ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

อานิสงส์จากการทำความสะอาดเสนาสนะ (:เก็บใบโพธิ์ออกจากลานเจดีย์)

คุณยายอาจารย์ · เทศน์งานยาย

(ม้วน 1/A) พระบุญลือ : (ตั้งนโม ๓ จบ) ขอกราบนมัสการพระมหาเถระ เถรานุเถระ สวัสดีเพื่อนสหธรรมิกทุกรูป ขอเจริญพร สามเณร อุบาสก อุบาสิกา ลูกหลานคุณยายทุกท่านนะ (สาธุ) จนฺทํว วิมลํ สุทฺธํ วิปฺปสนฺนมนาวิลํ นนฺทิภวปริกฺขีณํ ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ เราเรียกบุคคลผู้มีความยินดีในภพอันสิ้นแล้ว บริสุทธิ์ผ่องใส ไม่หม่นหมอง เหมือนดวงจันทร์ที่ปราศจากมลทินว่าเป็นพราหมณ์ ความยินดีในภพ ความกำหนัดในภพ ความพอใจในภพ กล่าวคือในความเป็นกิเลสอย่างหนึ่งของสัตว์โลก ความรู้สึกพอใจในภพนี้ ถ้าหากว่าบุคคลใดมีความรู้สึกพอใจในภพนี้ ก็จะยินดีในกามคุณ นั่นก็หมายถึงว่าเป็นกิเลส ต้องเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในวัฏสงสาร ไม่มีที่สิ้นสุด เหมือนดังคำสอนของคุณยาย มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ที่ท่านได้กล่าวไว้ว่าพอยายลงมาเกิด ยายจะตามพวกเราลงมาอีก ตามมาให้หมด ยายจะขนไปให้หมดนั่นแหละ ไปสวรรค์ก็เอาให้หมด ไปนิพพานก็เอาไปให้หมด จะลงมาสร้างบุญอีก ก็จะตามมาให้หมด นี่คือคำสอนของคุณยายมหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูงที่ท่านเป้าหมายอย่างชัดเจนที่จะรื้อสัตว์ขนสัตว์ และพาพวกเราไปสู่พระนิพพาน เพื่อตัดความยินดีในภพ และความกำหนัดในภพของลูกหลานยาย เพื่อให้มีจิตใจอันเป็นเกษม เพื่อให้ลูกหลานคุณยายมีสุขอันไพบูลย์ที่แท้จริง ถือว่าพวกเราเป็นลูกหลานคุณยายเป็นผู้ที่โชคดีมาก ที่ได้มีโอกาสได้มาพบ ได้มาเจอะ ได้มาเจอคุณยายมหารัตนอุบาสิกาจันทร์ อีกไม่นาน สรีระของท่านก็จะถึงกาลที่จะต้องสลายร่างในวันมาฆะ ในปีพุทธศักราช ๒๕๔๕ อันใกล้นี้ ตอนนี้คุณยายท่านยังอยู่ตรงหน้าของพวกเรา พวกเราก็ตั้งใจมาเอาบุญกับคุณยายมหารัตนอุบาสิกาจันทร์ โดยการมาฟังสวดพระอภิธรรม ซึ่งเป็นธรรมชั้นสูง ซึ่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านก็ใช้เลือก ท่านได้เลือกใช้บทนี้ในการโปรดพุทธมารดาของท่าน ในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ วันนี้เราก็ทำเยี่ยงอย่างในบัณฑิตในกาลก่อน คุณยายของเราได้สอนพวกเราไว้มากมาย ตัวหลวงพี่เองก็ได้รับคำสอนของคุณยาย โดยการถ่ายทอดจากพระอาจารย์มา ไม่ว่าจากบุญ จากการรักความสะอาด บุญจากการพับผ้า คำสอนของท่านที่พวกเราทราบกันดี ที่พระอาจารย์ได้มานำเทศน์นำสอน มากล่าวถึงอยู่เสมอๆ สมัยท่านยังทำงานอยู่ที่บ้านของคุณนายที่เป็นอุปัฏฐากหลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ที่ท่านเหลือบไปเห็นตะไคร่น้ำที่หัวบันได ท่านก็หมายตาไว้ว่าเวลาทำภารกิจอื่นเสร็จเรียบร้อยแล้ว ท่านก็จะมาจัดการให้ได้ ด้วยอุปนิสัยของท่าน ตรงนั้นแหละที่ติดตัวมา ถามว่าถ้าหากว่าเราไม่คุ้นเคยกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือสิ่งที่เป็นระเบียบให้เรียบร้อย เราก็ไม่ค่อยจะมีใจที่จะทำในสิ่งนั้น แสดงว่าคุณยายมหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ของเรานี้ ท่านได้ทำข้ามภพข้ามชาติจนเป็นอุปนิสัย อย่างเช่นที่ท่านสอนไว้เวลาการขัดห้องน้ำ จะขัดห้องน้ำให้สะอาด ก็ต้องเช็ดตั้งแต่ฝาผนังลงมา ตั้งแต่ฝาผนังด้านบนไล่ลงมาเรื่อย จนถึงพื้นของห้องน้ำ แล้วรวมทั้งโถ ตามลำดับ ตามขั้นตอนอย่างสะอาด และล้วงคอห่าน เรียกว่าให้สะอาดเลย ล้างให้สะอาด ล้างให้สะอาดทั้งภายในและภายนอก เรียกว่าจิตใจของเราก็ให้ใสสะอาดไปด้วย และเสนาสนะนั้นก็ใส สะอาดไปด้วย สังเกตว่าพวกเราที่เข้าวัดพระธรรมกาย เราจะประทับอกประทับใจคือสถานที่วัดพระธรรมกาย นอกจากครูบาอาจารย์แล้วนี่ เรายังประทับอกประทับใจสถานที่วัดพระธรรมกาย ไม่ว่าจะเป็นเสนาสนะ แม้แต่ต้นไม้ยังดูสะอาดตา ดูร่มรื่น ดูงดงาม นี่ก็เป็นคำถ่ายทอดของคุณยายมหารัตนอุบาสิกาจันทร์ วันนี้หลวงพี่ก็เป็นบุคคลหนึ่งที่มีความประทับใจในเสนาสนะของวัดพระธรรมกาย ตอนเริ่มเข้าวัดมาในครั้งแรก ว่าวัดพระธรรมกายทำไมดูสะอาดตา ยิ่งใหญ่ อลังการ ดูสงบเรียบร้อยจังเลย บุคคลเหล่านี้เขาหวังอะไรกันหรือที่จะคอยจัด คอยเตรียม ทำให้สะอาดอยู่เสมอ หลวงพี่ก็มีโอกาสได้ค้นพระไตรปิฎกดูว่า ศึกษาดูว่าเอ๊ อานิสงส์นี่จากการทำความสะอาดเสนาสนะนี่ จะได้บุญอะไรบ้าง จากพระโพธิสัมมัชนเถระกล่าวถึงบุพกรรมที่เก็บใบโพธิ์ที่ลานเจดีย์ หรือบุญจากการทำสะอาดเสนาสนะ ทำความสะอาดเสนาสนะว่าสมัยท่านที่เคยทำความสะอาดเก็บใบโพธิ์ออกจากลานเจดีย์ หรือว่าทำความสะอาดเสนาสนะในเขตบุญสถานอันศักดิ์สิทธิ์ ในบวรพระพุทธศาสนาที่ผ่านมา ทำให้ท่านมีอานิสงส์ถึง ๒๐ ประการ หลวงพี่จะกล่าวอ้างยกมาให้คุณโยมได้สดับดังต่อไปนี้ ๑. เมื่อเรายังท่องเที่ยวอยู่ในภพน้อยภพใหญ่ ย่อมท่องเที่ยวไปแต่ใน ๒ ภพคือภพเทวดาและมนุษย์ ผลพวงมาจากการที่ท่านเก็บใบโพธิ์ ตามที่ท่านได้กระทำไว้ดีแล้ว ๒. จุติจากเทวโลกแล้ว มาสู่มนุษยโลก เกิดใน ๒ สกุล คือสกุลกษัตริย์และสกุลพราหมณ์ นี่ก็เป็นผลบุญจากที่ท่านทำความสะอาดเสนาสนะโดยการเก็บใบโพธิ์ออกจากลานเจดีย์ ที่ร่วงหล่นไปแล้ว ถ้าเกิดว่าท่านไม่เก็บใบโพธิ์เหล่านั้น หากลม ลมพัดมา ใบโพธิ์นั้นก็จะปลิวไปทั่ว ก็ทำให้ดูไม่น่ารื่นรมย์ ไม่สะอาดตาได้ ๓. เรามีอวัยวะน้อยใหญ่สมบูรณ์ รูปร่างสูงใหญ่ รูปร่างสูงใหญ่สวยงาม เรียกว่ารูปสวยนะ สะอาดสะอ้าน เต็มเปี่ยมไม่พร่อง เรียกว่า ไม่ว่าจะอวัยวะน้อยใหญ่ในร่างกาย เกิดมานี่รูปร่างงดงามพอดิบพอดี ไม่ใหญ่เกินไป ไม่เล็กเกินไป ไม่ผอมเกินไป ไม่อ้วนเกินไป ไม่ว่าจะสรีระทางด้านใดก็ดูงดงามไปหมด นี่ก็ผลพวงมาจากการที่ท่านทำความสะอาดเสนาสนะ ๔. เราเกิดในภพใด มีผิวพรรณเหมือนดั่งทองคำ ผิวอ่อนนุ่ม สุขุม สนิท ละเอียดอ่อนอยู่ตลอดเวลา เรียกว่าผิวพรรณวรรณะเนื้อนี่นุ่มอ่อน เรียกว่าใกล้เคียงกับลักษณะกายมหาบุรุษเลยทีเดียวว่า เพราะลักษณะกายมหาบุรุษนี่กล้ามเนื้อนี่จะยืดหยุ่น นุ่มนวล นุ่มนวล นี่ก็อานิสงส์จากการที่ท่านทำความสะอาดเสนาสนะหรือเก็บใบโพธิ์ออกจากลานเจดีย์ ๕. ฝุ่นละอองย่อมไม่ติดในสรีระของเรา เรียกว่ารูขุมขน เส้นขนก็จะไม่มีฝุ่น ไม่มีละอองที่จะมาติด ทำให้ดูเปรอะเปื้อน หรือดูสกปรก ดูมอมแมมได้เลย ผิวพรรณวรรณะนี่ก็สะอาดตลอดเวลา ๖. เพราะความร้อนจากลมหรือแดด ความร้อนของเปลวไฟที่ตัวเรา ที่ตัวเรา ของเราไม่มีเหงื่อไหล เรียกว่าตัวของท่านนี่ไม่ว่าจะรับกับผลกระทบจากแดด จากลม หรือความร้อนจากเปลวไฟ หรือดวงตะวันก็ตาม ก็ไม่มีเหงื่อไหลเลยแม้แต่นิดเดียว ทำให้เปรอะเปื้อนหรือทำให้มีกลิ่นเหม็นใดๆ ทั้งสิ้น ๗. ในกายเราไม่มีโรคเรื้อน ฝี กลาก หรือตกกระ หูด หิดเปื่อย ที่ทำให้มีลักษณะที่ไม่งดไม่งาม หรือรอยเหี่ยวย่นอะไรทั้งสิ้น เรียกว่าจะมีผิวพรรณวรรณะดูสะอาดสะอ้าน เลี่ยมหูเลี่ยมตาเลย ๘. เมื่อเกิดในภพน้อยใหญ่ ย่อมไม่มีโรคในกาย ไม่ว่ายังเกิดอยู่ ยังท่องเที่ยวอยู่ ยังไปเกิดมาเกิดแล้วนี่ ก็จะมีร่างกายที่แข็งแรง ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บบังเกิดขึ้นภายใน ๙. เมื่อเกิดในภพน้อยใหญ่ ย่อมไม่มีความบีบคั้นที่เกิดขึ้นทางใจเลย เรียกว่าไม่ว่าจะเกิดในมนุษยโลก มนุษยโลกหรือเทวโลกก็ตาม ก็ไม่มีสิ่งที่บีบคั้นใจให้ทุกข์อกทุกข์ใจเลยแม้แต่นิดเดียว นี่ผลานิสงส์จากการที่ท่านเพียงเก็บใบโพธิ์ออกจากลานเจดีย์ ๑๐. เมื่อเกิดในภพน้อยใหญ่ ย่อมไม่มีใครเป็นข้าศึกเลย ผลพวงจากการที่ท่านปัดกวาดเสนาสนะ ทำให้ท่านนี่ไม่มีศัตรูหมู่มารเลยมากร่ำกราย ๑๑. เมื่อเกิดในภพน้อยใหญ่ ย่อมมีโภคทรัพย์มาก ไม่บกพร่องเลยแม้แต่นิดเดียว ทำให้ท่านเกิดมาก็มีทรัพย์ไว้ใช้สร้างบารมี ไม่รู้จักหมดจักสิ้น ๑๒. เมื่อเกิดในภพน้อยภพใหญ่ ย่อมไม่มีภัย ย่อมไม่มีภัย แต่ฝ่ายพระราชา โจรหรือน้ำ เรียกว่าไม่มีภัยจากไฟไหม้ หรือจากราชภัย หรือโจรภัย หรืออุทกภัย เรียกว่าน้ำท่วมใดๆ ทั้งสิ้น ดำรงชีวิตอยู่ก็เรียกว่าปลอดภัยตลอดเวลา มีแต่ความสงบ มีความสุข ราบรื่นในการดำรงชีวิตทั้งเบื้องต้น ท่ามกลาง และเบื้องปลายของชีวิต เรียกว่านักสร้างบารมีของเรานี่ ถ้ามีผลานิสงส์อย่างนี้แล้ว เราก็จะสร้างบารมีอย่างราบรื่น ปราศจากอุปสรรค ปราศจากอันตรายใดๆ ทั้งสิ้น ๑๓. ทาสหญิงชายและคนติดตาม เรียกว่าข้าทาส คนรับใช้หรือบริวาร สมบัติของเรานั่นแหละ หรือคนติดตามของเรา ย่อมประพฤติตามความต้องการของเรา เราปรารถนาอยากจะให้หมู่คณะบริวารสมบัติของเรา ตั้งใจประพฤติปฏิบัติธรรมสร้างบุญสร้างบารมี บุคคลเหล่านั้นก็จะไม่ขัด จะไม่มีอุปสรรคใดๆ มาเกิดขึ้น เราก็สบายอกสบายใจ ทับทวียิ่งๆ ขึ้นไป นี่อานิสงส์ ๑๔. เราเกิดในมนุษย์ เราเกิดในมนุษยโลก ในปริมาณอายุเท่าไหร่ เรียกว่าเราเกิดในยุคไหนก็ตาม อายุของเราก็ย่อมไม่ลดไปจากปริมาณเท่านั้น อย่างเช่นในยุคนี้ที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเรา ท่านได้บังเกิดขึ้นในมนุษย์อายุ ๑๐๐ ปี ท่านก็ตรัสไว้ว่าทุกๆ ๑๐๐ ปีในขัยลดลงนี้ จากร้อยปีนี่ มนุษย์จะอายุลดลง ๑ ปี ตอนนี้ลุล่วงไปแล้ว ๒,๕๐๐ ปี มนุษย์ก็จะอายุอยู่โดยเกณฑ์เฉลี่ยคือ ๗๕ ปี เรียกว่าในยุคนี้เราอายุ ๗๕ ปี อายุก็จะไม่ลดน้อยถอยลงไปที่อายุสั้นไปกว่านี้เลย มีแต่อายุจะ อย่างน้อยเรียกว่า ๗๕ ปี หรืออายุยืน ยืดอายุในการสร้างบุญสร้างบารมีของเรา ทับทวีขึ้นไปอีก นั่นก็คือกำไรของเราในการสร้างบารมี ๑๕. คนนอกหรือชาวนิคมต่างๆ ล้วนเป็นผู้ที่ช่วยเหลือ ใคร่ให้ความเจริญ ปรารถนาให้ความสุขแก่เรา ไม่ว่าเราจะย่างก้าวไป ณ ที่ใด ผลานิสงส์ข้อ ๑๕ นี่ ไม่ว่าเราจะย่างก้าวไปใน ณ ที่ใด ณ ที่นั้นจะเป็นที่แห่งการสร้างบุญสร้างบารมี เป็นที่สถานอันศักดิ์สิทธิ์เลยทีเดียว บุคคลต่างๆ ก็จะแวดล้อมของเรา ต้อนรับเรา และคอยสนับสนุนเราในการสร้างบุญสร้างบารมี อย่างเช่นที่พระอาจารย์เคย หลวงพี่เคยเล่าให้พวกเราฟังเมื่อครั้งก่อนๆ ที่มาผ่านมานี่ ก็มีบัณฑิตในกาลก่อนอยู่ท่านหนึ่งชื่อจิตตคหบดี จิตตคหบดีนี่ ไม่ว่าเขาจะทำบุญครั้งใดนี่ เขาจะมีความศรัทธาในบวรพระพุทธศาสนา เขาจะมีศีล มีความเลื่อมใส แล้วก็มี คือมีองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มีทักขิไนยบุคคลนี่ มีพระภิกษุนี่เป็นเนื้อนาบุญ ท่านก็จะทำทานด้วยความเลื่อมใสศรัทธา และมีสิทธิ์ของท่านนี่ เวลาท่านจะย่างก้าวไปใน ณ ที่ใดนี่ ทั้งมนุษย์ทั้งหมู่เทวาทั้งหลายนี่ คอยต้อนรับท่าน และสนับสนุนท่าน ทรัพย์ที่ท่านติดตัวไปนี่ ใส่เล่มเกวียนไปนี่ ๕๐๐ เล่มเกวียนนี่ เรียกว่าใช้ไม่รู้จักหมดจักสิ้นเลย ไม่ยุบเลยแม้แต่นิดเดียว มหาชนทั้งหลายก็รับเป็นเจ้าภาพ พระที่ติดตามท่าน แล้วก็เลี้ยงบริวารสมบัติท่าน เวลาท่านย่างก้าวไป เข้าสู่เชตวันมหาวิหารที่เมืองสาวัตถี ซึ่งมีองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับอยู่นี่ เวลาท่านย่างก้าวถึงปุ๊ป ฝนทิพย์นี่เป็นดอกไม้ทิพย์ตกลงสูงเสมอเข่าเลยทีเดียว นี่อานิสงส์ของท่าน ก็จะดุจเดียวกับอานิสงส์ข้อ ๑๕ ที่พวกเราทำความสะอาดเสนาสนะ เรียกว่าคนนอก คนนอกหรือชาวนิคมต่างๆ นี่จะคอยช่วยเหลือให้มีความเจริญ และปรารถนาความสุขของเรา ให้ความสุขกับเรา อย่างเช่นจิตตคหบดีบัณฑิตในกาลก่อน เลยทีเดียว ๑๖. ในทุกๆ ภพ เราเป็นคนมีโภคทรัพย์ มียศ มีสิริ มีญาติ พวกพ้องไม่มีเวร เรียกว่ามีญาติ ได้กาลสมบัติ ๖ ประการเลยทีเดียว คือเกิดมาได้พบพระพุทธศาสนา เกิดในปฏิรูประเทศ เกิดมาร่างกายไม่พิกลไม่พิการ ไม่เป็นสัตว์เดรัจฉาน เกิดมาตัวเองเป็นสัมมาทิฐิ เกิดมาในครอบครัวสัมมาทิฐิ และเกิดมาแล้วได้มีจิตใจเลื่อมใสในบวรพระพุทธศาสนา นี่เราจะได้กาลสมบัติ ๖ ประการ ๑๗. เมื่อเรายังท่องเที่ยวอยู่ในภพเทวดา มนุษย์ อสูร เรียกว่าเรายังท่องเที่ยวอยู่ในภพเทวดา ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรืออสูรก็ตาม ล้วนแต่จะป้องกันทุกเมื่อ เรียกว่ามีผู้คอยติดตามป้องกันจากภัยอันตรายทั้งปวง ๑๘. เราเสวยยศ ๒ อย่าง ทั้งในเทวโลกและมนุษยโลก ในอวสานกาล เราจะได้บรรลุศิวโมกข์ คือมหานฤพานอันยอดเยี่ยม คือจะได้บรรลุมรรคผลนิพพาน อันเป็นสุขอันไพบูลย์เป็นแดนอันเกษมคือจะไปอยู่ในพระนิพพาน ๑๙. บุรุษใดประสบบุญ เพราะเจาะจงพระสัมมาสัมพุทธเจ้าหรือโพธิพฤกษ์ ของพระศาสดาพระองค์นั้น ปรารถนาสิ่งใดจะได้สิ่งนั้น เรียกว่าเราทำบุญ เจาะจงองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นประมุข เป็นประธาน เราก็จะได้สิ่งที่เราปรารถนา สิ่งที่ชอบประกอบด้วยกุศลแล้วไซร้ ไม่ว่าเราจะปรารถนาโภคทรัพย์สมบัติ ปรารถนาอริยสมบัติ ปรารถนาคุณสมบัติ ปรารถนารูปสมบัติ ปรารถนาบริวารสมบัติ ทั้งลาภ ทั้งยศ สรรเสริญ สุข มรรคผลนิพพาน เราก็จะได้สมความปรารถนานั้นทุกประการไว้ใช้ในการหล่อเลี้ยง ไว้จับจ่ายใช้สอย ไว้ใช้สร้างบุญสร้างบารมีไม่รู้จักหมดจักสิ้น ๒๐. เขาย่อมยิ่งใหญ่กว่าคนอื่นๆ ในมรรคผล การศึกษาปริยัติ และคุณคือญาณ และอภิญญา ไม่มีอาสวะ ปรินิพพาน อันนี้เรียกว่าผลานิสงส์ที่เขาได้กระทำประกอบเหตุไว้ดีแล้ว โดยการเก็บใบโพธิ์ ปัดกวาดเสนาสนะ ไม่ว่าจะเป็นหยักเยื่อใดๆ ในเขตบุญสถานอันศักดิ์สิทธิ์ ก็จะได้ผลานิสงส์อันยิ่งใหญ่เลยทีเดียว คือพระนิพพาน เมื่อก่อนเรายินดีเก็บใบโพธิ์เอาไปทิ้ง จึงเป็นผู้พร้อมเพรียงไปด้วยคุณ ๒๐ ประการนี้ ทุกทิวาราตรีกาล นี่วันนี้พวกเราทุกคนก็ได้ทำเยี่ยงอย่างตาม เยี่ยงอย่างในบัณฑิตในกาลก่อน ตามที่คุณยายมหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ของเรา ท่านได้คอยประสิทธิ์ประสาทวิชาให้พวกเรา สมัยท่านยังมีชีวิตอยู่ และคำสอนของท่านเรียกว่าเป็นอันหนึ่งอันเดียวของ ของพระพุทธศาสนาเลยทีเดียว ตามที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยของเรา ท่านกล่าวไว้ว่าคุณยายประดุจเหมือนเจดีย์ที่ท่านมีพระคุณกับพวกเรามาก ที่ท่านคอยชี้ ที่คอยแนะให้พวกเราได้เห็น แนะชี้ให้เราเห็น แนะให้พวกเรารู้ สิ่งที่ท่านประสิทธิ์ประสาท สอนศิษยานุศิษย์ไว้ ไม่ว่าจะเป็นพระเดชพระคุณหลวงพ่อทั้งสอง พระอาจารย์ทุกรูป และพวกเราลูกหลานคุณยาย เราก็ทำเยี่ยงอย่างคุณยาย ทำตามคุณยายที่สอน แม้จะเป็นคำสอนเพียงอย่างเดียว แต่พวกเรานี่ได้ผลานิสงส์มากมายมหาศาลเลยทีเดียว แต่คุณยายไม่ได้สอนเราไว้อย่างเดียว วันนี้ก็นำมากล่าวอ้างเทศนาให้พวกเราฟังเพียง ๑ ประการคือการทำความสะอาดเสนาสนะ มีผลานิสงส์มากมาย ไม่ว่าจะโภคทรัพย์สมบัติ ทรัพย์สมบัติ อริยทรัพย์สมบัติ ทั้งลาภ ยศ สรรเสริญ สุข มรรคผลนิพพาน นิพพานสมบัติ ไม่ว่าจะเป็นรูปสมบัติ คุณสมบัติ เราได้มากมายมหาศาล เพียบพร้อม ตามคำบาลีที่กล่าวมาตั้งแต่เบื้องต้นว่า จนฺทํว วิมลํ สุทฺธํ วิปฺปสนฺนมนาวิลํ นนฺทิภวปริกฺขีณํ ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ เราเรียกบุคคลผู้มีความยินดีในภพอันสิ้นแล้ว บริสุทธิ์ผ่องใสไม่หม่นหมอง เหมือนดั่งดวงจันทร์ ที่ปราศจากมลทินว่าเป็นพราหมณ์ หรือว่าเป็นสมณะนั่นเอง คุณยายของเรานี่ ท่านก็ทำ ได้ประพฤติปฏิบัติตัวเหมือนบัณฑิตในกาลก่อน ต่อไปนี้ก็ขอเชิญพวกเราลูกหลานคุณยาย โดยตรึกระลึกนึกถึงคุณงามความดี คุณธรรมของคุณยายมหารัตนอุบาสิกาจันทร์ของเรา ที่ท่านมีพระคุณมาก ผู้ให้กำเนิดวัดพระธรรมกาย และให้เสนาสนะมากมายให้เราได้ประพฤติปฏิบัติธรรม ได้อยู่ได้อาศัย ให้เราเอาจรดนิ่งๆ ไว้ที่กลางท้องของเรา ไว้ที่ศูนย์กลางกาย ให้เรานึกถึงคุณงามความดีของท่าน จากบุญวันนี้ที่พวกเราตั้งใจมาเอาบุญกับคุณยาย มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ เราก็ตั้งใจนึกถึงบุญ ประมวลรวมกันเข้า ไว้ที่ศูนย์กลางกายของเราแผ่ขยายออกไปทุกทิศทุกทาง ให้เป็นตบะ เป็นเดชะ เป็นพลวปัจจัย ให้กลั่นกาย วาจา ใจของเราให้ใส สะอาด บริสุทธิ์ ให้ปราศจากมลทิน ให้ปราศจากกิเลสอาสวะ ให้ปราศจากสิ่งที่เศร้าหมองขุ่นมัวทั้งหลาย ให้มีแต่ความบริสุทธิ์ ความเจริญ แล้วก็แผ่เมตตานั้นออกไป อุทิศส่วนบุญส่วนกุศลไปยังหมู่ญาติ สัพเพ จบ… หน้า PAGE 9 440820FW-AAT