ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

ทักษิณานุประทาน การทำบุญอุทิศผลให้แก่ผู้ล่วงลับ

คุณยายอาจารย์ · เทศน์งานยาย

(ม้วน 1/A) พระราชรัตนดิลก : ธรรมกาย มีท่านเจ้าคุณภาวนาวิริยคุณเป็นประธาน ขอเจริญพร ท่านกัลยาณมิตร ผู้มีจิตศรัทธาเลื่อมใสทุกท่าน (สาธุ) วันนี้เป็นอีกวาระหนึ่ง ที่คณะสงฆ์วัดพระธรรมกาย มูลนิธิพระธรรมกาย พร้อมทั้งท่านกัลยาณมิตรผู้มีจิตศรัทธาเลื่อมใสเคารพนับถือในคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ได้มาร่วมกันบำเพ็ญกุศลทักษิณานุประทาน เพื่อจะอุทิศกุศลเป็นผลาคณผลไปให้แก่ดวงวิญญาณของคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ซึ่งได้ล่วงลับดับขันธ์ไป เมื่อเดือนกันยายน ปี ๒๕๖๔๓ แล้วก็ทางวัดจัดให้มีการสวดพระอภิธรรม ตั้งแต่คุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ล่วงลับดับขันธ์ไปแล้วทุกวันไม่ได้ขาด วันนี้อาทิตย์ที่ ๒๔ มิถุนายน ก็ได้อาราธนาพระสงฆ์ต่างวัดมาจำนวนประมาณ ๒๐๐ รูป ร่วมกับพระสงฆ์วัดพระธรรมกาย สวดพระอภิธรรมเพื่ออุทิศส่วนกุศลเป็นผลาคณผลไปให้แก่คุณยายดังกล่าวแล้วนั้น การที่คณะสงฆ์วัดพระธรรมกายพร้อมทั้งคณะกัลยาณมิตรทุกท่าน ได้บำเพ็ญกุศลทักษิณานุประทานเช่นนี้ ไม่ใช่ทำตามธรรมเนียมประเพณีหรือวัฒนธรรม แต่ทุกท่านได้ทำตามพุทโธวาทขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งพระองค์ตรัสแก่พระเจ้าพิมพิสารไว้ในติโลกุฑฑสูตรตอนหนึ่งว่า อทาสิ เม อกาสิ เม ญาติ มิตฺตา สขา จ เม เปตานํ ทกฺขิณํ ทชฺชา ปุพฺเพกตเมมนุสฺสรํ ซึ่งแปลเป็นใจความว่าบุคคลเมื่อมาหวนระลึกถึงผู้อุปการะคุณที่ท่านทำอุปการะก่อนว่า อทาสิ เม ผู้นี้ได้ให้สิ่งนี้แก่เรา อกาสิ เม ผู้นี้ได้ทำสิ่งนี้แก่เรา ญาติ มิตฺตา สขา จ เม ผู้นี้เป็นญาติ เป็นมิตร เป็นสหายของเรา แล้วก็ทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้แก่ผู้ล่วงลับดับขันธ์เช่นนี้ ฉะนั้นการที่คณะสงฆ์วัดพระธรรมกาย ซึ่งนำโดยท่านเจ้าคุณภาวนาวิริยคุณ พร้อมทั้งกัลยาณมิตร ที่มีจิตศรัทธาเคารพนับถืออย่างยิ่งในคุณยายมหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ผู้ให้กำเนิดเกิดวัดพระธรรมกาย เป็นคุณอย่างยิ่งใหญ่มหาศาลที่เรามีอยู่ทุกวันนี้ ดำเนินอยู่ชีวิตโดยสมบูรณ์ทุกวันนี้ ก็เพราะคุณยายท่านได้ให้สิ่งที่มีคุณค่า ท่านได้ทำอุปการะที่อย่างมหาศาล สุดที่จะพรรณนาได้ ท่านเป็นทั้งญาติ เป็นทั้งมิตร เป็นทั้งสหาย ครบทั้ง ๕ ภาวะตามองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตรัสไว้แก่พระเจ้าพิมพิสารทุกประการ ความจริงแล้วคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูงนั้น ท่านมีคุณธรรมมากมาย พวกเราเสียอีกจะมีคุณธรรมเทียบท่านอาจจะไม่ได้ แล้วก็เต็มใจสมญานามท่านว่ามหารัตนอุบาสิกา เพียงคำว่ามหารัตนอุบาสิกา ก็เป็นเครื่องรับรองคุณธรรมเช่นนี้อยู่แล้ว ดุจดังที่เราสมญานามองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่าสัมมาสัมพุทโธบ้าง ภควาบ้าง เพราะพระองค์มีคุณมาก ยากที่จะพรรณนาให้สิ้นสุดได้ แต่คุณที่สำคัญของพระองค์ก็มีอยู่ ๓ อย่างคือ พระปัญญาคุณ พระบริสุทธิคุณ พระมหากรุณาคุณ ที่เราจุดธูป ๓ ดอก ก็เพื่อบูชาคุณขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ความจริงมีมาก แต่ว่าคุณที่สำคัญก็มีอยู่ ๓ ฉันใด คุณของคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ก็ดี พ้นไปเหนือมาก เป็นบุญเขตของเราทุกท่าน ที่เรามาทำบุญบำเพ็ญกุศลทักษิณานุประทาน ตามหลักทางพุทธศาสนา ตามพุทโธวาทขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น ก็เพื่อเพิ่มเติมบารมีธรรมให้แก่คุณยายมหารัตนอุบาสิกาจันทร์ การที่เราจะทำบุญให้ถึงท่านนั้น เราทำอย่างไร บุญถึงจะถึงคุณยายมหารัตนอุบาสิกาจันทร์ เพื่อเป็นเครื่องยืนยัน องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็เลยตรัสไว้ในบทกิโลกุลตสูตรเหมือนกันว่า อยญฺจ โข ทกฺขิณา ทินฺนา สงฺฆมฺหิ สุปติฏฺฐิตา ทีฆรตฺตํ หิตายสฺส ฐานโส อุปกปฺปติ นี้เป็นเครื่องยืนยัน เป็นคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่าทักษิณาทานที่เราอุทิศให้นั้นต้องถวายในสงฆ์เท่านั้น ก็จะสำเร็จประโยชน์แก่บุคคลผู้วายชนม์ไปตามฐานะ ฐานะของคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์นั้น คงจะไม่ต้องพรรณาแจ้งประจักษ์ดีอยู่แก่ใจของทุกท่าน ซึ่งต่างเลื่อมใสเคารพสักการะบูชาร่วมกันมา บำเพ็ญทักษิณานุประทานเช่นนี้แล้ว บุญกุศลที่ทำในสงฆ์เท่านั้น และองค์สมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้ายังตรัสต่อไปว่าการทำบุญอุทิศส่วนกุศลทักษิณานุประทานนี้เป็นการทำบุญพิเศษเฉพาะบุคคลผู้ล่วงลับดับขันธ์ไปเท่านั้น และจะให้บุญกุศลบารมีเสริมเพิ่มเติมให้แก่คุณยายมหารัตนอุบาสิกาจันทร์นั้น เราก็ต้องทำไว้ในสงฆ์ และจะสำเร็จประโยชน์ได้นั้นก็มีคุณสมบัติ ๓ ประการด้วยกัน ๑. ทายกทายิกา หมายถึงคณะสงฆ์วัดพระธรรมกาย หรือท่านกัลยาณมิตร นี่ก็มีพร้อมแล้ว ผู้ให้เช่นถวายจตุปัจจัยไทยธรรม เริ่มตั้งแต่ทอดผ้าบังสุกุล แล้วก็ถวายเครื่องไทยธรรม นี่มีพร้อมแล้ว ๒. ผู้ล่วงลับดับขันธ์ไปได้โมทนา ๓. ต้องถวายในทักขิเนยยะ หมายถึงบุคคลผู้ควรแก่ทักษิณา ในที่นี้ได้แก่พระภิกษุสามเณรผู้มีศีล หรืออุบาสก อุบาสิกาทั่วไป ดุจดังกัลยาณมิตรทุกท่าน ก็เป็นบุญกุศลแล้ว เมื่อเป็นบุญเป็นกุศลแล้วก็ประมวลผลทาน ศีล ภาวนา ให้เกิดขึ้นในดวงจิตแต่ละท่าน จากนั้นก็อุทิศกุศลเป็นผลาคณผลไปให้แก่ดวงวิญญาณของคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ผู้ล่วงลับดับขันธ์ไปแล้ว ถึงพร้อมด้วยคุณสมบัติทั้ง ๓ นี้ ดวงใจของเราแต่ละดวง ต่างระลึกนึกถึงพระคุณของคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ก็อุทิศส่วนกุศลไปให้ การอุทิศส่วนกุศลนั้นไม่จำเป็นต้องใช้น้ำ แต่ใช้น้ำใจของเรา ถ้าเรามาทำบุญ ไม่ได้อุทิศส่วนกุศล ท่านก็ไม่ได้ มีตัวอย่างปรากฏเช่นพระเจ้าพิมพิสาร ท่านได้ถวายมหาทาน แล้วก็จิตใจพะวงอยู่ในเรื่องที่ถวายสังฆาราม คือถวายวัดแห่งแรกในพุทธศาสนา ก็มิได้อุทิศส่วนกุศลไปให้ พอตกกลางคืน พวกประยูรญาติที่ไปเกิดเป็นเปรต คอยส่วนบุญ เมื่อไม่ได้รับส่วนกุศล ส่วนบุญส่วนกุศล ตกกลางคืนมาก็มาประท้วงพระเจ้าพิมพิสาร พระเจ้าพิมพิสารได้สดับตลับฟัง ก็ตกพระทัยกลัว รุ่งเช้าไปเฝ้าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แล้วก็ไปเล่าเหตุการณ์ให้ฟัง องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ก็สั่ง ทราบด้วยญาณของพระองค์ว่าที่มาแสดงปรากฏกายส่งเสียงให้ได้ยินนั้นไม่ใช่อะไรอื่น คือพระประยูรญาติของพระองค์คอยส่วนบุญอยู่ แต่ว่าไม่ได้ พระองค์ไม่ได้อุทิศส่วนกุศลไปให้ ฉะนั้นการทำบุญในพุทธศาสนานั้น ถ้าเพียงเราแต่ทำอย่างเดียวไม่อุทิศ ก็ไม่ได้ และบุญกุศลที่เราได้ทำไป ต้องพร้อมด้วยคุณสมบัติทั้ง ๓ ประการดังที่กล่าวแล้วนี้ ผู้ที่ล่วงลับดับขันธ์ไปแล้ว ได้ทราบโมทนา ก็จะสำเร็จเป็นปัตตานุโมทนามัย เพิ่มบุญกุศลบารมีธรรม ในสัมปรายภพภายภาคหน้า การทำบุญอุทิศนั้น ไม่ใช่เซ่น แต่ว่าเป็นการอุทิศ เช่นท่านมาบำเพ็ญกุศลทักษิณานุประทาน เพื่อจะอุทิศถวายแก่คุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ เมื่อพระท่านเริ่มยะถา เราก็ตั้งกัลยาณจิต อุทิศส่วนกุศลว่าข้าพเจ้าขออุทิศส่วนกุศลซึ่งเกิดจากทาน คือการถวายจตุปัจจัยไทยธรรม ศีลซึ่งรับไปแล้ว ภาวนาคือฟังคำบรรยายก็ดี ปาฐากถาธรรมก็ดี หรือฟังพระสวดอภิธรรมก็ดี ทั้งส่วนทาน ศีล ภาวนานี้ ขออุทิศส่วนกุศลนี้ให้แก่คุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขอได้ทราบและโปรดโมทนาสำเร็จเป็นปัตตานุโมทนามัย เพิ่มเสริมบารมีธรรมให้แก่คุณยายมหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ในสัมปรายภพ เพียงเท่านี้ คุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ท่านก็จะได้รับทราบและโมทนา สำเร็จเป็นปัตตานุโมทนามัย เพิ่มเสริมบารมีธรรม ในสัมปรายภพภายภาคหน้า นี่เป็นความหมาย เป็นจุดประสงค์ เป็นพุทโธวาทขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่คณะสงฆ์วัดพระธรรมกายก็ดี ทุกท่านกัลยาณมิตรก็ดี ที่มาร่วมกันบำเพ็ญกุศลนี้ ความจริงแล้วคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ท่านมีบุญกุศลพ้นคณาเหนือกว่าเรามาก แต่เราทำนั้น ทำตามพุทโธวาทขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประการหนึ่ง แลที่สำคัญเป็นการแสดงออกซึ่งความกตัญญูกตเวที ต่อคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะบูชาของเราเหล่ากัลยาณมิตร และผู้มีจิตเลื่อมใสในคุณยายอาจารย์ ถึงได้มากันด้วยความเคารพสักการะบูชา ฉะนั้นขอให้ทุกท่าน ทุกดวงใจจงหล่อหลอมกันเป็นหนึ่ง ตั้งกัลยาณจิต อุทิศส่วนกุศลผลาคณผลไปให้แก่คุณยายมหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ผู้ซึ่งล่วงลับดับขันธ์ไปแล้ว ได้โปรดทราบและโมทนาสำเร็จเป็นปัตตานุโมทนามัย หากไม่ทราบด้วยญาณวิถีคือความรู้ทางใดทางหนึ่ง ขอให้เทพยดาผู้มีตาทิพย์ หูทิพย์ จงนำข่าวสารไปบอกให้แก่คุณยายอาจารย์ มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ได้ทราบโมทนามัย สำเร็จเป็นปัตตานุโมทนามัย ประสบความสุข ความเจริญ เพิ่มพูนบารมีธรรมในสัมปรายภพ สมเจตนาปรารภของคณะศิษย์ กัลยาณมิตรจงทุกประการ ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัย บุญกุศลที่ท่านทั้งหลายได้บำเพ็ญจงมารวมกันเป็นตบะ เดชะ พลวปัจจัย ปกป้องคุ้มครองให้ทุกท่านจงประสบแต่ความสุข ความเจริญด้วยจตุรพิศพรชัยทั้ง ๔ ประการ คืออายุ วรรณะ สุขะ พละ ปฏิภาณ คุณสาร ธนสารสมบัติ ร่มเย็นอยู่ในร่มเงาพระพุทธศาสนา ปรารถนาสิ่งใดซึ่งอยู่ในวิสัย ก็ขอให้สำเร็จโดยชอบธรรมทั่วกาลทุกท่านเทอญ (สาธุ) (หมด 1/A) หน้า PAGE 6 FILENAME \p L:\ต้นฉบับบทเทศน์ \ 2544 \ มิถุนายน\ 44-06-24 EW-BBT.doc