ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

ยิ่งกว่านักบวชผู้ละออกจากกาม

คุณยายอาจารย์ · เทศน์งานยาย

ขอนอบน้อมแด่องค์สมเด็จพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐด้วยเศียรเกล้า นมัสการพระเดชพระคุณหลวงพ่อที่เคารพอย่างสูง นมัสการพระมหาเถระ พระเถระ สวัสดีเพื่อนสหธรรมิกทุกรูป เจริญพร สามเณร อุบาสก อุบาสิกา และลูกหลานคุณยายผู้เปี่ยมด้วยบุญบารมีทุกท่าน ผจงจิตลิขิตแจ้ง จรรยาย จูงศิษย์บวชบังอบาย เบิกหล้า ก่นสร้างวัดพระธรรมกาย เจิดจรัส กว่าเสร็จกิจยายล้า ลุกล้มแรมปี พระคุณมีมากล้น คณนา หยิบหนึ่งจารึกมา เอ่ยอ้าง ยังอีกหมื่นแสนมหา บทฉบับ ยายกระหน่ำกิเลสล้าง ศิษย์ซึ้งธรรมกาย ถวายพรทศถ้วน บารมี บุญแห่งนิพพานทวี ท่วมฟ้า บุญเกิดแต่บวชพลี ชีพอาตม์ มอบแด่ยายตบะกล้า ล่าล้างสังหารมาร ดอกบัวดอกแล้วดอกเล่าที่ลูกหลานยายทุกๆ คนได้น้อมนำมาถวายบูชาธรรมแด่คุณยายวันแล้ววันเล่า คนแล้วคนเล่า ถ้าหากลองเอามากองรวมกันไว้ตรงนี้ คงมากมายเกินจะประมาณ เพราะถ้าหาก รวมวันเวลาตั้งแต่คุณยายท่านได้ละสังขารจวบจนถึงวันนี้แล้ว ก็รวมเป็นเวลาถึง ๒๗๘ วัน ที่พวกเราเหล่าลูกหลานคุณยายได้มาร่วมฟังสวดพระอภิธรรมของคุณยาย และพวกเรายังได้ฟังธรรมเทศนาจากพระเดชพระคุณหลวงพ่อ จากพระอาจารย์รูปต่างๆ หลายๆ รูปที่ได้ขึ้นมาแสดงธรรม ซึ่งเป็นการสรรเสริญคุณของคุณยายทั้งสิ้น ทำให้หลวงพี่นึกถึงการสนทนาธรรมของบุคคล ๒ ท่าน ที่ได้อ่านพบในพระไตรปิฎกระหว่างพระอุบาลี คหบดีกับนิครนนาถบุตร ซึ่งนิครนนาถบุตรนั้นได้สงสัยว่าพระอุบาลีนั้นนี่มีใครเป็นที่ระลึก ได้มีใครเป็นที่พึ่ง จึงถามพระอุบาลีว่าท่านเป็นสาวกของใคร พระอุบาลีเองจึงลุกขึ้นประนมมือแล้วได้กล่าวคำสรรเสริญคุณขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทีละหมวด ทีละหมวด มีทั้งหมด ๑๐ หมวดด้วยกัน รวมแล้วทั้งหมด ๑๐๐ เรื่องพอดี ล้วนแต่เป็นความดีของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งสิ้น ทำให้นิครนนาถบุตรมีความสงสัยว่าพระอุบาลีนั้นได้เก็บรวบรวมความดีของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไว้นานเท่าไหร่แล้ว ท่านจึงถามว่า ข้าแต่ท่านพระอุบาลี ท่านได้เก็บรวบรวมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและคุณความดีของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไว้นานเท่าไหร่ พระอุบาลีก็ตอบว่าคนที่เขาเป็นช่างร้อยดอกไม้ ดอกไม้ที่ขี้เหร่ขี้ริ้วมา ไม่มากมายอะไรเลย แต่เขาก็ยังสามารถที่จะร้อยดอกไม้ให้เป็นพวงมาลัยที่สวยงามได้ แต่คุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าช่างมีมากมายท่วมท้นมหาศาลนัก มีหรือที่จะลำบากจะต้องมาทำการรวบรวมพระคุณของท่าน การพรรณนาคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแค่เพียงร้อยคาถา แค่เพียงร้อยบท น้อยนัก ดังมีคำอุปมาว่า แม้ว่าคนๆ หนึ่งนี่ มนุษย์คนหนึ่งมีศีรษะถึงพันศีรษะ ศีรษะหนึ่งมีร้อยปาก และร้อยปากนั้นมี ๑๐๐ ลิ้น พรรณนาคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพร้อมๆ กันเป็นหมื่นปี ก็ไม่สามารถที่จะจบได้ นี่คือคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่มากมายเหลือคณนานับ ดังนั้นทำให้หลวงพี่นึกถึงคุณของคุณยายของเราว่าท่านนั้นได้มีพระคุณต่อพวกเราเป็นอย่างยิ่ง ทั้งมีต่อพระวัดพระธรรมกาย ทั้งมีต่อพระภิกษุและสามเณร อุบาสก อุบาสิกา แล้วก็พวกเราทุกๆ คน ท่านได้ชี้ทางสว่างให้กับชีวิตพวกเรา ให้รู้ถูกรู้ผิด และพลิกผันชีวิตกลับมาสู่เส้นทางอันบริสุทธิ์ ดังนั้น หากว่าพวกเราทุกคนในที่นี้ได้มีโอกาส กล่าวคำสรรเสริญคุณของคุณยาย หลวงพี่ก็คิดว่าคงใช้เวลานานทีเดียวที่พวกเราจะกล่าวคำสรรเสริญครบเท่าพระคุณของคุณยายที่มีจริงๆ แต่ถ้าหากจะถามว่า แล้วหลวงพี่คิดว่าคุณยายมีพระคุณต่อหลวงพี่มากแค่ไหน คงต้องบอกว่ามาก มากจนไม่สามารถที่จะหาคำใดมาแทนพระคุณของท่านที่มีต่อหลวงพี่ได้หมด เอาแค่ว่าคุณยายได้สร้างวัดพระธรรมกายแห่งนี้มา ได้นำวิชชาธรรมกายมาสอนให้กับเราได้รู้ ได้รู้เห็นความจริงของชีวิต ว่าพวกเราเกิดมาทำอะไรกัน ให้รู้ว่าชีวิตนี้ต้องเกิดมาสร้างบุญสร้างบารมี ภพหลังความตายนั้นมีจริง และยังได้พาพวกเราให้พ้นจากอบาย ให้มีสุคติเป็นที่ไป นี้ก็เป็นพระคุณของท่านที่มีต่อหลวงพี่มากมายนักแล้ว นึกย้อนกลับไป เมื่อ ๕ ปีที่ผ่านมา คือช่วงปีใหม่ของวัดพระธรรมกาย วันที่ ๑ มกราคม ปีพุทธศักราช ๒๕๓๙ ครั้งนั้นนับเป็นครั้งแรกที่หลวงพี่ได้มีโอกาสเข้าวัดพระธรรมกาย โดยการชักชวนของพี่ๆ ชมรมพุทธศาสตร์ ในช่วงปีใหม่นั้นจะมีการนั่งสมาธิปฏิบัติธรรม แล้วก็มีการนั่งสมาธิเพื่อกลั่นแผ่นดิน เพื่อสร้างมหาวิหารพระมงคลเทพมุนี หลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ การได้มาในครั้งนั้น ได้เห็นลูกหลานยายมากมายที่มาจากทั่วสารทิศ ต่างหวังที่จะมาเอาบุญกับยายทั้งสิ้น และมีการร่วมทำบุญเพื่อสร้างมหาวิหารกันอย่างเต็มที่ แต่ครั้งนั้นเป็นครั้งแรกที่เข้าวัด แล้วเป็นคนใหม่ที่ไม่รู้จักอะไรเลย ก็คงมีสภาพเหมือนกับพวกเราหลายๆ คนที่มีโอกาสได้มาวัดในครั้งแรกๆ ก็คงยังไม่ทราบ ทั้งประวัติของคุณยาย ทั้งประวัติวัดพระธรรมกาย และสิ่งต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับวัดพระธรรมกาย เขาให้เราทำอะไร เราก็ทำ จะถูกจะผิดก็ไม่ทราบ แต่ก็ทำเท่าที่ทำได้ นั่งสมาธิ ถึงแม้ว่าจะปวดจะเมื่อย แต่ก็ตั้งใจทำ แต่จากครั้งนั้น ทำให้มีโอกาสได้รู้จักวิชชาธรรมกาย นั่งสมาธิเพื่อให้เข้าถึงพระธรรมกายภายใน และเมื่อกลับไปยังมหาวิทยาลัย ได้มีโอกาสไปนั่งสมาธิต่อ ในครั้งนั้นมีความรู้สึกต่อคุณยายมากที่สุด ที่มีความรู้สึกก็คือว่ามีความรู้สึกชอบ จะใช้คำว่ารักได้ไหม ไม่แน่ใจ แต่รู้สึกชอบจังเลย ชอบคุณยาย รู้สึกว่าท่านเก่งนะ ผู้เฒ่าคนนี้อายุตั้ง ๘๘ ปีแล้ว แต่ท่านดูแข็งแรง และผ่องใส แต่สิ่งหนึ่งที่รู้สึกชอบก็คืออย่างน้อยคุณยายก็เป็นคนจังหวัดเดียวกับหลวงพี่ รู้สึกว่าเห็นคนจังหวัดเดียวกัน เห็นคุณยายรู้สึกปลื้ม แล้วรู้สึกศรัทธา โดยความเป็นคุณยาย แต่ก็ยังไม่รู้อะไรมากกว่านั้นหรอก แต่ก็เห็นแล้วรู้สึกว่าชอบ หลังจากที่กลับไปยังมหาวิทยาลัยแล้วนี่ หลวงพี่ก็ยังมีโอกาสได้นั่งสมาธิปฏิบัติธรรม แล้วก็เข้าร่วมกิจกรรมของชมรมพุทธที่มหาวิทยาลัย ได้เข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ มากมาย และจากนั้นทำให้หลวงพี่ได้มีโอกาสศึกษาประวัติของวัดพระธรรมกาย ได้มีโอกาสได้รู้เรื่องราวของพระเดชพระคุณหลวงพ่อทั้งสอง ได้รู้เรื่องราวของคุณยายว่าท่านเป็นคนเช่นใด ทำอะไร คุณยายเป็นใคร และมีประวัติชีวิตอย่างไร ยิ่งได้ฟังพี่ๆ ที่ชมรมพุทธเล่าให้ฟังแล้วนี่ บางเรื่องมีความรู้สึกในใจว่าไม่อยากจะเชื่อเลย ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเรื่องต่างๆ เหล่านี้จะมีในบุคคลเช่นยาย และยังมีคนที่สามารถทำเรื่องต่างๆ ที่ดีเหล่านี้ได้ หลวงพี่อยู่ที่บ้านก็มีโยมพ่อโยมแม่ที่คอยเฝ้าสอนให้เราทำในสิ่งที่ดีๆ มากมาย เราก็คิดว่าเรานี่ดีพอสมควรแล้ว แต่พอมาเจอประวัติ เจอการกระทำของคุณยาย เจอสิ่งที่คุณยายได้ทำ มีความรู้สึกว่าของเราที่ทำมานี่น้อยมาก น้อยจนแทบที่จะไม่รู้จะเอาอะไรมาเปรียบได้ จากนั้นมาจึงเฝ้าคิดว่าถ้ามีโอกาส จะเข้ามาที่วัด แล้วคงจะได้มีโอกาสมาบวชที่วัดพระธรรมกายแห่งนี้ และหลังจากนั้นเพียง ๑ ปี หลวงพี่ก็ได้มีโอกาสเข้ามาบวชที่วัดพระธรรมกาย จากที่ได้เห็นคุณยาย ได้ฟังเรื่องราวคุณยายต่างๆ มากมาย ที่เป็นคุณธรรมของท่าน ทำให้เกิดความประทับใจในสิ่งที่คุณยายได้ทำมามากมาย วันนี้จึงอยากนำความประทับใจที่มีต่อคุณยาย ในทัศนะ ในความรู้สึกของหลวงพี่ มาเล่าถ่ายทอดให้กับพวกเราลูกหลานยายได้ฟังกัน ซึ่งจริงๆ แล้วคุณของยายนี่มีมากมาย หลวงพี่คงไม่สามารถที่จะกล่าวได้หมด ในที่นี้คงจะขอกล่าวคุณธรรมเพียงบางส่วนซึ่งอยากจะให้พวกเราได้ลองนึกภาพตามไปด้วยกัน กับเหตุการณ์ที่จะยกมาให้ฟังต่อไป ความประทับใจแรก ที่มีต่อคุณยายก็คือเรื่องของความสะอาด ความสะอาดของเครื่องใช้ส่วนตัวของท่าน ซึ่งความสะอาดกับยายนี้ ถือเป็นสิ่งเดียวกันได้เลย เพราะคุณยายนั้นเต็มไปด้วยความสะอาด ท่านเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับความสะอาด ทำไมจึงกล่าวอย่างนี้ ก็เพราะว่าท่านได้ทำทุกอย่างที่อยู่รอบกายนั้นให้สะอาดทุกอย่าง เริ่มจากเสื้อผ้าของท่าน ซึ่งเป็นสิ่งที่ประทับใจมากเพราะมีความสะอาดมาก พอได้ฟังพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยเล่าให้ฟังถึงเรื่องนี้ว่า เมื่อพระเดชพระคุณหลวงพ่อได้เห็นเสื้อผ้าของคุณยาย เสื้อผ้าของท่านนี่เป็นเสื้อผ้าที่สะอาด แม้จะเก่า แม้จะมีสีซีดจาง จากสีขาวเป็นสีเหลืองหม่นๆ เพราะด้วยความเก่าและใช้งานมานาน ต้องตากแดดตากลม แต่ก็น่าแปลก แม้ว่าจะสีซีดจางหรือเหลืองหม่น แต่ก็เต็มไปด้วยความสะอาด แม้จะใช้จนบางแล้วก็ตาม ก็ยังดูสะอาดตา แต่ที่น่าแปลกไปกว่านั้นก็คือว่าเมื่อดูดีๆ แล้วนี่ ยังเห็นความสะอาด แสงแห่งความสะอาด ออกมาจากข้าวของเครื่องใช้ ออกมาจากเสื้อผ้าของคุณยายด้วย ถ้าลองถามพวกเราในที่นี้ทุกๆ คนว่าลองนึกดูนะ ว่าเรานี่สามารถทำได้อย่างยายไหม เอาแค่คิดที่จะทำอย่างท่าน จะมีมากเท่าไหร่ แล้วถ้าคิด พูด และลงมือทำอย่างท่านนี่ จะมีมากสักเท่าไหร่ นี่เรามองแค่ในที่นี้นะ ที่เรามาฟังธรรมในวันนี้ ถ้าหากว่าเราจะมองออกไปข้างนอกในประเทศไทย คน ๖๐ กว่าล้านคน จะมีไหมที่มีคุณธรรมอย่างคุณยายของเรา และถ้าหากมองกว้างไปกว่านั้นอีก คือทั้งโลกนี้ คน ๖ พันกว่าล้านคน จะมีสักกี่คนที่มีคุณธรรมอย่างคุณยาย จากคนที่ทำได้อย่างท่านนี่คงหาได้ยาก ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้จึงเป็นความประทับใจประการแรก ที่หลวงพี่คิดว่าคุณยายไม่ใช่บุคคลธรรมดาที่จะคิด พูด จะทำอะไรได้อย่างนี้ ประการที่ ๒. คือการทำความสะอาดเสนาสนะของท่าน คุณยายท่านมีการทำความสะอาดที่ไม่เหมือนใคร คือท่านมีความละเมียดละไมในทุก ๆ ส่วน ในทุก ๆ สิ่ง ในทุกขั้นตอนที่ทำ ท่านทำตั้งแต่ข้างบนลงข้างล่างยังไม่พอ ท่านยังทำในซอกมุมเล็ก ๆ ที่ไม่ค่อยมีใครสนใจที่จะทำ แล้วออกไปสู่ที่กว้าง การทำความสะอาดของท่านนั้นได้เป็นต้นแบบให้กับพวกเราได้ฝึกฝนตาม พวกเราในที่นี้ลองคิดดู ถ้าเรามีของสักชิ้นหนึ่งที่เราจะต้องทำความสะอาด เราคิดว่าเราจะทำในส่วนไหน ส่วนใหญ่ก็คงจะทำเฉพาะส่วนที่เราจะใช้ อย่างมากก็ ๑ ด้านหรือ ๒ ด้านเท่านั้น แต่กับคุณยายไม่ใช่ คุณยายนั้นท่านทำทุกส่วน เพราะท่านมีความรู้สึกว่าอยากจะให้ทุกส่วนนั้นมีความสะอาดทั้งหมด เรียกว่าไม่ให้มีความสกปรกเหลืออยู่เลย ใจท่านนี่มีความรู้สึกอย่างนี้อย่างเดียว แม้ว่าท่านทำความสะอาดเสร็จแล้ว ท่านนี่ก็ยังตรวจเช็คดูอีกว่ามีความสะอาดพอเพียงหรือยัง ไม่ใช่ว่าทำเสร็จแล้วก็รีบไป เรื่องที่เล่า ที่ชี้ให้เราเห็นตรงนี้นี่ หลายคนคงฟังเรื่องราวของท่านมามากแล้ว และคงฟังบ่อย ๆ ด้วย แต่อยากจะชี้ย้ำให้พวกเราเห็นว่าสิ่งนี้ไม่ใช่สิ่งที่ทำได้ง่าย ไม่ต้องเปรียบเทียบกับใครอื่นไกลเลย เปรียบเทียบกับตัวเราทุกท่านในที่นี้นี่แหละ พวกเราฟังจริยาวัตรของท่านมาก็มาก ได้อ่านมาก็เยอะ แต่ลองถามประเมินตัวเราเองสักนิดหนึ่งว่า เราทำได้สักเท่าไหร่เมื่อเทียบกับคุณยาย นี้คือสิ่งที่พวกเราควรพิจารณาบ่อย ๆ แล้วก็ฝึกฝนตนเองให้ได้อย่างท่าน และก็เป็นสิ่งที่ไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไปสามัญจะทำได้อย่างท่าน แต่สิ่งนี้พบในตัวของคุณยาย ประการที่ ๓. สิ่งที่ประทับใจก็คือความสะอาดของพรหมจรรย์ของคุณยาย ถ้ากล่าวถึงคนโดยทั่วไปแล้วนี่ ในปัจจุบันมีคนคิดที่จะประพฤติพรหมจรรย์ให้บริสุทธิ์ ให้บริบูรณ์คงหาได้น้อยเต็มที เพราะมีแต่คนที่คิดจะมีครอบครัว คนที่จะคิดประพฤติพรหมจรรย์และปฏิบัติเพื่อรักษาพรหมจรรย์นี่น้อยมาก หรือคนที่ปฏิบัติประพฤติพรหมจรรย์ อย่างเช่นพระภิกษุสามเณร หรืออุบาสก อุบาสิกาในพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะวัดพระธรรมกายแห่งนี้ ก็ยากที่จะหาคนที่ทำได้อย่างบริสุทธิ์บริบูรณ์ ที่ว่าอย่างนี้เพราะว่ากายนั้นน่ะสามารถที่จะละออกจากกามได้ เพราะเป็นนักบวช เป็นผู้มีศีล วาจาก็สามารถที่จะละออกจากกามได้ แต่สิ่งสำคัญคือใจนี่แหละที่ยาก ในพระไตรปิฎกมีการเปรียบเทียบบุคคลที่เปรียบเหมือนไม้ที่จะนำมาสีไฟกับกามและการตรัสรู้ธรรมนี่เอาไว้ ๓ ประเภท ประเภทที่ ๑. ก็คือพวกไม้สดชุ่มยาง แช่น้ำเอาไว้นำมาสีไฟ สีอย่างไรก็ไม่ติด เพราะไม้มันสด และยังชุ่มน้ำอีกต่างหาก เพราะฉะนั้นเปรียบเหมือนสมณะพราหมณ์ที่แม้ว่าจะฟังธรรม ก็ย่อมตรัสรู้ธรรมได้ยาก ประเภทที่ ๒. ก็คือไม้สดชุ่มยาง วางไว้บนบก ไกลจากแหล่งน้ำ นำมาสีไฟ ไฟก็ไม่ติด เพราะไม้ยังสดอยู่ ก็เปรียบเหมือนสมณะพราหมณ์หรือนักบวชต่าง ๆ ที่ออกจากกามแล้ว แต่ใจยังเกาะเกี่ยว ยังไม่สามารถละในกามได้ ยังมีการตรึกระลึกในกาม ส่วนประเภทที่ ๓. ก็คือไม้แห้งผาก วางไว้บนบก และไกลจากน้ำ เมื่อนำมาสีไฟแล้ว ไฟย่อมติด บุคคลประเภทนี้เปรียบเหมือนสมณะพราหมณ์หรือนักบวชที่บวชเข้ามาแล้ว หลีกออกจากกาม แล้วยังละความพอใจออกจากกาม ก็ย่อมสามารถที่จะตรัสรู้ธรรมได้ เราจะเห็นว่าบุคคลที่ยกขึ้นมาให้ฟังนี้ มีทั้งหมด ๓ ประเภท แต่สำหรับคุณยายนั้น หลวงพี่คิดว่าท่านยิ่งกว่า ๓ ประเภทที่กล่าวมา เพราะอะไร เพราะว่าท่านเปรียบเหมือนไม้ เปรียบเหมือนไม้แห้งที่อยู่ไกลน้ำ นำมาสีไฟ แล้วย่อมติดไฟได้ ท่านละออกจากกาม ท่านหลีกออกจากกาม และใจออกจากกามด้วย และท่านยังยิ่งกว่านั้นคือท่านไม่รู้จักเรื่องกามเลย ข้อนี้นับว่าเป็นความน่าอัศจรรย์อย่างยิ่งของคุณยาย คุณยายเป็นผู้ที่มีความบริสุทธิ์ทั้งกาย วาจา ใจจากกามโดยสิ้นเชิง โดยมีครั้งหนึ่งที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำได้ถามยายว่ามนุษย์นี่มันเสพกามยังไง โดยปกติแล้ว ไม่ว่าพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำจะถามยายคำถามใดก็แล้วแต่ คุณยายก็สามารถตอบได้หมด แต่กับครั้งนี้คำถามนี้ คุณยายตอบไม่ได้ เพราะท่านไม่รู้ว่ากามเป็นอย่างไร เพราะฉะนั้นหากเราลองพิจารณาดีแล้ว คุณยายแม้คิดก็ไม่คิด ไม่คิดถึงเรื่องกามนี่ก็ว่ายากแล้วนะ แต่ไม่รู้จักกามเลยนี่เป็นไปได้อย่างไร แต่ก็เป็นไปแล้วสำหรับคุณยายของเรา อยากจะเรียกการกระทำอย่างนี้ ความรู้สึกนี้ คุณธรรมข้อนี้ว่าเป็นความน่าอัศจรรย์อย่างยิ่งในเรื่องของความสะอาดของพรหมจรรย์ของคุณยาย จากที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ เป็นความสะอาดของคุณยายที่ยากที่จะหาคนมาเสมอเหมือนได้ ซึ่งเป็นความประทับใจที่อยู่ในใจของหลวงพี่ตลอดมา ความสะอาดที่เกิดขึ้นในตัวของคุณยายนั้นเป็นความสะอาดที่เกิดขึ้น ทั้งกาย วาจา และใจ และจากความสะอาดของคุณยายตรงนี้นี่แหละทำให้สิ่งที่น่าคิดต่อมาคือ ทำสิ่งนี้ได้อย่างไร อะไรเป็นบ่อเกิดให้ท่านทำได้อย่างนี้ เมื่อพิจารณาแล้วก็จะเห็นว่า เพราะท่านมีความสะอาด ที่เกิดจากกาย วาจา ใจซึ่ง ก็เกิดมาจากความสะอาดจากใจของท่าน คุณยายมีใจที่ใส ที่สะอาดจากสิ่งทั้งปวง ในใจของท่านนี่ไม่มีที่ว่างให้กับสิ่งอื่นๆ เลย นอกจากบุญกุศลล้วนๆ และความดีงามเท่านั้นที่จะเข้าไปอยู่ในใจของคุณยายได้ ดังคำสอนที่ยายได้เคยให้ไว้ว่าโลกนี่จะเป็นอย่างไรก็แล้วแต่ ช่างมันเถอะ อย่าไปกังวลกับมันนักเลย รักษาใจของเราไว้ดีกว่า อย่าไปคิดในสิ่งที่ไม่ดี แม้เป็นเรื่องของคนอื่น ถ้าขืนไปคิด มีแต่จะเข้าตัว เสียอะไรเสียได้เสียไป แต่สำคัญอย่าให้ใจเสีย นี้คือคำพูดของคุณยาย ผู้อยู่ในบุญ ผู้มีใจที่ใส สะอาดตลอดเวลา คุณยายจึงเป็นต้นแบบ ต้นบุญให้กับพวกเราทุก ๆ คนได้เป็นอย่างดี ในส่วนของผู้ที่มีใจงดงาม มีใจที่สะอาด จึงทำให้สิ่งรอบข้างของตัวท่านนั้นสะอาดตามไปด้วย เพียงท่านมีใจที่สะอาดเพียงคนเดียว ท่านยังสามารถทำสิ่งรอบข้างของท่านให้สะอาดถึงเพียงนี้ และเราทุกท่านลองคิดซิว่าถ้าหากทุกๆ คนในโลกนี้มีความสะอาดที่เกิดขึ้นจากใจของทุกคนล่ะ อะไรจะเกิดขึ้น โลกของเราก็คงสงบสุข เต็มไปด้วยบุคคลที่สะอาด ทั้งกาย วาจา ใจ การเบียดเบียนกันก็คงไม่เกิดขึ้น สันติสุขก็คงเกิดขึ้นในโลก โดยมีคุณยายของเราเป็นต้นแบบให้เรา คุณยายท่านก็หวังไว้ว่าสิ่งที่คุณยายได้ทำนี้ สิ่งที่คุณยายได้ประพฤติความสะอาดนี้นี่ จะได้เป็นต้นแบบให้กับลูกหลานของยายทุกคน ได้เป็นหลักในการประพฤติปฏิบัติตาม สิ่งที่คุณยายได้พร่ำสอน ได้เสียสละเรี่ยวแรงทุกอย่างให้ลูกหลานยายทุกคนได้ปฏิบัติตาม ให้ได้มีกาย วาจา ใจที่ใส สะอาดตามท่าน สิ่งนี้นับเป็นภารกิจของพวกเราทุกคน ที่คุณยายได้มอบหมายให้พวกเราได้พึงประพฤติปฏิบัติตามท่านให้เกิดความสะอาด บริสุทธิ์ของกาย วาจา ใจ และตามท่านไป ดอกบัวนี่แม้เกิดจากตม ยังสามารถโผล่พ้นเปลือกตม และชูก้านเหนือน้ำ พร้อมที่จะเบ่งบานเพื่อรับแสงตะวันฉันใด คุณยายของเราแม้ท่านเองไม่ได้เกิดจากตระกูลของเศรษฐี มหาเศรษฐี คหบดีผู้มั่งมี เป็นเพียงแต่ลูกชาวนาไม่รู้หนังสือแม้แต่น้อยนี่ แต่ท่านก็มีใจที่สะอาด สามารถพัฒนาตนเป็นต้นแบบของนักสร้างบารมี เป็นรากฐานรองรับวิชชาธรรมกายที่ละเอียดและบริสุทธิ์ อย่างยากที่จะหาผู้ใดเสมอเหมือนได้ ดังนั้นท้ายสุดนี้ หลวงพี่จึงขอเชิญทุกคนได้นั่งหลับตาสำรวมกาย วาจา ใจของเรา ให้ใส สะอาด สร้างความสะอาดให้เกิดขึ้นจากกาย วาจา และใจของเรากันก่อน ทำอย่างที่คุณยายปรารถนาจะให้ทุกคนได้เป็นอย่างยายกันก่อนนะ ให้พวกเราได้นั่งทำใจของเราอย่างเบาสบาย ทำใจของเราให้ผ่องใส หยุดนิ่ง ณ ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ให้กาย วาจา ใจของเรานั้นสะอาด บริสุทธิ์ ให้เรามีความปรารถนา มีความตั้งใจที่จะก้าวเดินตามมโนปณิธานและจริยาวัตรของคุณยาย ที่ท่านได้ทำให้กับเราได้ดูเป็นแบบอย่าง และให้เรานึกถึงบุญกุศลที่ได้เกิดขึ้นจากการได้กระทำซึ่งความสะอาด กาย วาจา ใจในครั้งนี้ ขอบุญกุศลที่เราได้ร่วมกันทำ มีถึงแด่คุณยายของเรา ให้ท่านได้มีความสุข ความเจริญยิ่ง ๆ ขึ้นไป และพวกเราทุก ๆ ท่านก็จะขอสัญญา และจะตั้งใจประพฤติปฏิบัติตามท่าน ให้มีความสะอาดที่เกิดขึ้นจากกาย วาจา ใจ ให้เราได้นึกอย่างนี้ และอธิษฐานจิตตามความปรารถนากับคุณยายกันสักครู่นะ ****************************** จบ ******************************