ทำทานง่ายๆ
ขอนอบน้อมต่อองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐเหนือเศียรเกล้า กราบนมัสการพระเถรานุเถระทุกรูป สวัสดีเพื่อนสหธรรมิกทุกรูป เจริญพร สามเณร อุบาสก อุบาสิกา ยอดนักสร้างบารมีลูกหลานยายทุก ๆ ท่าน
หากไม่มีคุณยาย ก็ไม่มีหลวงพ่อ ไม่มีวัดพระธรรมกาย ไม่มีพวกเราที่สร้างความดีอย่างมีความสุขจนทุกวันนี้ นี่คือถ้อยคำที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชภาวนาวิสุทธิ์ หลวงพ่อธัมมชโย ได้กล่าวเทิดทูนพระคุณของคุณยายไว้อย่างแจ่มชัด แทนความรู้สึกของศิษย์ทั้งหลายที่มีต่อคุณยาย ผู้เป็นมหาปูชนียาจารย์
วันนี้นับเป็นโอกาสอันดียิ่ง ที่หลวงพี่จะได้มีโอกาสมาทบทวนตอกย้ำถึงความโชคดีของหมู่คณะเราที่มีโอกาสมาเกิดร่วมยุคร่วมสมัยกับคุณยายอาจารย์ กับหลวงพ่อและหมู่คณะ แม้พวกเราจะรู้กันอยู่เต็มอกแล้วก็ตามว่าเรามีความโชคดีอย่างไร แต่หลวงพี่ถือคติที่ว่าบัณฑิตย่อมไม่อิ่มต่อการฟังธรรม เพราะพวกเราทุกคนได้ชื่อว่าเป็นบัณฑิตทั้งทางโลกและทางธรรม
พูดถึงความโชคดีประการแรกของพวกเรา นั่นคือการได้ทำหน้าที่ที่แท้จริงของการเกิดมาเป็นมนุษย์ เราเกิดมาสร้างบารมี ถ้อยคำนี้เราได้รับทราบจากพระเดชพระคุณหลวงพ่อและคุณยาย เราจึงปฏิบัติตามที่ครูบาอาจารย์ได้แนะนำมาโดยตลอด ซึ่งแตกต่างจากชาวโลกทั่วไป ที่เกิดมาได้แต่เพียงหากับกิน กินหมดแล้วก็หาใหม่ ชีวิตจึงวนเวียนอยู่อย่างนี้ จนกระทั่งหมดเวลาของชีวิต เกิดมาฟรี ตายฟรี
ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ทรงเรียกว่าโมฆะบุรุษ แปลว่าผู้ว่างเปล่าจากคุณงามความดี ที่เป็นอย่างนี้เพราะเขาไม่รู้ถึงเป้าหมายที่แท้จริงของการเกิดมาของชีวิต ของการเกิดมาเป็นมนุษย์และการเวียนว่ายตายเกิด ว่าคนเราเกิดมาจากไหน เกิดมาเพื่ออะไร และกำลังจะไปไหน ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นความลับดำมืดของชาวโลกทุก ๆ คน เมื่อไม่ทราบเป้าหมายชีวิตก็ทำให้ปฏิบัติผิดทาง เพราะไม่มีกัลยาณมิตรคอยแนะนำ จึงทำให้พลัดไปตกในอบาย ต้องได้รับทุกข์ทรมานเป็นเวลายาวนาน หลายกัปหลายกัลป์เลยทีเดียว กว่าจะพ้นกรรมจากนรก ยังต้องมาเกิดเป็นเปรต เป็นอสุรกาย เป็นสัตว์เดรัจฉาน ก็ยาวนาน เมื่อมาเกิดเป็นมนุษย์ใหม่ก็ทุกข์ยากลำบาก ต้องแสวงหาหนทางอยู่รอด ต้องไปลักไปขโมย เมื่อทำบาปอกุศลขึ้น ก็พลัดไปตกในนรกอีก ก็จะวนเวียนอยู่อย่างนี้เรื่อยไป
นรกนั้นร้อนมีทุกข์มาก มีทุกข์ตลอดเวลา ไม่มีช่องว่างของความทุกข์เลย แม้แต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเอง พระองค์ก็ยังไม่สามารถที่จะอธิบายถึงความทุกข์ในนรกได้ว่ามันทุกข์ทรมานขนาดไหน พระองค์ได้แต่เพียงทรงอุปมาให้ฟังว่าเปรียบเสมือนมีนักโทษคนหนึ่ง ถูกพระราชาสั่งลงโทษด้วยการแทงด้วยหอก ในตอนเช้าพระราชาทรงให้ราชบุรุษแทงนักโทษด้วยหอกร้อยเล่ม ปรากฏว่านักโทษยังไม่ตาย ช่วงกลางวันพระราชาก็ให้แทงด้วยหอกอีกร้อยเล่ม ปรากฏว่าโจรก็ยังไม่ตาย ในตอนเย็นพระราชาก็สั่งให้แทงด้วยหอกอีก ๑๐๐ เล่ม นักโทษคนนี้โดนแทงด้วยหอกถึง ๓๐๐ เล่ม
เราลองคิดดูเถอะว่าจะทุกข์ทรมานขนาดไหน หากใครที่เคยโดนมีดบาด เราก็คงพอจะคาดคะเนได้ว่าถ้าโดนหอกแม้เพียงเล่มเดียว จะทุกข์ทรมานขนาดไหน แต่พระองค์ทรงตรัสกับภิกษุทั้งหลายว่า ภิกษุทั้งหลายเธอจะเข้าใจว่าอย่างไร หินที่อยู่ในมือของตถาคตกับภูเขาสิเนรุราช อย่างไหนจะใหญ่กว่ากัน ภิกษุทั้งหลายจึงตอบว่าภูเขาสิเนรุราชซิพระเจ้าค่ะ หินก้อนนี้ยังไม่ได้เศษเสี้ยวของภูเขาเลยพระเจ้าข้า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสว่าอย่างนั้นเหมือนกัน ภิกษุ ทุกที่นักโทษคนนี้ได้รับจากการแทงด้วยหอกถึง ๓๐๐ เล่มนั้น ก็เปรียบเสมือนหินที่อยู่ในฝ่ามือของตถาคตนั่นเอง ส่วนความทุกข์ในนรกนั้นยิ่งกว่าภูเขาสิเนรุราชเสียอีก นี่คืออันตรายจากการที่เราไม่รู้เป้าหมายของการเกิดมา
คุณยายและหลวงพ่อท่านบอกให้เรารู้สิ่งเหล่านี้ เพราะฉะนั้นพระคุณของท่านจึงไม่มีประมาณ พวกเราจึงเป็นผู้โชคดีที่เกิดมาได้รู้เป้าหมายที่แท้จริงของชีวิต และยังได้ปฏิบัติตามปฏิปทา เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ของการเกิด นั่นคือเราเกิดมาสร้างบารมี การสร้างบารมี พระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตชีโว ท่านได้ให้คำจำกัดความไว้ว่า การสร้างบารมีคือการทำความดีโดยเอาชีวิตเป็นเดิมพัน ไม่ว่าจะมีปัญหาหรืออุปสรรคมากน้อยเพียงใดมาขวางกั้นก็ตาม
ดังเหตุการณ์ที่วัดเราถูกโจมตีอย่างรุนแรง จากผู้ที่ไม่เข้าใจก็ตาม หรือจากความอิจฉาริษยาบ้างก็ตาม แต่พวกเราก็ยังมั่นคง ยังมีความเชื่อมั่นในความดีที่เราทำ จนสามารถแก้ไขสถานการณ์ด้วยธรรมะ ด้วยความดี ด้วยความบริสุทธิ์ใจบนความถูกต้อง และยังได้ปฏิบัติอยู่ในโอวาทของครูบาอาจารย์ ของหลวงพ่อวัดปากน้ำที่ท่านบอกสอนไว้ว่าไม่สู้ ไม่หนี ทำดีเรื่อยไป นี่คือการต่อสู้อย่างพระ คือไม่ไปสู้รบตบมือกับใคร ไม่ให้เราเสียศีล ไม่ให้ใครต้องเดือดร้อนเพราะเรา แต่เราได้แต่เพิ่มเติมบุญบารมีของเราโดยคิดว่าบุญที่เราทำนั้นคงยังไม่มากพอที่จะให้ทุกคนได้เห็น เราก็ทำความดีกันเรื่อยไป
การสร้างบารมีจึงไม่ได้ง่ายเหมือนพูดด้วยปาก แต่ต้องเอาชีวิตเป็นเดิมพัน และยังต้องอาศัยครูบาอาจารย์ที่มีสติ มีปัญญา และมีคุณธรรมคอยแนะนำ คอยให้กำลังใจ แต่สิ่งที่คุณยายท่านให้เรานั้นมากกว่าคำแนะนำ นั่นก็คือท่านทำให้เราดูเป็นตัวอย่างด้วยตัวของท่านเอง แถมยังคอยประคับประคองแล้วก็หมั่นตอกย้ำเป้าหมายชีวิตอยู่ตลอดเวลา ทำให้พวกเราต่างค่อย ๆ เข้มแข็ง และมีความเชื่อมั่นมีกำลังใจอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะกำลังใจนั้นเป็นสิ่งสำคัญในการที่คนใดคนหนึ่งก็ตามจะทำความดี เพราะแม้เราจะรู้อยู่ว่าอะไรดี อะไรไม่ดี อะไรบุญ อะไรบาป อะไรควร อะไรไม่ควรก็ตาม แต่หากกำลังใจไม่พอ เราก็ไม่สามารถที่จะสวนกระแสทำในสิ่งที่ดีได้
ดังตัวอย่างที่เราเห็นอยู่ทั่วไป คนที่ติดยาเสพย์ติดต่าง ๆ ไม่ใช่เขาจะไม่รู้ว่ายาเสพย์ติดไม่ได้ แล้วจะให้โทษแก่ตัวเองและประเทศชาติอย่างไร แต่เพราะกำลังใจไม่เข้มแข็งพอ จึงต้องไปทำผิดทำพลาดเข้า แต่การสร้างบารมีนั้นต้องอาศัยกำลังใจมากไปกว่านั้นอีก เพราะเราจะต้องเสียสละทั้งทรัพย์สิน เงินทอง ความสะดวกสบาย หรือแม้แต่บางครั้งเราต้องสูญเสียอิสรภาพ เพราะฉะนั้นการที่ใครคนใดคนหนึ่งจะเป็นนักสร้างบารมีได้ จึงไม่ใช่ของง่าย เราจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีครูบาอาจารย์คอยแนะนำตักเตือนตลอดเวลา
หลวงพ่อธัมมะท่านเคยกล่าวไว้ว่าเผลอไม่ได้นะ เผลอเป็นเสร็จ ยิ่งในช่วงนี้ ในยุคของเราได้เกิดมานี่ พวกเราเกิดมาในยุคของศีลธรรมที่กำลังเสื่อมโทรมไปจากจิตใจของมนุษย์ หากไม่มีหลวงพ่อและคุณยายคอยขนาบแล้วขนาบอีก ป่านนี้ก็ยังไม่รู้เลยว่า ณ วันนี้เราจะอยู่ ณ ที่แห่งใด การลงมาเกิดเป็นมนุษย์ จึงเป็นความเสี่ยงอย่างยิ่ง เพราะหากลงไปในยุคที่ไม่มีพระพุทธศาสนา ไม่มีครูบาอาจารย์คอยให้กำลังใจในการสร้างความดี แม้แต่เทวดายังไม่อยากจะลงมาเกิดเลย เพราะกลัวว่าถ้าลงไปเกิดแล้วจะเอาตัวไม่รอด กลัวจะแพ้ กลัวจะแพ้อำนาจฝ่ายต่ำ หลงไปทำบาปอกุศลเข้า ก็จะกลับไปเสวยสุขที่เดิมไม่ได้ อย่าว่าแต่จะขึ้นไปเสวยสุขในสวรรค์ชั้นสูงกว่าเดิมเลย เอาแค่กลับที่เดิมได้ก็เก่งพอสมควร
คุณยายอาจารย์และหลวงพ่อ นอกจากท่านจะคอยแนะนำพร่ำสอนและเป็นกำลังใจให้แล้ว ท่านยังสร้างโอกาสให้พวกเรา ให้ได้สั่งสมบุญบารมีกันอย่างเต็มที่ เต็มอิ่มอีกด้วย เพราะท่านเห็นว่าอายุมนุษย์นั้นสั้น ท่านจึงหาแต่บุญใหญ่ ๆ มาให้พวกเราได้สร้างอย่างสม่ำเสมอตลอดเวลา เพราะหลวงพ่ออยากให้พวกเราทุก ๆ คนใช้เวลาที่อยู่อย่างจำกัดบนโลกมนุษย์ สร้างบารมีให้ได้มากที่สุด
และยิ่งไปกว่านั้น หลวงพ่อยังได้ทำให้การสร้างบารมีของพวกเราเต็มไปด้วยความสนุก ร่าเริงบันเทิงบุญด้วยเทคนิคและวิธีการที่แปลก แต่ว่าก็ยังอยู่ในหลักการของการสร้างบุญสร้างบารมี อย่างที่พวกเราก็ทราบกันเป็นอย่างดี และยังครบถ้วนทั้ง ๑๐ ทัศ ถ้าหากจะกล่าวโดยย่อก็ ๓ ประการ คือทาน ศีล ภาวนา
การทำทานของพวกเราเป็นสิ่งที่อัศจรรย์ เพราะเราทำแบบทุ่มสุดตัวสุดหัวใจ ขอเพียงให้เราทราบว่ามีบุญอะไร พวกเราก็พร้อมที่จะทำ และไม่เคยอิ่มที่จะทำ เรามีพยานหลักฐานที่ปรากฏให้พวกเราได้เห็นเป็นศาสนวัตถุ ศาสนสถานต่าง ๆ ที่เรากำลังใช้สร้างบารมีกันอยู่ทุกวันนี้ ตั้งแต่สภาธรรมกายสากลหลังนี้ มหาธรรมกายเจดีย์ และอื่น ๆ อีกนับไม่ถ้วน
การให้ทานของคนธรรมดาเช่นพวกเรา แม้มหาเศรษฐียังทำไม่ได้เช่นพวกเรา เพราะใครก็ตามที่จะทำทานให้ได้มาก อย่างชนิดที่เรียกว่าทานบารมีนั้น ต้องเอาชีวิตเป็นเดิมพันในการให้ทาน คนๆ นั้นจะต้องเอาชนะความตระหนี่ที่มีอยู่ในตัวให้ได้เสียก่อน ดังเช่นมหาทุกขตะ ในครั้งที่ไปฟังพระธรรมเทศนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า กว่าจะตัดสินใจถวายผ้า ไปตัดสินได้ในยามสุดท้ายแห่งราตรี เพราะต้องต่อสู้กับความตระหนี่ที่ครอบงำจิตใจตลอดเวลา
แต่สำหรับพวกเรา สงสัยว่าคุณยายคงจะเก็บผังตระหนี่ของพวกเราไปหมดแล้วก็ได้ เพราะเราทำทานอย่างง่ายดาย เพียงแค่เปิดกระเป๋าล้วงปัจจัย จบ ๑ ครั้ง แล้วก็ถวายทันทีเลย บอกได้เลยว่าพวกเรามีคุณสมบัติอย่างนี้ เพราะคุณยายและหลวงพ่อท่านฝึกให้เราขยายใจ ฝึกให้เราทำทานตั้งแต่เล็กน้อย เพิ่มมาเรื่อย ๆ จนกระทั่งตัดความตระหนี่ของพวกเราทิ้งทุกวันทุกวัน
พูดถึงการรักษาศีลของพวกเราก็เป็นที่น่าอัศจรรย์ สังเกตจากความองอาจและความสง่างามของหมู่คณะเรา ในยามที่ต้องปรากฏตัวในท่ามกลางสาธารณชน ผิวพรรณวรรณะที่ผ่องใส ใบหน้าที่ยิ้มแย้มเบิกบานมีความสุข ล้วนเป็นพยานหลักฐานในการรักษาศีลของพวกเราเป็นอย่างดี สิ่งที่ตามมาจากการรักษาศีลและมารยาทของพวกเรา ยังเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดความศรัทธาต่อผู้ที่ได้พบเห็น
และโดยเฉพาะในช่วงนี้วัดเราได้อาราธนานิมนต์พระมหาเถระมาจากทั่วประเทศ มาสวดพระอภิธรรมงานบำเพ็ญกุศลของคุณยาย ท่านเหล่านั้นได้มาเห็นหมู่คณะของเราที่มีความพร้อมเพรียง มีศีล และมารยาทที่งดงาม หลายรูปท่านก็ยกย่องชมเชยถึงความพร้อมเพรียงของหมู่คณะเรา และเข้าใจลึกไปกว่านั้นอีกว่าหลวงพ่อและคุณยายท่านฝึกเรามาอย่างไร เพราะสิ่งที่เราทำจนเป็นปกติ คือความเป็นระเบียบเรียบร้อย ความพร้อมเพรียงในการประกอบพิธี สิ่งเหล่านี้ได้กลายเป็นสิ่งอัศจรรย์ของชาวโลกไปแล้ว นั่นเท่ากับว่าเราได้ยกย่องเทิดทูนสักการะบูชาต่อครูบาอาจารย์ของเราด้วยการปฏิบัติบูชาอย่างสูงยิ่ง
การเจริญภาวนาของพวกเราก็เช่นกัน กำลังเป็นที่จับตามองของชาวโลกด้วยความฉงนสนเท่ห์ว่าคนกลุ่มนี้มาทำอะไรกัน แล้วเขาจะได้อะไรจากการที่นั่งอย่างนี้ เพราะฉะนั้นการนั่งสมาธิเพื่อฝึกหัดขัดเกลาจิตใจของตัวเราเองนั้น ในขณะเดียวกันก็ได้กลายเป็นครูของชาวโลกไปด้วยโดยปริยาย เขากำลังสนใจที่จะศึกษาและแสวงหาความสุขที่แท้จริง พวกเราทุกคนได้จุดประกายแห่งความหวังให้กับชาวโลก หากจะกล่าวว่าพวกเราคือผู้สถาปนาสันติสุขให้กับโลก ก็คงจะไม่เป็นการกล่าวเกินจริงไปนัก เพราะเราได้เป็นต้นแบบและต้นบุญของผู้ที่แสวงหาความสุขที่สมบูรณ์ที่สุด เพราะความสุขภายในได้ชื่อว่าเป็นประธานของความสุขทั้งปวง
การที่เราได้สมบัติถึงปานนี้ หากไม่เรียกว่าพวกเราเป็นผู้โชคดีที่สุดแห่งยุคแล้ว ก็ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าอย่างไร อย่าว่าแต่มนุษย์เลยที่เขามีความปรารถนาอยากจะได้สมบัติเช่นพวกเรา แม้แต่เทวดาเองก็ยังอยากที่จะมีโอกาสมาเกิดในยุคของการสร้างบารมีเช่นพวกเรา แต่เขาก็ทำไม่ได้เพราะยังไม่ถึงเวลาและโอกาส เทวดาเขาทำได้แค่เพียงอนุโมทนาบุญกับพวกเราเท่านั้นเอง หลวงพ่อบอกว่าเทวดาเขายังไม่พอใจในบุญที่เขาทำได้แค่เพียงอนุโมทนา แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร หลวงพ่อท่านก็เลยฝากมาบอกพวกเราว่าอย่าทำเหมือนคนในอยากออก คนนอกอยากเข้า เดี๋ยวจะต้องมานั่งรำพึงแบบเทวดา
ดังนั้นให้เราทุ่มชีวิตสร้างบารมีกันต่อไป ตราบใดที่เรายังมีกำลังและเรี่ยวแรง เพราะเราอยู่ในแหล่งแห่งบุญ ตักตวงได้เท่าไหร่ก็ให้รีบตักตวงให้เต็มที่ เพราะยังไม่มีอะไรที่จะมาเป็นเครื่องประกันได้ว่าเราจะได้เกิดมาพบเจอหมู่คณะนักสร้างบารมี เจอหลวงพ่อและคุณยายที่จะเป็นผู้นำในการสร้างบารมีเหมือนชาตินี้ ถ้าหากเราพลัดหลงไปเกิดในหมู่คนพาล เราอาจจะไม่มีโอกาสสร้างบารมีได้เต็มที่ หรือแทบไม่มีโอกาสสร้างบารมีเลยก็เป็นได้
ดังเช่นในสมัยหนึ่ง พระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติอยู่ในเมืองพาราณสี ในครั้งนั้นพระเจ้าพรหมทัตทรงเป็นคนพาล พระองค์ชอบเล่นสนุก เมื่อพระองค์ทอดพระเนตรเห็นสิ่งใดที่แก่ ก็ชอบเล่นสนุก เช่นเจอโคแก่ก็จับมาให้วิ่งแข่งกันบ้าง ชนกันบ้าง เห็นสตรีแก่ก็รับสั่งให้เรียกมาเอาท้องชนกันบ้าง ให้ขับร้อง ให้เต้นรำบ้าง จนล้มลุกคุกคลานไปเลย ครั้นเห็นชายแก่ก็รับสั่งให้เรียกมา และบังคับให้เล่นแปลก ๆ จนชาวบ้านรู้สึกอับอาย จึงส่งบิดาและมารดาของตนไปอยู่นอกแว่นแคว้น จึงทำให้ขาดการดูแลและบำรุงบิดามารดา
ส่วนข้าราชการก็ชอบเล่นสนุกตามพระราชา เพราะโอกาสแค่จะบำรุงบิดามารดา ก็ยังไม่มีเลย จะป่วยกล่าวไปใยกับการได้ทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนา เมื่อเหตุการณ์เป็นดังนี้ เป็นเหตุให้ผู้ที่ตาย ไปบังเกิดเต็มในนรก เรียกว่านรกล้นเลยทีเดียวในยุคนั้น พวกนายนิรยบาลต้องทำงานหนักตลอดเวลา และส่งผลให้จำนวนเทพบุตร เทพธิดาลดจำนวนลง จนสวรรค์เกือบจะร้าง ท้าวสักกะเมื่อไม่ทรงเห็นเทพบุตร เทพธิดาเกิดขึ้นใหม่ ทรงรำพึงว่าเพราะเหตุใดหนอ แลครั้นตรวจด้วยทิพจักขุจึงทราบเหตุนั้น และคิดว่าเราจะต้องลงไปทรมานพระเจ้าพรหมทัต
ครั้งนั้นพระองค์ทรงแปลงเพศเป็นพราหมณ์แก่ทรงเกวียนเก่า เทียมโคแก่อีก ๒ ตัว บรรจุเปรียง ในวันที่เมืองพาราณสีมีมโหสพ ในวันนั้นพระเจ้าพรหมทัตทรงช้างพระที่นั่งเสด็จเลียบพระนคร ท้าวสักกะแปลงก็ขับเกวียนเก่า เทียมโคแก่ตรงไปยังพระราชา เมื่อพระราชาทอดพระเนตรเห็นท้าวสักกะในลักษณะที่เป็นคนแก่ดังนั้น ก็ตรัสสั่งให้ทหารไปนำตัวมา แต่ก็ไม่มีใครเห็น เพราะท้าวสักกะทรงใช้ฤทธิ์ของตน แสดงให้เห็นเฉพาะพระราชาเท่านั้น
เมื่อท้าวสักกะขับเกวียนไปถึงพระราชา ก็ขับขึ้นไปบนอากาศ แล้วก็ทุบตุ่มที่เต็มไปด้วยเปรียง ให้ราดรดพระเศียรของพระราชา เปรียงก็ไหลเปรอะเปื้อนพระราชา พระราชาทรงอึดอัดและขยะแขยง เมื่อท้าวสักกะทราบดังนั้นก็ขับเกวียนหายไป แล้วเนรมิตพระองค์เป็นท้าวสักกะดังเดิม ประทับยืนอยู่บนอากาศ ตรัสคุกคามพระราชาว่าดูก่อน อธรรมิกราชผู้ชั่วช้า ชะรอยท่านจะไม่แก่หรือ ความชราจะไม่กร่ำกรายสรีระท่านหรืออย่างไร ท่านมัวแต่เล่นเบียดเบียนคนแก่อยู่มากมาย เพราะอาศัยท่านผู้เดียว คนที่ตายไปเพราะกรรมนั้นจึงเต็มอยู่ในอบาย แต่นี้ต่อไปท่านอย่าได้ทำกรรมถึงป่านนี้อีกเลย หากท่านไม่งดกรรมนี้ เราจะทำลายท่านด้วยจักรเพชรนี้ ตั้งแต่นั้นมาพระราชาก็มิได้แม้แต่เพียงคิดที่จะทำกรรมนั้นอีกต่อไป
ให้เราพิจารณาประโยคนี้ให้ดี เพราะมีความสำคัญมาก ประโยคที่ว่าเพราะอาศัยท่านผู้เดียว คนที่ตายไปเพราะกรรมนั้นจึงเต็มอยู่ในอบาย เพราะผู้นำมีความสำคัญในการที่จะนำชีวิตของเราให้มีความสุขหรือมีความทุกข์ ให้ประเสริฐหรือตกต่ำ หากเราได้ผู้นำที่เป็นคนพาล เป็นมิจฉาทิฏฐิ เราคงไม่มีโอกาสที่จะสร้างบุญสร้างบารมีเหมือนอย่างทุกวันนี้ แต่เพราะเราได้ผู้นำอย่างหลวงพ่อและคุณยาย เราจึงมีโอกาสที่มาสั่งสมบุญ สั่งสมบารมีได้อย่างเต็มที่อย่างนี้ นี่คือพระคุณที่พวกเราทุกคนต่างซาบซึ้งกันเป็นอย่างดี เพราะฉะนั้นให้เราทั้งหลายจงรักษาความโชคดีนี้เอาไว้ด้วยชีวิต
และในยุคของเรา หลวงพ่อท่านเคยกล่าวเอาไว้ว่าจะเป็นยุคที่นรกร้าง สวรรค์ล้น ให้นายนิรยบาลนี่ตกงานไปเลย และให้สวรรค์เนืองแน่นไปด้วยเหล่าเทพบุตรเทพธิดา ยอดนักสร้างบารมีที่จะมาชื่นชมอนุโมทนาปรีดากัน แซ่ซ้องสรรเสริญถึงภาพประวัติชีวิตอันงดงามที่ร่วมสร้างบุญสร้างบารมีกัน ไม่ว่าจะเป็นสิ่งใดก็ตามที่เราทำกันด้วยความทุ่มเท เสียสละ สิ่งเหล่านี้จะเป็นภาพประวัติชีวิตที่จะทำให้พวกเรามีความภาคภูมิใจไปตลอดทุกภพทุกชาติ
แม้แต่พระอรหันต์เองก็ตาม เป็นอริยประเพณีก็ว่าได้ พระอรหันต์เวลาที่ท่านได้บรรลุธรรม พระอรหันต์ทั้งหลายเหล่านั้นท่านจะทรงรำลึกถึงภาพประวัติชีวิตการสร้างบารมี ว่าเหตุใดท่านจึงได้สมบัติ ได้บรรลุธรรม ได้มรรคผลนิพพาน ท่านก็จะย้อนระลึกถึงภาพประวัติศาสตร์เหล่านั้น แล้วก็จะเป็นเนติแบบแผนให้กับเหล่านักสร้างบารมีที่จะมาสร้างบารมีในภายหลังต่อไป
เพราะฉะนั้นพวกเราเมื่อได้สมบัติถึงปานนี้ ในคราวที่พวกเรามีความสุข ในคราวที่พวกเราได้ไปรวมชุมนุมกันอยู่ ณ ดุสิตบุรี เราอาจจะต้องกล่าวประโยคที่ว่าเพราะอาศัยหลวงพ่อและคุณยายแท้เชียว เราถึงได้สมบัติถึงปานนี้ เพราะฉะนั้นเราจะได้ลุยกันต่อไป เป้าหมายต่อไปข้างหน้าของเราก็คือการสร้างมหาวิหารพระมงคลเทพมุนี บูชาคุณยาย ถวายพระมงคลเทพมุนีลุยกฐินสามัคคี Super big grand ของเราต่อไป เราจะได้ทำอย่างเต็มที่เต็มกำลัง
ต่อจากนี้ไปเราจะได้ปฏิบัติบูชาคุณยายอาจารย์โดยการเจริญสมาธิภาวนากัน ให้เราหลับตารวมใจของเรา ให้ใจของเราหยุดนิ่งอยู่ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ของเรา ประคองใจของเราให้หยุด ให้นิ่ง ให้ใส สะอาด บริสุทธิ์ นึกน้อมถึงคุณยายอาจารย์ของเราให้มาปรากฏอยู่ ณ ศูนย์กลางกาย ให้ชัด ใส แจ่ม กระจ่างอยู่กลางใจของเรา ภาพของยายเป็นภาพที่นำมาซึ่งความปีติเบิกบานใจ นำมาซึ่งความสุข หากว่าเราได้ตรึกระลึกนึกถึงภาพของคุณยายไว้ที่ศูนย์กลางกาย ความทุกข์ทั้งหลายก็เหมือนจะไม่มี ความทุกข์ทั้งหลายจะมลายหายสูญไป เพราะฉะนั้นให้เราตรึกระลึกถึงคุณยายอาจารย์ของเรา
เราอาจจะนึกถึงภาพของท่าน หรือเราอาจจะนึกถึงอิริยาบถต่าง ๆ ที่เราได้เคยเห็นเองก็ตาม ที่เราได้เคยเห็นในรูปก็ตาม ภาพประวัติชีวิตอันงดงามของคุณยายอาจารย์นั้น จะนำมาซึ่งความสงบของใจ เพราะธรรมชาติของยาย ใจยายจะหยุดอยู่ที่ศูนย์กลางกายตลอดเวลา หากเราได้น้อมนำคุณยายอาจารย์มาไว้ที่ศูนย์กลางกาย ก็จะทำให้ใจของเรานั้นหยุดตามไปด้วย บุญกุศลก็จะถูกส่งผ่านจากศูนย์กลางกายของคุณยายอาจารย์ ผ่านมาหล่อเลี้ยงศูนย์กลางกายของเรา ส่งผลให้ความสุข ความสำเร็จในชีวิตของเรานี่ ได้เกิดขึ้น ความสมปรารถนาทั้งหลายที่เราได้ตั้งเอาไว้ดีแล้ว ไม่ว่าจะเป็นในหน้าที่การงาน หรือจะเป็นเรื่องของการสร้างมหาทานบารมี ความตั้งใจที่จะเป็นประธานกองก็ให้สำเร็จสมความปรารถนา และแม้แต่ธรรมปฏิบัติของเราก็จะได้ก้าวหน้าไปเรื่อย ๆ
********************************** จบ **********************************