ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

คุณยาย ผู้เป็นมหาบุรุษ

คุณยายอาจารย์ · เทศน์งานยาย

(เริ่มม้วน 1/A) ขอนอบน้อมแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้มีพระธรรมกายอันบริสุทธิ์ ตรัสรู้ยิ่งเองโดยชอบ ด้วยเศียรเกล้า นมัสการพระมหาเถระ พระเถรานุเถระ ทุกรูป สวัสดีเพื่อนสหธรรมมิก เจริญพรสามเณร อุบาสกอุบาสิกา และท่านผู้มีบุญทุกท่าน (สาธุ) วันนี้ วันที่ ๖ กันยายน ๒๕๔๔ เป็นวันสิริมหามงคลสำหรับหลวงพี่อีกวันหนึ่ง ที่มีบุญได้มีโอกาสแสดงธรรมเพื่อน้อมเทิดพระคุณแด่คุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกา จันทร์ ขนนกยูง และท่านสาธุชนผู้มีบุญลูกหลานคุณยาย ทั้งในและต่างประเทศ ก็เป็นผู้มีบุญที่ได้พร้อมใจกันมาฟังสวดพระอภิธรรมและฟังธรรม เนื่องในงานบำเพ็ญกุศลของคุณยาย เพราะการกระทำนี้เป็นบุญกิริยา ที่เราท่านทั้งหลายได้กระทำโดยที่ใจของเราเกี่ยวเนื่องผูกพันธ์กับคุณยาย เป็นนิมิตหมายประการหนึ่งว่า เราจะได้สร้างบุญบ่มบารมี ติดตามคุณยายของเราไปจนกว่าจะถึงที่สุดแห่งธรรม ท่านสาธุชนทั้งหลาย คุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกา จันทร์ ขนนกยูง ได้ละสังขารจากโลกนี้ไปแล้วด้วยบุญบารมีที่เต็มเปี่ยม ด้วยชัยชนะที่งดงาม ดังพุทธพจน์ที่ว่า “ประดุจละภาชนะดินไปเสวยภาชนะทองคำ ประดุจออกจากเรือนนี้ไปสู่เรือนโน้น และประดุจหลับแล้วตื่นขึ้นฉะนั้น” บัดนี้ท่านได้ทอดร่างอยู่ในเรือนทองอันสูงเกียรติ อันสมค่ากับคุณงามความดีที่ได้สั่งสมมาตลอดชีวิต และฝากฝังไว้ในพระพุทธศาสนาคุณธรรมของคุณยายอาจารย์มากมายเกินที่จะพรรณา ถ้าจะเปรียบไปแล้วก็ต้องพรรณาด้วยพุทธพจน์ที่ว่า ถ้าพระพุทธเจ้า จะพึงพรรณนาคุณของพระพุทธเจ้าด้วยกันแล้ว หากว่าไม่ตรัสอย่างอื่นแม้อย่างอื่น แม้กัปก็จะสิ้นไป แต่คุณของพระองค์ก็ไม่พึงสิ้นไป คุณธรรมของคุณยายก็เช่นเดี่ยวกัน หากจะพรรณาแล้ว ก็ไม่อาจจะหมดได้ แม้พระอัครสาวกยังเช่นพระสารีบุตร ผู้มีปัญญาเป็นเลิศจะพึงพรรณาคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว หากคุณของพระองค์เปรียบเหมือนน้ำในมหาสมุทร ท่านก็สามารถบรรยายคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เพียงแค่น้ำที่ไหลผ่านช่องของป่วงเข็มเท่านั้น คุณธรรมของคุณยายอาจารย์ลูกหลานหลายๆ ท่าน อาจจะมองอาจจะประทับใจคุณธรรมของท่าน อาจจะประทับตราตรึงใจแต่ละคนในแง่มุมต่างๆ กันสุดแล้วที่ใครจะพิจารณาหรือจับแง่มุมเอา ในส่วนของหลวงพี่ในทัศนะของพระหลานชายของคุณยายพระลูกชายของพระเดชพระคุณหลวงพ่อทั้งสององค์ คุณยายอาจารย์มิได้เป็นเพียงแค่สตรีใจเพชร ที่ทุ่มเทชีวิตสร้างบุญสร้างบารมีตลอดไม่มีว่างเว้น เพราะใจของท่านจรดนิ่งอยู่ที่สุดแห่งธรรมเท่านั้น แต่คุณยายอาจารย์ในสายตาของหลวงพี่ที่มองท่านท่ามกลางมหาชน คุณยายอาจารย์มีความสง่าน่ามองคล้ายกับมหาบุรุษ ที่กล่าวอย่างนี้เพราะอะไร เพราะว่านอกจากที่คุณยายอาจารย์มีความงามสง่าน่ามอง ด้วยการมองทางสายตาแล้ว คุณยายอาจารย์ก็ยังมีคุณธรรมของมหาบุรุษครบถ้วนทุกประการ คุณธรรมที่ว่านี้มีกล่าวไว้ในอนุรุทธะมหาวิตักกสูตรว่า ในครับที่พระอนุรุทธะยังไม่บรรลุพระอรหันต์ท่านหลีกออกเร้น ที่วิหารปาจีนวังสทายตรึกอยู่ในมหาปุริสวิตก ๗ ประการคือ ความมักน้อย ความสันโดษ ความสงัดวิเวกไม่ยินดีในการคลุกคลีด้วยหมู่คณะ มีความเพียร มีสติตั้งมั่น มีใจคอมั่นคง และมีปัญญา เมื่อพระผู้มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทราบความปุริสวิตกของท่าน จึงเสด็จมาตรัสบอกมหาปุริสวิตกประการที่ ๘ คือ มีความไม่ยินดีในธรรมให้เนิ่นช้า เมื่อพระอนุรุทธะตรึกอยู่ในธรรม ๘ ประการนี้แล้ว มีความเพียร ไม่ประมาท บำเพ็ญสมณธรรมหลีกออกเร้นอยู่ไม่นานก็บรรลุพระอรหันต์ มหาปุริสวิตกเป็นพุทธวิสัยโดยตรง จะสังเกตได้จากการที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าสามารถที่จะแสดงความบริบูรณ์ของธรรมนี้ให้เต็มทั้ง ๘ ประการ แก่พระอนุรุทธะ แต่ทะว่าคุณธรรมทั้ง ๘ ประการนี้ก็มีอยู่แล้วในตัวของสตรีร่างเล็กคือคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบสิกา จันทร์ ขนนกยูงของเรา ตลอดเวลา ตลอดชีวิตของท่านได้ใช้เรือนกายอันบอบบางของท่านทรงคุณธรรมทั้ง ๘ ประการคือมหาปุริสวิตกทั้ง ๘ ประการนี้ไว้ครบถ้วนบริบูรณ์ คุณธรรมทั้ง ๘ ประการนั้นมีอะไรบ้าง คุณธรรมประการแรก คือ ความสันโดษ อย่าว่าแต่ความสันโดษในปัจจัย ๔ ที่ท่านสาธุชนทั้งหลายก็ได้ทราบแล้วว่าคุณยายนั้นมีอยู่เต็มเปี่ยม แม้แต่ความสันโดษในธรรมที่ได้เข้าถึง คุณยายก็ยังมีความสันโดษ อ้อ ขออภัย ข้อแรกเป็น ความมักน้อย ความมักน้อยในคุณธรรมได้เข้าถึงของคุณยายคือมักน้อยอันนี้หมายความว่าเมื่อตัวเอง เข้าถึงธรรมอะไรแล้วก็ไม่ปรารถนาให้ผู้อื่นได้ทราบธรรมที่ตัวเองได้ล่วงรู้ ธรรมข้อนี้ปรากฏชัดก็เมื่อครั้งที่มีอุปัฏฐากไปถามท่านว่า คุณยายมีอภิญญาหรือ คุณยายท่านก็ตอบเลี่ยงๆ ไปว่าโยงยาอะไรท่านทานหมดแล้ว ซึ่งความจริงนี้ ความที่ท่านมีอภิญญาก็ปรากฏชัดอยู่ หลายท่านทั้งหลายใน หลายท่านในที่นี้อาจจะรู้หรืออาจจะประสบกับอภิญญาที่คุณยายได้แสดงกับ อภิญญาของคุณยายที่ตัวเองได้รับรู้ แต่ว่าที่เป็นหลักฐานชัดเจนก็ปรากกฏอยู่ในเมื่อสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ มีหนังสือพิมพ์หลายฉบับลงข่าวว่ามีแม่ชีลอยขึ้นไปปักลูกระเบิดที่แถวๆ สะพานพุธ อันนี้ก็เป็นเครื่องยืนยันว่าคุณยายมีอภิญญา แต่คุณยายเมื่ออุปัฏฐากถามก็กับตอบเลี่ยงไปเสียว่าโยงยาอะไร นี่ก็แสดงให้เห็นว่า คุณยายอาจารย์มีความมักน้อยแม้ในคุณธรรมตัวเองได้บรรลุ อีกประการหนึ่ง คือความสันโดษ ความสันโดษก็มีความสันโดษในปัจจัย ๔ เช่นเดี่ยวกัน แต่ว่า ความสันโดษที่เป็นความสันโดษโดยที่สุดแล้วก็คือความสันโดษในอธิคม คือในธรรมะที่ได้บรรลุ คุณยายมีความสันโดษในอธิคมอย่างไร เมื่อครั้งที่ท่านเข้าไปอยู่ที่วัดปากน้ำใหม่ๆ ท่านป่วยแล้วธรรมะของท่านก็มืดไป แต่ท่านก็ไม่ได้น้อยใจ ไม่ได้เสียใจว่าธรรมะของท่านไม่ทันคนอื่น ท่านกลับมั่นใจในธรรมะที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำถ่ายทอดให้ เมื่อพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำถาม “สว่างหรือยัง” ท่านก็บอกว่า”สว่างแล้ว”เท่านั้น ธรรมะของท่านก็กลับสว่างไสวขึ้นมา และเมื่อท่านประคับประคอง ธรรมะของท่านเรื่อย ๆ เชื่อมั่นในตัวพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ ธรรมะของท่านก็พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดก็ก็ได้เป็นหัวหน้ากะวิชชา อันนี้ก็แสดงให้เห็นว่าคุณยายของเรามีคุณธรรมในเรื่องความสันโดษ แม้ที่สุดของความสันโดษ คือความสันโดษในธรรมะที่ตัวเองได้บรรลุ อีกประการหนึ่งก็คือความสงัด หรือความวิเวกไม่คลุกคลีด้วยหมู่คณะ ความสงัดความวิเวกนี้มี ๓ ประการ ประการแรกคือ กายวิเวก คุณยายมีกายวิเวก มีกายวิเวกอย่างไร กายวิเวกของคุณยายก็คือ การที่คุณยายยินดีในการประพฤติพรหมจรรย์นั้นเอง คือชักกายออกจากกาม ประพฤติพรหมจรรย์ อันนี้ถือว่ามีกายวิเวก วิเวกประการที่ ๒ คือ มีจิตวิเวก วิเวกก็คือใจไม่ติดในคน สัตว์ สิ่งของ ใจของท่านบริสุทธิ์ผ่องใสอยู่ตลอดเวลาเพราะไม่เอาใจไปยึดติดในคน สัตว์ สิ่งของนั้นเอง และยิ่งกว่าสิ่งอื่นใดคุณยายมีอุปธิวิเวกคือใจของท่านไม่เกาะเกี่ยวด้วยกิเลส หมู่กิเลสทั้งหลายไม่สามารถเกาะเกี่ยวใจของท่านได้ อันนี้ก็เป็นคุณธรรมประการที่ ๓ คือการที่สงัดวิเวก ไม่คลุกคลีด้วยหมู่คณะ แต่คุณยายมีความสงัดวิเวกไม่คลุกคลีด้วยหมู่คณะ ท่านก็ยังรับผิดชอบคือ รับผิดขอบต่อหมู่คณะทุกๆ อย่าง ดูแลความเป็นอยู่ทุกข์สุขทุกๆ อย่าง อันนี้เราก็ต้องทำความเข้าใจให้ดีว่า การที่ไม่คลุกคลีด้วยหมู่คณะกับการไม่รับผิดชอบหมู่คณะนั้นเป็นคนละเรื่องกัน คุณยายก็เป็นตัวอย่างในเรื่องนี้ที่ดีสำหรับพวกเรา อีกอันหนึ่งก็คือ มีความเพียร มีความเพียรองคุณยายเห็นได้ชัดเจน คือตั้งแต่เริ่มสร้างวัดมา คุณยายก็ทุ่มเทแรงกายแรงใจสร้างวัดเรามาจนวัดพระธรรมกายในวันนี้ ก็ด้วยความหวังของคุณยายที่มีอยู่ว่าจะสร้างวัดให้เป็นวัด สร้างคนให้เป็นคนดี สร้างพระให้เป็นพระที่ดี คุณยายมีความตั้งใจอยู่อย่างนี้ จึงได้ทุ่มเททั้งแรงกาย และแรงใจพรากเพียรที่จะทำทุกสิ่งทุกอย่างให้มีวัดพระธรรมกายในวันนี้ แต่เหนือสิ่งอื่นใด คุณยายก็มีความเพียร ในการประพฤติบัติธรรม ท่านได้กล่าวเอาไว้ว่า ในชีวิตของคนเราจะต้องมีความเพียรที่จะนั่งธรรมะให้ยิ่งๆ ขึ้นไป สมัยก่อนยายไม่เห็นธรรมะ ก็พยายามตรึกนึกทั้งยืน เดิน นั่ง นอน พอทำไป ทำไปใจหยุดเข้าถึงธรรมได้ การเข้าถึงธรรมะนี่แหละเป็นหน้าที่สำคัญที่สุด คุณธรรมประการที่ ๕ ก็คือ ความมีสติตั้งมั่น ความมีสติตั้งมั่นของคุณยายนั้นก็เป็นหนึ่ง ไม่รองใคร ในสมัยที่คุณยายอยู่วัดปากน้ำ พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านเคยกล่าวว่า เคยเล่าให้ฟังว่า มีคนมากล่าวว่า คุณยายด้วยวาจาที่ไม่งามนัก คุณยายก็กล่าวว่า น่าที่เธอ เธอด่าฉันไป ฉันนั่งเข้าที่ฟัง เธอด่าสบายใจแล้วเธอจะได้กลับไป อากัปกิริยาองคุณยายบางครั้งท่านก็หลับตา บางครั้งก็ลืมตา ท่านนั่งนิ่งๆ ดวงหน้านวล ผ่องใส เมื่อลืมตาขึ้นมาแววตาก็สุกใส คุณยายท่านไม่ได้ทำอะไร นอกจากทำหยุด ทำนิ่งของท่าน เรื่อยไป ไม่ช้าบุคคลนั้นก็ถอยทัพกลับไป” นี่ก็แสดงให้เห็นว่า คุณยายอาจารย์ของเรามีสติอยู่กับธรรมที่อยู่เฉพาะหน้า รักษาใจของตัวเองให้ผ่องในอยู่เสมอ แม้จะได้รับการกระทบกระทั่งก็ตาม อีกประการหนึ่ง ก็คือคุณใจมีใจคอที่มั่นคง ข้อนี่ก็สังเกตได้จากตอนที่ท่านปรารภที่จะออกจากบ้านมาศึกษาธรรมะที่วัดปากน้ำ คุณยายกล่าวว่า เมื่อคุณยายจัดการที่บ้านร่วมเย็นดีแล้วใจคอก็จะไปศึกษาที่วัดปากน้ำอย่างเดี่วอย่างอื่นไม่เอาแล้ว ด้วยใจที่ท่านมุ่งมั่นว่าจะขอขมาพ่อให้ได้ ไม่สนเรื่องราวรำคาญในต่างๆ ที่มีคนสร้างให้ในวัดปากน้ำใจของท่านปักนิ่งอยู่กับธรรมะ อยู่กับวิชชาธรรมกายเท่านั้น ใจของท่านอยู่กับพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ ว่าจะคอยสั่งท่านอย่างไร ใจคอท่านมั่นคงอย่างนี้เมื่อเวลาปฏิบัติธรรม ใจของท่านจึงหยุดนิ่งได้ง่าย และธรรมะของท่านก็ละเอียดลึกซึ้ง อีกประการหนึ่ง ก็คือความมีปัญญา คุณยายมีปัญญาในที่นี้ ในพระสูตรนี้กล่าวไว้ว่า ปัญญาในที่นี้หมายถึงปัญญาที่รู้ว่าสัตว์มีกรรมเป็นของตน ในข้อนี้พระเดชพระคุณหลวงพ่อก็เล่าถึงคุณยายไว้อีกว่า การไปนรกไปสวรรค์ของคุณยายดูเหมือนง่ายๆ เหมือนท่านเดินจากกุฏิของท่านไปหน้าวัด หรือไปหอฉัน ไม่เห็นท่านทำอะไร พอเขาถามท่านก็นั่งหลับตา สักพักหนึ่งท่านก็ตอบ เช่น ถ้าไปตกนรก ท่านก็จะบอกตรง ๆ ไม่อ้ำอึ้งไม่อ้อมค้อมว่า ญาติของคุณชื่อนี้ ตอนนี้เป็นมนุษย์ได้ทำกรรมอย่างนั้น ตอนนี้ตายไปตกนรกขุมนั้น มีอาการอย่างนี้ มีทุกข์อย่างนี้” นี่ก็แสดงให้เห็นว่าคุณยายอาจารย์มีปัญญาในการที่จะรู้ว่า สัตว์ไปเกิดมาเกิดอย่างไร มีกรรมอย่างไร ภูมิปัญญาของคุณยายอาจารย์ที่มีและปรากฏชัดแก่พวกเรามิได้เกิดขึ้นอย่างอัศจรรย์หรือว่าเลื่อนลอย แต่เกิดขึ้นเนื่องจากความเพียรในกานสั่งสม ในการอบรมบ่มบารมีของท่าน ในใจของท่านที่มุ่งที่จะเอาธรรมะที่จะศึกษาธรรมะ ที่จะไปให้ถึงที่สุดแห่งธรรมอย่างเดี่ยวเท่านั้น อีกประการหนึ่ง ก็คือความไม่ยินดีในธรรมเป็นเหตุเนิ่นช้า แต่ยินดีในธรรมเป็นเหตุให้บรรลุนิพพานเท่านั้น ธรรมให้เนิ่นช้ามีอยู่ ๓ ประการ คือ ตัณหา มานะ และ ทิฏฐิคุณยายอาจารย์เว้นขาดจากตัณหา พวกเราจะสังเกตได้จากตอนที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำถามคุณยายว่า ปลาสลิดมันอร่อยตรงไหน? คุณยายท่านก็งง แต่เดิมหลวงพ่อถามเรื่องวิชชา แล้วทำไมอยู่ดี ๆ มาถามเรื่องปลาสลิด ถามวิชชาตอบได้หมดทุกประการ พอมาถึงเรื่องปลาสลิดท่านกับงง นี่ก็แสดงให้เห็นว่า คุณยายอาจารย์ไม่มีแม้แต่ความอยาก หรือความยินดีในรสอาหาร อีกประการหนึ่ง ก็คือความมีมานะถือตัว ทุกๆ ท่านก็คงได้ประจักแก่ตัวเอง หลายๆ คนที่เข้าวัดมานานแล้ว ตั้งแต่สมัยที่คุณยายได้ออกมาต้อนรับพวกเราเอง คุณยายท่านก็น้อมตัวลงไหว้ แม้ว่าท่านจะมีอายุมากกว่า ท่านก็ไหว้ คนที่มีอายุอ่านกว่า นี่แสดงให้เห็นถึงความไม่มีมานะ ไม่ถือตัวของคุณยายประการหนึ่ง อีกประการหนึ่ง ก็คือ คุณยายไม่มีทิฐิ ท่านสอนเอาไว้ว่า “ให้นึกถึงบุญเสมอ ชาตินี้ชาติสุดท้าย จะลำบากขนาดไหนก็ยอม ทิฐิทุกอย่างให้ละ ยายเป็นคนยอมคน อยู่ที่ไหนก็ละ ทิฐิอ่อนน้อมถ่อมตน เราต้องยอมทุกๆ คน เพื่อทำความดีของเรา เราต้องทนง้อเขาทุกอย่าง ง้อเพื่อให้เขาสามัคคีกัน รักกัน จะได้ทำความสามัคคีกันได้ พอเรายอมได้ งานทุกอย่างก็สำเร็จ สุดท้ายก็ได้บุญด้วยกันทุกคน” ทั้ง ๘ ประการ ก็เป็นธรรมของมหาบุรุษ ซึ่งมีอยู่แล้วในตัวของคุณยายอาจารย์ของเรา ครบทุกประการ แม้ว่าคุณยายจะเป็นสตรีร่างเล็ก แต่ร่างเล็กๆ ของท่านก็ทรงคุณธรรมทั้ง ๘ ประการนี้ไว้ได้ แล้วคำว่า มหาปุริสวิตกนี้ คำว่าบุรุษก็ไมได้หมายถึงผู้ชายเท่านั้นความจริงคำว่าบุรุษหมายถึงมนุษย์ทุกๆ คน อย่างเช่น Man ในภาษาอังกฤษ บางครั้งเขาก็ใช้ในความหมายว่า ผู้ชาย บางครั้งก็ใช้ในความหมายที่ว่า มนุษยชาติหรือว่า มนุษย์ทั่วๆ ไป คำว่า บุรุษ ในคำว่า ในศัพท์ว่า เอ้อ ศัพท์ว่า บุรุษในคำว่า มหาปุริสวิตกนี้ ก็เป็นคล้ายๆ คำว่า Man ในภาษาอังกฤษนั้นเอง คือไม่ได้หมายถึงผู้ชายอย่างเดี่ยวเท่านั้น แต่หมายถึงบุคคุลทั่วๆ ไป ใครก็ตามที่มีคุณความดีมากใหญ่หลวงฝากไว้แก่โลกนี้ คนคนนั้นก็ได้ชื่อว่า เป็นมหาบุรุษ ความดีที่ฝากไว้นี้ก็มีอยู่คร่าวๆ ๓ ประการ คือ ตนเองก็เป็นผู้ที่บริสุทธิ์ ผุดผ่อง บริบูรณ์ ด้วยศีลของตนเอง และตนเองก็มีปัญญาที่จะรู้ ที่จะเข้าใจโลกตามความเป็นจริง และด้วยความอนุเคราะห์ในสัตว์โลกก็ใช้ปัญญานั้นพาสัตว์โลกให้คลายทุกข์ ให้ข้ามความทุกข์ไปได้ คุณยายอาจารย์ของเราก็มีคุณสมบัติทั้ง ๓ ประการนี้ ดังนั้น จึงไม่แปลกที่จะเรียกคุณยายของเราว่า มหาบุรุษ มหาปุริสวิตกนี้เหมาะที่เรียกกับคุณยายของเราเพราะอะไร เพราะท่านได้ฝึกตัวของท่านมาเองแล้วตลอดชีวิต จนแม้แค่พระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ ซึ่งเป็นครูบาอาจารย์ของท่านเอง เมื่อเห็นความมุ่งมั่น ความบากบั่นในการสร้างคุณงามความดีของคุณยายอาจารย์ ก็ถึงกับเอ่ยปากชมคุณยายว่า ลูกจันทร์นี้ เป็นหนึ่งไม่มีสอง อันนี้ก็เป็นประจักพยานอย่างหนึ่งว่า แม้พระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำเองก็ยังเห็นในคุณงามความดีที่คุณยายของเราได้สั่งสม ได้สร้างมาตลอดชีวิต เมื่อพวกเราลูกหลานของยายได้ซาบซึ้งในคุณธรรมของคุณยายที่มากมายอย่างนี้แล้ว ในวันนี้หลวงพี่ก็ได้นำคุณธรรมของคุณยายมาแสดงอีกประการหนึ่งในแง่คิดมุมมองที่พระหลานชายอย่างหลวงพี่มองแล้วก็สังเกตแล้วก็จับแง่คิดในคุณธรรมของท่าน หลายๆ ท่านอาจจะมีแง่คิดมุมมองต่างๆ กันไป แต่ทุกๆ อย่าง ทุกๆ ธรรมะ ทุกๆ คุณธรรมที่มีอยู่ในตัวคุณยาย ก็สามารถที่จะน้อมนำเอาไปปฏิบัติแล้วเกิดประโยชน์ เกิดคุณค่า ทำให้พวกเราสามารถพัฒนาชีวิตให้เจริญรุ่งเรือทั้งในโลกนี้และเมื่อละจากโลกนี้ไปแล้ว เราก็สามารถที่จะมีสุขคติโลกสวรรค์เป็นที่ไป ก็เป็นคุณความดีของคุณยายอีกประการหนึ่งที่ท่นได้ปิดนรกเปิดสวรรค์แล้วก็ชี้ทางพระนิพพานให้กับพวกเรา ในโอกาสนี้หลวงพี่ก็ต้องขอเรียนเชิญท่านสาธุชนผู้มีบุญทุกท่านได้ตรึกระลึกน้อมถึงพระคุณของคุณยายเอามาไว้ในใจของเรา ตรึกระลึกนึกถึงคุณความดี คุณงามความดีของท่าน แล้วก็น้อมนำใจของเรามาไว้ที่ศูนย์กลางกาย ให้ใจองเราใสสะอาดบริสุทธิ์เพื่อที่เราทุกคนจะได้รวมใจกันให้เป็นหนึ่งเดียวที่จะปฏิบัติบูชาแด่คุณยาย แล้วจะได้น้อมนำถวายเพื่อบูชาธรรมแด่คุณยาย โดยพร้อมเพียงกัน สัพเพ… หน้า PAGE 9++ +++++++W-++T