ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

คำถามจากพระ – คำตอบจากคุณยาย

คุณยายอาจารย์ · เทศน์งานยาย

(ม้วน 1/A) พระศุภมิตร : ขอนอบน้อมแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า กราบนมัสการพระเถรานุเถระผู้มีพรรษากาลมากกว่ากระผม สวัสดีเพื่อนสหธรรมิกทุกๆ รูป เจริญพร สามเณร อุบาสก อุบาสิกา และท่านมหาเศรษฐีผู้ใจบุญทุกๆ ท่าน (สาธุ) วันนี้หลวงพี่เองก็ได้มีโอกาสได้ขึ้นมาประกาศพระคุณของคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ผู้เป็นมหาปูชนียาจารย์ที่เคารพบูชาของพวกเรา จึงได้เลือกในวันแสดงธรรมนี้ ก่อนวันคล้ายวันเกิด ๑ วัน เพื่อจะได้เป็นสิริมงคล เป็นมหากุศลของตัวของพระเองสืบไป เรื่องที่จะพูดถึงคุณยายนั้นจะมีด้วยกัน ๓ เรื่อง เรื่องแรกเป็นเรื่องเกี่ยวกับการได้พบปะ ได้เจอคุณยาย ได้พูดคุยกับคุณยาย แล้วก็ได้ฟังถึงคุณยาย เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องเกี่ยวกับอานุภาพล๊อกเก็ตคุณยายที่มีต่อครอบครัวของตัวพระ และเรื่องที่ ๓ เป็นเรื่องของอานุภาพของคุณยายที่ช่วยโยมพ่อในสมัยที่พระได้บวชพรรษาแรก และได้รอดพ้นจากการผ่าตัดใหญ่ ๕ ครั้ง แม้ในที่สุดละโลกไป คุณยายก็ยังเมตตาส่งสวรรค์ เรื่องแรกเกี่ยวกับประสบการณ์ในสมัย ๑๕ ปีที่แล้ว ที่ได้บวชพรรษาแรกในรุ่นเป็นธรรมทายาทรุ่นที่ ๑๕ ในช่วงนั้นเองได้ยินได้ฟังเกียรติศัพท์ของคุณยายมานาน เกิดความประทับใจในปฏิปทาจริยาวัตรของคุณยาย เป็นผู้มักน้อย สันโดษ รักการปฏิบัติธรรม จึงเกิดแรงบันดาลใจในการเข้าวัดปฏิบัติธรรม สมัยแรกได้เข้ามาช่วยบุญสถาน มาขัดวิมาน ตอนนั้นก็ประทับใจในเรื่องที่คุณยายสอนในเรื่องความสะอาด เรื่องการขัดวิมาน มีความสุขในการปฏิบัติธรรม แล้วได้มีโอกาสอธิษฐานอยู่เรื่อยๆ ว่าขอให้ข้าพเจ้าได้มีโอกาสพบคุณยาย ให้ได้มีโอกาสพูดคุยได้ฟังธรรมจากคุณยายด้วยเถอะ แล้วก็หลายๆ ครั้งอธิษฐานจิตแล้วก็จะสำเร็จได้พบ มีจังหวะ ได้พบคุณยาย ได้กราบยาย ได้ไหว้ ได้พูดคุย ได้พบยายแล้วนี่ ได้พบคุณยายแล้วนี่มีความรู้สึกว่าเราได้พบผู้รู้ มีความรู้สึกเคารพยำเกรงกลัวท่านจะล่วงรู้ใจของเรา เมื่อใดที่ได้พบคุณยายได้นั่งใกล้ยาย เราจะมีความรู้สึกว่าเราต้องสำรวมใจ เอาใจหยุดไว้ตรงกลาง ก็เลยศูนย์กลางกายให้สะอาด บริสุทธิ์ เพื่อจะได้เหมาะสมที่จะได้อยู่ใกล้ยายๆ หากเราไม่บริสุทธิ์ คงจะอยู่ใกล้ยายไม่ได้ อานิสงส์ที่อยากพบคุณยาย อยากใกล้คุณยายจึงทำให้เรานี่เคลียร์ใจโดยอัตโนมัติ โดยที่เราก็ไม่ได้ตั้งใจมากเกินไป เนื่องจากในสมัยที่ยังบวชใหม่ๆ ยังพรรษาน้อย อินทรีย์ก็ยังอ่อนอยู่ ก็เป็นธรรมดาของชีวิตของพระปุถุชนที่ยังต้องฝึกตัวอยู่ อาจจะคิดดีบ้าง อาจจะคิดฟุ้งซ่านบ้าง แต่ก็ไม่ได้อะไรมากมายนัก เนื่องจากใจของเราจดจ่ออยู่กับยาย กลัวยายจะล่วงรู้ ก็พยายามสำรวมใจ รักในการประพฤติปฏิบัติ รักในการประพฤติพรหมจรรย์มาตลอด แต่แม้กระนั้นเราก็ยังเป็นบ่าวเป็นทาสของเขาอยู่ บางครั้งเขาก็บังคับข้างใน จนกระทั่งนึกไม่ถึงเลยว่าวันหนึ่งได้เผลอฟุ้งไปคิดละเอียดๆ โดยที่ก็ไม่ถึงกับขั้นอะไรยิ่งใหญ่ แต่ก็เผลอแวบไปคิดในเรื่องของกามคุณบ้างเล็กๆ น้อยๆ แต่คืนนั้นได้ฝันถึงคุณยาย ฝันเห็นคุณยาย ฝันว่าเราได้นั่งรถไปคันเดียวกับคุณยาย แล้วคุณยายก็หันมามองหน้าหลวงพี่แล้วก็บอกให้อย่าฟุ้ง ให้ตั้งใจนั่งเยอะๆ แล้วก็จะสมหวัง คือคุณยายเตือนให้อย่าไปคิดเรื่องอื่นที่นอกเหนือจากกลาง ตรงนี้เองจึงทำให้มีความรู้สึกว่าทุกอย่างแม้เป็นความคิดเรา ไม่อาจปกปิดญาณทัสสนะของคุณยายได้ แล้วเราได้นั่งรถคันของคุณยายไป ผ่านไปในวัดพระธรรมกาย ถนนสายเล็กๆ จนกระทั่งรถคันของคุณยายไปจอดอยู่ตรงหน้าศาลาดุสิต พอหลวงพี่มองไป ก็เห็นพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยมองจ้องออกมา ก็ด้วยความทั้งดีใจและด้วยความเกรงบารมีของหลวงพ่อ คือทั้งเคารพทั้งรัก แล้วก็เกรงบารมีในตัวเสร็จสรรพ แล้วก็ตื่นจากความจริง จึงได้ข้อคิดว่าอึ่ม สมณะสัญญาเรานี่จะต้องฝึกให้ยิ่งขึ้นไป เพราะจะได้ไม่ต้องเป็นภาระของคุณยาย ไม่ต้องเป็นภาระของหลวงพ่อ ตั้งแต่นั้นเรื่อยมาก็เกิดแรงบันดาลใจว่าเราจะต้องรักษากลาง ประทับใจในคำสอนของคุณยายและพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยในช่วงแรกๆ นั้น ได้เอาคำสอนของคุณยายของหลวงพ่อมาฝึกตัวเอง เพราะรับว่าอยากจะเป็นหนึ่งในผู้ที่ได้ปฏิบัติธรรมกับคุณยาย กับพระเดชพระคุณหลวงพ่อจึงรักษากลาง รักษาใจ โดยมีคุณยายเป็นหลัก เป็นแม่แบบ เป็นต้นแบบต้นบุญในเรื่องการรักษาใจ รักษากลาง นี่คือช่วงหนึ่งที่ได้ฝันเกี่ยวกับคุณยาย หลายๆ ครั้งเนื่องจากเป็นธรรมทายาท จะต้องผ่านระบบของพระพี่เลี้ยง พระอาจารย์ โอกาสช่วงนั้นได้มีโอกาสพบคุณยายเป็นช่วงๆ แต่ก็มีความรู้สึกดีใจ ได้พบยายทีใดเหมือนกับว่าได้พบพระพุทธเจ้าปานนั้นทีเดียว ความศรัทธาเกิดขึ้นท่วมท้นทุกสรรพางค์กายว่าเมื่อเราได้เห็นคุณยาย เข้าใกล้ยาย ก็มีความสุข อยากจะถวายปัจจัย อยากจะพูดคุยกับยาย อยากจะฟังคุณยายว่าคุณยายนี่ หลายๆ ครั้งได้ถามคุณยายอยู่เรื่อยๆ ว่าคุณยายครับ คุณยายได้ปัดลูกระเบิด ทำวิชชาหลวงพ่อวัดปากน้ำเป็นอย่างไรบ้าง คุณยายท่านก็เมตตาตอบอย่างที่เราเคยได้ยินได้ฟังกันอยู่แล้วแหละ ฟังทุกครั้งก็มีความสุขไม่เคยเบื่อเลยในการฟัง คำพูดของคุณยาย แล้วก็ได้ถามยายว่า ยาย ยาย พระอยากจะเป็นอย่างยายนี่ทำอย่างไร ทำอย่างไรธรรมะถึงจะมั่นคง ของพระจะไม่เลือนลาง คุณยายก็เมตตาตอบว่าต้องนั่งเยอะๆ รักษากลาง นั่งเยอะๆ แล้วก็จะดีเอง ตรึกธรรมะบ่อยๆ คำพูดของคุณยายแม้จะสั้นๆ แต่ครบถ้วนบริบูรณ์ ทำให้ใจนี่จรดเข้าไปตรงกลาง ในสมัยหนึ่งคุณยายได้มีโอกาสขึ้นไปที่อุบลราชธานี วัดหนองกินเพล มีพระอาจารย์ใหญ่ พระอาจารย์มหาสุวิทย์ วิชเชสโก ได้ติดตามคุณยายไปด้วย ในช่วงนั้นคุณยายได้เมตตาคุมบุญปล่อยสัตว์ปล่อยปลา และช่วงนั้นก็ได้มีโอกาสอธิษฐานจิตว่าขอให้ข้าพเจ้าได้กลับสู่วัดพระธรรมกายโดยเร็วด้วยเถอะ เพราะช่วงนั้นเป็นช่วงที่หมุนเวียนเปลี่ยนพระไปช่วยเทศน์สอนตามวัดสาขา ซึ่งสมัยนั้นได้รับความเมตตาจากพระอาจารย์ฐานะวุฒโฑให้ไปช่วยระดมธรรมที่อุบล ๑ พรรษา แต่พอจับงานจับไปจับมานี่ผ่านไป ๓-๔ พรรษา ทางโน้นจะให้กลับ ทางพระก็ดี ญาติโยมก็ดีไม่ให้กลับ แต่เป้าหมายของเราลึกๆ ก็มีความรู้สึกว่าตรงนั้นน่ะมันยังไม่ใช่ เพราะว่าถ้าเป็นสมภารหรือเป็นอะไรแล้ว ความรู้มันก็ตัน เราอยากจะเรียนธรรมะกับหลวงพ่อ ขอเราได้กลับมาฝึกตัว มาฝึกธรรมะ มาใกล้ชิดครูบาอาจารย์ สักวันหนึ่งถ้าเราเรียนธรรมะอะไรแล้ว แม้หลวงพ่อจะส่งเราไปไหน แม้จะส่งให้เราไปตาย เราก็ยอมไป ใจคิดอย่างนั้นนี่ ใจรักธรรมะ รักยาย รักพระเดชพระคุณหลวงพ่อทั้งสอง อยากอยู่ใกล้ยาย อยากอยู่ใกล้พระเดชพระคุณหลวงพ่อ อยากจะเรียนธรรมะ ใจนี่ไม่ได้กลัวงาน ไม่ได้กลัวอะไรเลย เราหยิบจับงานอะไรก็นึกถึงยายว่าต้องทำให้ดีที่สุด ดีจนกระทั่งญาติโยมไม่อยากให้กลับ ตอนนั้นหลวงตาสงัดยังไม่มรณะภาพ ก็ไม่อยากให้กลับ แต่เนื่องจากเรารักธรรมะ รักการฝึกฝน อยากจะเป็นหนึ่งในผู้ที่ได้ปฏิบัติธรรมกับพระเดชพระคุณหลวงพ่อ ในสมัยโน้นก็ได้มีโอกาสทำบุญประธานรองกับคุณยายครั้งแรก แล้วก็อธิษฐานจิตอยู่เรื่อยๆ ว่าขอให้ข้าพเจ้าได้มีโอกาสได้นั่งธรรมะกับพระเดชพระคุณหลวงพ่อด้วยเถอะ จากนั้นมาเมื่อบวชปี ๓๐ ก็สมควรเมื่อปี ๓๖ ได้มีโอกาสขึ้นปฏิบัติธรรมกับพระเดชพระคุณหลวงพ่อเรื่อยมา หลายๆ ครั้งที่ได้มีโอกาสทำบุญกับคุณยาย กับมือท่าน แล้วก็ได้มีโอกาสได้พูดได้คุยแม้จะไม่มาก แต่ก็มีความสุข เป็นความสุขที่พูดไม่ออก บอกไม่ถูก ไม่รู้จะพูดอย่างไร และมีความรู้สึกรักยาย ครั้งหนึ่งได้ทำบุญ ได้รับล๊อคเก็ตของคุณยายกับมือ คุณยายก็ให้พร ให้ได้บวชไปตลอดชีวิตและได้ทำวิชชา เราก็ยังฝังลึกอยู่ในใจตลอดเวลาว่าขอให้ข้าพเจ้าได้มีพรหมจรรย์ที่สะอาดบริสุทธิ์อย่างคุณยายด้วยเถอะ นี่คือเรื่องแรกที่ได้พบเจอกับคุณยาย เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องของประสบการณ์ของโยมพี่ชายที่เกี่ยวกับเรื่องของอานุภาพล็อกเก็ตคุณยาย เหตุการณ์ได้เกิดที่จังหวัดอุดรธานี พี่สะใภ้นี่ช่วงนั้นตั้งครรภ์แพ้ท้องตอนนั้น อยากจะกินน้ำมะพร้าวอ่อน ก็เลยให้พี่ชายนี่ปีนต้นมะพร้าวไป เนื่องจากเป็นสวน แต่ตัวของพี่ชายเองไม่ได้เป็นชาวสวน และด้วยความรักภรรยา ไม่ค่อยได้ปีนต้นมะพร้าว ต้นมะพร้าวต้นนั้นสูงประมาณตึกนี่ประมาณ ๔ เมตร ไม่ต่ำกว่า ๔ เมตรได้ แล้วก็เออ เอามีดอีโต้เหน็บข้างหลังปีนขึ้นไป ต้นมะพร้าวนั้นมีความสูง แล้วก็รั้วที่อยู่ข้างๆ ประมาณเมตรเศษๆ เต็มไปด้วยรั้วไผ่ที่มีหลาวแหลม ถ้าหากคาดคะเนดูว่าถ้าใครคนหนึ่งตกลงมานี่ แม้ไม่โดนหลาวเสียบ ก็ต้องเลี้ยงไม่โต ว่างั้นเถอะ แต่พี่ชายนี่เมื่อปีนขึ้นไป ตอนแรกมีสร้อยพระอยู่หลายๆ องค์ ก็เกรงว่าจะเกะกะ เดี๋ยวจะไปครูดกับต้นมะพร้าว ก็เลยถอด ถอดออกหมดเลย เหลือไว้เฉพาะเส้นที่มีล็อคเก็ตคุณยาย องค์นั้นนี่เป็นล็อคเก็ตคุณยายรุ่นแรกสีฟ้า แล้วก็เอาล็อคเก็ตนี่มาไว้ข้างหลังจะได้ไม่ครูดกับต้นมะพร้าว ปีนไปปีนไป เมื่อไปถึงยอดต้นมะพร้าว ก็โน้มมือเอามือนี่ไปเกาะก้านที่มันค่อนข้างจะเปราะสักนิดหนึ่ง เนื่องจากไม่ค่อยชำนาญ ไม่ได้เป็นชาวสวน แต่รักภรรยาก็เลยไปเกาะตรงนั้น ในที่สุดก้านมะพร้าวมันก็มีความอ่อนน้อมถ่อมตนของมัน มันก็เออ ร่วงลงมา พี่ชายก็เลยหงายหลัง ลิ่วๆๆ ร่วงหล่นดิ่งพสุธา เสียงหล่น เสียงหล่นตุ๊บ ตอนนั้นไม่มีใครอยู่ในพื้นที่นั้นเลย สักครู่หนึ่งพี่ชายก็จุก แล้วก็พอรู้ตัวก็รีบลุกมาสำรวจตรวจดูแข้งขาของตัวเองว่าเป็นอะไรไหม ผลปรากฏว่ามีดอีโต้ที่เหน็บอยู่ข้างหลังนี่ ไม่ได้ระคายเคืองผิวหนังเลย แค่มีรอยช้ำๆ จุก แล้วก็ลุกเดินได้ ตรวจดูว่าโอ้ ต้นมะพร้าวมันอยู่ ห่างจากรั้วที่มีไม้ไผ่ที่แหลมๆ นี่ กะคะเนดูว่ามันจะต้องเสียบได้นี่ รอดมาได้อย่างไร พี่ชายก็อุทานว่าโอ้นี่ อานุภาพล็อคเก็ตคุณยาย เพราะฉะนั้นพี่ชายก็เล่าเรื่องนี้ให้ฟังตั้งแต่สมัยนั้น หลวงพี่ก็ย้ำไปเลยกับพี่ชายว่าไม่ต้องสงสัยล่ะ ถ้าไม่รอดด้วยอานุภาพของคุณยาย แล้วจะรอดด้วยอานุภาพอะไร เพราะฉะนั้นนี่คืออานุภาพของพระธรรมกายของคุณยายที่บรรจุเอาไว้ในล็อตเก็ตคุณยาย ซึ่งมีพระธรรมกายของพระพุทธเจ้านับพระองค์ไม่ถ้วนทีเดียว เรื่องที่ ๓ เกี่ยวกับเรื่องประสบการณ์ของที่ โยมพ่อป่วยเข้าโรงพยาบาลรามาในสมัยโน้น ผ่าตัดใหญ่ครั้งที่ ๓ ตอนนั้นหมอ พยาบาลทุกคนยืนยันว่โอกาสรอดนี่ ๓๐ % เท่านั้นนะ ให้ทุกๆ คนเตรียมทำใจได้เลย โยมแม่กับญาติทุกๆ คนนี่เสียใจร้องไห้ หลวงพี่ก็ต้องให้กำลังใจทั้งโยมแม่กับญาติว่าอย่าร้องไห้ให้ผู้ป่วยเห็น แล้วก็ให้มีที่พึ่ง ให้นึกขอบารมีคุณยาย ขอบารมีของพระเดชพระคุณหลวงพ่อทั้ง ๒ ในยามนี้ไม่มีอะไรเป็นที่พึ่งของเราอีกแล้ว เพราะตอนนั้นเองยังไม่ได้ใกล้ชิดคุณยายอะไรมากมายนัก แล้วก็เกรงใจคุณยาย กลัวบาป แล้วก็ หลวงพี่ก็เลยตั้งใจว่างั้นเอารูปคุณยาย รูปหลวงพ่อ พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยนี่เอามาเคลือบบัตร แล้วก็วางบนอกของโยมพ่อผู้ป่วยที่อยู่โรงพยาบาล แล้วก็กราบขอบารมีของพระเดชพระคุณหลวงพ่อ คุณยาย ก็ขอบารมีคุณยาย หลวงพ่อนี่ช่วยให้โยมพ่อรอดตายสักทีเถอะ แล้วลูกตั้งใจบวชตลอดชีวิตนี่ขอให้รอด ในที่สุดคืนนั้นก็ผ่านมาด้วยดี ก็รอด ผ่าตัดทั้งหมด ๕ ครั้ง แต่เนื่องจากว่าสังขารร่างกายนั้นผุพังแล้วเหมือนรถที่ซ่อมแล้วซ่อมเล่า เหมือนเราเอารถเก่ายกเครื่องใหม่ ถึงเวลามันก็ต้องผุพังไปตามเวลาของมัน ในที่สุดเมื่อรู้ตัวว่าโยมพ่อยังไงก็ต้องไป ก็ได้เตรียมตัวตายให้พ่อก่อนตาย โดยการสอนภาวนาให้โยมพ่อนี่ ทำภาวนาในห้องไอซียู เราลองนึกภาพก็แล้วกันว่าถ้าในห้องของไอซียูมีคนมากมาย มีสายระโยงระยางเต็มไปหมด มีเสียงติ๊กๆๆ เต็มไปหมด ถ้ากำลังใจเราไม่ดีนี่ ก็จะร้องไห้เสียใจ หลวงพี่ก็พยายามเรียกสติ แล้วก็นึกขอบารมีของคุณยายนี่ช่วยให้พ่อรอดอยู่เรื่อยๆ แล้วก็ขอให้พ่อนี่เข้าถึงพระธรรมกาย เข้าถึงดวงเป็นอย่างน้อยเถอะก่อนตาย และได้พูดกรอกหู เนื่องจากท่านพูดไม่ได้ ปากผงาบๆๆ และในสมัยนั้นจำได้ว่ามีการทำบูชาข้าวพระ มีการสร้างกุฏิจาก สร้างพระธรรมกายบนลานธรรมจำลอง ก็คว้าเงินในย่ามทำบุญ แล้วก็เอาอนุโมทนาบัตรมาอ่านพูดกรอกหู ข้างๆ หูโยมพ่ออยู่เรื่อยๆ ว่าโยมป๋านะ ป๋าเป็นคนจีน แม่เป็นคนไทยนี่นะ ป๋านะนี่ ทำ พระนี่ทำบุญตรงนี้ตรงนี้มาให้นี่ ให้ป๋าอนุโมทนาบุญกับพระด้วยนะ ป๋าแกก็ยิ้มฟันทองทีเดียว คนจีนเขาจะเลี่ยมฟัน ยิ้มเบิกบาน แล้วก็ให้โยมพ่อนี่นึกเข้าไปตรงกลาง นึกถึงดวง แล้วขอบารมีคุณยาย มองเห็นยายในกลาง แล้วโยมพ่อนึกถึงดวงแก้วกลมๆ ใสๆ ตามที่พระอาจารย์ฐานะตอนนั้นสอน ท่านเป็นประธานอบรมธรรมทายาทรุ่น ๑๕ แล้วก็พอเช็กประสบการณ์จากโยมพ่อด้วยการถามอาการทางวาจาท่าน และสีหน้าของการตอบรับ ก็ถามว่าโยมป๋านี่นึกดวงออกไหม แกก็พยักหน้าแลถามว่าดวงขนาดไหน แกก็ค่อยๆ ยกมือ ดวงขนาดเท่าลูก ลูกแตงโมนะ แล้วแกก็ยิ้ม เดิมน่ะหน้าตาจะเศร้าหมองซูบซีด แต่ตอนขณะนั้นนี่สีหน้าแกเปลี่ยนไป ดูดวงหน้าผุดผ่อง ผ่องใส แล้วก็บอกให้แกมุดเข้าไปในกลางดวงเลยนะ โยมป๋า ความทุกข์ในขันธ์ ๕ ให้ลืมไปเลย มุดเข้าไปในกลางท้องเลยนะ ให้นึกขอบารมีคุณยายและพระเดชพระคุณหลวงพ่อ อย่ากลัวอะไรทั้งนั้น อย่ากลัวตาย แล้วตอนนั้นก็ออกไอเดียขอ ให้โยมแม่ขออนุญาตอาจารย์ใหญ่ ตอนนั้นอาจารย์ใหญ่นี่เออ ได้อนุญาตให้พระนี่มาบิณฑบาตในห้องไอซียู เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้มาบิณฑบาตในห้องไอซียู แต่นั่นอายเขา ก็เลยให้พี่ชายเอาบาตรนี่แอบซ่อนเอาไว้ ใส่ภาชนะที่ดูเรียบร้อยไปประเจิดประเจ้อ จะได้เหมาะสม ตั้งใจมาบิณฑบาตเฉพาะบนหน้าเตียงนอนของผู้ป่วยของโยมพ่อเท่านั้น แล้วก็ให้โยมแม่กับหมู่ญาตินี่ไปเตรียมอาหารคาว อาหารแห้ง ให้โยมป๋าได้ใส่บาตรก่อนตาย ได้ทำทานก่อนตาย ๓ วัน ให้โยมพ่อนี่ พูดกรอกหูโยมพ่ออธิษฐานจิตตามทุกขั้นตอน ให้พี่ชายช่วยจับมือโยมพ่อใส่บาตร หมุนเตียงนี่ให้มันเอนขึ้นมา แล้วก็ได้ทำทานอย่างนี้ด้วยความปีติ จนกระทั่งผู้ป่วยข้างๆ เกิดศรัทธา อยากจะถวายปัจจัย อยากจะทำบุญอะไรก็นิมนต์ หลวงพี่ก็รับปัจจัย หลวงพี่ก็บอกอึม พระรับปัจจัยไปแล้ว ขอไปทำบุญต่อนะ ไปบูชาข้าวพระ ให้ได้บุญเยอะๆ ทับทวี เขาก็ยิ้ม เขาก็ไม่ค่อยเข้าใจ เพื่อให้ผู้ป่วยเตียงข้างๆ ให้มีบุญเป็นเสบียงติดตัวของเขาไป เพราะแต่ละรายดูแล้วคงรอดยาก การไปเยี่ยมผู้ป่วยนี่สิ่งหนึ่งที่เราจะช่วยผู้ป่วยได้ก็คือการให้ผู้ป่วยได้ทำบุญก่อนตาย ได้ทำภาวนา โดยเฉพาะหมู่ญาติที่เออ มาเยี่ยมญาติ ประทับใจในคำสอนของพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยว่าการเยี่ยมผู้ป่วยให้เป็นนี่ ต้องมีสติ แล้วก็ต้องใช้พุทธศาสตร์ ใช้ในยามป่วย ต้องตัวผู้ป่วย ญาติผู้ป่วยก็จะต้องระลึกถึง สัมมาอะระหัง นึกถึงองค์พระใสๆ นึกถึงบุญ ทำใจให้บริสุทธิ์ผ่องใส ทำหัวใจให้สูงส่ง ตรงนี้เอง แล้วในที่สุดเมื่อโยมพ่อละโลกไป พระอาจารย์ฐานะก็เป็นประธานสงฆ์ จัดเออ งานศพตรงนี้ให้ แล้วก็ทางญาติของหลวงพี่ ทางหลวงพี่ก็ฝากรูปโยมพ่อไปยังพระอาจารย์ฐานะ พระอาจารย์ฐานะก็ฝากไปยังอุปัฏฐากอีกทีหนึ่งนี่ แล้วก็มาส่งข่าวว่าคุณยายส่งไปสวรรค์แล้ว ก็มีความปลื้มใจประทับใจว่าอึม พระคุณของคุณยายนี่ช่างล้นพ้น ท่วมท้น มีพระคุณทั้งต่อตัวของพระเอง มีพระคุณต่อโยมพ่อโยมแม่ พี่น้องทุกคน นี้เป็นเพียงแค่หยิบยกมาเพียงแค่บางส่วนตามเวลาที่สมควร เพราะว่านี่คือพระคุณของคุณยาย คุณธรรมของคุณยายที่เป็นที่พึ่งของสัตว์โลก เป็นที่พึ่งของหลานพระ เป็นที่พึ่งของครอบครัวของพระ ทุกๆ คนที่คุณยายเมตตา อนุญาตว่าถ้าญาติของพระละโลกไปนี่ ให้บอกยายได้เลย ยายจะช่วย นี่คือความเมตตาของพระคุณของคุณยายที่ชาตินี้เกิดมากี่พันชาติ ก็ไม่สามารถตอบแทนพระคุณของคุณยายได้หมด เป็นความสุขทุกครั้งที่ได้พูดถึงคุณยาย อยากอยู่ใกล้ยาย อยากมีธรรมะที่สว่างอย่างยาย เพราะฉะนั้นทุกวันนี้มีจิตสำนึกคิดอยู่เสมอว่าหากไม่ได้บารมีของคุณยายแล้ว และพระเดชพระคุณหลวงพ่อทั้งสองคุ้มหัวล่ะก็ คงเอาตัวไม่รอด เพราะฉะนั้นในช่วงที่คุณยายยังมีเรือนร่างอยู่ จึงถือโอกาสขึ้นแสดงธรรมสักครั้งหนึ่งชีวิตของการบวช จึงได้ประพันธ์บทโคลงขึ้นมาบทหนึ่ง แม้ไม่ได้เก่งแต่แต่งจากใจว่า โคตรเพชรเรอ จะสู้ใจเพชร คุณยายเรา ใจเด็ดเก่งกล้า ผู้สืบสานขันธ์เจ็ด เผด็จมาร คุณยายคือผู้รู้ กอบกู้ธาตุธรรม ไม่มียายไม่พ้น อบาย พระคุณยายมากมาย ท่วมท้น หลานซึ้งพระคุณยาย จึงเทศน์ ขอบุญนี้หลุดพ้น สุขล้น สุดธรรม เมื่อเราได้ฟังเกี่ยวกับพระคุณของคุณยายแล้ว ช่วงต่อจากนี้ไปขอเรียนเชิญทุกๆ ท่านหลับตารวมใจ ตรึกระลึกนึกถึงบุญกุศลที่เราได้ทำมา ทำใจของเราให้สบายๆ น้อมใจของเราไปที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ แตะใจของเราเบาๆ วางใจของเรานุ่มๆ ละมุนละไม และฟ่องเบา นุ่มนวล ละเอียดอ่อนที่สุดเลย นึกถึงบุญกุศลที่เราตั้งใจมาเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรม ตั้งใจฟังสวดด้วยความเคารพนอบน้อม ตั้งใจฟังธรรมะก็ดี แล้วก็นึกน้อมอาราธนาภาพของคุณยายอาจารย์ มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ผู้เป็นมหาปูชนียาจารย์ ที่เคารพบูชาเหนือเศียรเกล้าของเราทั้งหลาย นึกน้อมภาพของคุณยายของเราไว้ที่ศูนย์กลางกายอย่างสบายๆ ขอความเมตตาของคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ได้โปรดคุมบุญให้กับพวกเราทุกๆ คน ให้มีธาตุธรรมที่ใส สะอาด บริสุทธิ์ ให้มีกาย วาจา ใจ ที่สะอาด บริสุทธิ์ ผ่องใส ให้ของสกปรกลามกและสิ่งที่ไม่ดี บาปอกุศลที่เป็นวิบัติ บาปศักดิ์สิทธิ์ วิบากมาร วิบากกรรมใดๆ ที่ติดตัวพระมา หรือติดตัวพวกเราทุกๆ ท่านมาก็ดี ขอความเมตตาคุณยายได้โปรดกลั่นแก้ไขสิ่งที่ไม่ดี ให้ละลายหายสูญไปหมดเลย และเราก็นึกรวมใจของเราทุกๆ ดวง น้อมกราบกรานคุณยายของเรา นึกถึงบุญ นึกถึงกุศลและตั้งใจเลยว่าเราจะตั้งใจเป็นพระที่ดี เป็นสามเณรที่ดี เป็นอุบาสก อุบาสิกาที่ดี ที่รับผิดชอบตัวเองได้ ที่ไม่ต้องเป็นภาระของคุณยาย ของหลวงพ่อในเรื่อง ในใจ ในใจเราจะไม่เก็บอะไรมารกใจ จะไม่มีใครมาอยู่ในใจของเรา จะมีแต่คุณยาย จะมีแต่พระเดชพระคุณหลวงพ่อทั้งสอง มีพระธรรมกายเป็นอารมณ์ มีองค์พระอยู่เป็นเพื่อน แม้บางครั้งเนื่องจากเรายังอินทรีย์อ่อนอยู่ บางครั้งเราก็แพ้ บางครั้งเราก็ชนะใจตัวเองได้ แต่หลายๆ ครั้งเราก็ยังอินทรีย์อ่อนอยู่ เราอาจจะเคยพลั้งเผลอคิดในสิ่งที่เป็นอกุศล ขอความเมตตาคุณยายได้โปรดกลั่นกาย วาจา ใจ ของลูกๆ หลานๆ ของคุณยาย ให้ใส สะอาด บริสุทธิ์ ให้พระหลาน อุบาสก อุบาสิกา หลานยายทุกคนให้มีธรรมะใส สว่าง แม้ไม่ได้อย่างยาย ก็ขอให้ได้เยี่ยงยาย ให้เรานึกถึงคุณยายไว้ที่ศูนย์กลางกายอย่างสบายๆ แล้วก็อธิษฐานจิตตามใจชอบไปสักครู่หนึ่งนะ สัพเพ (หมด 1/A) หน้า PAGE 9 440811FW-AAT