พากเพียรให้ยิ่งกว่า อดทนให้มากกว่า คือปฏิปทาของผู้นำ
ขอนอบน้อมแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ทรงคุณอันประเสริฐด้วยเศียรเกล้า กราบคารวะพระเถรานุเถระที่เคารพอย่างสูง สวัสดีเพื่อนสหธรรมิกทุกรูป เจริญพร สามเณร อุบาสก อุบาสิกา และยอดกัลยาณมิตรลูกหลานคุณยายทุก ๆ ท่านนะ
ก่อนอื่นอาตมาภาพขออนุโมทนาบุญกับทุก ๆ ท่านที่ได้มาร่วมฟังสวดพระอภิธรรมงานคุณยายในวันนี้ พรรษานี้เป็นพรรษามหาบูชา ซึ่งพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยท่านได้ปรารภที่จะบูชาธรรมครูบาอาจารย์ ตั้งแต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ และคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ซึ่งปกติในช่วงเข้าพรรษา ชาวพุทธส่วนใหญ่จะได้ถือโอกาสอันดีนี้มาปรารภเหตุ การสั่งสมความดีให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไป และคนที่มีข้อบกพร่องในเรื่องใดก็จะได้มาแก้ไขกันในช่วงพรรษานี้
ในเรื่องของการปฏิบัติบูชาในพรรษามหาบูชานี้ เป็นสิ่งที่พวกเราจะต้องตั้งใจและตระหนักถึงความสำคัญในพระคุณของครูบาอาจารย์ และร่วมแรงร่วมใจกันปฏิบัติบูชาธรรมท่าน ก่อนอื่นเรามารู้จักการบูชากันก่อนว่าการบูชานี้คืออะไร การบูชาคือการยกย่องเชิดชู เลื่อมใส ด้วยความบริสุทธิ์ใจ จริงใจ ไม่เสแสร้งแกล้งทำ เป็นกิริยาอาการที่สุภาพ ที่เราแสดงต่อผู้ที่ควรบูชา ทั้งต่อหน้าและลับหลัง การแสดงต่อหน้านั้นเป็นการแสดงให้ท่านทราบว่าเรามีความเคารพและตระหนักถึงความดีในตัวท่านอย่างจริงใจ
การแสดงลับหลังเป็นการเตือนใจตัวเราเองให้ผูกไว้กับคุณธรรมอันสูงสุดของท่าน จะทำให้ใจของเรายกสูงอยู่เสมอ ไม่เลื่อนไหลไปในทางที่ต่ำ ในการปฏิบัติบูชานั้นมีอยู่ ๒ อย่างคือ อามิสบูชา และปฏิบัติบูชา
อามิสบูชาคือการบูชาด้วยสิ่งของเครื่องใช้ วัตถุต่าง ๆ ที่พวกเราได้ทุ่มเททำบุญ เพื่อบูชาคุณของครูบาอาจารย์
ส่วนการปฏิบัติบูชาคือการบูชาด้วยความตั้งใจประพฤติปฏิบัติ ตามคำสอนและทำตามแบบอย่างที่ดีของท่าน เช่นการทำทาน รักษาศีลและเจริญภาวนา การปฏิบัติบูชานี้จัดเป็นการบูชาที่สูงสุด เป็นวิธีที่จะทำให้กาย วาจา ใจของเราใสสะอาด เป็นนักปราชญ์ตามท่านไปได้โดยง่าย
การมานั่งปฏิบัติธรรมเป็นสิ่งที่ทำกันได้อย่างง่าย ๆ ไม่ต้องลงทุนอะไรมาก ไม่ต้องไปแสวงหาอะไรมากมาย เพราะเป็นกรณียกิจ คือกิจที่เราพึงกระทำโดยเฉพาะ เมื่อได้รู้ถึงความยากของการมาเกิดเป็นมนุษย์ ได้มาพบพระพุทธศาสนาวิชชาธรรมกาย และยิ่งกว่านั้นเรายังได้มาพบคำสอน พบหนทาง รู้จักที่ตั้งของใจ คือศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ถ้าเราเห็นความสำคัญและตระหนักอย่างจริงใจ ศึกษาให้ถ่องแท้แล้ว จากนั้นก็ลงมือปฏิบัติตามด้วยความพากเพียรอย่างต่อเนื่อง ก็จะทำให้เราสามารถที่จะนำตัวของเราเองให้หลุดพ้น สามารถที่จะไปศึกษาวิชชาธรรมกายได้ ซึ่งตรงนี้ต้องใช้กำลังใจ อาศัยความเพียรและความอดทนอย่างมาก
ก็จะขอขยายความในเรื่องของความเพียร และความอดทนนิดหนึ่งเพื่อให้เรามีความเข้าใจในความหมายมากขึ้น ความเพียรหรือวิริยะบารมีนี้ มาจากคำว่าวีระ แปลว่ากล้า พระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตชีโว ได้เคยกล่าวไว้ว่านักสร้างบารมีที่แท้จริงคือคนกล้า กล้าอะไร ก็กล้าที่จะเปลี่ยนแปลงแก้ไข กล้าที่จะสร้างงานใหม่ กล้าที่จะทวนกระแสของโลก หากว่าการกระทำของเราถูกต้องตามคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพราะหมู่คณะของเราอาศัยความกล้าเหล่านี้ จึงได้เกิดวัดพระธรรมกายขึ้นมา ความกล้า ความกล้าที่จะเปลี่ยนนี้ เป็นรากเหง้าของวิริยะบารมี ซึ่งท่านก็ได้กล่าวไว้ว่า ถ้าใครกลัวการเปลี่ยนแปลงจะสร้างบารมีตลอดรอดฝั่งได้อย่างไร
ฉะนั้นเราจึงจำเป็นต้องกล้าที่จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขตนเอง ซึ่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเรา ครั้นเมื่อได้บังเกิดเป็นสุเมธดาบส ท่านได้เห็นความสำคัญและตั้งใจที่จะปฏิบัติ จึงได้อุปมาเรื่องของวิริยะบารมีไว้ว่า พญาราชสีห์ มฤคราช ผู้มีความเพียรไม่ย่อหย่อนในการนั่ง การยืน และการเดิน ประคองใจไว้ในกาลทุกเมื่อแม้ฉันใด ท่านก็ฉันนั้นเหมือนกัน จงประคองความเพียรไว้ให้มั่นตลอดทุกภพ ถึงความเป็นวิริยะบารมีแล้ว จะบรรลุพระสัมมาสัมโพธิญาณได้
ส่วนในความอดทนหรือขันติ หมายถึงการรักษาปกติภาวะของตนไว้ได้ ไม่ว่าจะถูกกระทบกระทั่งด้วยสิ่งอันเป็นที่พึงปรารถนาหรือไม่ก็ตาม งานทุกอย่างในโลก ไม่ว่าจะเป็นงานเล็ก งานใหญ่ที่สำเร็จขึ้นมา นอกจากจะอาศัยปัญญาเป็นตัวนำแล้ว ยังต้องอาศัยความอดทนเป็นพื้นฐานของความสำเร็จ ถ้าขาดความอดทนแล้ว จะไม่มีงานชิ้นใดสำเร็จได้เลย ความอดทนจึงเป็นคุณธรรมสำหรับต่อต้านความท้อถอย หดหู่ แต่จะเป็นสิ่งที่ขับเคลื่อนเร่งเร้าให้เกิดความขยัน และทำให้เห็นอุปสรรคต่าง ๆ เป็นเครื่องท้าทายความสามารถ โดยเหตุนี้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงตรัสว่ายกเว้นปัญญาแล้ว เราสรรเสริญว่าขันติเป็นคุณธรรมอย่างยิ่ง
ท่านสุเมธดาบสได้เห็นความสำคัญในข้อนี้ ที่แม้พวกแสวงหาคุณในกาลก่อนยังถือปฏิบัติเป็นประจำ จึงได้สมาทานบารมีข้อที่ ๖ นี้ว่า ธรรมดาแผ่นดินย่อมอดกลั้นต่อสิ่งทั้งปวงที่เขาทิ้งลง สะอาดบ้าง ไม่สะอาดบ้าง ไม่กระทำการขัดเคืองเพราะการกระทำนั้นแม้ฉันใด แม้ท่านก็ฉันนั้นเหมือนกัน เป็นผู้อดทนต่อการนับถือและดูหมิ่นของคนทั้งปวง ถึงความเป็นขันติบารมีแล้ว จักบรรลุซึ่งพระสัมมาสัมโพธิญาณได้
ก็จะขอนำตัวอย่างของกัลยาณมิตรท่านหนึ่งที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยท่านได้ให้โอวาทไว้ในวันเข้าพรรษา กัลยาณมิตรท่านนี้เป็นนักศึกษาปริญญาเอกในอเมริกา กำลังเรียนปริญญาเอกของอังกฤษทางอินเตอร์เน็ต ซึ่งเป็นคนรักการนั่งสมาธิมาก ได้ชักชวนเพื่อน ๆ มาปฏิบัติธรรม จนทำให้เพื่อนๆ รักการปฏิบัติธรรมไปด้วย ซึ่งตัวเธอได้ฝึกตัวเองอย่างนี้มา ๔ ปี ในปีแรกเธอมีความตั้งใจมั่นทีเดียวว่า เราจะตั้งใจนั่งธรรมะให้ได้วันละ ๑ ชั่วโมง ไม่ให้ขาดเลยแม้แต่วันเดียว วันแรก ๆ ที่เริ่มนั่งธรรมะ ก็พยายามฝืนนั่ง ทนนั่งไปเรื่อ ยๆ ต่อมาต่อมา ก็เริ่มนั่งได้เป็นธรรมชาติ และเป็นเรื่องปกติของการนั่ง ซึ่งประสบการณ์ของเธอบางวัน ก็นั่งได้ดี บางวันก็นั่งได้ดีน้อย บางวันก็นั่งได้ดีมาก แต่พอครบปี เธอได้เกิดมหาปีติขึ้นเป็นอย่างมาก
ปีที่ ๒ เธอก็มีความตั้งใจอีกว่าปีนี้จะนั่งธรรมะให้ได้วันละ ๒ ชั่วโมง ด้วยเกิดมหาปีติในครั้งแรก เธอฝึกนั่งไปเรื่อย ๆ ความสุขก็ค่อย ๆ เกิดขึ้นมา ความสว่างก็ค่อย ๆ เกิดขึ้นมา ทั้ง ๆ ที่เธอไม่เคยคาดหวังว่าจะได้อะไร เป็นแต่เพียงตั้งใจดีที่จะนั่งธรรมะให้ได้ ๒ ชั่วโมง ซึ่งเธอก็ทำได้ พอวันสุดท้ายนึกย้อนไปก็เกิดมหาปีติ
ในปีที่ ๓ เธอก็ตั้งใจ ตั้งมโนปณิธานอีกว่าจะนั่งธรรมะให้ได้วันละ ๓ ชั่วโมงรวดทุกวันเลย ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น จะไม่มีข้ออ้าง ข้อแม้เงื่อนไข ซึ่งเป็นอัศจรรย์ เธอทำได้ทุกวัน มหาปีติก็ยิ่งเพิ่มเข้าไปอีก
และในปีที่ ๔ ปีนี้เธอตั้งใจจะนั่งให้ได้วันละ ๔ ชั่วโมงรวด เธอได้ตื่นตั้งแต่ตี ๓ นั่งไปจนถึง ๗ โมงเช้า ทำให้ธรรมะของเธอเริ่มดีขึ้นและละเอียดขึ้นไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งความละเอียดส่งผลให้เธอนั่งได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่มีความเบื่อหน่ายเข้ามาแทรก นี้ก็เป็นตัวอย่างที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านได้ให้โอวาทเอาไว้ในวันเข้าพรรษา
และอีกเรื่องหนึ่ง เป็นเรื่องของคุณยายที่ท่านได้ฝึกฝนอบรมตนเอง เคี่ยวเข็ญตนเองเป็นอย่างมาก เพื่อให้เป็นกำลังใจที่พวกเราจะได้มาร่วมกันปฏิบัติบูชาธรรมต่อท่าน คุณยายของเรา ท่านเป็นผู้มีความรู้ทางธรรมลึกซึ้งกว้างขวาง ท่านใช้วิริยะอุตสาหะ และความอดทนเป็นอย่างมาก กว่าที่ท่านจะมีความเชี่ยวชาญและได้อยู่ในแนวหน้าในการทำวิชชาธรรมกาย โดยคุณยายได้เล่าว่า เมื่อสมัยที่ได้เข้ามาอยู่วัดปากน้ำ หลวงพ่อวัดปากน้ำท่านใช้งานให้นั่งธรรมะ เมื่อเวลาออกจากนั่งสมาธิ ใจของยายก็ไม่เคยห่างจากศูนย์กลางกายเลย จะมีสติมั่นอยู่ตลอดเวลา คุณยายเป็นคนทำอะไรทำจริง ไม่ใช่ทำ ๆ หยุด ๆ เวลาที่ออกจากทำสมาธิ คุณยายก็จะทานข้าว ซักผ้า ถูบ้าน แต่ใจของยายยังประคองอยู่ในธรรมะตลอด
หลวงพ่อวัดปากน้ำท่านจะเรียกใช้ยายบ่อยมาก เพราะใช้แล้วได้เรื่องได้ราว เหมือนผู้ใหญ่ถ้าใช้เด็กคนไหนคล่อง ก็จะชอบใช้แต่คนนั้น หรือเหมือนมีดเล่มไหนคม ก็จะใช้แต่เล่มนั้น ท่านบอกว่ายิ่งใช้ยายมากเท่าไหร่ วิชชาความรู้ก็ยิ่งแตกฉาน ยิ่งเชี่ยวชาญลึกซึ้ง กว้างขวางสุดที่จะประมาณได้ ท่านจึงให้ยายเป็นหัวหน้าขาดรู้ หลวงพ่อวัดปากน้ำท่านจะเคร่งครัดมาก จะเอาจริงมากกับการนั่งธรรมะครั้งละ ๖ ชั่วโมง หมายถึงกลางวัน ๖ ชั่วโมง กลางคืน ๖ ชั่วโมง
โดยในช่วงสงครามโลก หลวงพ่อท่านจะใช้คุณยายหนักมาก ให้เป็นหัวหน้ากะ ๒ ให้นอนตั้งแต่หัวค่ำตอน ๒ ทุ่ม ท่านสั่งให้นอนหลับ จะง่วงหรือไม่ก็ต้องนอน พอเที่ยงคืน ก็จะมีคนมาปลุกให้เข้าเวรไปนั่งธรรมะ นั่งตั้งแต่เที่ยงคืน จนถึง ๖ โมงเช้า จะทานข้าวตอน ๑๐ โมง จากนั้นต้องรีบไปเข้าเวรในช่วงเพล แล้วก็นั่งไปจนถึง ๕ โมงเย็น พอ ๕ โมงเย็น หลวงพ่อวัดปากน้ำท่านจะสั่งงาน คุณยายก็จะเก็บคำพูดทุกคำของหลวงพ่อวัดปากน้ำไว้ที่ศูนย์กลางกายของพระธรรมกาย แล้วก็นำกลับมาทบทวน แล้วค่อยนอนในช่วงค่ำ จากนั้นก็จะมาเข้าเวรอีกทีตอนเที่ยงคืน แล้วนั่งไปจนถึง ๖ โมงเช้า จะเป็นอย่างนี้ตลอด
ซึ่งตรงนี้เราจะเห็นถึงความพากเพียรและความอดทนของคุณยายเป็นอย่างมาก แต่คุณยายของเราก็ไม่ได้หยุดฝึกฝนตัวเองอยู่แค่นั้น ท่านได้พยายามอุตสาหะให้ยิ่ง ๆ ขึ้นอีก โดยในช่วงระหว่างกะนั้น ถ้าเป็นตอนช่วงที่ยายจะมาเข้าเวร ยายจะเข้ามาฟังกะ ๑ ก่อน ๑๕ นาที ก่อนที่กะ ๑ จะเลิก ดูว่าเขานั่งถึงไหน จนกระทั่งยายต่อวิชชาทันกัน และในตอนก่อนที่ยายจะออกจากเวร ยายจะนั่งอยู่จนกระทั่งอีกกะหนึ่งมารับช่วงต่อ แล้วฟังหลวงพ่อต่อวิชชาให้อีก ๑๕ นาทีจนเรียบร้อย แล้วยายจึงค่อยออกไป
เนื่องจากยายเป็นหัวหน้าชุดขาดรู้ เวลาหลวงพ่อท่านถามอะไร ยายจะต้องพยายามตอบให้ได้ เพราะฉะนั้นยายจึงมีความขยันค้นธรรมะมากเป็นพิเศษ ดังนั้นความรู้ที่หลวงพ่อวัดปากน้ำท่านสอนสั่ง คุณยายจะไม่ปล่อยให้ตกหล่นเลย ยายได้หมด เริ่มต้นอย่างไร ตบท้ายอย่างไร ส่งต่อกันอย่างไร ยายรู้หมด ยายทำได้หมด หลวงพ่อท่านจึงให้ยายเป็นหัวหน้า
ซึ่งเราจะเห็นได้ว่าคนที่จะเป็นหัวหน้าคนได้นั้น จะต้องทำมากกว่าเขา มีความเพียรพยายามและความอดทนมากกว่ามาก ดังนั้นในช่วงพรรษามหาบูชานี้จึงเป็นโอกาสดีที่พวกเราจะได้มาปรารภเหตุในการปฏิบัติบูชาธรรมแด่คุณยายอาจารย์ของพวกเรา และในช่วงต่อไปนี้ก็ขอให้พวกเรามาร่วมปฏิบัติบูชาธรรมแด่คุณยายกันนะ ให้เรานึกน้อมถึงคุณยายไว้ที่ศูนย์กลางกายอย่างแผ่วเบา ให้คุณยายของเราชัด ใส สว่าง อยู่อย่างนั้นให้ต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ เลยนะ
******************************** จบ ********************************