ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

อานิสงส์ของความเป็นผู้ที่มีใจเลื่อมใส

คุณยายอาจารย์ · เทศน์งานยาย

กราบนอบน้อมแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐด้วยเศียรเกล้า กราบนมัสการพระเถรานุเถระที่เคารพอย่างสูง สวัสดีเพื่อนสหธรรมิกทุกๆ รูป เจริญพร สามเณร อุบาสก อุบาสิกา และยอดกัลยาณมิตรผู้มีจิตเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาทุกๆ ท่าน (สาธุ) การไม่ทำบาปทั้งปวง ๑ การบำเพ็ญกุศลให้ถึงพร้อม ๑ การทำจิตของตนให้ผ่องแผ้ว ๑ นี้เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย วันนี้ตรงกับวันจันทร์ที่ ๑๓ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๔๔ วันนี้เป็นวันบุญใหญ่อีกวันหนึ่งของพวกเราทุกท่านที่ได้มาร่วมพิธี ได้มาร่วมเอาบุญใหญ่กับคุณยายอาจารย์ ท่านเป็นบุคคลที่ควรแก่การเคารพบูชาอย่างยิ่ง ท่านเป็นผู้ที่เปี่ยมไปด้วยคุณธรรม เป็นผู้ที่มีความบริสุทธิ์ ทั้งกาย วาจาและใจ เป็นบุคคลที่อัศจรรย์เป็นอจินไตย เป็นบุคคลที่มีความสำคัญต่อโลกและจักรวาล เป็นผู้ที่พระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ผู้ค้นพบวิชชาธรรมกายกล่าวชื่นชมด้วยถ้อยคำที่เป็นอมตะวาจาว่า ลูกจันทร์นี่เป็นหนึ่งไม่มีสอง เมื่อวานนี้ก็ตรงกับวันที่ ๑๒ สิงหาคม เป็นวันแม่แห่งชาติ ซึ่งพวกเราหลายท่านในที่นี้ก็ได้แสดงความรัก ความกตัญญู ต่อคุณพ่อ ต่อคุณแม่ที่เป็นที่รักที่เคารพของพวกเรา บางท่านก็มีดอกไม้ ดอกมะลิไปกราบแทบเท้าท่าน บางท่านก็ชวนมาทำทาน รักษาศีล มาวัด มาประพฤติปฏิบัติธรรมกัน สิ่งเหล่านี้ถือว่าเป็นความดีงาม แม้บัณฑิตนักปราชญ์ทั้งหลายในกาลก่อนก็สรรเสริญชื่นชม แม้องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเอง พระองค์ก็เคยตรัสเอาไว้ว่า ผู้ใดแสวงหาภิกษาโดยธรรมแล้ว เลี้ยงมารดาและบิดาผู้นั้นย่อมได้บุญมาก ได้ชื่อว่าทำกิจที่ควรทำแล้ว บุคคลใดเลี้ยงบิดาและมารดาโดยธรรม เพราะการบำรุงมารดาและบิดานั่นแล บัณฑิตย่อมสรรเสริญบุคคลนั้นในโลกนี้ทีเดียว บุคคลนั้นละจากโลกนี้ไปแล้ว ย่อมบันเทิงในโลกสวรรค์ วันแม่ที่มีปรากฏในปฏิทินมีเพียงแค่วันเดียว แต่แท้จริงแล้ววันแห่งการตอบแทนบุคคลผู้มีพระคุณต่อเราย่อมมีอยู่ตลอดเวลา และคุณยายอาจารย์ก็มีคุณธรรมของความเป็นแม่ ที่คุณยายมี เต็มเปี่ยมบริบูรณ์ คุณยายได้ชื่อว่าเป็นผู้ให้กำเนิดวัดพระธรรมกาย ได้ชื่อว่าเป็นผู้ให้กำเนิดเป็นแม่ในทางธรรมของพระเดชพระคุณหลวงพ่อของเรา ถ้าไม่มีคุณยายก็ไม่มีวัดพระธรรมกาย ไม่มีพระเดชพระคุณหลวงพ่อ แล้วก็ไม่มีพวกเราในวันนี้ ทุกท่านในที่นี้ก็ได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่ได้มาตอบแทนพระคุณ ได้มาแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อคุณยายผู้มีพระคุณอย่างยิ่งกับเรา ในพรรษานี้เป็นพรรษามหาบูชา เป็นพรรษาที่นักสร้างบารมีทุกท่านได้โอกาสในการสั่งสมบุญบารมีให้ยิ่งๆ ขึ้นไป ทุกท่านในที่นี้เหมือนเป็นผู้ที่รักในการสร้างบุญสร้างบารมี รักในการประพฤติปฏิบัติธรรม รักในการที่จะสั่งสมความบริสุทธิ์กาย วาจา ใจ ให้เกิดขึ้นกับตน สิ่งสำคัญมากประการหนึ่งที่เราควรจะให้ความสำคัญและควรทำกันทุกคน เพราะเมื่อทำแล้วจะได้ประโยชน์ ได้บุญกันมากๆ สิ่งนั้นก็คือการที่เราทุกๆ คนหมั่นทำใจของเราให้มีความเลื่อมใส มีความผ่องใสอยู่เสมอ ความเลื่อมใส ความผ่องใสนี้เป็นอาการที่เกิดขึ้นกับใจของเรา เราสามารถสัมผัสได้ รับรู้ได้ ถ้าเราสังเกตว่าเมื่อใดที่ใจของเราผ่องใสแล้ว เราก็จะมีความเบิกบาน มีความสดชื่น มีขวัญกำลังใจ มีพลังในการทำความดีอย่างไม่มีหมด แม้บางคราวอาจจะตกอยู่ในภาวะกาลที่คับขัน แต่ความผ่องใสของใจนั้นไม่ทำให้เราเกิดความเคร่งเครียด แต่กลับคลี่คลายปัญหาต่างๆ เอาชนะอุปสรรคต่างๆ ไปได้ ด้วยสติปัญญา แล้วก็กำลังใจที่มีอยู่ สามารถทำภารกิจทั้งหลายให้สำเร็จได้ด้วยดี ถ้าเปรียบเป็นนักรบ ก็เหมือนกับนักรบที่มีกำลังเหนือกว่าข้าศึก เป็นนักรบผู้กำชัยชนะในการรบไว้ จะรบอย่างไร ข้าศึกจะรบรูปแบบไหนก็สามารถเอาชนะได้ทุกรูปแบบ ผู้ที่มีความเลื่อมใส มีความผ่องใสภายในได้ชื่อว่าเป็นต่อในการสร้างบารมี เป็นต่อในการรบกับกิเลส เพราะถ้าเรารักษาใจให้ผ่องใส ให้เลื่อมใสแล้ว กิเลสหรือข้าศึกนั้นจะมาอย่างไรเราก็รู้เท่าทัน แล้วก็สามารถที่จะเอาชนะได้ในที่สุด ความเลื่อมใสที่จะกล่าวในที่นี้คือความเลื่อมใสในพระรัตนตรัย คือความเลื่อมใสพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ตลอดจนความเลื่อมใสในคุณธรรมความดีของบุคคลผู้ที่ควรบูชา อย่างมหาปูชนียาจารย์คือคุณยายอาจารย์ มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ของพวกเรา ตลอดถึงความเลื่อมใสในมหาบูชาที่เราได้ตั้งใจทำไว้ดีแล้ว และที่ตั้งใจจะกระทำให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป ให้ใจของเราอยู่ในบุญ อยู่ในอู่แห่งทะเลบุญ อยู่ในแหล่งรวมแห่งความบริสุทธิ์ อยู่ ณ ศูนย์กลางกาย เมื่อใดที่ใจเรามีความเลื่อมใส มีความผ่องใสแล้ว บุญที่เกิดขึ้นกับเราก็จะเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา เพราะใจที่ผ่องใสเป็นเหมือนดั่งภาชนะทองที่รองรับบุญใหญ่ทั้งหลาย บุญเวลาเกิดขึ้นก็เกิดที่ศูนย์กลางกาย เมื่อเราหมั่นทำใจของเราให้เลื่อมใส ก็เหมือนกับว่าเราเปิดรับบุญอยู่ตลอดเวลา เหมือนสถานีวิทยุที่ส่งคลื่นอยู่ตลอดเวลา ถ้าใครได้เปิด ได้จูนคลื่นให้ตรง ก็สามารถรับคลื่นนั้นได้ ใจของเราก็สามารถรับบุญได้เช่นนั้นเหมือนกัน โดยปกติทั่วไป ถ้าใจของเรามีความผ่องใสคงที่ คงจะเป็นการดี แต่ความจริงแล้วเนื่องจากว่า คนเรายังต้องจำเป็นที่ต้องฝึกฝนตนเองอยู่ ในแต่ละวันจะต้องประสบพบเจอกับสิ่งต่างๆ มากมายที่อยู่ในโลกใบนี้ ต้องพบกับกระแสของกิเลสตัณหา ความโลภ ความโกรธ ความหลง ของบาปอกุศล ของเล่น ของล่อต่างๆ ของพญามารที่มาทำให้ใจของเรา ไหลลงไปสู่ที่ต่ำ ใจที่เคยเปี่ยมกำลัง มีเรี่ยวแรง ก็หมดเรี่ยวแรง หมดกำลัง จากที่เคยผ่องใสก็ขุ่นมัว จากที่เป็นผู้รู้ก็กลายเป็นผู้ไม่รู้ จากที่เคยเป็นผู้เพียบพร้อม ก็กลายเป็นผู้ที่พร่องแพร่งไป จากที่เคยสมบูรณ์ มีร่างกายที่แข็งแรง ก็ต้องเจ็บป่วย มีการเกิด การแก่ การเจ็บ การตาย กระทั่งถึงการเวียนว่ายตายเกิดในวัฏสงสาร ถ้ามองกันให้กว้างแล้ว ก็ต้องเวียนว่ายอยู่ในวัฏสงสาร ต้องถูกขังอยู่ในคุก คือภพ ๓ และต้องเป็นทุกข์อยู่ร่ำไป แม้ความสุขที่ได้ก็ไม่ชื่อว่าเป็นความสุขที่แท้จริง เป็นความเพลินที่มีอยู่ชั่วประเดี๋ยวประด๋าว ยังไม่ได้รับอิสระที่แท้จริง แต่การที่เราทำใจให้ผ่องใส เป็นสิ่งที่สามารถทำกันได้ไม่ยากทุกๆ คน เพราะเมื่อใดที่เราคิดดี พูดดี และทำดี ใจของเราก็ย่อมจะผ่องใส ในเรื่องนี้คุณยายอาจารย์ ท่านเป็นต้นแบบต้นบุญที่ดีให้กับพวกเรา ท่านจะมีปกติในการคิด การพูด และการทำที่จะทำในสิ่งที่ทำให้ใจผ่องใส เมื่อใดที่เราคิดในสิ่งที่ดี ที่เป็นบุญเป็นกุศล ใจของเราก็จะอยู่ในสิ่งที่เป็นบุญเป็นกุศล ตั้งอยู่ในความดี คุณยายเองท่านก็คิดอยู่ตลอดว่าจะทำอย่างไร จะให้ได้บุญเยอะๆ จะได้บุญ เป็นสมบัติบุญติดตัวไปข้ามภพข้ามชาติ ทำอย่างไรที่จะทำให้ธรรมะภายในมีความสว่างไสวยิ่งๆ ขึ้นไป คุณยายจึงไม่เอาเรื่องใคร ท่านเอาแต่บุญ เอาแต่ธรรมะ เอาแต่สิ่งที่ดีๆ ติดตัวไป ความคิดในความโลภ ความโกรธ หรือความหลง เป็นต้นว่าความตระหนี่ ท่านไม่มี ตรงกันข้ามท่านกลับให้สิ่งที่ดีกับทุกๆ คน ให้ความรัก ความเมตตา ปรารถนาดี ใครที่ลำบากมีความทุกข์ มาขอให้คุณยายท่านช่วย ท่านก็จะให้การช่วยเหลือ โดยไม่เห็นแก่ความเหน็ดความเหนื่อย ปัญหาบางอย่างก็ยากที่ใครๆ ในโลกนี้จะแก้ไขได้ แต่คุณยายก็สามารถใช้วิชชาธรรมกายแก้ไขได้ ช่วยเหลือได้ การให้ของคุณยายเป็นการให้ด้วยใจที่บริสุทธิ์ การให้ของท่านเป็นการให้ที่ประเสริฐ คือให้ทุกคนมีแต่ความสุขความเจริญ มีแต่ความบริสุทธิ์กาย วาจา ใจให้ยิ่งๆ ขึ้นไป คิดให้ลูกหลานทุกๆ คนได้บุญกันเยอะๆ ให้ทุกคนได้หมดทุกข์ ได้มีธรรมะที่สว่างไสว ยิ่งไปกว่านั้นก็คือคิดให้หลุดพ้นจากการเป็นบ่าวเป็นทาสของพญามาร ไปให้ถึงที่สุดแห่งธรรม นี่คือความคิดของคุณยาย คุณยายไม่โกรธใคร จากที่ได้ศึกษาประวัติของท่านตั้งแต่สมัยเมื่อเข้าไปอยู่ที่วัดปากน้ำ หลายๆ ครั้งคุณยายจะถูกทดสอบสารพัดเรื่องเลย เป็นต้นว่า เขาจะเอาเตียงเก่าๆ เอามุ้งเก่าๆ มาให้ใช้ บางครั้งก็มาพูดกระทบกระทั่ง เปรียบเทียบเปรียบเปรย เพื่อให้เกิดความน้อยเนื้อต่ำใจ หรือเสียอกเสียใจ แต่สิ่งเหล่านั้นก็ไม่ได้ทำให้ใจของคุณยายมีความผ่องใส มีความเลื่อมใสลดน้อยไปเลย แม้บางครั้งถึงขนาดนำจานข้าวมาให้ใช้วิธีการเสือกไสส่งจานข้าวมาให้ท่าน แต่ท่านก็เฉยๆ ท่านกลับนิ่งสงบ ไม่ไปโกรธใคร ท่านสอนตัวเองได้ ท่านสามารถรักษาใจของท่านได้ หรือบางครั้งมีคนที่เข้าใจท่านผิดๆ ถึงขั้นมายืนชี้หน้าด่าท่านเป็นชั่วโมง แต่ท่านกลับนั่งนิ่งเฉย ทำความสงบ ทำใจของท่านให้หยุด ให้นิ่ง ไม่สนใจใคร ท่านจะสอนตัวเองว่า เขามีหน้าที่ด่า เขาก็ด่าไป ท่านก็เข้าที่ของท่านไป รักษาความผ่องใสของใจ ในที่สุดท่านก็ชนะทุกครั้ง สมดังคำที่ว่า ธรรมะย่อมชนะอธรรม ซึ่งคุณยายก็พิสูจน์ให้เห็นได้เป็นอย่างดี ในทางคำพูด ถ้อยคำของคุณยายนั้นเป็นถ้อยคำที่ศักดิ์สิทธิ์ ทรงพลัง เป็นที่สุดของถ้อยคำเลย เป็นคำจริง ของคนที่ทำได้จริง เป็นถ้อยคำแห่งขุมทรัพย์ ถ้อยคำที่พูดแล้วนี่ ทำให้เกิดประโยชน์ทั้งในปัจจุบัน ทั้งในอนาคต ใครที่นำไปประพฤติปฏิบัติก็ย่อมได้ประโยชน์ เป็นถ้อยคำที่ออกมาจากแหล่งความบริสุทธิ์ภายใน เป็นอรรถเป็นธรรม เป็นคำที่ยกใจผู้ฟังให้สูงขึ้น ฟังแล้วไม่อยากทำบาป อยากจะทำแต่ความดี อยากจะทำให้ใจสะอาด บริสุทธิ์ผ่องใส อยากทำใจให้หยุดให้นิ่งได้ ให้ฟังคำของท่านแล้ว ใจเราก็จะเป็นบุญเป็นกุศล การที่ท่านหมั่นพูดในถ้อยคำเหล่านี้ ใจของท่านก็จึงมีแต่ความผ่องใสอยู่ตลอด ส่วนในเรื่องของการกระทำ คุณยายท่านรักความสะอาด รักความเป็นระเบียบ ท่านทำสิ่งต่างๆ ให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ตั้งแต่ร่างกาย เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม สิ่งของๆ ใช้บางอย่างถ้าใช้มานาน หากเกิดชำรุดท่านก็ซ่อมแซม ทำความสะอาด รักษาให้ดูดี ให้ดูใหม่ ทำให้เป็นระเบียบ อย่างที่พวกเราเคยได้ยิน ว่าทำความสะอาดราวบันได คุณยายทำความสะอาดทั้งข้างบนข้างล่าง แม้แต่ห้องน้ำเอง คุณยายจะใช้ด้วยความทะนุถนอม ใช้ด้วยความระมัดระวัง รักษาความสะอาดอย่างดีเลย หลังจากการใช้ทุกครั้งคุณยายก็จะเช็ดห้องน้ำให้แห้งให้สะอาด ทำเป็นเหมือนประหนึ่งว่า เป็นวิมานที่สว่างไสว จะทำให้สะอาดเรียบร้อยทุกครั้งหลังจากใช้งานแล้ว พื้นเรือนพื้นบ้านที่ท่านอยู่ เป็นบ้านที่ประพฤติปฏิบัติธรรม ท่านก็ทำความสะอาด ถึงขนาดที่ว่าหาฝุ่นไม่เจอเลยทีเดียว แม้แต่ขยะต่างๆ ที่ตกเรี่ยราดอยู่ตามที่ต่างๆ คุณยายก็มีการฝึก การคิด เปลี่ยนสิ่งต่างๆ ให้เป็นบุญเป็นกุศล มองสิ่งต่างๆ ที่คนอื่นๆ เขาเห็นไม่มีค่า ให้เป็นบุญเป็นกุศล เปลี่ยนให้เป็นเพชรเป็นพลอย เก็บไปเหมือนเก็บเพชรเก็บพลอย เกิดบุญเกิดกุศลอยู่ตลอดเวลา สิ่งใดในวัดที่ดูแล้วไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย เป็นความไม่ดีไม่งามต่อหมู่คณะ จะเป็นภัยต่อการประพฤติปฏิบัติธรรม เป็นภัยต่อการสร้างบารมี ท่านไม่เคยดูดาย จะเข้าไปดูแล เป็นหูเป็นตา เข้าไปทำสิ่งเหล่านั้นให้เป็นระเบียบเรียบร้อย แล้วท่านก็จะสอนให้พวกเราทำหน้าที่ของความเป็นเจ้าของวัด ช่วยกันดูแลรักษาวัด เพราะวัดนี้เป็นของทุกๆ คน ไม่ใช่วัดของคุณยาย หรือของหลวงพ่อคนเดียว แต่เป็นวัดของทุกๆ คน แม้หลวงพ่อธัมมชโยท่านก็เคยกล่าวสอนเราว่าวัดเป็นวัดของพวกเราทุกคน ให้พวกเราได้ช่วยกันทำหน้าที่ของความเป็นเจ้าของวัด ให้ช่วยกันดูแลสิ่งต่างๆ สิ่งใดที่ควรซ่อม สิ่งใดที่ควรสร้าง ควรปรับปรุงแก้ไข ควรทำให้ดีขึ้นก็ช่วยกันทำ หลวงพี่ก็เชื่อว่าพวกเราต่างก็ตั้งใจกันได้ดี และทุกท่านต่างก็มีหัวใจของยอดกัลยาณมิตรอยู่แล้ว อย่างเช่นงานบุญใหญ่ที่ผ่านมา ก็เป็นที่น่าอนุโมทนา ที่หลายๆ ท่านคอยช่วยกันเป็นหูเป็นตา ดูแลต้อนรับปฏิสันถารทั้งคณะพระภิกษุสามเณร แล้วก็ญาติโยมที่เขามาวัดใหม่ๆ สิ่งที่พวกเราได้ทำก็จะเป็นสิ่งที่ทำให้ท่านเหล่านั้นได้เข้าใจ ได้รู้จัก และได้รักในการสร้างบารมีอย่างที่พวกเราเป็นอยู่ หลายๆ ท่านที่เข้ามาก็เป็นคนใหม่ เพิ่งเคยมาวัด หรือบางท่านก็มาเพื่อที่จะพิสูจน์อะไรบางอย่าง พอเขามาเห็นการต้อนรับปฏิสันถาร มาเห็นพวกเราที่มีรอยยิ้มเบิกบาน คอยต้อนรับเขาก็อุ่นใจ เหมือนมาอยู่ในห้อมล้อมของหมู่ญาติ ไม่เก้อเขินในการที่จะมาร่วมกันทำความดี บางอย่างเนื่องจากเขาเพิ่งมาใหม่ เขาไม่รู้จริงๆ ทั้งอาคารสถานที่ ห้องน้ำอยู่ไหน ดื่มน้ำ ถ้าเราได้ช่วยกันไม่ให้ขาดตกบกพร่องก็จะเป็นบุญที่จะติดตัวเราไปอย่างมากทีเดียว ไปที่ไหนก็จะมีแต่กัลยาณมิตรรอบข้างเลย คุณยายเป็นคนที่มีปกติเรียบร้อยอย่างนี้ รอบกายของท่านจึงมีแต่คนที่สะอาด สิ่งของที่สะอาดสะอ้านเป็นระเบียบเรียบร้อย มองไปทางใดก็สะอาดตา สะอาดใจ ใจของท่านก็พลอยมีความเลื่อมใส มีความผ่องใส สว่างไสวภายในอยู่ตลอด สิ่งต่างๆ เหล่านี้เองเป็นเหตุปัจจัยให้เกิดความเลื่อมใสภายใน แต่ละครั้งที่ท่านคิดก็ดี พูดก็ดี ทำก็ดี เป็นบุญเป็นกุศลอยู่ตลอดเวลา เมื่อท่านจะทำบุญอะไร บุญจึงได้เต็มที่ได้อย่างมากมาย และธรรมะภายในของท่านก็จะมีแต่จะสว่างไสวยิ่งๆ ขึ้นไป อานิสงส์ของความเป็นผู้ที่มีใจเลื่อมใส มีใจผ่องใส มีอานิสงส์อยู่มากมาย ดังเรื่องของเทพธิดานางหนึ่งที่ชื่อว่าราชะเทวธิดา ที่ครั้งเป็นมนุษย์ได้ทำทานด้วยจิตที่เลื่อมใส แม้เพียงครั้งเดียวเอง ก็ได้ไปบังเกิดบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ มีวิมานทองคำสูงใหญ่ ๓๐ โยชน์ มีรัศมีของชาวสวรรค์ที่สว่างไสว มีนางอัปสรเป็นบริวารแวดล้อมมากมาย แม้ที่ประตูวิมานก็ประดับด้วยขันทองคำที่เต็มไปด้วยข้าวตอกทองคำ เรื่องก็มีอยู่ว่าในสมัยพุทธกาล ในกรุงราชคฤห์มีหญิงผู้ทำหน้าที่รักษานาข้าวสาลีอยู่คนหนึ่ง กำลังเด็ดรวงข้าวสาลีทำข้าวตอกอยู่ ครั้งนั้นพระมหากัสสปะเถระ ท่านเพิ่งออกจากนิโรธสมาบัติ เดินบิณฑบาตผ่านมา เมื่อหญิงนั้นเห็น ก็มีจิตที่เลื่อมใส เกิดปีติ ขนลุกชูชันเลย ได้นิมนต์พระคุณเจ้าท่านรับบาตร ได้ใส่บาตรด้วยข้าวตอกที่ตนมีอยู่นั้น ได้ไหว้พระเถระด้วยเบญจางคประดิษฐ์ ให้ทำความปรารถนาว่าท่านเจ้าข้า ขอดิฉันพึงเป็นผู้ที่มีส่วนในธรรมที่ท่านได้เห็นแล้ว พระเถระท่านก็ได้ทำอนุโมทนาว่าความปรารถนานั้นจงสำเร็จ หญิงนั้นก็นึกถึงทานที่ตัวเองได้ถวายด้วยใจที่เลื่อมใสอยู่ตลอดเวลาเลย เมื่อเดินกลับไปในระหว่างทางที่นางเดินกลับไปนั้น เป็นคันนา มีงูพิษร้ายตัวหนึ่งอยู่ในรู ขณะเดินผ่านไป งูนั้นเลื้อยออกมาพอดี กัดนางล้มลง ณ ที่ตรงนั้น พิษของงูทำให้นางสิ้นชีวิต แต่ด้วยความเป็นผู้มีจิตที่เลื่อมใส นางเหมือนกับหลับแล้วตื่นขึ้น ไปบังเกิดในวิมานทอง บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ บุญที่นางได้กระทำนี้ด้วยจิตที่เลื่อมใสแม้เพียงครั้งเดียว ยังมีอานิสงส์มากมายถึงเพียงนี้ การที่เราหมั่นทำใจของเราให้ผ่องใส หมั่นทำให้เลื่อมใส แล้วบุญจะยิ่งมากมายขนาดไหน พวกเราต่างก็ทุ่มเททำบุญกันมาอย่างเต็มที่ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา หมั่นทำใจให้เลื่อมใส ให้ตรึกระลึกนึกถึงบุญที่เราได้ทำไว้ดีแล้วนี้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสชื่นชมการทำบุญบ่อยๆ ว่า ปุญฺญญฺเจ ปุริโส กยิรา กยิราเถนํ ปุนปฺปนํ ตมฺหิ ฉนฺทํ กยิราถ สุโข ปุญฺญสฺส อุจฺจโย ถ้าบุรุษพึงทำบุญไซร้ พึงทำบุญนั้นบ่อยๆ พึงทำความพอใจในบุญนั้น เพราะว่าความสั่งสมบุญทำให้เกิดสุข ภูเขาทองของท่านชฎิลเศรษฐีก็ดี แพะทองคำของท่านเมณฑกะเศรษฐีก็ดี ทรัพย์สมบัติอันมากมายของท่านอนาถบิณฑิกะเศรษฐี หรือของมหาอุบาสิกาวิสาขาก็ดี กระทั่งรัตนะ ๗ ประการของพระเจ้าจักรพรรดิ ตลอดถึงสมบัติของเหล่าเทพเทวดาทั้งหลาย ก็ล้วนมีส่วนมาจากการที่มีใจที่ผ่องใส เป็นผู้ที่มีปกติรักในการสร้างบารมีทั้งนั้น แม้ผู้ที่ยากจนที่สุดในหมู่ของผู้ที่ยากจนก็คือมหาทุคคตะ ด้วยอานุภาพของความเลื่อมใสในการทำทานในพระพุทธศาสนา กลับทำให้ได้เป็นผู้ที่ไม่มีความตระหนี่ เป็นผู้ที่รักบุญ ขวนขวายในการทำบุญด้วยเรี่ยวแรงกำลังที่มีอยู่ และไม่มีสิ่งใดที่จะมาเป็นอุปสรรค ด้วยอานุภาพของความเลื่อมใสนี้ แม้แต่ท้าวสักกะก็ยังต้องลงมาช่วย มาเอาบุญด้วยเลย และในที่สุดท่านมหาทุคคตะก็ได้ถวายทานกับเนื้อนาบุญ คือพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และสมบัติอัศจรรย์ก็ได้บังเกิดขึ้นมีฝนรัตนะตกลงมามากมายในเรือนให้ได้ใช้สอยสร้างบารมี เรียกได้ว่าเป็นสมบัติอัศจรรย์ทันใช้ในชาตินี้เลยทีเดียว ด้วยความเป็นผู้มีความเลื่อมใสในการให้ ก็สามารถเอาชนะใจของผู้ที่ไม่ปรารถนาดี ด้วยความเลื่อมใสนั้น ดังเช่นเรื่องราวของพระโพธิสัตว์ครั้งบังเกิดเป็นพิไสหเศรษฐี ที่ท่านเลื่อมใสแล้วก็รักในการสร้างมหาทานบารมี ท่านเป็นผู้ที่มีบุญมาก ท่านจะทำทานทุกวัน ด้วยใจที่เลื่อมใส ทำจนกระทั่งที่ว่าทั่วทั้งชมพูทวีป ไม่ต้องทำไร่ไถนากัน เพราะอานุภาพแห่งการทำทานของท่านเศรษฐี ร้อนไปถึงท้าวสักกะเกรงว่าจะมา แย่งตำแหน่งความเป็นท้าวสักกะ จึงได้เนรมิตสมบัติของเศรษฐีให้หายไปหมดเลย เหลือแต่เพียงเคียว ด้ามหนึ่ง คานหาบ เชือกสำหรับมัดหญ้า ซึ่งคนที่เขาหาบหญ้า เขาทิ้งไว้อีกทีหนึ่ง แต่ท่านก็ไม่หมดความเลื่อมใสในการทำทาน จนกระทั่งท้าวสักกะต้องยอมแพ้ท่านเศรษฐี ด้วยใจที่เลื่อมใสในการสร้างบารมี ด้วยความบริสุทธิ์ เพราะท่านไม่ได้ปรารถนาความเป็นใหญ่ในโลกมนุษย์ ไม่ได้ปรารถนาความเป็นใหญ่ในสวรรค์ แต่ท่านมุ่งแสวงหาคุณธรรมอันยิ่งใหญ่ ที่จะยกตนและสรรพสัตว์ทั้งหลายเข้าสู่พระนิพพาน ความเลื่อมใสที่เรามีในคุณธรรมของบุคคลที่มีคุณธรรมนั้นมีผลมาก ทำให้ได้บุญมาก ให้ได้ไปสู่สุคติ ความเลื่อมใสในคุณธรรม แม้ท่านจะมีชีวิตหรือไม่ก็ตาม ผลย่อมไม่ต่างกัน ดังพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ยังทรงพระชนม์อยู่ก็ดี นิพพานแล้วก็ดี เมื่อจิตเสมอกัน ผลก็ย่อมเสมอกัน เพราะเหตุคือความเลื่อมใสแห่งใจ สัตว์ทั้งหลายย่อมไปสู่สุคติ และในโอกาสนี้หลวงพี่ก็ขอเรียนเชิญพวกเราทุกๆ ท่านได้ทำใจของเราให้เลื่อมใส ตรึกระลึกนึกถึงคุณธรรมของคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง นึกถึงคุณธรรมความดีของท่าน ที่ได้เป็นต้นบุญต้นแบบ ให้ใจของเรามีความเลื่อมใสอยู่ข้างใน ให้นึกคุณยายอยู่ที่ศูนย์กลางกายของพวกเรา *********************************** จบ ***********************************