เรื่องของแม่คือเสียงสวรรค์ (วันแม่แห่งชาติไม่มีสวดอภิธรรมในงานคุณยาย)
(ม้วน 1/A)
พระครูปลัดฌานาภิญโญ : ขอนอบน้อมแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทั้งในอดีต ในปัจจุบัน และในอนาคตทั้งหลาย กราบเท้าพระเดชพระคุณหลวงพ่อ พระราชภาวนาวิสุทธิ์ที่เคารพอย่างสูง กราบขอถวายความเคารพแก่พระครูสังฆรักษ์พิพัฒน์ ฐิตสุทโธ สวัสดีเพื่อนสหธรรมิกทุกๆ ท่าน เจริญพรสามเณร อุบาสก อุบาสิกา ผู้เป็นลูกหลานของคุณยายทุกๆ ท่าน (สาธุ)
เนื่องในวันนี้เป็นวันแม่แห่งชาติ และพระเดชพระคุณหลวงพ่อได้พูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างแม่ พ่อ ลูก ตั้งแต่เมื่อเช้า หวังว่าพวกเราคงจะยังไม่ลืมกันนะ สำหรับวันนี้ตั้งใจที่จะมาพูดให้พวกเราฟัง เพื่อที่จะให้เราทุกท่านที่ในที่นี้ที่เป็นพ่อ เป็นแม่ แล้วก็เป็นลูกในขณะเดียวกันด้วย ได้เป็นที่รัก เป็นที่เคารพทั้งผอง ลูกๆ แล้วก็ได้เป็นลูกที่ดี ที่รักของคุณพ่อคุณแม่
เมื่อเช้านี้พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านได้พูดเอาไว้ว่าคนที่เป็น จะเป็นแม่ได้นี่ ต้องมีลูก คนที่เป็นลูกได้นี่ต้องมีแม่ ความจริงพ่อก็อยู่ในความสัมพันธ์นี้ด้วย แต่ว่าวันนี้เป็นวันแม่ จึงยกแม่เป็นประเด็นสำคัญในการพูด แม่น่ะมีพระคุณอย่างไรต่อเรานี่ เราคงได้ซาบซึ้งกันอยู่แล้ว แล้วก็เป็นที่ที่เราได้ตระหนักกันเป็นส่วนใหญ่ ลูกเกิดมานี่เพราะพ่อ แม่รู้ว่ามีลูกอยู่ในครรภ์ของเราแล้วนี่ นำความปีติเบิกบานใจ ความห่วงใย ความผูกพัน ความรักกันมาตั้งแต่อยู่ในท้อง ยังไม่ได้เห็นหน้าเห็นตากันเลย ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าลูกในท้องของเราน่ะเป็นชายหรือเป็นหญิง หน้าตาน่ารักน่าชังอย่างไรก็ไม่รู้ไม่เห็น แต่ก็มีความผูกพันใจกันมา แล้วก็พยายามทนุถนอมครรภ์ของเรามา อดเปรี้ยว อดหวาน อดเผ็ด อดร้อน เพื่อจะทนุถนอม ให้ลูกของเรานี่ที่อยู่ในครรภ์ไม่แสบไม่ร้อน ระมัดระวังทุกอย่าง แล้วก็ตั้งใจอุ้มครรภ์เรามา อยู่ในท้อง จะลุกจะเดิน จะนั่งจะนอน มันอุ้ยอ้าย มันลำบาก มันอึดอัด แล้วก็มีน้ำหนักมาก อันนี้นี่คนที่เป็นแม่จะได้รู้ได้ตระหนักได้เป็นอย่างดีทีเดียว
สำหรับลูกๆ อาจจะยังไม่รู้ อาจจะยังไม่ซึ้งว่าแม่นี่ต้องอดทนแล้วก็ทะนุถนอมเราขนาดไหน แล้วก็ใจจรดใจจ่อกัน ยังไม่ทันเกิดเลย เตรียมตั้งชื่อไว้แล้วว่าถ้าเกิดเป็นลูกชายจะให้ชื่ออย่างนั้นอย่างนั้น ถ้าเกิดเป็นลูกหญิงก็จะให้ชื่ออย่างนี้อย่างนี้ เตรียมผ้าอ้อม เตรียมทุกสิ่งทุกอย่างไว้รอรับลูกที่จะเกิดมา
แล้วเมื่อได้เกิดมาแล้วนี่ ก็ใจจรดใจจ่อว่าลูกของเรานี่จะมีอาการครบ ๓๒ ไหม จะพิกลพิการหรือเปล่า แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดมาเป็นลูกแล้วนี่ คนที่เป็นแม่นี่ ทั้งรักทั้งห่วงใย ทั้งทะนุถนอมเป็นอย่างยิ่ง พยายามประคับประคองตั้งแต่อ้อนแต่ออก แล้วก็ให้ที่อยู่ ให้อาหาร กลั่นเลือดในอกให้ได้ดื่มได้กินกัน เลี้ยงดูกันมาอย่างเอาเลือด เอาชีวิตเป็นเดิมพัน แล้วก็รักลูกอย่างไม่มีข้อแม้ สิ่งใดก็ตามที่เป็นที่จะเกิดภัยเกิดอันตราย พ่อแม่จะคอยปกป้อง แล้วก็ต่อสู้กับสิ่งที่จะมาทำอันตรายกับลูก แม้แต่เสียงต่างๆ ที่จะทำความตกใจมาให้ลูก แม่จะคอยปลอบ คอยประโลมใจอยู่ตลอดเวลา ถ้าลูกเจ็บไข้ได้ป่วย แม่ไม่ได้นอนหรอก ถ้าป่วยแทนลูกได้ แม่ก็จะยอมทำ ยอมป่วยแทน
มีผู้รู้กล่าวไว้ว่าไม่มีรักใดเสมอรักตน จะใช้กับกรณีนี้ได้ไหมว่าแม่นี่รักลูกยิ่งกว่ารักตัวเอง บางครั้งถ้าหากว่าจะมีภัยเกิดขึ้น แม่จะปกป้องลูกอย่างสุดชีวิต หรือว่าลูกเจ็บไข้ได้ป่วย แม่จะเฝ้าพยาบาท ทะนุถนอมแล้วก็แทบไม่ได้หลับไม่ได้นอนเลย ถ้าหากว่าลูกเจ็บไข้ได้ป่วยนี่ แม่เป็นได้ แม่ยอมเป็นแทน ถ้าหากว่าอวัยวะลูกไม่สมบูรณ์ แม่ตัดให้ได้ ต่อให้ได้ หรือเปลี่ยนให้ได้ แม่จะเปลี่ยนให้เลย นี่คือความรู้สึกของแม่ที่มีต่อลูก
เสียงฟ้าร้อง ฟ้าผ่า ฟ้าลั่น มีอำนาจยิ่งใหญ่ น่ากลัว แต่ว่าเสียงร้องของลูกเล็กๆ ที่ดังแม้เพียงแค่แมวกรน มีอำนาจยิ่งใหญ่กว่านั้นมากมายนัก สำหรับแม่ เพราะเวลาแม่ร้อง เวลาลูกร้องนิดเดียวเท่านั้นเอง แม่จะต้องหาสาเหตุว่าร้องเพราะอะไร เพราะหิวหรือเพราะโดนมดกัดหรืออะไรก็แล้วแต่ แม่ต้องหาให้เจอ แล้วก็ปลอบประโลม นี่คือสิ่งที่มีอำนาจเหนือจิตใจแม่ ลูกจะเคลื่อนไหวไปที่ไหน จะคลาน จะเดินไปที่ไหน เล่นที่ไหนนี่ จะอยู่ในสายตาของแม่อยู่ตลอดเวลา หรือเกือบจะตลอดเวลา เพื่อที่จะไม่ให้เกิดภัยเกิดอันตราย
สิ่งใดที่แม่ขาด แม่ไม่มี แม่ต้องการแต่ไม่ได้มาตลอดชีวิต หรือตั้งแต่เด็ก ตั้งแต่เกิด สิ่งนั้นจะไม่เกิดกับลูกเลย ลูกจะต้องมีพร้อมทุกสิ่งทุกอย่าง หรือว่าขวนขวายเพื่อให้ลูกได้มีสิ่งที่แม่อยากได้แต่ไม่ได้ เราดูก็แล้วกันว่าความรักของแม่นั้นยิ่งใหญ่ขนาดไหน ลูกเราจะต้องได้สิ่งที่เลิศที่สุด ดีที่สุดในความคิดของแม่ เวลาจะเข้าเรียนหนังสือ แม้แต่อนุบาลก็ตามนี่ บางคนยังอยู่ในครรภ์เท่านั้นน่ะ รู้ว่าอุ้มครรภ์นะ ไปฝาก ไปฝากโรงเรียน โรงเรียนอนุบาล อีก ๓ ปีนะ ลูกจะโต ออกมาแล้วขอให้โรงเรียนรับด้วย ฝากไว้ล่วงหน้า ๓ ปี แบบนี้ก็มี
แต่ว่าที่พูดมาทั้งหมดนี้ บางคนอาจจะได้ บางคนอาจจะให้ บางคนอาจจะได้รับ บางคนอาจจะไม่เคยได้รับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ภาพโดยรวมแล้วนี่ความรักของแม่มีต่อลูก ช่างยิ่งใหญ่ และก็ประเสริฐที่สุด สามารถที่จะทำข้อบกพร่องหรือสิ่งที่ไม่ดีของลูกให้เป็นสิ่งที่ดีขึ้นมาได้ บางคนมีลูกพิการปัญญาอ่อน แต่ว่าด้วยความรัก ความทะนุถนอม พยายามฟูมฟักลูก ให้ได้สิ่งที่ดีที่สุด ลูกก็สามารถเป็นอัจฉริยะในหมู่ปัญญาอ่อนได้ สามารถสำเร็จการศึกษาสูงๆ ได้อย่างน่าอัศจรรย์ นี่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นที่มีแล้วในสังคมของเรา นำความปลื้มปีติมาให้กับแม่อย่างยิ่ง
แม่ ความรักของแม่นี่ สามารถที่จะปั้นดินให้เป็นดาวได้ ยิ่งใหญขนาดเหมือนกับดวงอาทิตย์ ที่ทำน้ำครำ น้ำเสียที่อยู่ข้างถนน ให้กลายไปเป็นฝนอันบริสุทธิ์ ลอยอยู่สูง ตกลงมาให้ความชุ่มฉ่ำได้ อานุภาพของความรักของแม่ที่มีต่อลูก มีไม่มีที่สิ้นสุด สามารถที่จะปกป้องลูกที่เดินทางผิดให้กลับมาสู่เส้นทางถูกใหม่ได้ แม้แต่ว่าภัยทางอบายมุข ยาเสพติดทั้งหลายที่เยาวชนของเรา กำลังถูกคุกคามอย่างยิ่งใหญ่ในยุคปัจจุบันนี้ แต่ด้วยอำนาจของแม่ที่มีต่อลูก สามารถที่จะพลิกดึงลูกกลับมาให้สู่ภาวะปกติ หลุดพ้นจากการเป็นบ่าวเป็นทาสของอบายมุขได้
เพราะฉะนั้นแม่จึงได้รับการเปรียบว่าเป็นพระอรหันต์ของลูก เป็นพระอรหันต์ในบ้าน ลูกไม่ว่าจะขี้ริ้วขี้เหร่พิกลพิการยังไงก็ตาม แต่ว่าลูกคือวีรบุรุษ คือพระเอก คือนางเอกของแม่เสมอ เราสังเกตดูว่าในรูปถ่าย ในหมู่ของนักเรียน เพื่อนๆ มีกันหลายๆ สิบเป็นร้อย สายตาของแม่จะต้องสอดส่ายหาลูก รูปของลูกก่อนเสมอ ไม่ว่าลูกจะเติบโตเป็นใหญ่ ความห่วง ความปรารถนาดีแม่มีต่อลูกยังไม่สิ้นสุด ไม่ว่าลูกจะมีครอบครัวออกไปแล้วก็ตาม ความเป็นแม่เป็นลูก ความห่วงใยก็ยังตามไปนั่นแหละ ความรักก็ยังมีอยู่
แม้แต่ลูกตัวเองบางคนเกิดอุบัติเหตุพิกลพิการขึ้นมา คู่ของลูกทิ้งลูกไปแล้ว ลูกที่พิการ แม่ก็ยังต้องมาเลี้ยงมาดูแลอย่างดี เพราะฉะนั้นความเป็นสามีภรรยา มันยังมั่นคงสู้ความรักของแม่กับลูกไม่ได้ ความรักของแม่ที่มีต่อลูกไม่มีขอบเขตของกาลเวลา ไม่มีการปลดเกษียณจากความเป็นแม่ ไม่มีการปลดเกษียณจากความเป็นลูก แม้แต่การจะเกษียณก่อนอายุ ก็ไม่มี
ความรักของแม่ที่มีต่อลูก ความผูกพันที่ลูกมีต่อแม่นั้นจึงไร้ขอบเขตจำกัด ไร้กรอบของกาลเวลามาขีดกั้นได้ ความรักของแม่ที่มีต่อลูก บางครั้งถึงกับยอม ยอมทำบาปเพื่อลูก มีตัวอย่างที่เชียงใหม่อยู่รายหนึ่ง ลูกเรียนหนังสืออยู่ แล้วก็มีครอบครัว เดี๋ยวนี้เด็กมีครอบครัวด้วย เรียนหนังสือไปด้วย ยังไม่ทันจบเลย มีอยู่ แม่เป็นห่วงลูก เกรงว่าลูกจะไม่มีอาชีพ เลี้ยงตัวเองไม่ได้ ยอมนะ ฆ่า ฆ่าสัตว์ ฆ่าหมูเพื่อที่จะตั้งเขียงหมูให้ลูกได้ประกอบอาชีพ รู้ก็รู้ว่าเป็นบาป แต่กลัวลูกไม่มีอาชีพ ยอมกัดฟันฆ่าหมู เพื่อให้ลูกมีเนื้อไปขาย นี่ตัวอย่างมีอยู่ ความรักของแม่นี่ ยอมทำบาปเพื่อลูกได้
บางทีลูกร้องอยากจะกินปลา กินปลา ปลานึ่ง ปลาทอด แม่น่ะไปซื้อปลามาจากในตลาด บางคนไม่รู้ ไปซื้อปลามาเป็นๆ มาทุบหัวบ้าง แหวะอก ตัดครีบ ผ่าท้อง ทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อให้ลูกได้กิน ลูกไม่ได้หรอกที่ร้องอยากจะกินปลานั่นน่ะ แม่ต้องตกนรก แม่บางทีก็รู้ บางคนก็รู้ว่าบาป แต่ก็ยอมทำเพื่อให้ลูกได้กิน บางคนนี่สุขภาพไม่ดี ต้องการบำรุง แม่น่ะเป็นคนสั่งฆ่า ฆ่าไก่ดำเอามาตุ๋น ตามคติความเชื่อของหมอจีน มาตุ๋นกับยาจีน สกัดเอาน้ำ น้ำสกัดเป็นซุปออกมาเพื่อบำรุงลูก ก็รู้อยู่นะมันบาป แต่ก็ยังทำ ความรักของแม่ที่มีต่อลูกนี่จึงไม่มีขอบเขตจำกัดดังที่ว่า
คราวนี้เราเองผู้เป็นลูก จะได้ตระหนักอย่างไรบ้าง ให้เรานั่งนึกดูนะว่าแม่นี่ดีกับเราขนาดไหน บางครั้งความรักความปรารถนาดีที่แม่มีต่อเราน่ะ อาจจะจู้จี้ อาจจะพูดบ่น จ้ำจี้จ้ำไชเราบ้าง ในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แต่ลูกบางคนจะรู้สึกหงุดหงิด จะรู้สึกรำคาญว่าแม่นี่ขี้บ่นบ้าง จู้จี้จัง แต่โปรดทราบไว้เถอะว่าเสียงที่แม่บ่นจู้จี้จุกจิกนั่นน่ะ จะกลายเป็นเสียงสวรรค์ทันทีเมื่อเราขาดแม่ และวันหนึ่งที่เราไม่มีใครมาจู้จี้จุกจิกมาบ่นกับเราในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ทั้งหลายเหล่านั้น เพราะสิ่งที่แม่บ่นหรือว่าแม่คอยจ้ำจี้จ้ำไชเรา ในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ล้วนเกิดมาจากความรัก ความปรารถนาดีทั้งสิ้น
แม้แต่ตัวผู้พูดเอง เมื่อก่อน ก่อนบวชก็ แม่ก็ไม่ได้จู้จี้กับเราเท่าไหร่ เพราะไม่ได้ทำอะไรให้ท่านหนักใจ จะมีอย่างเดียวก็คืออย่านอนดึกนะ พักบ้าง เดี๋ยวจะร้อนใน เดี๋ยวจะไม่สบาย ไอ้ตอนเรานอนดึกนี่ไม่ใช่ดูทีวีหรืออะไร ดูหนังสือ ดูหนังสือ อ่านหนังสือเรียนอะไรต่ออะไรพวกนี้ แม่ก็เป็นห่วง ไม่อยากให้เราดูหนังสือดึก พอมาบวชก็ทำงานไป แม่ก็เป็นห่วง โยมแม่ก็เป็นห่วงอีก ขนาดมาบวชยังเป็นห่วงนะว่าเรานี่พักผ่อนน้อย แม้แต่ตอนที่เริ่ม วัดเริ่มสร้างอะไรต่ออะไรพวกนี้เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมามากแล้ว พระเดชพระคุณหลวงพ่อได้มอบบุญใหญ่ให้ไปทำหน้าที่ดูแลกัลยาณมิตรในต่างจังหวัด ก็ไม่ค่อยได้อยู่ช่วงแรกๆ ก็จะออกเดินต่างจังหวัดมากหน่อย แม่ก็บอกแม่เหงาจังเลย โยมแม่บอกนะ บอกโยมเหงาจังเลย เวลาไม่อยู่ ก็เลยบอกโยมว่าเออ เอาบุญมาฝากนะ แล้วนี่อยู่กับพระก็แล้วกัน ก็รู้นะว่าโยมอยู่กับพระ แต่ว่ายังอดเหงาไม่ได้ บางครั้งเราก็นึกว่า อึม โยมก็รู้ว่าเรามีงาน ทำไมยังนึก ยังพูดว่าเราเหงา เพราะเรา พอได้ยินโยมบอกว่าเหงานี่ ใจเราก็ไม่ค่อยดีแล้ว แต่มันก็ต้องออกไปทำหน้าที่
แต่ ณ วันนี้นี่ โยมไม่ได้มาบ่นแล้ว ไม่มีเสียงพูดมาสิบ สิบกว่าปีแล้ว เป็นอัมพฤกษ์ไปข้างหนึ่ง ๑๔ ปี ๑๕ ปีแล้ว ก็ประคับประคองกันมาตลอด ก็แต่บอกโยมว่า โยมอยู่ก่อนนะ ให้แข็งแรง อยู่ แล้วก็จะได้เอาบุญกันไปตลอด ก็เลี้ยงโยมด้วยบุญ นี่ก็นอกเรื่องมานิดหนึ่ง แต่ว่าให้รู้เลยว่าเสียงบ่นของแม่นี่ตอนนี้อยากจะฟังเหลือเกิน อยากให้แม่มาบ่นให้ฟัง พูดอะไรให้ฟังบ้าง แต่ตอนนี้แม่ได้แต่เงียบ เงียบอย่างเดียว ใช้ลูกกะตา สื่อสารทางสายตา บางครั้งสุขภาพดีก็จะรู้ตัว รับรู้ พูดเอาบุญ เรื่องบุญเรื่องกุศล แม้จะลืมตาจะรับได้ แต่เมื่อสุขภาพร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง ก็จะเบลอๆ ไม่ค่อยรับอะไรเท่าไหร่
ก็คนที่ยังมีแม่อยู่ สุขภาพแข็งแรง ท่านจะบ่นอะไรต่ออะไร กราบท่านเลย ให้ท่านบ่น อย่าไปหงุดหงิดท่านนะให้รู้ด้วยว่าตัวเองยังโชคดีที่ยังมีเสียงแม่บ่น ณ วันหนึ่งซึ่งแม่ไม่อยู่ หรือแม่บ่นไม่ได้แล้ว วันนั้นเราจะคิดถึง เหมือนกับที่ผู้พูดคิดถึงตอนนี้ อยากจะให้ได้ยินเสียงของแม่เหลือเกิน เพราะเสียงของแม่เหมือนกับเสียงสวรรค์ แต่ว่าตอนนี้ไม่ได้ยินแล้ว เพราะงั้นใครยังได้ยินอยู่ อย่าเพิ่งไปรำคาญท่าน
แล้วก็บางคนอาจจะรู้สึกว่าที่ผู้พูดพูดมานี่ไม่เคยได้รับจากแม่เลย แม่รักเราน้อยเหลือเกิน น้อยกว่าพี่คนนั้น ดูซิพี่คนโตเกิดมาก่อน แม่ พ่อแม่รัก ทุ่มเทความรักให้หมด หรือว่าน้องคนนี้เป็นน้องคนเล็กสุดท้อง พ่อแม่ทุ่มเทความรักให้ อย่าไปน้อยใจแบบนั้น หรือว่าเราเองไม่ได้เห็นมีแม่มาฟูมฟักเลี้ยงเรามาตั้งแต่เด็กเลย เราไปอยู่กับย่า อยู่กับยาย อยู่กับตา อย่าไปคิดแบบนั้น เอาเพียงว่าความรู้สึกที่เราได้เกิดมาเป็นมนุษย์ มาพบพระพุทธศาสนา ได้มานั่งอยู่ในที่นี้ มีร่างกายเป็นมนุษย์ ชายก็ตาม หญิงก็ตาม ดีบ้าง ไม่ดีบ้าง ถูกใจบ้างไม่ถูกใจบ้าง ก็ยังดีกว่าแบบที่จะไปอยู่อื่นๆ เช่นเป็นแบบของเป็ด ไก่ นก หรือแมว หรือหมา หรือช้าง ดีกว่าเยอะเลย เราได้อัตภาพร่างนี้มาเป็นแม่เป็นพิมพ์ให้เรา แค่เป็นแบบพิมพ์ให้เรานี่ พระคุณอันนี้ก็ชดใช้ไม่หมดแล้ว
นี่คือเรื่องที่เราจะต้องตระหนักและคิดให้มาก แล้วก็คนที่เป็นเหมือนกัน เมื่อแม่เป็นเหมือนประดุจพระอรหันต์ของลูกในบ้านแล้วนี่ เราจงทำตัวให้สมกับเป็นพระอรหันต์ของลูก พระอรหันต์เชียวนะ ไม่ใช่ย่อย เพราะฉะนั้นถ้าเราทำตัวให้สมกับว่าเราเป็นเนื้อนาบุญอันเยี่ยมของลูก เป็นพระอรหันต์ของลูกแล้วนี่ ให้สำนึกตรงนี้ให้ดี อะไรที่จะชี้นำเป็นกัลยาณมิตรให้ลูกได้ ห้ามปรามลูก ปกป้องลูกที่จะไปตกไปสู่อบาย อบายมุขทั้งหลายก็ต้องทำ อะไรที่ชี้ทางลูกไปทางสวรรค์ทางนิพพาน ทางสว่าง ทางเจริญก็ต้องทำ อะไรที่เป็นประโยชน์ต้องทำให้ลูก อะไรที่ไม่เป็นประโยชน์ อาจจะเป็นโทษกับลูก แม้ตัวเองอยากจะทำก็ต้องอดต้องกลั่น เพราะเราคือพระอรหันต์ของลูก ให้บอกกับตัวเองแบบนี้
ส่วนลูกก็เหมือนกัน ให้รู้เลยว่าเรานี่มีภาระในบ้าน เป็นเนื้อนาบุญในบ้าน ให้เราหาบุญ แสวงบุญกับพระอรหันต์ในบ้านให้ดี ให้เต็มที่ อย่าให้โอกาสนี้ผ่านไปเลย บางคนโชคดีมีพระอรหันต์ตั้ง ๒ ท่านอยู่ในบ้าน คือทั้งแม่ทั้งลูกอยู่กันครบ แสวงบุญกับท่านเต็มที่เลย บางคนโชคดีน้อยหน่อย เหลือเป็นเพียงท่านใดท่านหนึ่ง อาจจะเป็นแม่ อาจจะเป็นพ่อ เหลือเพียงแค่หนึ่งเดียว จงทะนุถนอมท่านเอาไว้ให้ดี เลี้ยงให้ดีว่าเราเหลือแค่หนึ่งเท่านั้นเองนะ ประดุจว่าเรา คนตาบอดไปข้างหนึ่ง แล้วเหลือดวงตาอีกข้างหนึ่งต้องระมัดระวัง ต้องทะนุถนอมดวงตาข้างที่เหลือเอาไว้ให้ดีทีเดียว ฉันใดก็ฉันนั้น
แต่สำหรับท่านที่อาภัพหน่อยตอนนี้คือสิ้นทั้งแม่สิ้นทั้งพ่อแล้วนี่ พระอรหันต์ในบ้านหมดแล้ว ก็ต้องหา แสวงหาพระอรหันต์หรือเนื้อนาบุญนอกบ้าน แล้วจะทำได้อย่างมากคือกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลไปให้ ให้คุณแม่คุณพ่อ นั่นคือสิ่งที่เราต้องทำ แล้วต้องทำทุกวันด้วย อย่าให้แบบปีหนึ่งครบวันตายทีหนึ่งก็ไปเช็งเม้งทีหนึ่ง ไปไหว้ กราบไหว้บรรพบุรุษสักครั้งหนึ่ง มันไม่พอหรอกนะ มันต้องทำทุกวัน ตักบาตรทำบุญ ทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนา แผ่เมตตาให้ท่านทุกวันทุกวัน นั่นจึงจะเป็นลูกที่ดีได้
แล้วถ้าหากว่าจะตอบแทนคุณท่านให้ได้อย่างเต็มที่เลยน่ะ ถ้าหากว่ามีคุณแม่คุณพ่อที่ยังไม่มีศรัทธา ต้องแนะนำชักชวนหาทางปลูกฝังให้ท่านมีศรัทธาในพระพุทธศาสนา ถ้าท่านยังไม่ได้ให้ทาน ยังมีความตระหนี่ ยังมีความไม่เข้าใจในการให้ทาน ต้องปลูกฝัง ต้องแนะนำท่านให้ได้อยู่การให้ทาน ถ้าท่านยังไม่มีศีล ไม่เห็นความสำคัญของศีล ยังขาดๆ พร่องๆ ก็ต้องไปชักชวนแนะนำท่าน ให้ท่านตั้งมั่นอยู่ในศีล ถ้าท่านยังไม่ได้เจริญภาวนา ก็ต้องไปชักชวนออกกุศโลบายให้ท่านได้เจริญภาวนาให้ได้
แม้แต่แม่ที่มีต่อลูกก็ต้องทำเช่นนี้เหมือนกัน ว่าต้องทำให้ลูกที่ยังไม่มีศรัทธา ให้มีศรัทธา ที่ยังมีความไม่เข้าใจในการให้ทาน ชักชวนท่านให้ทาน ชักชวนลูกให้ทาน ถ้าลูกยังไม่มีศีล ชวนให้ลูกให้มีศีล เลิกเหล้าเลิกยาให้ได้ เลิกยาเสพติดให้ได้ ชักชวน ถ้าหากลูกยังไม่ภาวนา ไม่รู้จักภาวนา พามาที่วัดนี่ มานั่งสมาธิกับหลวงพ่อ ให้หลวงพ่อสอน ให้พระอาจารย์ได้เทศน์ได้สอน ต้องทำให้ได้ นี่คือหน้าที่ของแม่มีต่อลูก แล้วก็ลูกมีต่อแม่เหมือนกัน
ความรักของแม่ที่มีต่อลูก หรือลูกที่มีต่อแม่นี่ยิ่งใหญ่มากนัก ทำใจของเรานี่ให้มันนุ่มนวลได้ เพราะฉะนั้นในการเจริญภาวนาที่ดี คือการแผ่เมตตาก่อนนั่งภาวนา หลังนั่งภาวนาแล้ว เพราะว่าใจจะอ่อนนุ่ม พระพุทธเจ้าท่านบอกเอาไว้ว่าก่อนจะแผ่เมตตานี่ ให้ทำใจให้นุ่มเหมือนกับแม่ที่มีต่อลูก แล้วก็นั่งภาวนาไป ใจมันจะนุ่มได้ไว จะรวมได้ไว นี่เป็นเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ในการนั่งสมาธิ
แต่ว่าไม่ว่าความรักแม่ที่มีต่อลูก หรือลูกมีต่อแม่อย่างไรก็ตาม ก็ยังเป็นเพียงแค่บุคคลในครอบครัว แต่ว่าจะมีความรักอะไรไหมที่ใครสักคนหนึ่งให้กับคนทั้งหลาย เหมือนกับแม่มีแต่ลูก คือขยายความรักที่แม่มีต่อลูก ขยายไปยังชนทั้งหลาย สรรพสัตว์ทั้งหลายนี่มีบ้างไหม ไม่ได้เกิด ไม่ได้อุ้มท้องมาเลย แต่ว่ามีความรัก มีความห่วงหาอาทร มีความปรารถนาดีที่บริสุทธิ์ใจให้กับเรา คนส่วนใหญ่นี่ เวลาจะมีใครมารักเรา เรามักจะต้องให้อะไรเขาไปก่อน เราถึงจะได้รับความรักนั้นตอบแทน แต่จะมีใครสักคนไหมที่ให้กับความรักของคนอื่น เราได้รับความรักมา โดยเรายังไม่ได้ให้อะไรเลย
ผู้ที่อยู่เบื้องหน้าของเราไง นั่นไงรูป คุณยายอาจารย์ของเรา ชัดเจนที่สุด ท่านให้ความรักที่บริสุทธิ์ ให้ความเมตตา ให้ความปรารถนาดี ให้ความห่วงใยกับเราอย่างเสมอหน้าเสมอตากันเลย โดยท่านไม่ได้อุ้มครรภ์เรามาเลย เป็นความรัก ความเมตตาของพระโพธิสัตว์ ของพระบรมโพธิสัตว์
(ม้วน 1/B)
เป็นความรักที่สะอาดบริสุทธิ์ แล้วท่านก็ให้เรามาทุกสิ่งทุกอย่าง ที่เห็นได้ชัดๆ กับพระลูกพระหลานนี่แหละ หาจีวรให้ หาที่อยู่อาศัยให้ หาอาหารที่ประณีตให้ เจ็บไข้ได้ป่วย บารมีของท่านก็ทำให้ได้รับการดูแลรักษาพยาบาล ท่านไม่ได้ห่วงเฉพาะชาตินี้ ท่านห่วงข้ามภพข้ามชาติไปอีกว่าต้องอยู่ในศีลในธรรม ในเส้นทางแห่งการสร้างบารมี เพื่อภพชาติต่อๆ ไป จะได้ไม่ตกไปในอบาย ไปอยู่ในสวรรค์ ไปสร้างบารมีกันจนกว่าจะถึงที่สุดแห่งธรรม เข้านิพพานกัน
คุณยายนี่เป็นต้นแบบ เป็นต้นบุญ ทำทุกอย่างให้เราดู ไม่ได้ให้นม ไม่ได้อุ้มครรภ์เรามา แต่ให้ทุกสิ่งทุกอย่างไม่แพ้ที่พ่อแม่ให้เรามาเลย เป็นทั้งพ่อ เป็นทั้งแม่ แล้วคุณยายก็เป็นเช่นนี้มาตลอด แม้แต่ตอนที่คนมีความเดือดร้อนมาหายาย ขอบารมีให้ช่วย เรื่องที่ตัวเองกำลังทุกข์ใจอยู่ คุณยายไม่เคยปฏิเสธเลย รับ ช่วยได้ ช่วยไม่ได้ ยายรับหมด ยายทำให้หมดเท่าที่กำลังบุญหรือกำลังกรรมที่แต่ละบุคคลที่มาขอบารมียาย คุณยายไม่เคยปฏิเสธพวกเราเลยนะ สังเกตดูไหม คนที่มาทันตอนคุณยายยังแข็งแรงอยู่จะรู้ดี มากราบยาย คุณยายขอให้ช่วยทางด้านนั้น ขอให้ช่วยทางด้านนี้ ยายค่ะ แล้วยายจะช่วย ยายพูดสั้นๆ แล้วยายก็ทำทันที ช่วยทันที ไม่เคยผลัดผ่อน ไม่เคยผลัดเพี้ยนเลย
แม้แต่ยายละโลกไปแล้วนี่ ใจอันยิ่งใหญ่อันนี้ก็ยังมีอยู่ (หมดม้วน 1/A)
อย่างที่เพลงเอาไว้นี่ จากนี้ไป ยายมีเวลาอยู่กับลูกหลานยาย ด้วยรัก ด้วยห่วงใยลูกหลานยายทุกๆ คน ยายอยู่กับเรา จากนี้ไปนี่ ยายจะอยู่กับพวกเราทุกคน ยายมีเวลา ยายอยู่กับพวกเราทุกๆ คน ด้วยรัก ด้วยห่วงใย เพราะฉะนั้นให้พวกเราตระหนักในความรักอันนี้ให้ดี
แต่คนที่จะมีใจที่ยิ่งใหญ่แบบนี้ได้นี่ ที่มองเห็นสรรพสัตว์ทั้งหลายนี่ แล้วก็มีเมตตากับสรรพสัตว์ทั้งหลายเสมอภาคไปหมดเลยนี่ ต้องเป็นผู้ที่ เป็นบุคคลอัศจรรย์ อัศจรรย์ที่ไปรู้ ไประลึกชาติได้ รู้การเวียนว่ายตายเกิดของพวกเราได้ ถึงรู้ว่าในโลกนี้นี่ หรือว่ามนุษย์ที่เราเจอๆ กันอยู่นี่ ไอ้ที่เกิดมาแล้วไม่เคยผูกพันเป็นญาติพี่น้อง เป็นพ่อเป็นแม่ เป็นลูกกันน่ะ ไม่มีเลย เจอกันมาแล้วทุกชาติ ชาติไหนที่สร้างบุญมาด้วยกัน ใกล้ชิด ก็มาเกิดใกล้กัน ชาติไหนที่สร้างบุญสร้างกรรมต่างกัน ก็อยู่เกิดอยู่ห่างกัน
พวกเรานี่ได้มาอยู่ใต้ร่มบารมีของคุณยายอาจารย์ ของหลวงพ่อ ได้สร้างบุญด้วยกัน ให้ทานอย่างเบิกบานใจกันเลย รักษาศีลเสมอหน้าเสมอตากัน ศีล ๕ ศีล ๘ ศีล ๑๐ ศีล ๒๒๗ แล้วก็เจริญภาวนาด้วยกัน เพราะงั้นแน่ใจเลยว่าถ้าเราทำแบบนี้สม่ำเสมอไปจนกว่าจะสิ้นอายุขัย ภพชาติต่อไปนี้ ละสังขารไปแล้ว มันเกิดไม่ไกลกันหรอก ก็ไปอยู่ใกล้ๆ กัน แม้จะลงมาเกิดอีกครั้งหนึ่ง หรือเกิดกี่ครั้งก็ตาม ก็อยู่ใกล้ๆ กันแหละ อยู่ในครอบครัวเดียวกัน อยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน อยู่ในอำเภอ ในจังหวัด ในประเทศเดียวกัน อยู่ใกล้ๆ กันแหละ เพราะฉะนั้นให้พวกเราตามคุณยายให้ติด ตามพระเดชพระคุณหลวงพ่อให้ติด แล้วก็ติดตามท่านไปให้ตลอด
และสิ่งที่เราจะต้องตอบแทนท่าน พระคุณท่านเอาไว้ งั้นใครที่กลับจากนี่ไปแล้วนี่ ยังไม่ได้กราบเท้าแม่ กราบเท้าพ่อ กลับไปงวดนี้นะ ไปกราบท่าน ไปขอพรท่าน ใครที่ยังบกพร่องในการเอาใจใส่ท่าน ก็กลับไปนี่ ไปเริ่มต้นเอาใจใส่ท่าน คุณแม่คุณพ่อในบ้านให้ดี ให้ท่านเป็นเนื้อนาบุญเราให้ได้ คนที่เป็นพ่อเป็นแม่ให้เป็นพระอรหันต์ในบ้านให้ได้ ไปทำสิ่งที่ดีๆ ให้กับท่าน แล้วก็ทำสิ่งดีๆ ให้เป็นการทดแทนท่านด้วย
โดยเฉพาะคุณยายที่ชี้แนะพวกเราเป็นเหมือนแม่ เป็นเหมือนพ่อของพวกเรา คุณยายจะมีทอดกฐิน แล้วก็เป็นครั้งสุดท้ายที่คุณยายจะเป็นประธานกฐินในขณะที่ท่าน สรีระท่านยังอยู่เบื้องหน้าของพวกเราอยู่ ก่อนที่จะสลาย เราไปทำหน้าที่นี้ให้ดี ทำให้เต็มที่ ทำให้เต็มกำลัง ก่อนที่เราจะบ่นว่าเสียดาย ตอนนั้นไม่รู้ หรือว่าเสียดายตอนนั้นประมาทไปหน่อย อย่ามาบ่นคำนี้อีกเลย เพราะงั้นให้เราตั้งใจให้ดี
จากนี้ไปขอให้พวกเราได้ทำใจสงบ ทำใจให้นิ่ง ระลึกถึงพระคุณของแม่ ระลึกถึงพระคุณของคุณยาย แล้วก็น้อมจิตถวายเป็นพระราชกุศลแก่สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถด้วยในโอกาสนี้พร้อมๆ กันนะ
สัพเพ (หมด 1/B)
หน้า PAGE 10
440812EW-CNT