ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

การสงเคราะห์ญาติ

คุณยายอาจารย์ · เทศน์งานยาย

(ม้วน 1/A) พระศักดิ์ชาย : ขอนอบน้อมแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐด้วยเศียรเกล้า กราบนมัสการพระเดชพระคุณหลวงพ่อ พระมหาเถระ พระเถรานุเถระที่เคารพอย่างสูง สวัสดีเพื่อนสหธรรมิกทุกรูป เจริญพร สามเณร อุบาสก อุบาสิกา และผู้มีบุญทุกท่าน (สาธุ) ญาตกานญฺจ สงฺคโห (อนวชฺชานิ กมฺมานิ) เอตมฺมงฺคลมุตฺตมํ การสงเคราะห์ญาติ เป็นมงคลอันสูงสุด ในวันนี้ก็จะขอโอกาสน้อมนำคุณธรรมของคุณยายอาจารย์ ในหัวข้อธรรมะคือการสงเคราะห์ญาติ มาเล่าให้กับทุกๆ ท่านได้ฟังกัน หลวงพี่ได้มีโอกาสได้พูดคุยกับหลานๆ ของคุณยายซึ่งเป็นญาติทางสายโลหิต ก็ได้มีโอกาสรับฟังเรื่องราวในสมัยเด็กๆ ของเขา ว่าคุณยายของเรา เมื่อสมัยที่หลวงพ่อวัดปากน้ำท่านสิ้นแล้ว คุณยายก็อยู่ที่บ้านหลังเล็ก บ้านธรรมประสิทธิ์ ในช่วงนั้น ถ้าเป็นช่วงที่ปิดเทอม คุณยายก็จะไปรับตัวหลานๆ โดยเฉพาะหลานสาว เด็กผู้หญิง ก็จะไปรับหลานๆ ของคุณยายนี่แหละมาที่วัดปากน้ำ รับมาอบรม มาสั่งสอน ในช่วงแรกๆ นั้นหลานๆ ก็คืออย่างเช่นหลานคนโตนี่ ในช่วงนั้นก็จบป.๑ เอง พอปิดเทอมคุณยายก็ไปรับมา แต่ละปี แต่ละปีก็ไปรับมา คุณยายจะอบรมเรื่องกิริยามารยาท ให้รักบุญ ให้กลัวบาป อบรมเกี่ยวกับความขยัน ทุกสิ่งทุกอย่าง ความเป็นระเบียบ ความมีวินัย ตรงนี้นี่คุณยายท่านจะอบรมอย่างตลอดเวลาเลย จากหลานๆ คนหนึ่ง ๒ คน ในแต่ละปีผ่านไป ก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากจบป. ๑ ก็มาเป็นจบป. ๒ ป. ๓ เรื่อยขึ้นมา จนมีหลานทั้งหมดนี่ประมาณ ๘ คน หลานสาวทั้งนั้นเลยที่คุณยายได้มีโอกาสนำมาอบรมสั่งสอนอย่างสม่ำเสมอ แล้วก็มีบางครั้งเหมือนกัน เนื่องจากคุณยายมีหลานสาวเยอะ หลานสาวคนที่โตๆ หน่อย ก็อยู่ในช่วงวัยรุ่นแล้ว ก็มีเหมือนกัน คนงานซึ่งมาก่อสร้างในวัดปากน้ำ ซึ่งเป็นผู้ชาย บางทีก็มุดรั้วเข้ามาเหมือนกัน คุณยายก็ต้องไล่นะฮะ คือเป็นการป้องกันหลานๆ ของท่าน ก็เป็นธรรมดานะฮะว่าในแต่ละที่ก็อาจจะมีบ้าง แต่คุณยายท่านจะเข้มงวดกวดขันในเรื่องนี้มาก แล้วก็โดยเฉพาะเรื่องการประพฤติพรหมจรรย์ คุณยายจะสั่งสอนหลานๆ เสมอ แล้วก็นับว่าเป็นสิ่งที่ดีจริงๆ คือหลานๆ ของท่านก็มีอยู่คนหนึ่ง ณ บัดนี้ก็ได้มีโอกาสเข้ามาอบรม แล้วก็ตั้งใจเข้ามาประพฤติพรหมจรรย์ เป็นบุคลากรภายในวัดของเรา ก็ต้องขออนุโมทนาไว้ ณ ที่นี้ด้วย นี่คือการสงเคราะห์ญาติ ซึ่งเป็นญาติทางสายโลหิตของคุณยายท่าน อีกส่วนหนึ่งก็คือลูกๆ หลานๆ ที่เป็นลูกศิษย์ก็คือพวกเราทุกๆ ท่านที่อยู่ ณ ที่นี้ก็ดี อาจจะอยู่ต่างจังหวัด หรือบางท่านตอนนี้อยู่ในต่างประเทศก็ดี คุณยายท่านสงเคราะห์หมดทุกคนเลย หลายๆ ท่านคงเคยจะได้ฟังแล้วว่าคุณยายท่านสร้างโรงทานแล้วก็อธิษฐานว่าจะมีใครมาก็ตาม จะมาเป็นร้อย เป็นพัน เป็นหมื่น เป็นแสน มีมาเท่าไหร่ เลี้ยงให้ได้หมด มาร้อยเลี้ยงให้ได้ร้อย มาล้านเลี้ยงให้ได้ล้าน คุณยายท่านก็ทำอยู่อย่างสม่ำเสมอจนตลอดชีวิตของคุณยายท่าน นี่คือการสงเคราะห์ลูกศิษย์ของท่าน แล้วสิ่งที่สำคัญก็คือคุณยายท่าน เมื่อใครมาเป็นลูกศิษย์แล้ว คุณยายท่านจะตามดูแลตลอด ท่านเคยเล่าให้พระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตชีโว พระภาวนาวิริยคุณฟังว่าใครมาเป็นลูกศิษย์ของเราแล้ว เราก็ต้องตามดูเขา เหมือนอย่างกะแม่ที่ตามดูลูก เขามาเป็นลูกเราแล้วนี่ เราจะไม่ให้เขากราบเราเปล่าๆ เราจะตามดูเขาไป จะประคองเขาไป จนกว่าเขาจะเข้าถึงธรรมกาย จนกว่าเขาจะรักษาตัวรอด พึ่งตัวเองได้ ดูน้ำใจของคุณยายท่าน ท่านมีความรัก มีความเป็นห่วงลูกศิษย์ของท่านตลอด ท่านก็บอกว่าเขาเหล่านั้นนี่จะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจปฏิบัติธรรมก็ตาม ยายก็ต้องเอามาเก็บ เอามากลั่นไว้ที่ศูนย์กลางกายของคุณยายให้ปลอดภัยเอาไว้ สิ่งที่คุณยายทำนั้น ทำทั้งหยาบและละเอียด พระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตะท่านก็ถามคุณยายเหมือนกันว่ายาย แล้วทำไมยายถึงไม่บอกลูกศิษย์เขาบ้างล่ะ คุณยายท่านก็ยิ้มๆ ท่านก็บอกว่าถึงบอกมันก็ไม่รู้หรอก แล้วก็บอกว่าไว้จะเข้าใจเมื่อไหร่ก็ตอนที่เขาได้เข้าถึงธรรมกายในตัวนั่นแหละ เขาถึงจะเข้าใจ พระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตะท่านก็ถามต่ออีกว่ายาย แล้วถ้าไอ้คนไหนนี่ มันไม่เข้าถึงธรรมกาย มันจะรู้ได้ยังไงล่ะ คุณยายท่านก็ยิ้มๆ อย่างอารมณ์ดี แล้วท่านก็ตอบว่าไม่เป็นไรหรอก หลวงพ่อ พอเวลามันตาย มันก็รู้เองแหละ พวกนี้นี่พอตายแล้วนี่ เขาก็จะรู้เองว่าเขามีบุญ เขาได้รับความสุขได้นี่ก็เพราะคุณยาย และมันก็จะมากราบยายเองแหละ นี่คือคุณยายของเรา ท่านมีความรัก ความเป็นห่วงลูกศิษย์ลูกหา เป็นญาติในทางธรรมของท่าน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่าบุคคลเกิดมาแล้วนี่ ไม่มีใครเลยที่ไม่เป็นญาติกัน ทุกคนเป็นญาติกันทั้งนั้น คุณยายเองท่านก็เหมือนกัน นอกจากจะสงเคราะห์ลูกศิษย์ลูกหานี่ ท่านได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่สงเคราะห์โลก สงเคราะห์จักรวาล แสนโกฏิจักรวาล อนันตจักรวาลทีเดียว หลายๆ ท่านคงเคยจะได้ยินแล้วว่าคุณยายนี่ท่านบอกเอาไว้ ใครจะไปนิพพานก็ไปเถอะ แต่ยายจะยังไม่ไป ยายจะขนเอาทุกคนเข้าพระนิพพานให้หมดเลย นี่คือน้ำใจของคุณยาย และเนื่องจากว่าสังขารของท่านอายุมาก การที่ท่านจะไปสงเคราะห์แต่ละคน แต่ละคนนั้นให้ทั่วทั้งโลก สังขารของท่านไม่อำนวย แต่ด้วยปัญญาของชาญฉลาด ท่านจึงได้สั่งสอนถ่ายทอดความรู้ทั้งหมดทั้งหยาบและละเอียดก็ดีให้กับพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโย คือพระราชภาวนาวิสุทธิ์ของพวกเรา พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระภาวนาวิริยคุณ หลวงพ่อทัตตชีโวของพวกเรา ถ่ายทอดให้ท่านทั้งหยาบและทั้งละเอียด ให้หลวงพ่อได้เป็นผู้นำที่สร้างพระผู้นำและสร้างผู้นำบุญอีกมากมายนับทวีเป็นมหาศาลทีเดียว นี่คือวิธีการสงเคราะห์โลกของคุณยายด้วยวิธีการที่ชาญฉลาดจริงๆ ในโอกาสนี้หลวงพี่เองอยากจะให้ทุกๆ ท่านได้มีความตั้งใจแล้วก็ได้เข้าใจถึงว่าสิ่งที่คุณยายนั้น สงเคราะห์โลกนั้นคือสงเคราะห์อย่างไร คุณยายท่านสงเคราะห์ด้วยการถ่ายทอดธรรมะ ด้วยการให้ทุกๆ คนนี่แหละตั้งใจอยู่ในบุญ อยู่ในกุศล ตั้งใจที่จะละ ที่จะเลิก การทำความชั่วทั้งปวง คุณยายท่านได้เคยบอกเอาไว้ว่ามนุษย์เราทั้งแสนโกฏิจักรวาล อนันตจักรวาล มีบุญนั่นแหละเป็นที่พึ่ง เพราะฉะนั้นคุณยายเองท่านจึงได้ทำเป็นแบบอย่างก็คือยายเอาบุญทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นหยาบหรือละเอียด ท่านทำบุญสม่ำเสมอทุกๆ วัน ตลอดเวลาทีเดียว และด้วยอานิสงส์ผลบุญทั้งหลายที่เกิดขึ้น จึงทำให้เป็นวัดพระธรรมกายในปัจจุบันนี้ หลวงพี่ก็อยากจะขอเล่าตัวอย่างเรื่องจริง ซึ่งเป็นอานุภาพของบุญที่ตั้งใจกระทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ และต่อเนื่องตลอดมาเป็นสิบๆ ปี ของบุคคลท่านหนึ่ง คือเมื่อประมาณเดือนกว่าๆ ที่แล้ว หลวงพี่ได้มีโอกาสไปปักษ์ใต้ ไปที่หาดใหญ่ ก็ได้มีโอกาสพบกับโยมพี่ผู้ชายท่านหนึ่ง ขอเอ่ยชื่อว่าโยมพี่เปี๊ยก ชื่อจริงจำไม่ได้ มีภรรยาชื่อโยมพี่นก โยมพี่เปี๊ยกนี่จะคอยอำนวยความสะดวก ขับรถพาหลวงพี่ไปในที่ต่างๆ จุดที่จะต้องไปตามศูนย์กัลยาณมิตร ก็ได้มีโอกาสรับฟังโยมพี่เปี๊ยกเล่าให้ฟัง แต่ก่อนที่จะเล่าให้ฟังถึงเรื่องนี้ หลวงพี่เองก่อนหน้านั้นได้มีโอกาสฟังรายการวิทยุช่วงหนึ่ง ซึ่งเป็นรายการของร่วมด้วยช่วยกันในวันที่ ๒๔ พฤษภา ๒๕๔๓ ซึ่งช่วงนั้นเป็นช่วงน้ำท่วมหาดใหญ่ น้ำท่วมวันที่ ๓ แล้ว ก็ได้มีโอกาสฟังว่าเครื่องบินที่มาจอดที่สนามบินหาดใหญ่ มาจอดส่งคนแล้ว ก็ไม่สามารถที่จะขึ้นได้ แล้วก็คนส่วนหนึ่ง คือคนทั้งหมดนี่ที่อยู่ที่นั่นก็ไม่สามารถที่จะไปที่ไหนได้ ต้องนอน ต้องกิน แล้วก็พักอยู่อาศัยที่บริเวณสนามบินนั้น เพราะว่าน้ำท่วมมาก บางที่ท่วมถึง ๓ เมตร เพราะฉะนั้นการสัญจรไปมาไม่ได้เลย ต้องอาศัยเรืออย่างเดียว และเมื่อได้มีโอกาสไปปักษ์ใต้ ไปหาดใหญ่คราวนี้ ก็ได้คุยกับโยมพี่เปี๊ยกท่านนี้ว่าเป็นอย่างไรบ้างในช่วงที่น้ำท่วม โยมพี่ก็เล่าให้ฟังว่าช่วงน้ำท่วมที่นั่นลำบากมาก บอกว่าท่วมนี่ตอนแรกมีเพื่อนๆ ได้โทรมาจากที่อำเภอสะเดา บอกว่าตอนนี้นะที่อำเภอสะเดานี่ น้ำท่วมแค่เข่าแล้วนะ เพราะฉะนั้นเดี๋ยวหาดใหญ่คงท่วมแน่เลย แล้วก็บอกด้วยว่าเมื่อประมาณ ๑๐ ปีที่แล้ว น้ำท่วมที่อำเภอสะเดานี่ประมาณแค่หน้าแข้ง ที่หาดใหญ่ท่วมเมตรครึ่ง มาวันนี้ท่วมถึงหัวเข่า เพราะฉะนั้นไม่รู้ว่าที่หาดใหญ่น้ำจะท่วมสักแค่ไหน โยมพี่เปี๊ยก็มาดูที่คลองที่ใกล้ๆ ก็ดูแล้ว เอ๊ะน้ำไม่ขึ้นเลย แต่ก็คิดว่าไหนๆ เพื่อนโทรมาแล้ว เราก็เก็บของเสียหน่อยหนึ่ง แต่เรื่องของกรรมนี่มันน่าอัศจรรย์ว่า น่าแปลกใจว่ามันมาเร็วมาก คือช่วงระยะเวลาแค่ ๒ ชั่วโมงแค่นั้นเอง น้ำนั้นท่วมถึงแค่คอประมาณเมตรครึ่ง เราลองนึกดูนะฮะ ว่ากำลังของน้ำนี่มหาศาลแค่ไหน เพราะฝนตกต่อเนื่องหลายวัน น้ำป่านี่หลากออกมาเป็นสีตาล เป็นแบบน้ำโคลน เพราะฉะนั้นการไฟฟ้านี่ต้องตัดไฟ การสัญจรไปมานี่ไม่สะดวกเลย เพราะน้ำแรงมาก ถ้าจะออกเดินไปนี่ ก็ลำบาก บางจุดนี่น้ำแรงมาก ถ้าออกไปแล้วก็พับตัวไปเลย เพราะฉะนั้นทั้งหมดเลย เนื่องจากว่าเป็นระยะเวลาที่มันกระชั้นชิดมาก การตระเตรียมอะไรต่างๆ เตรียมไม่ทันเกี่ยวกับเรื่องข้าวปลาอาหาร เลยทำให้ต้องทนลำบากกันอยู่ บางที่ถึง ๕ วัน บางบ้านน้ำ บางบ้านนี่เป็นบ้านชั้นเดียว น้ำก็ท่วมขึ้นมาเรื่อยๆ คนในบ้านก็ต้องขึ้นไปอยู่บนหลังคา แล้วก็ไม่ใช่แค่นั้น น้ำก็ยังท่วมหลังคาสูงขึ้นไปอีก ถ้ายืนก็แค่เข่าของคนที่ยืนอยู่หลังคา เพราะฉะนั้นท่วมมากทีเดียวนะฮะ เราลองนึกดูว่าสภาพที่จะต้องทนอยู่อย่างนั้น แล้วก็ไม่ได้ทานอาหาร นอนก็ไม่ได้นอน เพราะไม่รู้จะนอนอย่างไร อยู่บนหลังคา น้ำท่วมถึงแค่เข่า น้ำก็ลำบาก เป็นความลำบากซึ่งลำบากมากๆ หลายคนก็ต้องร้องโหยหวนทีเดียว ส่วนของโยมพี่เปี๊ยกนี้ก็ได้เล่าให้ฟังเหมือนกัน ทุกคนที่อยู่เชียงใหม่ประสบเหตุนี้หมดเลย แต่เนื่องจากว่ากุศลผลบุญที่ได้ทำมาเป็นสิบๆ ปีก็มาส่งผล หลวงพี่อยากจะให้ทุกท่านนี่ได้ตระหนักในข้อนี้ว่าบุญเท่านั้นแหละเป็นที่พึ่งของทุกๆ คนทีเดียว เพราะว่าโยมพี่เปี๊ยกนี่กับภรรยาคือโยมพี่นกนี่ทำบุญมาตลอดทุกวันไม่เคยขาดเลย อย่างที่เราได้ยินได้ฟังโยมพี่ท่านหนึ่งที่ได้เล่าที่สภาธรรมกายเกี่ยวกับการใส่บาตรทุกๆ วัน คือโยมพี่สุจินตนา โยมพี่เปี๊ยกนี่ก็ทำบุญทุกวันเลย เป็นสิบๆ ปี เมื่อถึงคราวลำบาก ถ้าจะเรียกได้ว่าลำบากอย่างนื้คือเรียกว่าเป็นวิบัติอย่างหนึ่ง ถ้าเป็นถ้อยคำของหลวงพ่อวัดปากน้ำ จะเรียกว่าเป็นวิบัติบาปศักดิ์สิทธิ์ แต่ด้วยอานุภาพของบุญที่บุคคลสั่งสมมาไว้อย่างดีแล้ว ถึงแม้ว่าจะต้องประสบเคราะห์กรรมอย่างนั้น บุญก็จะตามมาหล่อเลี้ยงรักษา ก็คือโยมพี่นี่ โยมพี่เปี๊ยกก็ได้ขึ้นแบบอาศัยอยู่อีกชั้นหนึ่ง เพราะว่าบ้านเป็นตึก ไม่ใช่มีชั้นเดียว เมื่ออยู่อย่างนั้นมันก็เป็นเหตุอัศจรรย์จริงๆ หลายๆ คนลำบากกันหมด แต่โยมพี่เปี๊ยกนี่ในเมื่อขายของอะไรไม่ได้ ก็อยู่แต่ที่บ้าน แล้วก็คอยสังเกตว่าสิ่งใดจะมีลอยตามน้ำมาบ้าง สักพักหนึ่ง อัศจรรย์ เห็นกล่องโฟมลอยมาก็เลยเอาไม้นั่นแหละเขี่ยกล่องโฟมเข้ามา พอเปิดดูก็เห็นไก่ซึ่งชำแหละแล้ว ดูคนมีบุญนะฮะ ไม่ต้องทำปาณาติบาต ไม่ต้องฆ่าสัตว์ได้ไก่ที่ชำแหละแล้วประมาณ ๓๐ ตัวอยู่ในกล่องโฟมนั้น แล้วก็ไม่ใช่เปล่าๆ แถมแช่น้ำแข็งกันเน่าให้อีกด้วย นี่คือบุญที่ส่งผล ทั้งๆ ที่ทุกๆ คนประสบหมด แต่บุคคลที่ทำบุญอย่างสม่ำเสมอด้วยใจที่บริสุทธิ์และต่อเนื่องทุกวัน บุญก็ไม่ทิ้งเขา นอกจากนั้นยังไม่พอ ไม่นาน หอมใหญ่ลอยมา ไม่ใช่แค่นั้น ตะไคร้ลอยมาอีก ไม่ใช่แค่นั้นอีกนะฮะ พริกไทยลอยมาเป็นถุงกระสอบใหญ่ๆ มันเป็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์ทีเดียวเลย สำหรับบุคคลผู้มีบุญ โยมพี่ก็บอกว่าน้ำท่วมคราวนี้นี่ได้กินอาหารอร่อยกว่าปกติเสียอีก ทำต้มยำได้เลย แต่เนื่องจากว่าเป็นคนที่มีบุญ และก็รักในการทำบุญ เห็นเพื่อนบ้านที่ลำบากก็เลยทำอาหารเหล่านี้แหละไปแจกเพื่อนบ้าน และหลวงพี่ก็ได้มีโอกาสฟังอีกเรื่องหนึ่ง ก็ไม่แน่ใจว่าจะเป็นเรื่องเดียวกันหรือเปล่า จะเป็นคนๆ เดียวกันหรือเปล่า หลวงพี่กุศลท่านเล่าให้ฟังบอกว่าก็คราวน้ำท่วมคราวเดียวกันแหละ แต่ไม่ทราบว่าจะเป็นคนเดียวกันไหม เนื่องจากว่าน้ำนี่ขาดแคลน น้ำดื่ม มีแต่น้ำป่าที่หลากหลายมา มีอยู่ท่านหนึ่งโอ่งน้ำดื่มมีอยู่ เห็นคนอื่นลำบากก็เลยตักน้ำ น้ำดื่มนี่แหละในโอ่งนี่แจกจ่ายเพื่อนบ้าน ตักแจกจ่ายจนหมด พอหมดแล้วหันกลับมาดูในโอ่งของตัวเองก็ตกใจ เอ๊ะหมดแล้ว แต่ก็นึกในใจว่าเชื่อมั่นว่าบุญของตัวเองที่ทำมา คงจะช่วยให้ตัวเองพ้นจากความวิกฤตตรงนี้ได้ แล้วก็เป็นที่น่าอัศจรรย์อีกน่ะแหละ โอ่งน้ำใบใหญ่ลอยตามน้ำมา ทำให้มีน้ำดื่มได้ดื่มดับความกระหายไปได้ นี่คือเรื่องของบุญที่บุคคลทำแล้วอย่างสม่ำเสมอ ทำด้วยใจที่สะอาด บริสุทธิ์ ด้วยใจที่ผ่องใส ไม่ใช่แต่เฉพาะเรื่องนี้ โยมพี่ โยมพี่เปี๊ยกได้เล่าให้ฟังได้หลายๆ เรื่อง แต่ไม่ทราบว่าวันนี้จะเล่าให้ได้ฟังกี่เรื่อง ส่วนอีกเรื่องหนึ่งก็คือเนื่องจากว่าตัวเองนี่เป็นคนที่รักในการทำบุญมาก ได้มีโอกาสรับปากที่วัดหนึ่ง ก็จะไปทำบุญที่นั่น ไปก็ไม่ไปเปล่า ชักชวนเพื่อนฝูงหมู่ญาติไปทำบุญกันด้วย ตัวเองนั้นมีรถปิคอัพก็ขนหมู่ญาติเพื่อนฝูงนี่แหละขึ้นรถปิคอัพไปเต็มคันรถเลย ไปทำบุญที่วัดๆ หนึ่ง ในหนทางที่ใกล้จะถึงวัดก็ต้องข้ามสะพานอยู่สะพานหนึ่งซึ่งสูงมาก พอข้ามสะพานไปนี่เห็นคนที่วัดนี่ เขาโบกไม้โบกมือ โยมพี่เปี๊ยกก็ดีใจนึกว่าเขาโบกมือต้อนรับ พอไปถึงที่จอดรถลงมา ไอ้ที่เขาโบกมือนี่ เขาบอกว่าที่โบกมือน่ะอย่ามานะ เพราะว่าสะพานมันชำรุด แล้วก็บอกให้เขาหันไปดู พอหันไปดูเขาก็ต้องตกใจ เพราะว่าสะพานนั้นชำรุดจริง ใช้ไม้ไผ่ลำประมาณสัก ๓-๔ ลำคล้ำเเอาไว้ เขาเห็นแล้วเขาตกใจว่านี่เป็นบุญจริงๆ นะ ถ้าเกิดมันเป็นอะไรไปตอนนั้น ต้องมีคนตายแน่ๆ เลย แต่นี่เพราะบุญรักษาเอาไว้ สะพานที่ข้ามมานั้นน่ะ เส้นทางนั้นคือเส้นทางเก่า เขาเลิกมาตั้ง ๔-๕ ปีแล้ว นี่ก็เป็นอานุภาพอีกเรื่องหนึ่งที่โยมพี่ท่านนี้ได้ประสบมา หลวงพี่จึงอยากให้ทุกๆ ท่านเลย การที่เราได้มีโอกาสเข้าวัดปฏิบัติธรรม ได้มีโอกาสสั่งสมบุญบารมีนี่ ได้ทำตามอย่างที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านสอน อย่างที่คุณยายท่านสอนไว้เถอะ เพราะว่าบุญเท่านั้นแหละเป็นที่พึ่งของพวกเราทุกๆ คน แล้วก็ท่านใดนี่ได้มีโอกาสนะ ก็อยากจะให้ได้นำเรื่องนี้ก็ดี หรือเรื่องที่ได้ยินได้ฟังจากโยมพี่สุจินตนาเมื่อตอนกลางวันก็ดี ให้การสงเคราะห์กับลูกหลานของตนเองด้วยการให้เขาได้สั่งสมทานบารมีเป็นประจำทุกๆ วัน อย่างโยมพี่สุจินตนาเองที่หลวงพี่ได้ยินได้ฟังนี่ สมัยเด็กๆ นี่ถูกบังคับเสียด้วยซ้ำ เนื่องจากเป็นพี่สาวคนโต ถูกบังคับให้ใส่บาตรตั้งแต่องค์แรกจนถึงองค์สุดท้าย ลองนึกดูเด็กเล็กๆ ที่จะต้องใส่บาตรพระภิกษุเป็นจำนวนมากทีเดียว บางครั้งอยู่ถึง ๘ โมงกว่าจะได้ทานข้าว ก็หิว แต่ด้วยอานิสงส์ถึงแม้ว่าจะถูกบังคับก็ตาม จนต่อมานี่ไม่ต้องบังคับแล้ว ตั้งใจที่จะทำบุญเองตลอดทุกๆ วัน แล้วบุญนั้นก็ส่งผลทำให้มีทรัพย์สมบัติมา อยากจะให้นำสิ่งเหล่านี้แหละได้ถ่ายทอดสู่ลูกๆ หลานๆ เพราะว่าการที่เราจะให้สมบัติกับลูกๆ หลานๆ ได้นั้นน่ะถ้าเป็นสมบัติจากยาย หลายๆ ท่านก็คงจะเคยได้ยิน จะเป็นสมบัติถึง ๑ ล้าน ๑๐ ล้าน ร้อยล้านก็ดี แต่ถ้าลูกๆ หลานๆ ไม่มีบุญ สมบัติเหล่านั้นก็จะวิบัติไป บางคนเมื่อได้สมบัติใหญ่ขนาดนั้น ต้องกลับมาเป็นขอทานมีฐานะต่ำต้อยก็มีเยอะแยะไป ให้เราได้เห็นในปัจจุบัน แต่ถ้าเรามีความรักลูกๆ หลานๆ หรือตัวเองก็ดี ให้เขา ให้ลูกๆ หลานๆ เหล่านั้นได้สร้างทานทุกๆ วัน บุญนี้เองจะเป็นสิ่งที่สงเคราะห์เขา เป็นมิตรเขาไปนับตั้งแต่ชาตินี้ จนข้ามภพข้ามชาติตราบกระทั่งบรรลุมรรคผลนิพพาน ทุกๆ คนถ้าได้มีโอกาสได้สั่งสมบุญอย่างนี้ ได้เป็นกัลยาณมิตรให้กับลูกๆ หลานๆ หลวงพี่เชื่อมั่นว่าต่อไปนอกจากประเทศไทยแล้ว ทุกๆ ประเทศทั่วทั้งโลก เมื่อเราได้ถ่ายทอดธรรมะ และสิ่งที่ดีงามเหล่านี้ จนเห็นผลเป็นอัศจรรย์ เขาเหล่านั้นก็จะได้มาอยู่ในเส้นทางของบุญ เส้นทางของพระรัตนตรัยได้อยากจะขอฝากข้อคิดไว้ว่า ถ้าเราไม่ทิ้งบุญ บุญก็ไม่ทิ้งเรา เรารักบุญ บุญก็รักเรา และเราจริงกับบุญ บุญก็จริงกับเรา ในโอกาสนี้ขอเรียนเชิญทุกๆ ท่านได้กลั่นใจน้อมนำบุญกุศลที่เราตั้งใจได้กระทำมาดี บูชาธรรมแด่คุณยาย ขอให้ทุกท่านได้ตั้งใจกลั่นจิตกลั่นใจของเราสักครู่หนึ่งนะ ให้เราทุกคนได้ตรึกระลึกนึกถึงบุญกุศลที่เราได้ทำมากันอย่างดีแล้ว และทุกท่านก็ได้มีโอกาสได้ฟังสิ่งที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อได้เล่าให้ฟังก่อนที่จะมาเริ่มงานสวดพระอภิธรรมของคุณยาย บารมีธรรมของคุณยายนั้นมากมายมหาศาล เราทุกท่านเมื่อจรดใจนึกถึงบุญ และน้อมนำคุณยายท่านมาไว้ที่ศูนย์กลางกาย หรือเอาใจของเราเหมือนกับเชื่อมกับใจของคุณยายท่าน บุญกุศลทั้งหลาย กำลังบุญบารมีของคุณยายก็จะได้กลั่นกาย กลั่นวาจา กลั่นใจ กลั่นธาตุธรรมเห็น จำ คิด รู้ของเราให้สะอาด บริสุทธิ์ ทับทวียิ่งๆ ขึ้นไป ในสมัยที่คุณยายยังมีชีวิตอยู่นั้น พระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตชีโวท่านก็เคยได้กราบเรียนถามคุณยาย ท่านเคยได้ถามคุณยายเกี่ยวกับเรื่องการที่คุณยายท่านดูแลลูกๆ หลานๆ ลูกศิษย์ลูกหาของท่าน ท่านก็จะเอาใจ เอาทุกๆ คนนี่แหละมาไว้ในกลาง เหมือนกับที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านเล่าเมื่อตอนบ่ายนี่แหละ ท่านนำมากลั่นไว้หมด เพียงแต่เราทำใจของเราให้ชุ่มอยู่บุญ ทำใจของเราให้เยือกเย็น ให้ผ่องใส ให้มีความรู้สึกว่าคุณยายท่านได้มากลั่นมาซ้อน ทั้งกายและใจของเราให้สะอาด ให้บริสุทธิ์ คุณยายท่านอาราธนาบุญบารมีของพระธรรมกายนับไม่ถ้วน มากลั่นเราด้วย แค่เพียงเราทำใจให้หยุด ให้นิ่ง ให้ผ่องใส นึกถึงบุญอย่างมีความสุข นึกถึงบุญด้วยความอิ่มเอิบเบิกบานผ่องใส กระแสบุญบารมีทั้งหลายก็จะกลั่นกาย กลั่นใจของเรา ให้บริสุทธิ์ทับทวียิ่งๆ ขึ้นไป เราทุกท่านก็จรดใจนิ่งๆ เหมือนแช่อิ่มอยู่ในบุญ อยู่ในดวงบุญ ดวงบารมี ให้ละเอียด ให้ผ่องใส สะอาด บริสุทธิ์กันสักครู่หนึ่งนะ (หมด 1/A) (ม้วน 1/B) ให้ทุกท่านนึกถึงบุญกุศลนี้แหละ น้อมบูชาธรรมแด่คุณยายอาจารย์ของเรา บูชาธรรมท่านด้วยใจที่ใส ที่สะอาด ที่บริสุทธิ์ แล้วก็นึกขออำนาจแห่งบุญบารมีทั้งหลายของ ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ พระปัจเจกพุทธเจ้า พระอรหันตเจ้า บารมีธรรมของหลวงพ่อวัดปากน้ำ บารมีธรรมของพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโย พระราชภาวนาวิสุทธิ์ บารมีธรรมของพระเดชพระคุณพระภาวนาวิริยคุณ หลวงพ่อทัตตชีโว และคณะสงฆ์ บารมีธรรมของคุณยาย กับบุญบารมีของเราทุกๆ คน ตั้งจิตอธิษฐานในกลางดวง กลางองค์พระ กลางความสะอาด บริสุทธิ์ กลางกายของเรา ให้บุญเหล่านี้มาเป็นเครื่องสนับสนุนให้เราได้เข้าถึงความสะอาดบริสุทธิ์ ให้หลุดพ้นจากกิเลสอาสวะ อวิชชา อกุศลมลทินใดๆ ทั้งหลาย ให้ปราศจากภัยพาลใดๆ ทั้งปวง พ้นจากทุกข์โทษภัยในวัฏสงสาร ให้กำลังบุญนี้เป็นเครื่องสนับสนุน ให้เรามีความเจริญรุ่งเรืองยิ่งๆ ขึ้นไป ทั้งทางโลกและทางธรรม ให้ได้ถึงที่สุดแห่งทรัพย์สมบัติ รูปสมบัติ คุณสมบัติ มีดวงปัญญาสว่างไสว ให้เราได้เข้าถึงวิชชาธรรมกาย รู้แจ้งแตกฉานในวิชชาธรรมกาย ได้เป็นยอดกัลยาณมิตรทั้งแก่ตัวเอง หมู่ญาติ ตลอดจนถึงชาวโลกและสรรพสัตว์ทั้งหลาย แล้วก็นึกแผ่ส่วนบุญส่วนกุศลนี้แหละ ให้ถึงแก่ทุกๆ สรรพสัตว์ โดยเฉพาะคุณพ่อคุณแม่ของเรา ไม่ว่าท่านจะมีชีวิตอยู่ หรือละโลกนี้ไปแล้วก็ตาม ผู้มีพระคุณต่างๆ ญาติพี่น้องเพื่อนฝูงมิตรสหาย ทุกๆ สรรพสัตว์เลย ทั้งหยาบทั้งละเอียด สัตว์นรกยมบาล นายนิรยบาลก็ดี สัตว์เดรัจฉาน เปรต อสูรกาย มนุษย์ทั้งหลาย ภุมมเทวา รุกขเทวา อากาศเทวา อารักขเทวดาที่ประจำตัวของเราก็ดี ครุฑ ยักษ์ นาค คนธรรพ์ ชาวสวรรค์ทั้งหลาย พรหม อรูปพรหม ตลอดโลกนี้ จักรวาลนี้ แสนโกฏิจักรวาล อนันตจักรวาล ไม่มีที่สิ้นสุด ให้ได้มาอนุโมทนา ในส่วนบุญส่วนกุศล เมื่อเขาอนุโมทนาแล้วให้เขามีความสุข พ้นจากความทุกข์ ที่มีสุขอยู่แล้ว ให้สุขยิ่งๆ ขึ้นไป อย่าได้อาฆาตพยาบาท จองเวรเบียดเบียน อิจฉาริษยาซึ่งกันและกัน ให้ได้มีโอกาสประพฤติปฏิบัติธรรม ได้เข้าถึงธรรมะภายใน ทำมรรคผลนิพพานให้แจ้งได้ แล้วเราก็รวมบุญของเราอธิษฐานจิตให้พระเดชพระคุณหลวงพ่อของเราหายเจ็บ หายป่วย หายไข้ โดยเร็วไว ให้ท่านได้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง จะได้ทำวิชชาละเอียดได้โดยเร็วพลัน บุญบารมีทั้งหลายที่ท่านได้บอกมา ขอให้เราได้ทำ ได้สำเร็จเป็นอัศจรรย์ สัพเพ (หมด 1/B) PAGE PAGE 10 หน้า FILENAME \p \\DOMAIN\DATAYAY\ต้นฉบับบทเทศน์\2544\มิถุนายน\44-06-17 EW-AAT.doc