ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

ธรรมอันยิ่ง แด่ผู้มีพระคุณอันยิ่ง

คุณยายอาจารย์ · เทศน์งานยาย

(ม้วน 1/A) พระเทพวิริยาภรณ์ : การจัดการบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทานกิจ ผู้รักษาการท่านเจ้าอาวาส วัดธรรมกาย และญาติโยมกัลยาณมิตรผู้สนใจในธรรมะทั้งหลาย วันนี้นับว่าเป็นวันสำคัญอีกวาระหนึ่งที่ท่านทั้งหลายซึ่งมีท่านเจ้าคุณพระราชภาวนาวิสุทธิ์เป็นประธาน และพร้อมใจกันบำเพ็ญกุศลขันธ์ อันเป็นส่วนทักษิณานุปทานกิจ เพื่อจะอุทิศวิบัติสมบัติ คือบุญกุศลซึ่งเกิดขึ้นจากการกระทำคือการจัดให้มีการสวดพระอภิธรรมในครั้งนี้ อุทิศส่งไปให้กับดวงวิญญาณของคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ผู้ซึ่งเป็นผู้ได้ริเริ่มการก่อตั้งสำนักวัดธรรมกายแห่งนี้ขึ้น ที่ท่านทั้งหลายก็ได้มาร่วมบำเพ็ญกุศลอยู่ในสมาคมแห่งนี้ ก็คงจะทราบในการดำเนินงาน การก่อสร้างของวัดธรรมกายมาเป็นอย่างดีแล้ว นับตั้งแต่คุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ได้ละสังขารจากโลกนี้ไปแล้วเมื่อเดือนกันยายน พุทธศักราช ๒๕๔๓ จวบจนถึงบัดนี้ก็เกือบจะครบรอบ ๑ ปี แต่ละครั้ง แต่ละทีนั้นที่มีการบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทานกิจอย่างนี้ ทางสำนักแห่งวัดธรรมกาย โดยท่านผู้รักษาการเจ้าอาวาส ตอนนี้ท่านไม่อยู่ ไปเมืองนอก และมีผู้รักษาการซ้อน ซ้ำคือรักษาการแทนผู้รักษาการอีก ก็ได้จัดให้มีการบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทานต่อเนื่อง ซึ่งในฎีกาอาราธนาพระสงฆ์ทั้งหลายมาสวดพระอภิธรรมเนื่องในวันนี้นั้น ก็ท่านเจ้าคุณพระราชภาวนาวิสุทธิ์ เป็นผู้ลงนาม ก็ช่างเถอะ จะเป็นผู้รักษาการในอดีตหรือท่านเจ้าคุณราชภาวนาวิสุทธิ์ท่านเซ็นต์ก็ตาม แต่สรุปแล้วก็คงได้ความหมายว่าอาราธนาพระสงฆ์มาทั้งหมดนั้นเพื่อมาสวดพระอภิธรรม เพื่อท่านทั้งหลายที่ได้ฟังแล้วนั้นด้วยโยนิโสมนสิการ หมายความว่าตั้งอกตั้งใจฟังจริงๆ ได้บุญกุศลมากน้อยประการใด ก็จะได้พร้อมจิตพร้อมใจกันอุทิศส่วนบุญส่วนกุศล อันเป็นส่วนทักษิณานุปทานอันนี้ ไปให้กับดวงวิญญาณของคุณยายอาจารย์ มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ไม่ว่าท่านจะอยู่ ณ ที่ไหน เมื่อท่านได้ทราบโดยญาณวิถีทางใดทางหนึ่งแล้ว ท่านคงจะมีความชื่นชมโสมนัส อนุโมทนาสาธุการในส่วนกุศลทักษิณานุปทานกิจ ที่คณะท่านเจ้าภาพทุกท่านกล่าวโดยภาพรวม ได้ตั้งใจอุทิศไปให้ในครั้งนี้ อนุโมทนาสาธุการแล้วย่อมจะต้องมีสุคติภพเป็นที่ไปในเบื้องหน้า ถ้าเป็นเช่นนี้ก็นับว่าสมกับเจตนาของคณะท่านเจ้าภาพตามที่ได้กล่าวมาแล้วทุกประการ เมื่ออาตมาภาพได้รับอาราธนามาสวดพระอภิธรรม หรือจะประมาณสัก ๒ เดือนเห็นจะได้ แล้วก็มีโอกาสจะกล่าวสัมโมทนียคาถาในสมาคมแห่งนี้ เนื่องในการบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทานกิจอย่างนี้เหมือนกัน ได้พูดคุยกับพระสงฆ์ทั้งหลายและญาติโยมกัลยาณมิตร ผู้มีความเคารพเลื่อมใสในคุณยายอาจารย์ มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ และได้ทราบถึงชีวประวัติของท่านโดยสังเขป ซึ่งก็ในเนื้อหาสาระนั้นจะไม่กล่าวย้ำ เพราะอย่างไรเสีย ท่านทั้งหลายที่มาประชุมอยู่ในสมาคมแห่งนี้ ก็ย่อมจะได้ทราบชีวประวัติของท่านเป็นอย่างดีอยู่แล้ว แต่จะพูดถึงเรื่องธรรมะส่วนหนึ่งที่ได้กล่าวไว้ในวันนั้นว่า คุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ หรือแม่ชีจันทร์ที่เรารู้กันง่ายๆ นั้น อาตมาพูดว่าท่านเป็นคนมีบุญ ท่านเป็นคนมีบุญ หมายความว่าเป็นผู้มีบุญมาเกิด แล้วก็เกิดมามีบุญด้วย ทุกคนมีความปรารถนาลักษณะคุณสมบัติอย่างนี้ อยากเป็นผู้ที่มีบุญมาเกิดเหมือนกัน และเกิดมาต้องการมีบุญเหมือนกันด้วย แต่คนที่จะมีบุญมาเกิดนั้น ต้องหมายถึงว่าได้สั่งสมอบรมคุณงามความดีไว้ในชาติในครั้งก่อนโน้น ผลจึงจะออกมา เรียกว่าบุพเพกัตปุญญตา เพราะเคยทำความดีเอาไว้ในชาติแต่ปางก่อน ถ้าผลบุญที่เราเคยทำไว้ในชาติแต่ปางก่อนโน้นมีผลบุญส่วนนั้น ก็จะสะท้อนกลับมาให้เป็นสมบัติของเราในชาตินี้ เรียกว่าเรามีบุญมาเกิด คนมีบุญมาเกิด จะเป็นคนดีอย่างไร ก็จะไม่อธิบาย แต่จะขอยกคุณยายอาจารย์ มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูงนี้ให้ท่านได้พิจารณาเอง เพราะท่านอยู่ใกล้ชิดเป็นศิษย์วัดพระธรรมกายนี้มานาน อาตมาเองก็อ่านชีวประวัติของท่านบ้าง แต่ก็จำได้ไม่หมด ครั้นจะนำมาพูดอีกก็คงไม่ดีเท่ากับที่ท่านมีชีวประวัติของท่านอยู่ในจิตใจของท่านแล้ว ก็จะไม่ต้องนำมากล่าว แต่ทุกคนที่ ณ สมาคมแห่งนี้ก็คงจะทราบดีแล้วว่าคุณยายมหารัตนอุบาสิกาจันทร์นั้น ท่านเป็นคนมีบุญมาเกิดอย่างแท้จริง คนที่มีบุญมาเกิดแล้วนั้น ผลแห่งบุญที่นำมาติดตัวของผู้เกิดนั้นก็จะออกมาในทางสร้างสรรค์ ในสิ่งซึ่งเป็นประโยชน์เกื้อกูลกับตัวของผู้นั้น และวงศ์ตระกูล และกับการงานที่ท่านทำลง อย่างเช่นที่วัดธรรมกาย ท่านในสมาคมแห่งนี้ก็คงจะรู้เป็นอย่างดีแล้วว่าท่านได้เป็นผู้ริเริ่มในการสร้างวัดธรรมกายนี้ ในช่วงแรกนั้นก็คงจะมีความลำบากไม่ใช่น้อยในการก่อสร้าง แต่ท่านก็ได้สร้างถาวรวัตถุอันใหญ่โตมโหฬารไว้ในสถานที่นี้ ไม่มีในประเทศไทย อาตมากล้ายืนยันว่าในประเทศไทยไม่มี วันนั้นเจ้าคณะจังหวัดขอนแก่นนั่งอยู่ข้างอาตมานี้ วันนั้นนะ ไม่ใช่วันนี้ แต่วันนี้จังหวัดนครราชสีมา เป็นรองเจ้าคณะ รองเจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา ท่านพูดเออ สนับสนุนท่านบอกว่าไม่มีแล้วนะเจ้าคุณ ในประเทศไทย อย่าว่าแต่ในประเทศไทยเลยในโลก เอาคุณสมบัติที่จะมาเปรียบกับคุณงามความดี คือเป็นผู้มีบุญของอาจารย์มหารัตนอุบาสิกา ไม่มี ในโลก เอาทั้งโลกเลยก็แล้วกัน ก็แสดงให้เห็นว่าคุณโยมมหาอุบาสิกาจันทร์นั้นเป็นผู้มีบุญมาเกิดอย่างแท้จริง ได้สร้างคุณงามความดีไว้มากมายดังกล่าว แล้วเกิดมาเป็นคนมีบุญอีกด้วย ส่วนนี้เป็นเรื่องสำคัญมาก บางคนเกิด มีบุญมาเกิดแต่เกิดมาไม่มีบุญ คือไม่สั่งสมอบรมคุณงามความดีอะไร อาศัยเพียงว่าบุญเก่าสนับสนุนให้มาเกิดแล้ว เกิดมาก็ไม่สร้างความดี ก็ปล่อยปละละเลย มันจะเป็นอะไรก็ได้ ช่างมัน อย่างนั้นเขาไม่เรียกนำพา ไม่รักษาชีวิต ไม่ใช่เป็นสุชีวิต คนที่เป็นสุชีวิตต้องสร้างความดีอย่างแม่ชีจันทร์อย่างนี้เป็นต้น ท่านอาศัยความดีมาเกิด แล้วท่านก็เกิดมามีบุญ สร้างบุญสร้างกุศลไม่หยุดยั้ง สร้างถาวรวัตถุปรากฏ ที่เราได้ใช้เป็นสถานที่บำเพ็ญธรรม อย่างที่กัลยาณมิตรทั้งหลายได้อาศัยบำเพ็ญกันมาโดยตลอด และซึ่งวันนี้ก็ปรากฏอยู่ในสมาคมแห่งนี้เป็นจำนวนมาก นี่เป็นคำสรุปในวันนั้น ที่อาตมาพูดไว้เมื่อคราวมาเออ กล่าวสัมโมทนียคาถา หรือสังเวชนีคาถาก็ได้ในวันนั้น พูดไว้ในลักษณะนี้ แต่สำหรับวันนี้สิ่งซึ่งจะได้ทำความเข้าใจกับญาติโยมกัลยาณมิตรผู้ฟังธรรมหรือสมาคมแห่งนี้ทั้งหมดให้ได้ทราบ ตามเจตนาของท่านเจ้าอาวาสวัดธรรมกาย ผู้ที่ลงนามนิมนต์วันนี้คือท่านเจ้าคุณราชภาวนาวิสุทธิ์ พูดก็คือเจ้าอาวาสองค์เก่านั่นเอง ท่านนิมนต์ให้พระมาสวดแต่ละครั้งนี่ประมาณ ๒๐๐ จากจังหวัดต่างๆ จากจังหวัดต่างๆ แล้วก็เพื่อประมวลเอาผลหรือเกิดขึ้นจากพระสวดพระอภิธรรมนี้อุทิศส่วนบุญไปให้กับผู้ตาย แล้วก็เปลี่ยนมาอย่างนี้ไม่เปลี่ยนแปลง นับตั้งแต่เดือนกันยายนมาถึงวันนี้แล้วก็ไม่รู้กี่ครั้ง เพราะ ๗ วันครั้ง ๗ วันครั้ง ก็คงจะมาก เพราะเกือบครบ ๑ ปีแล้ว ญาติโยมกัลยาณมิตรทั้งหลายผู้ใคร่ธรรม จะมีสักกี่ท่านในสมาคมแห่งนี้ที่จะได้พิจารณาเห็นความสำคัญหรือใจความสงสัยว่าอาจารย์คือท่านเจ้าอาวาสวัดธรรมกายนี้ ทำไมจึงต้องนิมนต์พระมาสวดพระอภิธรรมทุกครั้งและทุก ๗ วัน จะนิมนต์มาสวดกันกัณฑ์อื่นหรือสูตรอื่น จะไม่ได้หรือ โยมฟังทุกวัน กุศลาธรรมา กุศลาธรรมา จะเกิดความสงสัยบ้างไหม ทำไมจึงต้องมาสวดบทนี้ อาตมาเองก็ ในช่วงแรกขอรับตามความเป็นจริงว่าโง่ คือไม่ได้พิจารณาอะไรว่าทำไมจะต้องมาใช้สวดพระอภิธรรมฟังกันอยู่ทุกวันทุกวัน แต่ก็มาคิดได้ในตอนหลังนี้ ช่วงแรกไม่ได้คิด คิดแต่ว่าเขานิมนต์มาสวด สวดแล้วก็จบสวดก็หมดหน้าที่แล้วก็กลับวัด วันต่อมาถูกนิมนต์มาสวดอีก ถ้าจำไม่ผิด ครั้งนี้ดูเหมือนจะเป็นครั้งที่ ๔ ก็ยังคงมาสวดมนต์บทเก่าอยู่คือพระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ เมื่อสวดเมื่อนึกไปแล้วก็หวนระลึกนึกถึงพระพุทธเจ้า ซึ่งเป็นศาสดาเป็นที่เคารพนับถือของพวกเราอย่างสูงสุด มานึกถึงว่าพระพุทธองค์นำพระสกากรณาภิธรรมทั้ง ๗ คัมภีร์นี้ ไปแสดงโปรดกับพุทธมารดาบนดาวดึงส์ ครั้งแรกนั้นท่านก็ได้พิจารณาว่าพระไตรปิฎกนั้นมีอยู่ ๓ ปิฎก พระสุตันปิฎก ๒๑,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ ก็จะเห็นว่ายังน้อย ยังไม่คุ้มค่ากับค่าน้ำนมค่าป้อนของพุทธมารดา พระวินัยมี ๒๑,๐๐๐ พระธรรมขันธ์เหมือนกัน ก็ความรู้สึกนึกคิดก็อยู่ในลักษณะเดียวกันคือว่ายังน้อย ธรรมขันธ์น้อย ยังไม่สามารถที่จะสนองพระคุณของพระพุทธมารดาได้ ยังเหลือพระไตรปิฎกอีกพระสูตรๆ หนึ่ง เออ ปิฎกหนึ่งคือพระอภิธรรม ซึ่งมี ๔๒,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ ซึ่งมีธรรมขันธ์มากกว่า ๒ ปิฎกนั้น พระองค์ก็จึงได้หยิบยกเอาประเด็นนี้พิจารณาถึงหลักสำคัญว่าพระอภิธรรมปิฎกทั้ง ๗ คัมภีร์ที่พระสวดไปเมื่อตะกี้นี้ เห็นจะพอชั่งกาดุลย์ทัดเทียมหรือเท่ากับพระคุณของพระพุทธมารดาได้ จึงเป็นเหตุให้พระพุทธเจ้าได้นำเอาพระสัตตากรณาภิธรรมทั้ง ๗ คัมภีร์นี้ในพรรษาที่ ๗ หลังจากทรมาน ท่านยมกปาฏิหาริย์ ทรมานพวกเดียรถีย์ให้ยอมแพ้แล้ว พระองค์ก็จึงได้เสด็จขึ้นไปจำพรรษาบนดาวดึงส์ ที่บัณฑุกัมพลศิลาอาสน์ของท้าวสักกะ ในที่นั้นเพื่อจะไปแสดงธรรมโปรดกับพุทธมารดา ในขณะนั้นพระพุทธมารดาไม่ได้ประทับอยู่ ไม่ได้สถิตอยู่ที่ดาวดึงส์ สูงขึ้นไปอีกชั้นหนึ่งคือชั้นดุสิต ท้าวสักกะก็จึงไปอัญเชิญพระพุทธมารดานั้นให้ลงมาประชุมที่ชั้นดาวดึงส์ พระพุทธเจ้าก็จึงได้พิจารณาถึงธรรมะสำคัญที่จะเป็นเครื่องตอบบุญสนองคุณของพุทธมารดาได้ ก็คือพระอภิธรรมทั้ง ๗ คัมภีร์ และนี่สังเขปนะ ที่ท่านกล่าวส่วนโดยสังเขปว่ากุศลาธรรมา กุศลาธรรมา เรียกว่าข้อแรก พระองค์เทศนาโปรดพระพุทธมารดาอยู่บนดาวดึงส์นั้น ๓ เดือนไตรมาส ในพรรษาที่ ๗ ขึ้นไปจำพรรษาบนดาวดึงส์ แล้วก็นำธรรมะเรียกว่าพระอภิธรรมนี่แหละไปเทศนาโปรดพระพุทธมารดา ก็ทำให้พระพุทธมารดานั้นเกิดดวงตาเห็นธรรม เป็นพระอริยบุคคลชั้นโสดาบันนั้น ผู้ที่ว่าดวงตาเห็นธรรมนั้นหมายเอาพระอริยบุคคลชั้นโสดาบันขึ้นไป พุทธมารดาก็ตกอยู่ในฐานะเช่นนั้นเหมือนกัน แล้วเทวดาอีกประมาณ ๘๐ โกฏิ ๘๐ โกฏิ มากน้อยเท่าไหร่ก็ จะออกเป็นล้านก็เออ ๑๐ คูณเข้าไปก็เป็นเออ ๘๐๐ ล้าน ประมาณนั้น ได้สำเร็จมรรคผลเหมือนกันนะ เทวดาเป็นจำนวนมากได้สำเร็จมรรค ก็คือดวงตาเห็นธรรมเฉกเช่นกับพระพุทธมารดา มีความสำคัญในพระอภิธรรมที่พระพุทธเจ้าคัดเพื่อไปเทศนาโปรดพระพุทธมารดา ทีนี้ หวนกลับมาถึงที่วัดธรรมกายแห่งนี้ ซึ่งท่านอดีตเจ้าอาวาสที่รักษาการอยู่แล้วนั้นคือพระราชภาวนาวิสุทธิ์ก็ดี พระภาวนาวิริยคุณก็ดี หรือท่านผู้รักษาการเจ้าอาวาสอยู่ในปัจจุบันนี้ก็ดี รวมทั้งกัลยาณมิตรทั้งหลาย อาตมาเชื่อเหลือเกินว่าคงจะมีจิตใจคิดเหมือนเช่นกับคำที่อาตมาพูดนี้ ว่าทำอะไร การที่จะสนองบุญคุณของผู้มีพระคุณอย่างยิ่ง เพราะถือเสมือนว่าคุณยายมหารัตนอุบาสิกาจันทร์นี้เป็นเหมือนกับโยมผู้เป็นมารดา มารดาหรือสูงกว่านั้นก็บังเกิดเกล้า เป็นผู้บังเกิดเกล้า มีบุญคุณต่อวัดธรรมกายนี้เป็นอย่างมาก การที่จะนำธรรมะส่วนอื่นมาชดเชยหรือเพื่อให้อุบาสิกาดังที่มารูปปรากฏในส่วนกลางนี้ให้ได้บุญมากที่สุดนั้น ก็ควรจะต้องเป็นการสวดพระอภิธรรมทุกครั้ง ทุกครั้ง ทุกวัน วันนี้ก็สวด พรุ่งนี้ก็สวด สวดอยู่บทนี้แหละ เพราะเป็นธรรมอันยิ่งแล้ว อภิธรรมแปลว่าธรรมอันยิ่งนะ กล่าวธรรมล้วนๆ ธรรมล้วนๆ ก็มีแต่เรื่องจิต เจตสิก รูป นิพพาน ซึ่งเป็นธรรมะชั้นสูง ซึ่งผู้ที่ไม่ได้รับการศึกษาเล่าเรียนเพียงพอก็อาจจะไม่เข้าใจ แต่อาตมาคิดว่าในสมาคมแห่งนี้คงจะได้รับความรู้ความเข้าใจจากท่านเจ้าอาวาสและพระเถระ เถรานุเถระในสำนักแห่งนี้ คงจะได้สอนในเรื่องอภิธรรม ให้ท่านได้รู้ถึงเรื่องความสำคัญเป็นอย่างดีอยู่แล้ว ก็คงจะไม่มีโอกาสมากล่าวย้ำให้ละเอียดไปได้ ว่าจะได้หมายแค่ไหน เอารวมกันก่อนก็แล้วกัน ภาพรวมให้รู้แต่ตัวหนังสือหรือข้อความก่อน จิต เจตสิก รูป นิพพาน รวมทั้งหมดนี่เรียกว่าพระอภิธรรม รวมอยู่ในนี้แหละไม่ได้เกิน เพราะธรรมะทั้งหมดนั้นออกจากตัวคนเรา ไม่ได้พูดที่อื่น อยู่ที่คนเราทั้งนั้น จิตก็อยู่ที่นี่ เจตสิกก็อยู่ที่นี่ รูปก็อยู่ที่นี่ นิพพานที่ดับกิเลสก็อยู่ที่คนเราทั้งนั้น สิ่งนี้จะเป็นบุญกุศลมากที่สุด ท่านเจ้าอาวาสคงมองเห็นความสำคัญและดำเนินตามรูปพระยุคลบาทของพระพุทธเจ้า อาตมาเข้าใจนะ แต่ท่านจะคิดอย่างนี้หรือไม่ อาตมาไม่ทราบ แต่การกระทำมันบ่งบอก ก็เลยอยากจะทึกทักหรือว่าน่าจะเป็นเช่นนี้เหมือนกัน สวดพระอภิธรรม สวดอภิธรรมเป็นประจำ ก็ให้ได้บุญได้กุศลมากๆ แล้วเป็นความจริงของที่ดีที่สุดคือพระอภิธรรมนั้น ย่อมจะเป็นสิ่งเอื้ออำนวยประโยชน์ให้ผู้ที่มีความสนใจอยากรู้และนำไปประพฤติปฏิบัติ ซึ่งท่านทั้งหลายในสมาคมแห่งนี้ก็ล้วนแต่ว่าเป็นนักปฏิบัติ นักประพฤตินักปฏิบัติธรรมตามมที่สำนักได้อบรมพร่ำสอน อาตมาได้อ่านในหนังสือที่เขาส่งไปให้ เห็นว่าเป็นกัลยาณมิตร ตอนหลังนี่เปลี่ยนชื่อเพราะดูเหมือนว่าชื่อจะไปคล้องจองกับนามสกุลใดสกุลหนึ่ง คงจะไม่สะดวก ก็เปลี่ยน เปลี่ยนเป็นชื่อ แต่ก็ยังได้รับ ที่ส่งไปให้ นี่เป็นส่วนที่จะคุยวันนี้ก็เพื่อย้ำให้เห็นเจตนาอันบริสุทธิ์ของผู้ดำเนินการที่ว่าให้มีสวดพระอภิธรรมทุกวันทุกวัน ประโยชน์อย่างใหญ่หลวงก็คือสนองพระคุณของผู้มีบุญคุณก็คือมหาอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ผู้ประสิทธิ์ประสาทหรือก่อตั้งสำนักวัดธรรมกายแห่งนี้ขึ้น ต้องการให้ท่านได้บุญได้กุศลมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เมื่อท่านได้บุญได้กุศลมากที่สุด จากที่เออ ทางสำนักวัดธรรมกายได้จัดให้มีขึ้น รวมทั้งท่านที่มาประชุมในสมาคมแห่งนี้ก็เห็นจะเป็นขบวน ประมาณ ๒ หมื่น พระที่มาประมาณ ๒ หมื่นนะ ทุกท่านก็ได้พร้อมใจกันตั้งกัลยาณจิต คำว่าตั้งกัลยาณจิตคือตั้งอกตั้งใจ ฟังแล้ว รู้แล้ว ก็ประมาณว่าบุญกุศลคือตั้งอกตั้งใจที่เราทำบุญวันนี้ ทุกๆ ดวงใจตั้ง ๒ หมื่นนี่ ให้มีจิตใจตรงกัน แล้วก็อุทิศส่วนบุญส่วนกุศลนี้ไปให้กับดวงวิญญาณของคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูงอีก ไม่ว่าท่านจะอยู่ ณ สถานที่ไหน ซึ่งในตอนนี้เราไม่รู้หรอกว่าท่านอยู่ที่ไหน แต่ทุกคนก็พอจะประมาณเอาได้ตามหลักธรรมะ คนทำดีก็ไปสู่สุคติ หมายความว่าคนทำบุญไว้มากไปสู่สุคติ บุญกัมมันตาจะสุขะติง คนทำบาปไว้มาก ปาปะกัมมันตาจะทุขะติง บุญกัมมันตาจะสุขะติง ทำบาปตกนรก ทำบุญขึ้นสวรรค์ ทั้ง ๒ พันกว่าจิตใจนี้คงจะมีความเห็นตรงกันว่าอย่างไรเสียในขณะนี้คุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์นี้ ต้องมีสุคติ ต้องไปอยู่ในสถานที่ที่เป็นสุข เออ สมควรกับภาวะหรือฐานะของท่านที่ได้ทำบุญทำกุศลไว้มาก ดังที่ได้กล่าวมาโดยสังเขปไว้นั้น เพราะฉะนั้นในครั้งนี้ก็ขอให้ทุกๆ ท่าน รวมทั้งพระภิกษุ สามเณร พระสงฆ์ เถรานุเถระ สำนักแห่งวัดธรรมกายนี้ทั้งหมดร่วมด้วยช่วยกัน ร่วมด้วยช่วยกันจงตั้งจิตอธิษฐาน อ้างเอาบุญเอากุศลที่เราทำในครั้งนี้ อุทิศเจาะจงตรงไปให้กับดวงวิญญาณของคุณยาอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูงนี้ ไม่ว่าท่านจะอยู่ ณ สถานที่ไหน หรือที่แห่งใด ก็ขอให้ท่านได้ทราบด้วยญาณวิถีทางใดทางหนึ่ง ถ้าท่านไม่สามารถที่จะหยั่งรู้ด้วยญาณวิถีทางใดทางหนึ่งแล้ว ก็ขอให้ทุกท่านได้อ้างอิงต้องพึ่งเทพ ขอให้เทพาอารักษ์ซึ่งมีหูทิพย์ตาทิพย์ จงได้นำเอาข่าวสารกาลทาน กัม…ทิพย์ ที่ทุกท่านตั้งใจบำเพ็ญอุทิศไปให้แล้วในครั้งนี้ ไปเรียนหรือไปบอกให้ท่านได้ทราบ จะอยู่ที่ไหนก็ให้เทวดาช่วยด้วย เพื่อให้เออ วิญญาณของท่านไปสู่สุคติให้มั่นคงยิ่งขึ้น แล้วกว่าที่เป็นอยู่ในขณะนี้ เพิ่มบุญกุศลทักษิณานุปทานที่เราได้พร้อมจะกระทำนี้ บุญส่วนนี้ก็สามารถที่จะเป็นพลวปัจจัย ดลบันดาลให้ท่านได้เสวยทิพยสุข ทิพยสมบัติ อำนาจบุญกุศลทักษิณานุปทานที่ท่านทั้งหลายทั้งฝ่ายวัดและฝ่ายบ้านได้ตั้งใจบำเพ็ญให้เป็นไปในครั้งนี้นั้น ขอจงสำเร็จเป็นวิปากะราศี อำนวยสุพอิทธวิบูลยผล บังเกิดเป็นทิพยสุข ทิพยสมบัติ แก่ดวงวิญญาณของคุณยายอาจารย์ มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ให้ท่านได้อนุโมทนาสาธุการ เมื่อท่านอนุโมทนาสาธุการแล้ว คงจะมีความชื่นบานโสมนัส และต้องมีสุคติภพเป็นที่ไปในเบื้องหน้า เมื่อเป็นเช่นนี้ก็นับว่าสมกับเจตนาของท่านเจ้าภาพคือทั้งทางวัดและทางบ้านทุกประการ และในอวสานนี้ ก็ขอบุญกุศลที่ท่านทั้งหลายได้ทำนี้ จงเป็นปฏิพร ย้อนสนองตอบให้ท่านได้มีความสุข ความเจริญตามที่ท่านปรารถนาเหมือนกัน เพราะบุญกุศลที่ท่านทำแล้วนั้นเป็นสมบัติของท่านอยู่แล้ว แต่ส่วนที่ท่านอุทิศไปให้นั้น ท่านเอาจากบุญกุศลที่ท่านมีอยู่แล้ว ไปให้กับคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ บุญส่วนที่เหลือหรือที่เป็นของท่านนั้นก็ขอให้บุญอันนี้จงเป็นพลวปัจจัย ดลบันดาลให้ท่านทั้งหลายจงเจริญไปด้วยจตุรพิศพรชัยทั้ง ๔ ประการ กล่าวคืออายุ วรรณะ สุขะ พละ และเพียบพร้อมไปด้วยธนสารสมบัติ มุ่งมาดปรารถนาสิ่งใดที่ประกอบไปด้วยความชอบ ก็ขอให้สำเร็จตามความมุ่งมาดปรารถนาโดยทั่วกันทุกท่านทุกคนเทอญ (สาธุ) ยะถา (หมด 1/A) PAGE PAGE 1 หน้า FILENAME \p \\DOMAIN\DATAYAY\ต้นฉบับบทเทศน์\2544\มิถุนายน\44-06-03 EW-BBT.doc