ควรทำบุญด้วยอะไร
(ม้วน 1/A)
พระประดิษฐ์ : ขอนอบน้อมแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า กราบนมัสการพระมหาเถระ พระเถรานุเถระทุกๆ รูป สวัสดีเพื่อนสหธรรมิกทุกๆ รูป เจริญพร สามเณร อุบาสก และอุบาสิกาทุกๆ ท่าน (สาธุ)
วันนี้เป็นวันช่วงของวันอาทิตย์แรกของการเข้าพรรษานะ แล้วก็หลายๆ ท่านก็ได้ร่วมกันทำบุญถวายผ้าอาบน้ำฝนแด่พระภิกษุสงฆ์ และก่อนหน้านั้นทุกๆ ท่านก็ หลายท่านก็ได้รับผ้าไตรจักรพรรดิมหาสมบัติจากพระเดชพระคุณหลวงพ่อ เพื่อจะเอาไว้อธิษฐานแล้วก็สร้างบุญใหญ่ช่วงทอดกฐิน
พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านมีความปรารถนาดีที่จะให้ลูกๆ เป็นมหาเศรษฐีผู้ใจบุญเร็วๆ เพราะงั้นจะเห็นเลยว่าพระเดชพระคุณหลวงพ่อจะมีบุญใหญ่ให้ทำทุกครั้ง ก็เป็นความโชคดีของลูกๆ ทุกๆ คน บุญใหญ่ไม่ต้องคิดเลย คอยฟังอย่างเดียวว่าหลวงพ่อให้ทำอะไร แล้วทำให้ได้เยอะๆ อย่างที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านบอก นั่นแหละ นั่นแหละคือความมีบุญของเรา บุญใหญ่ไม่ต้องคิด ทำตามที่หลวงพ่อทำบอก แล้วทำให้ได้เยอะๆ นะ แล้วก็จะสมปรารถนา
เพราะฉะนั้นในวันนี้ก็เนื่องจากเป็นช่วงพรรษาแล้วก็ถวายผ้าอาบน้ำฝนกัน ก็ขอเล่าเรื่องที่เกี่ยวกับการถวายผ้าที่หลายท่านก็คงเคยฟังพระเดชพระคุณหลวงพ่อได้พูดเรื่องมหาทุกขตะแด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้านั่นแหละนะ ทีนี้ก็เป็นเรื่องเดิม แต่ว่าก็อยากจะได้ตอกย้ำเพิ่มเติมถึงความมีบุญของตัวเราเองด้วย และถึงวิธีการสร้างบุญใหญ่ที่หลวงพ่อทั้งสองให้ลูกๆ ทำ แนะให้ลูกๆ ทำ ชวนลูกๆ ทำ ไม่ได้ผิดจากแนวทางนี้เลยนะ ไม่ได้ผิดเลย แล้วก็ทำให้ แล้วหลวงพ่อท่านก็จะสอนให้ทำเยอะๆ ด้วยนะ
เพราะงั้นการฟังธรรม ทุกท่านก็ต้องทราบอานิสงส์ก่อนนะ หลายท่านอาจจะทราบแล้ว ก็ต้องพูดย้อนใหม่สำหรับท่านที่อาจจะไม่ทราบ ว่าการฟังธรรมนี่จะมีอานิสงส์ ๕ ข้อ
อันที่ ๑ ย่อมได้ฟังสิ่งที่ยังไม่เคยได้ฟัง สำหรับคนใหม่
อานิสงส์ข้อที่ ๒ คือเรื่องใดก็ตามที่เราได้ฟังแล้ว เมื่อได้ฟังแล้วย่อมแจ่มแจ้งขึ้น เข้าใจมากขึ้น
เรื่องที่ ๓ ก็คือทำให้เราหายสงสัยได้ บางเรื่องเข้าใจ แต่ฟังซ้ำๆ อีกบรรเทาความสงสัยได้
อานิสงส์ข้อที่ ๔ ก็คือทำความเห็นให้ตรง บางทีเราเข้าใจแต่ว่าเราอาจจะสรุปและคิดอีกอย่างหนึ่ง มันยังไม่ค่อยตรง เราฟังธรรมะซ้ำๆ อีก จะทำให้เรามีความเห็นตรงขึ้น
และอันสุดท้ายคือเมื่อฟังธรรมะแล้วนี่ ทำให้จิตของผู้ฟังนั้นผ่องใส เบิกบาน
อย่างที่เวลาเราฟังธรรมะจากพระเดชพระคุณหลวงพ่อ ฟังแล้วสบาย สบายใจ ฟังพระเดชพระคุณหลวงพ่อทุกวันอาทิตย์ รู้สึกรวยขึ้นเรื่อยๆ นะ มีความรู้สึกอย่างนั้น ทั้งๆ ที่หยาบก็ยังเห็นไม่มาก แต่ว่าความรู้สึกเรารวยขึ้นไปตั้งเยอะ ฟังพระเดชพระคุณหลวงพ่อแล้วมีความสุข นั่นคืออานิสงส์ของการฟังธรรมนะ
เรื่องของเรื่องอย่างที่หลายท่านคงฟังจากพระเดชพระคุณหลวงพ่อให้ฟังว่าเหมือนมหาทุคคตะที่ถวายผ้าผืนเดียว ท่านชื่อ*จุลเลกะสาฎกนะ ชื่อท่านอย่างนั้น เป็นสามีภรรยา เป็นพราหมณ์ สมัยยุคของท่านนี่พระพุทธเจ้าจะแสดงธรรม ๗ ปีต่อครั้ง ๗ ปี ๑ ครั้ง ท่านก็เลยจนแต่ตัว แต่ว่าใจนี่มีอริยทรัพย์อยู่เต็มเปี่ยม ใจอยากทำบุญ อยากฟังธรรม แต่ว่าพราหมณ์มีผ้านุ่งผืนเดียว ภรรยาก็มีอีกผืนหนึ่ง นุ่งคนละผืน แต่ก็จะมีผ้าห่มอีกแค่ผืนเดียว ก็สรุปง่ายๆ ว่ามี ๓ ผืน ทั้งบ้าน นุ่งคนละผืน แล้วก็เอาไว้คลุมตัวอีกผืนหนึ่ง
ก็เลยคุยกันว่าเราอยากจะไปฟังธรรม ฝ่ายภรรยาก็บอกว่าน้องเป็นผู้หญิง ขอไปตอนกลางวัน พราหมณ์ก็เฝ้าบ้าน พอตกตอนเย็น ภรรยาก็เฝ้าบ้าน พราหมณ์ก็ไปฟังธรรม เพราะว่ามีผ้าห่มผืนเดียว ใช้ผ้าห่มผืนเดียวกัน ทีนี้ก็เกิด เกิดเป็นประวัติการสร้างบารมีที่ยิ่งใหญ่ ฟังธรรมไป พระพุทธเจ้าท่านก็เทศน์โปรด แล้วก็คงจะโปรดท่านนั่นแหละนะ เทศน์ไปจนกระทั่งพราหมณ์นี่ปีตินะ ปีติแต่ไม่มีตังก์ ตังก์ไม่มี เอามือจับแล้ว อยากจะทำบุญจังเลย เหมือนเราปีติ เราก็รับผ้ากับหลวงพ่อน่ะแหละนะ เหมือนกัน
พอท่านเอามือจับผ้าเสร็จอยากจะถวาย ความตระหนี่ก็มาบังเอาไว้นะ เอ๊ะ แล้วพรุ่งนี้นี่ ภรรยาก็เอาผ้าอะไรห่มมาฟังเทศน์ ก็เป็นความคิดที่เป็นกุศลนะ คือจะได้ห่มมาฟังเทศน์ตอนกลางวัน ก็เลย งั้นเอาไว้ก่อนนะ
พระพุทธเจ้าท่านก็ อันนี้ได้รับทราบจากพระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านเมตตาเล่าให้ฟังว่า พระพุทธเจ้าเวลาท่านเทศนานี่ ท่านจะโปรดใคร พระสุรเสียงของท่าน ท่านก็ตัดออกมา แต่ข้างในท่าน ท่านแก้ให้นะ แก้ แก้เอากิเลสทั้งหลายออกให้หมด แล้วเพื่อจะให้สมบัติกับคนๆ นั้นนะ ใครตัดความตระหนี่ได้เร็ว ก็ได้สมบัติเร็ว
ปรากฏว่า*จุลกะสาฎก นี่ท่านยังไม่ตัดสินใจ แต่อยากแล้ว อยากทำ จนยามที่ ๒ ปีติอีกแล้ว เอ้าฟังธรรมไปปีติ ส่วนละเอียดท่านก็แก้ไป ความตระหนี่ก็เริ่มลดลง ลดลง ความศรัทธามากขึ้นอยากทำ พอจับผ้าอีกครั้งที่ ๒ ก็ ความกังวลก็ตามมาอีก อึม เราก็มีผ้าอยู่แค่นี้ ปัญหาในอนาคตก็คิดไปเรื่อยนะ คิดไปเรื่อยเลย งั้นก็อย่าเลยนะ เอาไว้ก่อน เอาไว้ก่อน
จนกระทั่งยามที่ ๓ นั่นแหละ พอปีติมากขึ้น มากขึ้น ยามที่ ๓ ก็เลยตัดสินใจถวาย หลวงพ่อท่านบอกว่าอย่าพึงคิดว่าพระพุทธเจ้าอยากได้ผ้าผืนนั้นนะ แต่ท่านอยากให้พราหมณ์นี่ได้บุญใหญ่ ท่านเลยต้องเทศน์โปรดพราหมณ์ตั้งแต่หัวค่ำจนกระทั่งถึงใกล้รุ่ง ส่วนละเอียดท่านก็แก้ฮะ แก้ไขความตระหนี่ให้ แล้วท่านก็ต้อง ส่วนหยาบท่านก็เทศน์สอนไป
พราหมณ์ตัดสินใจช้านะ พระพุทธเจ้าท่านก็เลยต้องเทศนาทั้งคืน ตัดสินใจช้าก็ลำบากพระพุทธเจ้าท่าน จนกระทั่งใกล้รุ่ง พอใกล้รุ่งก็เลยตัดสินใจว่าพรุ่งนี้ค่อยคุยกันใหม่ มีปัญหาค่อยคิดกัน แต่ตอนนี้อยากทำบุญ ก็เลยเอาผ้าผืนนั้นแหละพับมา คลานออกไปแล้วก็ถวายพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พอถวายเสร็จปีติมากนะ ปีติมาก เพราะตัดสินใจยาก พอปีติมากๆ มากๆ เข้า ก็อดจะเอ่ยคำที่เราคุ้นเคยกันไม่ได้ คือคำว่าชิตังเม เราชนะแล้ว เราชนะแล้ว ๓ ครั้งนะ
พระราชาท่านก็นั่งฟังธรรมอยู่ในม่าน ท่านก็ได้ยินเสียงท่านก็มองว่าใครมาพูดเราชนะแล้วแถวนี้ พระราชาจะไม่ค่อยได้ชอบคำนี้เท่าไหร่ เพราะว่าปกติออกรบนี่ ท่านต้องเอ่ยเองนะ แต่ตอนนี้ใครมาเอ่ยก็ให้ทหารไปถามดู ไปถามเสร็จ พราหมณ์บอกว่าบุคคลที่ใส่เสื้อเกราะถืออาวุธแล้วออกรบ แล้วมีชัยชนะต่อศัตรูน่ะ ยังไม่อัศจรรย์หรอก แต่ชัยชนะของเราซิ ชนะตัวเอง ชนะความตระหนี่ แล้วสละผ้าซึ่งมีอยู่ผืนเดียวใช้ ๒ คน เราถวายพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ เราชนะความตระหนี่ในใจได้ นี่เป็นชัยชนะที่อัศจรรย์กว่า
พระราชาท่านก็ดีมากเลยนะ ท่านก็บอกว่าโอ้พราหมณ์นี่ฉลาดเอาบุญ เรามีผ้าเยอะแยะยังไม่ได้คิดถวายเลย พราหมณ์มีอยู่ผืนเดียวยังถวาย ฉลาดหาบุญ ดีมากเลย ให้ทหารเอาผ้าไปให้ ๑ คู่ พราหมณ์แม้สมบัติหยาบมีน้อย แต่สมบัติละเอียดมีเยอะ ก็เลยฉลาดคิด คิดว่าเมื่อกี้ถ้าเรานั่งเฉยๆ นะ ผ้าก็ไม่ได้หรอก นี่เห็นเราไปบูชาคุณพระพุทธเจ้าด้วยผ้าผืนเก่าๆ ของเรา เขาเลยเห็นคุณตรงนี้ เพราะฉะนั้นผ้าผืนนี้ได้มาเพราะบูชาพระพุทธเจ้า เราไม่เอาแล้ว เราจะเอาบุญอีก ก็เลยเอาผ้าคู่นี้ถวายพระพุทธเจ้าอีก
พอพระราชาท่านทราบว่าพราหมณ์ถวายพระพุทธเจ้า ก็ส่งมาให้ใหม่เป็น ๒ คู่ พราหมณ์ก็ไปถวายอีก ก็ถวายไปเรื่อย เป็น ๔ คู่ ๘ คู่ไปเรื่อยเลย จนกระทั่งถึง ๓๒ คู่ พอถวาย ๓๒ คู่เสร็จ พราหมณ์ท่านก็ฉลาด คิดว่าเดี๋ยวหาว่าเราอยากได้ผ้ามากกว่านี้ อย่ากระนั้นเลย เดี๋ยวเราเก็บไว้ ๒ คู่ คู่หนึ่งสำหรับตัวเอง คู่หนึ่งสำหรับภรรยา ส่วนอีก ๓๐ ก็ถวายอีก คืนนั้นก็ได้ผ้ามา ผ้าใหม่มา ๒ คู่นะ
ตั้งแต่นั้นนี่ เริ่ม พระราชาเริ่มมีความคุ้นเคยกับพราหมณ์ เวลาไปฟังธรรมก็เจอกัน สมบัติใหญ่ยังไม่ได้เลยนะ ยังไม่ได้ เพราะว่าตัดสินใจช้า ปรากฏว่าต้องเข้าหน้าหนาว เข้าหน้าหนาว เข้าหน้าหนาวพระราชาก็มีผ้ากัมพลอยู่ผืนเป็นพัน มี ๒ ผืน ก็เลยให้พราหมณ์ว่าเออ มันหน้าหนาวแล้วนี่ เอาไปห่ม กันหนาว พอพราหมณ์ได้มา พราหมณ์ก็มองว่าผ้าผืนนี้มันแพง ไม่มีประโยชน์ที่เราจะมาห่มกับกายที่เน่าเปื่อยของเรานี่ ถวายพระพุทธเจ้าดีกว่า ก็เอาไปขึงถวายท่านนะตรงที่ประทับของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั่นแหละ
พอวันรุ่งขึ้น พระราชามาแต่เช้า เสด็จมาแต่เช้า เห็นผ้ากระทบกับฉัพพรรณรังสีของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ความสว่าง ท่านก็เห็นว่าเอ๊ะ ผ้าผืนนี้มันเหมือนผ้าที่ให้พราหมณ์ไปเมื่อวานนี้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านก็เลยตรัสบอกว่า ถูกแล้ว มหาบพิตรราชาพราหมณ์ แต่พราหมณ์บูชาตถาคต เพราะฉะนั้นผ้าผืนนี้เป็นของพราหมณ์
พระราชาก็เลยนึกอีก แหม พราหมณ์นี่ฉลาดจริงๆ เลย ผ้าเรามีอยู่เยอะแยะ เราก็ไม่ได้คิดถวายเลยนะ คือคิดบุญไม่ออก คือว่าจะเอาบุญอะไรดี พราหมณ์นี่ฉลาดหาบุญ ก็เรียกพราหมณ์มา ก็ยกที่ให้ มีข้าทาสชายหญิงให้อย่างละ ๘ ช้างม้าให้อย่างละ ๘ แล้วตั้งให้เป็นปุโรหิตผู้ใกล้ชิดพระราชา เป็นปุโรหิตผู้ใกล้ชิดพระราชา พราหมณ์ซึ่งเมื่อเป็นปุโรหิตแล้วก็ไม่ประมาทแล้ว ไม่ประมาท ตั้งใจทำบุญใหญ่เลย จนกระทั่งละโลกไป ไปเกิดบนสวรรค์
แล้วบุญนั้นก็ส่งผลให้ภพชาติต่อมาอีก ถัดๆ มาอีก ท่านได้มาเกิดเป็นพระราชา มาเป็นพระราชา มีต้นกัลปพฤกษ์บังเกิดขึ้นทั้ง ๔ ทิศ ๓๒ ต้น แล้วยุคของท่านนั้นประกาศเลยว่าหญิงคนใดที่ทอผ้า กรอด้ายให้เลิกอาชีพนี้เลย ใครอยากได้ผ้า ให้มาเอาที่ต้นกัลปพฤกษ์ที่เกิดจากอำนาจบุญของเรา เพราะงั้นในยุคถัดๆ มานี่ เมื่อท่านเป็นพระราชาปกครองประเทศ ยุคของท่านอาชีพทอผ้าก็ไม่มี ด้วยอำนาจบุญที่ท่านถวายผ้า
แค่นั้นยังไม่พออีก ท่านก็สร้างบุญใหญ่แล้วก็ได้บุญผ้าอีกหลายครั้ง ทำบุญผ้าอีกหลายครั้ง จนชาติสุดท้ายก็มาเกิดเป็นปิปผลิมานพ ก็คือพระมหากัสสปะของเรา แล้วเป็นพระอรหันต์รูปเดียวที่ได้รับผ้าสังฆาฏิแลกกันกับพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นพระอรหันต์รูปเดียว และในระหว่างที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เอาผ้าสังฆาฏิของพระมหากัสสปะไป แล้วท่านก็มอบของท่านเหมือนกับแลกกันใช้
ปรากฏว่าแผ่นดินไหว แผ่นดินไหวใหญ่เลย แล้วก็เป็นพระรูปเดียวที่จะมีบุญขนาดนั้น แต่พระมหากัสสปะท่านก็ไม่ได้ ไม่ได้หลงตัวเองว่าเรานี่มีบุญ แล้วก็ได้ผ้าของพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาใช้ ท่านก็เลยตั้งใจสมาทานธุดงค์อย่างเคร่งครัดเลย แล้วท่านก็ได้เป็นพระอรหันต์เลิศทางด้านการอยู่ธุดงค์ นั่นคือประวัติของพระมหากัสสปะโดย ๒-๓ ชาตินะ แต่จริงๆ มีอีกหลายชาติ
แต่ก็จะเห็นว่าเบื้องต้นว่าท่านได้ทำบุญด้วยผ้า จากบุคคลที่ไม่มีเลยนะ ลูกๆ ของหลวงพ่อ หลานคุณยายก็ต้องนึกถึงพระคุณของหลวงพ่อนะฮะ ว่าท่านมีบุญใหญ่ๆ ให้ทำตลอด แม้แต่เลี้ยงพระแสนองค์ คือคิดเราก็ไม่ค่อยกล้าคิด คือเห็นก็ไม่เห็นอยู่แล้วนะ พอหลวงพ่อบอกมาก็ยังงงอยู่สักพักหนึ่งนะ เพราะว่าบุญนี่ใหญ่มากนะ เลี้ยงพระ ๑ แสนรูป พระเดชพระคุณหลวงพ่อก็ให้บุญตรงนี้มาอีก แล้วก็ชวนลูกๆ ทำอีก
แล้วสิ่งที่ทำนี้ในสมัยพุทธกาล บัณฑิตในกาลก่อนก็ทำมาตลอด เราก็ได้ทำตาม ทำตามมาตลอด เพราะงั้นเราจะเห็นเลยว่าพระเดชพระคุณหลวงพ่อท่าน ถึงเคยพูดเอาไว้ว่าชาตินี้จะก่อสร้างไป เอาบุญให้หมดไปเลย ภพชาติต่อไปเกิดมาใหม่ไม่ต้องสร้างอีก เกิดมาอีกมานั่งหลับตาอย่างเดียว ท่านก็เลยชวนลูกๆ สร้างมหาทานบารมีบ่อยๆ แล้วก็สร้างบุญใหญ่ๆ
โดยเฉพาะบุญทอดกฐินนี่ ทอดกฐินกับคุณยายของเรานี่ มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง คุณยายของเราก็เหมือนกัน แล้วก็ยังได้บุญกับพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ สร้างมหาวิหารพระมงคลเทพมุนี แต่ที่สำคัญที่สุดเราก็จะมีส่วนในบุญกับพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยไปด้วย ก็เป็นบุญหลายชั้นมาก หลายชั้นมากๆ
เพราะงั้นก็อยากให้ทุกๆ ท่านได้ตั้งใจมั่นนะฮะ โดยเฉพาะผ้าไตรนั้น ผ้าไตรจักรพรรดิมหาสมบัติคงเคยได้ยินแล้วว่าทุกเส้นด้ายเลยนะมีองค์พระนับไม่ถ้วนเลยในผ้าไตรนั้นแหละ จักรพรรดิมหาสมบัติ
พอพูดถึงตรงนี้ ได้ยินคำนี้ก็เลยนึกถึงสมัยคุณยายท่านทอดกฐินปีแรก ปี ๓๑ ๒๕๓๑ ตอนนั้นคุณยายท่าน บรรยากาศก็คล้ายๆ กัน ทุกๆ คนจะเบิกบาน แต่ตอนนั้นคุณยายท่านเป็นองค์แรก เป็นท่านแรกที่เบิกบานที่สุดเลย ทั้งแววตา สีหน้าท่าทางคุณยายนี่ ยิ้มตลอด เบิกบานได้ทอดกฐิน และช่วงนั้นแหละที่หลายท่านที่คุณยายได้ไปบอกบุญที่บ้าน ไปให้บุญถึงบ้าน คุณยายท่านจะพูดเสมอเลยเกิดมา สร้างวัดมาแล้วนี่ไม่เคยทอดกฐินเลยนี่ อยากจะทอดสักครั้ง ทอดกฐินก็อยากจะไปชวนลูกศิษย์เก่าๆ แก่ๆ มาร่วมกันทอดด้วยกัน แล้วยายจะตามเก็บไปให้หมดเลย ใครไม่มา ก็ปล่อยทิ้งไว้ ท่านว่าอย่างนั้นนะ ซึ่งตอนนั้นก็มากันเยอะแยะ
แล้วก็ไปต่างจังหวัดกันหลายที่ ในกรุงเทพฯ ก็ไปหลายๆ บ้าน คุณยายท่านก็จะเบิกบาน บรรยากาศทอดกฐินของคุณยายท่านครั้งแรก ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายที่สรีระคุณยายท่านก็ยังอยู่ บรรยากาศก็คล้ายๆ กันเบิกบาน ลูกๆ หลานๆ คุณยายท่านก็เบิกบาน มารับผ้า ผ้าไตรจักรพรรดิมหาสมบัติด้วยความเบิกบาน อาจหาญแล้วก็ร่าเริง โดยไม่ได้คิดถึงอุปสรรคเลยว่าทำบุญเท่าไหร่ ขอให้ได้ตั้งกองกับคุณยาย เอาบุญกับหลวงพ่อ ทุกๆ คนก็ยินดีแล้วก็ตั้งใจ รับด้วยความเบิกบาน
ทีนี้ ช่วงนั้นแหละ ที่นึกถึงย้อนไป ก็หมายความว่าคุณยายท่านจะ จะจดจ่อกับการบอกบุญด้วย แล้วท่านก็จะถามพี่อารีพันธ์ด้วย ว่าไม่ได้นะ เป็นประธานใหญ่นี่ต้อง ต้อง ๑ ล้านนะ ของยายถึงหรือยัง คุณยายท่านก็ต้องเอาให้ถึงเหมือนกัน ของยายถึงหรือยัง พี่อารีพันธ์ก็บอกถึงอยู่แล้ว ของคุณยาย เออมันต้องถึงซิ ไม่งั้นเป็นประธานใหญ่ไม่ได้ คุณยายท่านก็บอกบุญด้วย บอกบุญเอาลูกๆ หลานๆ ติดไปด้วย
และมีอยู่ช่วงปลายๆ ท่านจะนึกถึงผ้ากฐิน ตอนนั้นก็โยมพี่เข่ง หรือป้าเข่งเป็นคนเย็บจีวร เวลานั่งสามล้อตอนเช้านะ หลวงพี่ก็พาคุณยายไป ไอ้ที่พูดนี่ก็ ๑๓ ปีมาแล้วนะ สมัยยังอายุน้อยๆ อยู่ น้อยกว่านี้อยู่สิบกว่าปี นั่งสามล้อไป คุณยายก็จะให้พาไปหาพี่เข่ง คุณยายท่านก็จะบอกว่าคุณเข่ง คุณเข่ง ผ้าไตรคุณยายเสร็จหรือยัง ตอนนั้นก็ คุณเข่งก็บอกก็ยังไม่เสร็จแต่เกือบเสร็จแล้ว คือท่านก็จะไปทวงอย่างนี้แหละ ท่านก็จะไปถามเรื่อยๆ นอกจากสายๆ หรือว่าบ่ายๆ ก็อาจจะไปบอกบุญ แต่ตอนเช้าๆ ก็จะไปถามว่าผ้ากฐินยายเสร็จหรือยัง
มีอยู่วันหนึ่งผ้าเสร็จเรียบร้อย คุณยายก็ให้พาออกไป ไปบ้านพี่เข่งแล้วก็ได้ผ้ากฐินมา ทั้งแววตาสีหน้าท่านยิ้มเบิกบาน แล้วก็ถือ ท่านถือเองนะ หลวงพี่จะช่วยถือ ท่านไม่ให้ถือ ท่านถือเองเลย นั่งสามล้อไป ท่านถือเองนั่งเอามาที่กุฏิท่าน แล้วท่านก็บอกว่ายายจะเอาผ้าไตรนี่ ผ้ากฐินนี่เอาไว้หัวเตียง แล้วจะเข้าที่ถวายพระพุทธเจ้าทุกคืน อันนี้ก็ คุณยายท่านพูดเอง ยายจะเข้าที่ถวายพระพุทธเจ้าทุกคืนเลย หลวงพี่ก็ฟัง ก็ โอ้ดีจังเลยนะ ใครทำบุญกฐินกับคุณยายนี่ได้บุญหยาบด้วย แล้วละเอียดยิ่งได้เยอะเลย เพราะคุณยายท่านถวายพระพุทธเจ้าทุกคืน
ทีนี้ ก็อยู่มาสักพัก หลวงพี่ก็ได้ยินผู้นำบุญท่านหนึ่งได้ฟังพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยของท่านบอกว่านี่นะคุณยายท่านตั้งใจเอาบุญให้ลูกๆ หลานๆ เต็มที่เลย ใครจะเอาบุญกับยายนะ ได้บุญหลายชั้นมาก ท่านเอาผ้าไตรถวายพระพุทธเจ้าเลย ผู้นำบุญท่านก็มาเล่าให้หลวงพี่ฟัง ว่าวันนั้นหลวงพี่ก็พายายนั่งสามล้อตรวจวัดเสร็จก็นั่งไป ก็บอก เล่าให้คุณยายฟัง เพราะคุณยายท่านจดจ่อกับกฐินอยู่แล้วนะ บอกว่านี่คุณยาย หลวงพ่อท่านพูดถึงคุณยายนะ ท่านก็ ถ้าบอกพูดอย่างนี้ ท่านก็อยากฟังนะ คุณยาย ท่านว่าไงวะ บอกว่านี่หลวงพ่อบอกว่าคุณยายเอาผ้ากฐินบูชาพระพุทธเจ้าทุกคืนเลย ท่านบอกว่า ท่านเสียงดังเลย เออๆ ใช่ๆ ยายทำอย่างนั้นจริงๆ นะ ยายเอาผ้าถวายพระพุทธเจ้าทุกคืนเลย นั่งเข้าที่ถวายทุกคืนนี่
แล้วท่านก็ถามหลวงพี่กลับว่า เอ๊ะ แล้วท่านรู้ได้ยังไง หลวงพี่ก็ตอบในใจว่าไม่รู้เหมือนกัน ผมก็ไม่รู้นะ ได้ยินว่าท่านพูดมาอย่างนั้น แล้วท่านบอกว่ายายไม่ได้บอกท่านเลยนะ ยายถวายพระพุทธเจ้าทุกคืนเลย แต่ยายไม่ได้บอกหลวงพ่อนะ แต่ไม่รู้ท่านรู้ได้ยังไงนะ เรารู้เปล่าวะ หลวงพี่บอกไม่รู้ ไม่รู้อยู่แล้ว เราไม่เห็นอะไรอยู่แล้ว
นั่นก็คือ คือการสร้างบุญใหญ่กฐินครั้งแรกของคุณยาย แค่นั้นยังไม่พอนะ ปัจจัยที่ใครที่ถวายคุณยายมา ที่ท่านเก็บๆ เอาไว้ก็ดี ถวายช่วงกฐินก็ดี ก่อนงานกฐิน ต้องไปเบิกมาก่อนนะ บอกวันอาทิตย์แบ๊งก์ไม่เปิด ต้องเบิกมาก่อนล่วงหน้า แล้วก็เข้าที่อีก ถวายพระพุทธเจ้าอีก แล้วพอวันกฐินตอนเช้าก็ถวายหลวงพ่อธัมมชโยอีกที ใครทำบุญกับคุณยายก็ได้หลายชั้นมากๆ มาตลอดเลยนี่
แล้วก็ถึงตอนนั้นก็ คุณยายท่านก็เบิกบาน จนกระทั่งคุณยายก็เลยได้บุญใหญ่มาตลอด เป็นประธานใหญ่มาตลอด จนกระทั่งถึงครั้งนี้ ครั้งนี้ก็จะเป็นบุญกฐินครั้งใหญ่ กฐินครั้งใหญ่ๆ มากๆ เลย ที่ลูกหลานคุณยายก็ปีติเบิกบานแล้วก็ตั้งใจจะเอาบุญใหญ่กับคุณยายท่าน กับพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำก็ดี แล้วก็พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมะด้วย เราก็ได้ ได้บูชาครูบาอาจารย์ของเราทั้ง ๓ ท่าน
แล้วมีช่วง ท่านฝาก ฝากบอก ท่านบอกว่าฝากเราบอกเขาด้วยนะ ก็เลยถือโอกาสบอกก็แล้วกันนะฮะ ก็ ๑๐ กว่าปีแล้วมาล่ะนะ มีกัลยาณมิตรท่านหนึ่งก็อยากได้บุญกับคุณยาย เอารูป เอารูปภาพ จำไม่ได้ว่าเป็นรูปของพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมะ หรือรูปวัด หรือรูปคุณยาย จำไม่ได้แล้ว เอาไปถวายคุณยาย เอาไปถวายคุณยาย คุณยายท่านก็กลับเข้ามาที่พัก คุณยายท่านก็บอกว่านี่เราไปบอกเขาด้วยนะ รูปนี่ให้เขาเอาไปบูชาที่บ้าน ไม่ใช่เอามาถวายยาย ฝากไปบอกเขาด้วยนะ ว่าอยากจะถวายเอาเงินน่ะมา เอาเงินน่ะมาถวายยาย เพราะเงินเป็นแก้วสารพัดนึก จะทำอะไรก็ได้บุญตลอด แต่อยากทำบุญอะไร ก็นึกอธิษฐานเอา ก็ทำปัจจัยมา เดี๋ยวพระเดชพระคุณหลวงพ่อหรือหมู่คณะมีงานบุญอะไร ก็จะได้ใช้ปัจจัยอันนี้ แล้วก็จะได้มีส่วนในบุญหลายๆ อย่าง ก็ถือโอกาสฝากบอกทุกๆ ท่านนะว่าเอาปัจจัยน่ะดีแล้ว จะได้บุญทุกๆ อย่างเลย
ก็เหมือนกับที่ถวายภัตตาหารกับพระภิกษุสงฆ์นั่นแหละฮะ หลายๆ ท่านก็อยากจะได้บุญกัน ก็คิดชนิดอาหารอะไรมา ต่างคนต่างคิดมา พอมารวมกันแล้วมันเยอะไปหมดเลย เต็มโต๊ะเลย พระภิกษุสงฆ์ก็ ดูแล้วก็อิ่ม เพราะเยอะไปหมด แค่มองก็อิ่มแล้ว แล้วบางองค์ก็ยังต้องรับประเคนเรื่อยๆ อีก หมดเวลาอีก จนกระทั่งอยากให้ทุกๆ คนได้ทราบว่าถวายปัจจัยดีแล้วนะ
(ม้วน 1/B)
เราอยากให้ท่านฉันอะไรก็อธิษฐานจิตเอา ชอบอะไรก็อธิษฐานเอา แล้วเดี๋ยวปัจจัยนั้นก็จะเป็นแก้วสารพัดนึกให้เราได้บุญอาหารสมปรารถนา ก็ฝากบอกทุกๆ ท่านด้วยนะ สำหรับหลายท่านไม่ได้อยู่ในที่นี้ก็ฝากทุกท่านบอกต่อๆ ไปด้วย ว่าปัจจัยนั้นเป็นแก้วสารพัดนึก อยากได้บุญอะไรก็อธิษฐานเอา แล้วก็เอาปัจจัยมาถวาย ดีที่สุดเลยนะ
ยิ่งช่วงนี้ก็ถวายกฐินกัน แล้วก็อธิษฐานเป็นมหาวิหารพระมงคลเทพมุนี เราก็จะได้บุญหลายๆ ชั้น และพระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านก็จะเน้นเรื่องของปฏิบัติบูชากับอามิสบูชา ช่วงนี้เป็นพรรษามหาบูชา ทุกๆ ท่านก็จะได้ตั้งใจนะว่าช่วงกฐินนี้เราจะนั่งบูชา ปฏิบัติธรรมบูชาครูบาอาจารย์อย่างไรดี ตั้งใจเอาเองนะ ตั้งเอาเอง บางท่านก็อาจจะตั้งใจแล้วทำมาแล้วได้ ๒วัน บางท่านก็นึกไม่ทัน ก็นึกวันนี้ก็ไม่สายนะ ดีกว่าไม่ได้นึกเลย นึกตั้งใจแล้วก็ทำวันนี้เลยก็ได้นะ ช่วงเข้าพรรษาว่าจะปฏิบัติบูชาพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำกี่ชั่วโมงดี คุณยายของเราอีกกี่ชั่วโมง หลวงพ่อธัมมชโยของเราอีกกี่ชั่วโมง หลวงพ่อทัตตชีโวของเราอีกกี่ชั่วโมง บูชาธรรมตัวเองอีกกี่ชั่วโมงดี ก็รวมก็ตั้ง ๕-๖ ชั่วโมงเข้าไปแล้วนะ แต่ก็ไม่เป็นไรนะ ก็ลอง ลองตั้งใจแล้วก็เอาบุญใหญ่กัน
ส่วนอามิสบูชาก็ทุกท่านก็อธิษฐานจิตนะว่าปฏิบัติบูชาแล้ว (หมดม้วน 1/A)
จะทำให้สมบัติละเอียดเกิดขึ้น แล้วสมบัติหยาบๆ ก็จะบรรลุเป้าหมาย ส่วนบางท่านที่เต็มไปแล้วก็ขอให้เต็มเกินไปเยอะๆ จะได้บุญกับหลวงพ่อ คุณยายมากๆ ส่วนท่านที่กำลังรวบรวมอยู่ก็จะได้เต็มเร็วๆ เพราะว่าบุญละเอียดจัดทำให้ สมบัติหยาบๆ หลั่งไหลมาได้ง่ายๆ แล้วอย่างน้อยก็ ที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อได้เมตตาบอกไปเมื่อตอนบ่ายที่ผ่านมาว่าให้ทำอย่างสบายๆ ใจนึกถึงแต่บุญอย่างเดียว ถึงกฐินอย่างเดียว อย่ากังวล เพราะว่าบุญจะส่งผลตลอด พอบุญส่งผลตลอด สมบัติก็จะหลั่งไหลมา ใจสบาย สมบัติก็จะไหลมา หากใจมีปัญหา สมบัติที่จะมามันก็จะหมด แม้มีอยู่แล้วมันก็ยังหมดนะ
เพราะฉะนั้นก็อยากให้ทุกๆ ท่าน ลูกหลวงพ่อ หลานคุณยาย ได้บุญกฐินกันเต็มที่ เต็มที่แล้วก็เร็วๆ อย่างอัศจรรย์ทุกๆ คนเลยนะ เดี๋ยวขอเชิญทุกท่านนั่งหลับตา นั่งหลับตาเอาบุญกับคุณยาย กับพระเดชพระคุณหลวงพ่อ แล้วก็นั่งอธิษฐานจิตกันสักพักหนึ่งนะ ขอเรียนเชิญปฏิบัติบูชากันนะ ทุกท่านก็ทำใจสบายๆ นะ นึกถึงบุญที่ได้สร้างมาร่วมกับพระเดชพระคุณหลวงพ่อแล้วก็คุณยายของเรา แล้วก็บุญของกฐินที่เราตั้งใจด้วยศรัทธาที่มั่นคง ด้วยใจที่ปีติ เบิกบานที่จะเอาบุญใหญ่กับพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ พระมงคลเทพมุนี กับคุณยายมหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง แล้วก็พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยของเรา บุญกฐินที่เราตั้งใจมั่นที่จะเอาบุญใหญ่ไปด้วยกัน ทุกท่านนึกถึงบุญ แล้วก็ทำใจสบายๆ นะ ทำใจสบายๆ แล้วนิ่งๆ
ทุกท่านก็อย่าลืมอธิษฐานขอบุญบารมีกับพระเดชพระคุณพระมงคลเทพมุนี หลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ขอบุญบารมีจากคุณยายมหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ขอบุญบารมีจากพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโย และอธิษฐานขอบุญบารมีจากท่าน ให้เราได้สร้างบุญใหญ่ กองกฐินให้สำเร็จได้โดยเร็ว โดยง่าย อย่างอัศจรรย์ ให้ลูกๆ ทุกคนได้ปฏิบัติบูชา และถึงพร้อมด้วยอามิสบูชาในช่วงพรรษานี้เป็นพรรษามหาบูชา ให้ได้มีธรรมะที่สว่างไสว เข้าถึงพระธรรมกายได้โดยง่าย ให้บรรลุธรรมแทงตลอดในวิชชาธรรมกายได้โดยง่าย ให้เข้าถึงฐานะของความเป็นมหาเศรษฐีผู้ใจบุญ เป็นครอบครัวธรรมกาย ให้ได้สร้างบุญใหญ่ไปกับพระเดชพระคุณหลวงพ่อทุกๆ บุญ
แล้วก็อธิษฐาน คำอธิษฐานของคุณยายท่าน ว่าอย่าได้ไปอยากได้ของของใคร ใครก็อย่าได้มาอยากได้ของของเรา จะได้ไม่มีเวรต่อกัน อย่าได้ตัดรอนการสร้างบารมีของใคร ใครก็อย่ามาตัดรอนการสร้างบารมีของเราได้ อย่าได้ทำร้ายหรือว่าฆ่าใคร ใครก็อย่าทำร้ายหรือฆ่าเราได้ ให้ห่างไกลคนพาล ให้ได้เจอแต่บัณฑิตนักปราชญ์ ให้ได้เป็นกัลยาณมิตรที่สมบูรณ์ ไปตามสมบัติจักรพรรดิ แล้วก็ตามเชื้อสายธรรมกายมาถึงพระเดชพระคุณหลวงพ่อ ให้สร้างบารมีให้ได้ตลอดรอดฝั่ง จนถึงที่สุดแห่งธรรม ทุกท่านขอบุญบารมีพระเดชพระคุณหลวงพ่อ คุณยาย และอธิษฐานจิตกันนะ
สัพเพ ….
PAGE
PAGE 11
หน้า
FILENAME \p \\DOMAIN\DATAYAY\ต้นฉบับบทเทศน์\2544\กรกฎาคม\44-07-08 EW-AAT.doc