามเณรนั้นก็จะขอมั่นคงสืบทอดอายุพระพุทธศาสนาต่อไป อยู่สร้างบารมีกับพระเดชพระคุณหลวงพ่อ และหมู่คณะ จะเข้มแข็ง อดทนและมีเกียรติอย่างลูกผู้ชายไปกับพระเดชพระคุณหลวงพ่อ คุณยาย และหมู่คณะ ตราบกระทั่งถึงที่สุดแห่งธรรม สุดท้ายนี้ ก่อนที่คุณโยมทุกท่านจะได้แยกย้ายกันกลับบ้านไปพักผ่อน สามเณรก็ขอเรียนเชิญทุกท่านได้ปฏิบัติธรรม เจริญสมาธิภาวนา ระลึกถึงบุญกุศลที่เราได้ทำมาในทุกวันโดยพร้อมเพรียงกันนะ ขอให้ทุกท่านได้ระลึกถึงบุญกุศลทั้งหลายที่เราได้ร่วมกันทำร่วมกับคุณยาย มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ไม่ว่าจะเป็นในอดีตที่เรารู้จักคุณยายใหม่ๆ หรือว่าในปัจจุบันที่เรากำลังจะทำกัน และในวันพรุ่งนี้ ที่จะเป็นวันกฐินสามัคคีของคุณยาย หรือที่เราจะทำในอนาคตภายภาคหน้า ขอให้คุณโยมทั้งหลายตรึกระลึกไว้ให้ติดแน่นที่ศูนย์กลางกาย ให้ใส ให้สะอาด ให้บริสุทธิ์ กลั่นให้เป็นดวงบุญ เพราะว่าวันสุดท้ายของเราที่เราจะลาโลกนี้ไป เราจะได้ไปอย่างผู้มีชัย ไปอย่างมีความสุข ไปอย่างนักสู้ที่แท้จริง และเราจะยิ้มอย่างผู้มีชัยเหมือนคุณยาย มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ของพวกเราทุกคน สัพเพ (หมด 1/A) FILENAME \p \\DOMAIN\DATAYAY\ต้นฉบับบทเทศน์\2544\ตุลาคม\44-10-06 FW-AAT.doc หน้า PAGE 7 441006FW-AAT