ผู้ไม่ประมาทในธรรมทั้งปวง
(ม้วน 1/A)
พระหิรัญ : ขอนอบน้อมแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐเหนือเศียรเกล้า กราบแทบเท้าพระเดชพระคุณหลวงพ่อที่เคารพอย่างสูง กราบนมัสการพระเถรานุเถระที่เคารพยิ่ง สวัสดีเพื่อนสหธรรมิกทุกรูป เจริญพร สามเณร อุบาสก อุบาสิกา และยอดกัลยาณมิตรลูกหลานคุณยายที่มีใจรักในการสั่งสมบุญ สั่งสมบารมีทุกท่าน (สาธุ)
วันนี้ตรงกับวันพุธที่ ๓ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๔๔ เป็นวันออกพรรษา ซึ่งในพรรษานี้เป็นพรรษามหาบูชาที่พวกเราทุกคนนั้นได้อยู่จำพรรษาในวงกายของทุกๆ ท่าน ด้วยใจที่ใส ด้วยใจที่สะอาด บริสุทธิ์ และพวกเราทุกคนนั้นในพรรษานี้ยังได้สั่งสมบุญ ได้สร้างมหาทานบารมีอันยิ่งใหญ่ มีการร่วมบุญเป็นประธานกองทอดกฐินสร้างมหาวิหารพระมงคลเทพมุนี และมีการร่วมเป็นประธานทอดผ้าป่าสร้างอนุสรณ์สถานพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ
ในตลอดพรรษาที่ผ่านมานี้ทั้ง ๓ เดือน ย่อมจะเป็นพรรษาอันยิ่งใหญที่ทุกๆ ท่านจะได้เก็บเกี่ยวบุญกุศลไว้ในใจเราให้ยิ่งๆ ขึ้นไป หลวงพี่ก็ขออนุโมทนาบุญกับทุกๆ ท่านได้สั่งสมบุญมาอย่างดียิ่งตลอดพรรษานี้นะ (สาธุ)
ในวันนี้หลวงพี่ตั้งใจจะมาประกาศคุณของคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูงนั้น ต้องบอกว่าเป็นความประทับใจตั้งแต่ในวัยเยาว์ที่หลวงพี่นั้นได้มีโอกาสมาวัดพระธรรมกายแห่งนี้ เมื่อสมัย ๑๓ ๑๔ ปีก่อน ในครั้งนั้นหลวงพี่ยังอยู่ในวัยเยาว์ ภาพในความทรงจำที่มีต่อคุณยายนั้นยังมีอยู่น้อย ยังเป็นเพียงเด็กน้อยที่ซุกซนไปมา มีโอกาสมาวัดพระธรรมกายในวันอาทิตย์นั้น ก็มักจะหลบอยู่ท้ายสภาวิ่งเล่นกับน้องๆ ของหลวงพี่ นอนหลับบ้าง ฟังป้าหวินบ้าง ต่างๆ นานา
แต่ภาพแรกที่ประทับใจและเก็บอยู่ในความทรงจำของหลวงพี่ตั้งแต่เล็กเลย ที่ยังไม่ประสีประสาอะไรเลย ก็คือภาพของวัดพระธรรมกายที่มีความศักดิ์สิทธิ์ มีความสง่า ทำให้ใจของหลวงพี่ซึ่งยังอยู่ในวัยเยาว์นั้นรู้สึกประหลาดใจยิ่งนัก ว่าใครหนอเป็นผู้สร้างวัดพระธรรมกายแห่งนี้ ซึ่งทำให้วัดแห่งนี้นั้นมีความเรียบง่าย มีความสงบ มีความสะอาด มีความสมถะ ความประทับใจอย่างแรกเลยของหลวงพี่ในวัยนั้นคือห้องน้ำในวัดพระธรรมกาย เป็นห้องน้ำที่สะอาดมาก ไม่ว่าจะเป็นแผ่นหิน หินเกร็ดที่อยู่ตามพื้นในห้องน้ำ จะเป็นแผ่นยิบซั่ม ราวอลูมินั่มต่างๆ แค่ภาพของพื้นที่ว่าแห้งสนิท ก็ติดตาตื่นใจเด็กน้อยอย่างหลวงพี่ให้ประทับใจวัดนี้อย่างไม่มีวันเลือนเลย แห้งขนาดว่า ยังรู้สึกเลยว่าถ้าแอบไปงีบอยู่ที่นี่นี่ ก็คงจะสุขใจไม่ใช่น้อยเลยนะ ห้องสุขาจริงๆ
ความประทับใจในที่นี้ทำให้หลวงพี่ได้มีโอกาสได้รู้จักผู้ที่สร้างวัดพระธรรมกายจริงๆ ก็คือคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาของพวกเราทุกคนในที่นี้ เพราะท่านเป็นผู้ที่เป็นต้นบุญ เป็นต้นแบบ ในการรักษาประเพณีอันดีงาม ได้เป็นต้นบุญต้นแบบ เป็นแบบแผนให้กับวัดพระธรรมกายของพวกเราสืบจนปัจจุบันนี้
ครั้งหนึ่งนั้นพระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตชีโว ท่านได้อยู่ที่วัดปากน้ำ สมัยที่คุณยายยังอยู่ที่บ้านธรรมประสิทธิ์นั้น พระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตะนั้นตอนนั้นยังเป็นฆราวาสอยู่ มีนิสัยที่ เป็นผู้ที่ช่างสังเกต คอยสังเกตสังกาสิ่งต่างๆ อยู่รอบตัว ครั้งหนึ่งนั้นคุณยายท่านได้นำนั่งสมาธิให้กับสาธุชนทั้งหลาย อยู่ในบ้านธรรมประสิทธิ์ พระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตชีโวในคราวนั้นที่เป็นฆราวาส ก็รู้สึกประหลาดใจที่เห็นคุณยายนั้น เมื่อนำนั่งไปสักพักหนึ่ง ก็ค่อยๆ เดินไปอย่างเงียบกริบ ออกไปข้างนอก สักพักก็กลับมา
ท่านเมื่อได้โอกาส จึงลองไปดูบ้าง ก็ทราบมาว่าคุณยายนั้นเข้าห้องน้ำ แต่ต้องยิ่งประหลาดใจยิ่งขึ้นว่าห้องน้ำที่บ้านธรรมประสิทธิ์ในคราวนั้น ที่ว่าตัวเอง เหล่าสานุศิษย์ได้ทำความสะอาดอย่างดียิ่งนั้น เมื่อคุณยายเข้าไปแล้วกลับสะอาดยิ่งขึ้น พื้นนี้แห้งสนิท ทุกซอกทุกมุมนั้น สะอาด แห้ง หลวงพ่อทัตตะในครั้งนั้นก็รู้สึกสลดใจเล็กน้อยว่าเรานั้นควรจะได้ทำให้คุณยายต้องมาทำพื้นให้แห้งหลายครั้ง ต้องมาเช็ดพื้นในหลายๆ ครั้ง
เมื่อมีโอกาสจึงได้ถามคุณยายว่าทำไมคุณยายถึงได้ไปเช็ดห้องน้ำเสียเล่า เพราะว่าห้องน้ำต่างๆ นั้นลูกศิษย์ลูกหาก็ได้ทำความสะอาดอย่างดียิ่งแล้ว คุณยายก็ตอบกลับมาว่ายายน่ะแก่แล้ว เท้านี่มันไม่มียาง คือไม่มีลายเท้าทำให้ยึดพื้นได้ไม่ดี ถ้าเผื่อไปนี่ ล้มฟาดไปนี่ ไม่คางเหลืองก็เจ็บหนัก ยายนั้นแก่แล้วจึงต้องไปคอยเช็ดให้แห้งอยู่เสมอ
สิ่งนี้เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความไม่ประมาทของคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ของพวกเราทุกคนยิ่งนัก ท่านเป็นต้นบุญต้นแบบในความไม่ประมาทในหลายๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นความไม่ประมาทในวัย ไม่ประมาทในเวลา ความไม่ประมาทในที่นี้นั้น หลวงพี่จึงตั้งใจจะถ่ายทอดให้กับพวกเราทุกคน ซึ่งเป็นธรรมะอันดียิ่งสำหรับพวกเราทุกคนในช่วงวันออกพรรษาในครั้งนี้นะ
ความไม่ประมาทนั้นคือความมีสติกำกับตัวอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะคิด พูด ทำสิ่งใดๆ ก็ตาม จะต้องไม่ทำให้ถลำไปสู่ทางที่เสื่อม แล้วก็จะไม่พลาดโอกาสในการสร้างความดีเลย คือมีความตระหนักถึงสิ่งที่ต้องทำ ตระหนักถึงกรรมที่ต้องเว้น คือความมีสติทั้งหลายเหล่านี้นั้น ก็ล้วนแต่บรรจบลงคำว่าที่คือการทำใจหยุดใจนิ่ง อยู่กลางกายไม่ให้เผลอ ให้ใจตั้งมั่นมีสติอยู่สม่ำเสมอ
เหมือนดั่งชาวกุรุในสมัยพุทธกาล ชาวกุรุนั้นไม่ว่าจะเป็นภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก หรืออุบาสิกานั้นล้วนแล้วแต่เป็นผู้ที่มีบุญมาก มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง สมบูรณ์ มีจิตใจที่เข้มแข็ง รักในการสร้างความดีอยู่สม่ำเสมอเลย สภาพภูมิประเทศนั้นก็อำนวยความสะดวกสบาย ก่อให้เกิดความที่มีใจละเอียด รองรับธรรมะที่ลุ่มลึกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้อย่างดียิ่ง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงได้แสดงโอวาทตรัสสอนให้กับชาวแคว้นกุรุในเรื่องของพระมหาสติปัฏฐาน เพื่อให้ชาวแคว้นกุรุนั้นได้เจริญสติปัฏฐานอยู่เสมอ
ชาวกุรุนั้นไม่ว่าจะเป็นคนรับใช้ จะเป็นข้าทาสบริวาร หรือใครก็ตาม ไม่ชอบพูดในเรื่องไร้สาระ มักจะเจริญสติปัฏฐานอยู่สม่ำเสมอเลย สติปัฏฐานเหล่านี้นั้นก็ล้วนแล้วแต่เป็นการพิจารณานึกไตร่ตรองตามความเป็นจริงของสิ่งต่างๆ ทั้งปวง เมื่อมีใครก็ตามนี่ไปถามชาวกุรุคนใดก็ตามว่าบัดนี้ ท่านได้เจริญสติปัฏฐานอยู่ตลอดเวลาดีไหม ถ้าใครเหล่านั้นตอบว่าเออ ไม่ค่อยได้เจริญสมา เออ ไม่ค่อยได้เจริญสติปัฏฐิานเลย ก็จะถูกชาวแคว้นกุรุนั้นตำหนิติเตียน บอกว่าท่านนี่ช่างทำตัวให้เปล่าประโยชน์ยิ่งนัก ได้มีโอกาสได้รู้จักสิ่งที่ดีๆ เช่นนี้แล้วนี่ ช่างเปล่าประโยชน์เสียชาติเกิด จึงได้ตรัสสั่งสอน แล้วก็ให้ดำรงอยู่ในความไม่ประมาท ให้สติแล้วก็แนะนำกันไป
แต่ถ้าครั้งใด ชาวกุรุตอบมาว่าผมนี้เจริญสติปัฏฐานนี้อยู่เสมอเลย ไม่เคยคลาดเลย ก็จะได้รับความชื่นชมสรรเสริญยินดี ว่าเป็นผู้ที่เจริญยิ่งนัก ได้ดำรงตนอย่างสมกับความเป็นมนุษย์ ได้รู้จักพระพุทธศาสนา แล้วก็นำสิ่งที่ดีๆ นี้มาเป็นผู้ที่ทรงความเป็นประโยชน์ให้กับชาวโลก
ในเมืองกุรุในที่นี้นั้นไม่ใช่แค่มนุษย์ที่เจริญสติปัฏฐานอย่างเดียวเท่านั้น แม้สัตว์เดรัจฉานก็ยังเจริญสติปัฏฐานเลยนะ มีอยู่ครั้งหนึ่งนักฟ้อนรำนั้นได้เก็บลูกนกแขกเต้าไว้ตัวหนึ่ง เก็บมาเลี้ยงแล้วก็ฝึกให้มันพูดภาษามนุษย์ พูดไปพูดมานะ ให้มันคอยร้องรำทำเพลงต่างๆ นักฟ้อนรำคนนี้ได้พักอยู่ในสำนักของภิกษุณี เมื่อคราวที่จะต้องไปแสดงในต่างเมืองนั้น ก็ได้ลืมนกแขกเต้าตัวนี้ สามเณรีที่อยู่ในสำนักนั้นก็เลยนำมันมาเลี้ยง แล้วตั้งชื่อมันว่าพุทธรักขิต เจ้านกแขกเต้าพุทธรักขิตนั้นก็ถูกเลี้ยงโดยสามเณรีนี้อยู่นานทีเดียว
จนอยู่คราวหนึ่งนั้นมันได้บินไปเกาะได้บินไปเกาะอยู่ที่ตรงหน้าของพระมหาเถรี คือภิกษุณีผู้มีอายุมาก ภิกษุณีผู้มีอายุมากคือมหาเถรีนั้นก็ได้ถามว่าเจ้านกแขกเต้า เจ้าอยู่ในสำนักของบรรพชิต สำนักของนักบวชนั้นได้นึกถึงสิ่งใดบ้างหรือเปล่า เจ้านกแขกเต้านั้นก็ตอบว่าไม่ได้นึกอะไรเลยจ้าแม่ พระมหาเถรีนั้นก็เลยตรัสเตือนนกแขกเต้านั้นว่าเจ้าอยู่ในสำนักบรรพชิต สำนักของนักบวช จงอย่ายังความเปล่าประโยชน์ให้เกิดขึ้นไปเลยในแต่ละวัน เจ้าจงเจริญคำว่าอัฏฐิ อัฏฐิ คือคำว่ากระดูกนะไปเรื่อยๆ เจ้านกแขกเต้าพุทธรักขิตตั้งนี้ บินไปที่ไหนแห่งใดเลย ก็จะนึกถึงคำว่าอัฏฐิ อัฏฐิอยู่เสมอเลย
ครั้งหนึ่งนั้น มาเกาะอยู่ตรงหน้าประตูผึ่งแดดอ่อนๆ แม่เหยี่ยวตัวหนึ่งนั้นได้บินผ่านมา ได้โฉบลูกนกแขกเต้านั้นไปอย่างรวดเร็ว สามเณรเหล่านั้นเมื่อเห็นนกแขกเต้าถูกโฉบไปครั้งนั้น เลยร้องตะโกนว่าพญารักขิตถูกนกเหยี่ยวโฉบไปแล้ว พญานก เออ พุทธรักขิตถูกเหยี่ยวโฉบไปแล้ว แล้วก็พยายามเอาดินไล่ขว้างใส่ ตะโกนไล่ให้มันปล่อย นกเหยียวเหล่านั้น นกเหยี่ยวตัวนั้นก็เลยปล่อยลูกนกแขกเต้าลงมา
สามเณรีก็เลยพานกแขกเต้านี่ไปหามหาเถรี มหาเถรีก็ถามว่าตอนที่เจ้านี่ถูกนกเหยี่ยวจับอยู่นี่ นึกถึงอะไร ลูกนกแขกเต้าตอบว่าก็ไม่นึกถึงอะไรเลย นึกแต่คำว่าอัฏฐิ อัฏฐิ เจ้าพากระดูกมา แล้วเจ้าก็นำกระดูกไป ไม่รู้จะไปทิ้งเรี่ยราดที่ไหน พระภิกษุเถรีนั้นก็เลยได้กล่าวชมพญานกแขก เออ ลูกนกแขกเต้าตัวนี้ว่า โอ้ เจ้านี่ช่างมีความคิดที่ดีมาก ความคิดเหล่านี้นั้นจะนำความสิ้นไปแห่งภพที่เกิดขึ้นแก่เจ้า
พวกเราลองนึกดูซิว่าขนาดสัตว์เดรัจฉานซึ่งมีอัตภาพที่จำกัดในการสร้างความดีขนาดนี้นั้น ยังไม่ปล่อยวันคืนให้ล่วงไปเลย หมั่นเจริญสติปัฏฐาน ๔ อยู่กลาง ความนึกคิดของตัวเองเสมอ พวกเราทุกคนในที่นี้นั้นเป็นมนุษย์ เป็นผู้ที่มีอัตภาพที่พร้อมในการสร้างความดีอย่างยิ่ง จะต้องเป็นผู้ที่ไม่ประมาทในวัย ไม่ประมาทในเวลา ในการสั่งสมบุญ สั่งสมบารมีอยู่เป็นนิจ
มีอีกเรื่องหนึ่งที่เป็นเรื่องที่ทำให้ความไม่ประมาทในวัยและเวลานั้นเด่นชัด เรื่องนั้นกล่าวถึงพระภิกษุอยู่รูปหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้ที่ว่ากลัวตายมาก ใบไม้ไหวนี่ก็กลัวตายแล้ว กลัวใบไม้จะล้มทับตายบ้าง ฟ้าผ่านี่ก็ กลัวว่าจะทำให้ตัวเองนี่ต้องตายบ้าง เกิดความกระวนกระวาย กลัวว่าจะตายอย่างเดียวเลย
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านก็เลยตรัสสอนเป็นชาดกบอกว่าไม่ใช่เพียงแค่ชาตินี้หรอก ที่เจ้ากระวนกระวายกลัวในความตาย แม้ในชาติหนึ่งที่เจ้าเกิดเป็นหมูป่า ก็ยังมีความกลัวตายเกิดขึ้น ครั้งนั้นพระสัมมาสัมพุทธเจ้านี่ได้เกิดเป็นหมูพระโพธิสัตว์ เป็นหมูป่า แล้วก็มีน้องชายเป็นหมูตัวหนึ่งอยู่ในป่า มีคุณยายคนหนึ่งนี่ไปหาฟืนในป่าแล้วก็เจอลูกหมู ๒ ตัวนี้ ก็เลยนำมาเลี้ยง เจ้าหมูตัวพี่นี่ที่เป็นพระโพธิสัตว์นี่ ฉลาดก็รู้เข้าใจในภาษามนุษย์ จึงเป็นที่ถูกใจคุณยายคนนี้มาก แล้วก็ไม่ได้ปล่อยให้อยู่ในคอก ปล่อยให้เลี้ยงอยู่ในตามพื้นดิน ในสวนในบ้านอย่างอิสระเสรีนะ
วันหนึ่งนี่มีนักเลงเหล้าอยากจะหาเนื้อหมูมาแกล้มเหล้า ก็เลยมาติดต่อคุณยายคนนี้นี่ว่าอยากจะขอซื้อหมู ให้ราคาเท่าไหร่ สูงเพียงใดนี่คุณยายก็ไม่ยอมขายเลย เพราะรักลูกหมูตัวนี้มาก รักเหมือนลูกในไส้เลย แต่วิสัยของนักเลงซึ่งเป็นคนพาลนี่ก็ไม่ใช่คนดี จึงมอมเหล้าคุณยายคนนั้นให้มอมเมา เมาอยู่ในเหล้า จึงเผลอออกปากขายลูกหมูไป แต่ก็มาชั่งใจว่าหมูที่เรารักนี่ก็คือตัวพี่ ถ้าขายไปนี่ก็คงจะขายตัวน้องไป ก็เลยไปเรียกเจ้าหมูตัวน้องมา ก็เลยตะโกนว่าเอ้า เจ้าหมู ก็มีชื่อ ก็เจ้าหมูมานี่ มานี่นะ ก็เรียกตัวน้องมา
เจ้าหมูตัวพี่ ท่านเป็นโพธิสัตว์นี่ท่านฉลาด ฉลาด ตัวนี้ฉลาดมาก ก็เลยเห็นว่าคราวนี้ผิดวิสัย แปลกมาก ทุกทีนี่คุณยายคนนี้จะมาเรียกชื่อเราตลอดเลย จะเรียกชื่อเราตลอด แต่คราวนี้มาแปลก เรียกชื่อน้องก่อน สงสัยจะมีเหตุผิดปกติ ก็เลยบอกให้น้องชายตัวเองนี่ เจ้าลูกหมูตัวน้อยนี่ซึ่งเป็นน้องชายนี่เอ้าไป ไปสำรวจดูซิว่ามีเหตุการณ์อะไรหรือเปล่า เจ้าลูกหมูตัวน้อยนี่ไปสำเร็จดู อ้าว เจ้าโจรกำลังลับมีด กำลังทำอุปกรณ์เตรียมฆ่าอยู่เลย ตกใจมาก รีบวิ่งกระวนกระวาย วิ่งรอบคอก รีบวิ่งมาอยู่ใกล้ๆ พี่ชายนะ กลัวตายมาก พี่ชายนี่ ซึ่งเป็นเจ้าชายตัวหมูตัวนี้นี่ก็เลยตักเตือนสติไปว่าประโยชน์ที่เราจะได้ทำในที่นี้นี่ กำลังจะสิ้นสุดลงแล้ว ชาติของเราเป็นชาติสุกร ไม่ว่าจะหนีไปแห่งหนตำบลใดนั้นก็ต้องตกอยู่วันยังค่ำ เจ้านี่จงแสดงความเป็นชาติสุกรที่ยิ่งใหญ่ ให้ตอบแทนพระคุณของคุณยาย แสดงความกตัญญูต่อท่าน
เสร็จแล้ว เจ้าหมูตัวพี่นี่ก็เลยแผ่กระแสใจที่กว้างใหญ่ แผ่ใจที่เป็นกัลยาณมิตรธรรมนั้นให้ขยายครอบคลุมไปทั่วทั้งพระนครแห่งนั้น เมื่อใจมีความเมตตาเกิดขึ้นแล้ว จึงตรัสสอน จึงได้สอนเจ้าหมูน้องชายว่ายังไงๆ นี่เจ้าก็ต้องตายอยู่แล้ว แม้แต่พี่นี่ก็ต้องตายเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นไม่ว่าเราจะอยู่ในแห่งหนตำบลใดก็ตาม ย่อมไม่พ้นจากความตาย ความตายที่ว่านี้นั้นย่อมหวาดหวั่นแก่ผู้ที่ไม่มีศีล แต่จะไม่เป็นที่หวั่นกลัวเลยต่อผู้ที่มีศีล เจ้านี่จงไปอาบน้ำในห้วงน้ำที่ไม่มีโคลนตม ชำระเหงื่อไคลให้สะอาด ปะพรมลูบไล้ของหอมที่ใหม่ ซึ่งมีกลิ่นที่ไม่จืดจางหายไปเลย
เมื่อเจ้าหมูตัวพี่นี่กล่าวอย่างนี้ หมูตัวน้องก็สงสัยว่าเอ๊ะ ชาติสุกรของเรานี่ไม่เคยเลยที่จะไปชุบตัว หรือจะไปล้างเนื้อล้างตัวให้ห้วงน้ำเลย แล้วยิ่งห้วงน้ำที่ไม่มีโคลนตมนี่ยิ่งแปลกไปใหญ่ เลยสงสัย เอ๊ะ ห้วงน้ำที่ไม่มีโคลนตมเป็นอย่างไรหรือ แล้วปกติแล้ว ชาติของหมูนั้นก็เคยต้องชำระเหงื่อไคล ก็สงสัยมากว่าเหงื่อไคลที่จะไปชำระนั้นคืออะไร แล้วของลูบไล้หอมที่เป็นของใหม่นี่มันเป็นอย่างไรหรือ แล้วกลิ่นหอมที่ไม่เจือจาง ไม่จืดจางไปเลยนี่มันคืออะไร
หมูผู้ที่เป็นพี่นี่ ซึ่งเป็นพระโพธิสัตว์ก็เลยกล่าวว่าห้วงน้ำคือพระธรรม ไม่มีโคลนตม บาปเรียกว่าเหงื่อไคล ศีลคือของลูบไล้ของหอม กลิ่นของศีลนั้นไม่จืดจางไป และสามารถหอมทวนลมได้ แล้วก็ได้เปล่งคำเป็นภาษามนุษย์ที่ไพเราะเสนาะโสตยิ่งนัก ท่ามกลางใจที่ขยายใจไปรอบพระนครว่า บุคคลบางจำพวกนั้นล้วนแต่หวังที่จะฆ่า ทำปาณาติบาตนี้ เพียงเพื่อต้องการกินเนื้ออร่อยเล็กน้อย แต่ต้องไปประสบกับความทุกข์ในสัมปรายภพตั้งมากมาย แม้ความวิบากกรรมอย่างน้อยของปาณาติบาตนี่ก็คือจะต้องเป็นผู้ที่มีอายุสั้น ขอความที่สัตว์ที่ไม่มีความหวาดกลัวในความตาย คือผู้ที่รักษาศีลนั้นก็จงคงอยู่ได้ตั้งมั่น
เมื่อกล่าวเช่นนี้แล้วนี่ ทุกคำพูดที่ได้กล่าวไปนี่เป็นภาษามนุษย์ ได้ดังครอบคลุมไปทั้งพระนครเลย พระราชา ประชาชนทั้งหลายนี่ต่างได้ยินปุ๊ป ก็ตบมือสาธุการกันลั่นพระนครเลยว่าน้ำใจหมูตัวพี่นี้ยิ่งใหญ่ยิ่งนัก เป็นผู้ที่ไม่ประมาทในวัย ในเวลาเลย ไม่หวาดหวั่นต่อมรณภาพที่จะมาถึง มั่นใจในศีลของตนยิ่งนัก พระราชานี่จึงสถาปนาให้หมูตัวนั้นนี่เป็นราชบุรุษ มอบยกทรัพย์สมบัติทั้งหลาย แล้วก็เอามณีนี่แขวนไว้ที่คอเลยนะของหมูตัวนั้น ส่วนหมูนี่มองดูแล้วก็นึก นึกออกว่าเอ๊ะ ตัวเรานี่ก็เป็นเพียงสัตว์เดรัจฉาน คงจะยังทำความดีให้เกิดในอัตภาพนี้นี่ได้ยาก ขอเราจงไปอยู่ป่าเลยแล้วกัน ก็เลยกล่าวกับพระราชาว่าให้ประชาชนนี่จงรักษาศีลให้ดี เป็นผู้ไม่ประมาท ต่างแล้วก็แยกย้ายไปอยู่ป่า
เพราะฉะนั้นพวกเราทุกคนในที่นั้นจึงเป็นผู้ที่ไม่ประมาทในวัย ไม่ประมาทในเวลาเถอะ สมดังที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นได้ทรงตรัสให้กับทุกๆ ท่าน ตรัสกับพระภิกษุเมื่อครั้งที่ท่านจะปรินิพพานว่า ดูก่อน ภิกษุทั้งหลาย บัดนี้เราขอเตือนท่านทั้งหลายว่าสังขารทั้งหลายไม่เที่ยง มีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา พวกเราจงยังความถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาทเถอะ
พระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น ท่านเป็นผู้ที่ไม่ประมาทจริงๆ มีอยู่ครั้งหนึ่งนั้นพระอานนท์ได้เข้าไปปรนนิบัติ ดูแลอุปัฏฐากอย่างดียิ่ง ขณะที่กำลังนวดเพฟ้นพระวรกายของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นก็ปรากฏว่าได้เห็นพระวรกายของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นที่แปรเปลี่ยนไป จึงอุทานว่าข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ น่าอัศจรรย์จริงหนอ บัดนี้พระฉวีวรรณของพระผู้มีพระภาคนั้นมีความเศร้าหมอง พระวรกายนั้นก็เสื่อมถอย ผิวพรรณก็เป็นเกลียวย่น พระวรกายก็ค่อมลง สังขารคือความเห็น ความได้ยิน ความลิ้มรสของสัมผัสทั้งหลายนั้นก็ปรากฏแปรเปลี่ยนไป
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็เลยตรัสบอกว่าจริงอย่างนั้นแหละอานนท์ ความชรานั้นบังเกิดขึ้นในวัยของความเป็นหนุ่มสาว ความเจ็บไข้บังเกิดขึ้นในความไม่มีโรค ความตายบังเกิดขึ้นในชีวิตทั้งหลาย ทุกชีวิตนั้นก็เปรียบเหมือนกับภาชนะดินเผาทั้งหลายทั้งปวง ไม่ว่าจะเป็นดินเผาที่ดีเพียงใดก็ตามนั้น ก็ล้วนแล้วแต่ต้องสลายกันทั้งสิ้น
คุณยายอาจารย์ มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูงนั้น ท่านเป็นผู้ที่ไม่ประมาททั้งในวัยและเวลา มีอยู่ครั้งหนึ่งนั้นท่านกำลังถอนหญ้าอยู่ในบริเวณวัด พระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตชีโวนั้นท่านเห็นว่าคุณยายกำลังถอนหญ้าด้วยใจที่สงบนิ่ง เหมือนกำลังตรึกอยู่ในธรรมะ ถึงได้ถามคุณยายว่า ยาย ยายนึกถึงอะไรอยู่หรือ ยายก็ตอบกลับมาว่ายายกำลังนึกถึง กำลังระลึกชาตินึกถึงการสร้างบารมีของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่าทำมาอย่างไร จึงได้มาบังเกิดเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในที่นี้
เนื่องจากคุณยาย ยายบอกว่ายายนี่ไม่รู้หนังสือ อ่านพระไตรปิฎก็ไม่ได้ ยายก็เลยระลึกชาติดูการสร้างบารมีของพระอรหันต์ พระปัจเจกพุทธเจ้าตามคำสั่งสอนที่หลวงพ่อวัดปากน้ำนี่ท่านได้สั่งสอนคุณยาย ยายก็ระลึกตรวจดูเสมอเลยว่าจะทำบุญอะไร สร้างบารมีอย่างไรตามอย่างท่านไป คุณยายนี่เป็นต้นแบบในการบริหารเวลาอย่างดียิ่ง เป็นผู้ไม่ประมาทในเวลาอย่างยอดเยี่ยม แม้ขณะที่กำลังทำงานหยาบอยู่นั้น กำลังถอนหญ้าอยู่ กลับระลึกชาติทำละเอียด นึกสั่งสอน เอาธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นมาสั่งสอนตัวเอง แล้วก็ต้นแบบทางกาย วาจา และใจของลูกศิษย์ลูกหาในเวลาเดียวกันเลย
ท่านไม่ประมาทในเวลาเช่นนี้แล้ว อยากจะขอเชิญทุกๆ ท่านในที่นี้นั้น จงเป็นผู้ไม่ประมาทในธรรมะทั้งปวงของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นก็ล้วนแล้วแต่อยู่ในกายที่มีความกว้าง ยาววา หนาคืบ กว้างศอกกันถ้วนทั่วทุกตัวคน ไม่มีใครแตกต่างกันเลย แม้มีความเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ เป็นนายกฯ เป็นรัฐมนตรี ก็มีกายที่กว้าง ยาววา หนาคืบ กว้างศอกเท่านี้ เท่าเทียมกันทั้งสิ้นเลย ธรรมะทั้งหลายทั้งปวงนั้นก็อยู่ในร่างกายของเราในที่นี้ เพราะฉะนั้นให้พวกเราทุกคนนั้นได้เป็นผู้ที่รักษาความไม่ประมาทอยู่เสมอ แล้วเราจะสามารถนำธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า นำธรรมะของพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ ตลอดจนครูบาอาจารย์ คุณยายของเราเป็นต้นแบบตลอด
ท้ายที่สุดนี้ หลวงพี่ขอเรียนเชิญพวกเราทุกคนนั้นได้นั่งหลับตาเจริญสมาธิภาวนากัน ให้ทุกท่านนั้นรักษาใจให้สะอาด บริสุทธิ์ ให้ใจสะอาด บริสุทธิ์ ผ่องใสเพื่อที่จะได้เป็นภาชนะรองรับบุญที่จะเกิดขึ้นต่อไป ตลอดทั้งพรรษาซึ่งเป็นพรรษามหาบูชาในครั้งนี้นั้น พวกเราทุกคนนั้นต่างก็ได้สร้างบารมีกันอย่างไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อย ไม่รู้จักถึงความเหนื่อยยากทั้งหลายทั้งปวง กลับมีใจที่เด็ดเดี่ยว ตั้งมั่น มั่นคง ต่อการสร้างบารมี
อยากจะให้พวกเราทุกคนนั้นได้น้อมรำลึกถึงบุญกุศลทั้งหลายทั้งปวงที่ทุกๆ ท่านได้สร้างมาตลอดทั้งพรรษานี้ ตั้งแต่ช่วงเข้าพรรษาที่ผ่านมาที่เรานึกอธิษฐานพรรษา ไม่ว่าจะอธิษฐานพรรษากันเช่นใด พวกเรานั้นก็ได้ทุ่มเทตั้งใจประพฤติปฏิบัติอย่างดียิ่ง เมื่อนึกถึงความดีที่เราทำในครั้งใด ก็เป็นที่ชุ่มชื่น ปลาบปลื้มปีติเบิกบานใจยิ่งนัก บุญที่เราได้กระทำมานี้นั้นมีอยู่มากมาย ตั้งแต่การร่วมบุญเป็นประธานกองกฐินสร้างมหาวิหารพระมงคลเทพมุนี พวกเรานั้นก็ได้ตั้งใจบริจาคทรัพย์ สร้างมหาทานบารมีกันอย่างเบิกบาน นึกถึงบุญครั้งใดนั้นใจก็รู้สึกปีติเบิกบานยิ่งนัก
พวกเราได้มีโอกาสได้มาปิดกองกฐินในวันสว่าง วันที่เป็นวันที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยได้ครองผ้ากาสาวพัสดุ์ เป็นคืนที่พวกเราทุกคนนั้นปลาบปลื้มปีติใจยิ่งนัก เป็นวันที่คุณยายนั้นได้เคยชิตังเมเป็นครั้งแรก ที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยได้เข้าสู่ร่มกาสาวพัสดุ์ เราก็ได้ร่วมกันปิดกองกฐินกันอย่างปีติเบิกบาน (หมดม้วน1/B) แม้วันที่พวกเราได้ร่วมกันสถาปนามหาวิหาร ช่วยกันนำขนหินเกร็ดทั้งหลายมาปรับพื้นที่ (หมดม้วน 1/A) สระเศรษฐี ทำกันไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อย ทำกันอย่างทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจ เพื่อให้งานของพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยนั้นสำเร็จเป็นอัศจรรย์ เป็นพลังความสามัคคี ความดีอันยิ่งใหญ่ที่พวกเราได้ร่วมกันสถาปนามหาวิหารกันอย่างดียิ่ง
เมื่อเรานึกถึงผลบุญนี้ให้ดีนะ นึกด้วยใจที่สะอาด บริสุทธิ์ ด้วยใจที่ผ่องใส ตลอดจนบุญที่พวกเราได้ไปร่วมพิธีขุดต้นตอมหาสมบัติ ในพิธีชุบตัวในสระเศรษฐี ผ้าผ่อนที่เปียกปอนนั้นกับสัมผัสถึงน้ำที่ชุ่มเย็น นึกถึงบุญในครั้งนี้คราใด ใจก็จรดนิ่งถึงพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญอยู่เสมอ นึกคราใด ใจก็ปีติเบิกบาน ใจก็แช่มชื่น ใจก็ผ่องใส รวมกระทั่งบุญกุศลที่พวกเราจะได้ร่วมกันสถาปนาอนุสรณ์สถาน ร่วมกันเป็นประธานกองผ้าป่า ให้เรานึกถึงผลบุญทั้งหลายทั้งปวงที่เราได้ทำมากันอย่างดียิ่ง ตลอดจนการปฏิบัติบูชา มีการจำพรรษาอยู่ ณ วงกายคือศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ อย่างสม่ำเสมอตลอด ๓ เดือนในพรรษานี้ ให้เรานึกถึงผลบุญนี้ย้อนรำลึกเป็นภาพประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ของพวกเราแต่ละคน นึกถึงผลบุญนี้กันให้ดีนะ
สัพเพ (หมด 1/B)
PAGE
PAGE 10
FILENAME \p \\DOMAIN\DATAYAY\ต้นฉบับบทเทศน์\2544\ตุลาคม\44-10-03 FW-AAT.doc