พยานแห่งคำสอน
(ม้วน 1/A)
พระสุรชาติ : ขอนอบน้อมแด่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้เป็นดวงตาแห่งโลก กราบนมัสการพระเถรานุเถระด้วยความเคารพอย่างสูง สวัสดีเพื่อนสหธรรมิก เจริญพร สามเณร อุบาสก อุบาสิกา ผู้เป็นลูกหลานทุกๆ ท่าน (สาธุ)
คุณยายอาจารย์ผู้ที่เป็นพยานแห่งการทำความดี คุณยายอาจารย์ท่านเป็นพยานแห่งคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า และท่านยังเป็นทนายแก้ต่างให้กับพระศาสนา ตลอดระยะเวลาที่คุณยายอาจารย์ดำรงชีวิตอยู่ จนถึงวาระสุดท้ายของคุณยาย ความดีที่ท่านนั้นพอกพูนทับทวีตลอดเวลา
จะมีใครสักกี่คนในโลกใบนี้ที่จะสามารถยืนยันได้ว่าทำดีแล้วได้ดี ทำชั่วได้ชั่วได้เหมือนคุณยายอาจารย์ หาได้ยากยิ่ง เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่ได้เปิดดูหนังสือที่คุณยายอาจารย์เคยให้โอวาทไว้ หลายๆ คนมักจะใช้คำถามนี้เสมอว่านรกมีจริงหรือ สวรรค์มีจริงหรือ แต่คุณยายอาจารย์ของเรา ท่านยืนยันด้วยน้ำเสียงอันหนักแน่น ว่าคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นมีจริง และสามารถที่จะเข้าไปรู้เข้าไปเห็นได้จริง นั่นเป็นความภาคภูมิใจของคุณยาย
และในวันนี้หลวงพี่เองก็จะได้มาบรรยายคุณธรรมและความดีของคุณยาย ในเรื่องของความภาคภูมิใจของคุณยาย ความภาคภูมิใจของคุณยายนั้นมีหลายอย่างหลายประการทีเดียว และในวันนี้หลวงพี่ก็ขอนำความภาคภูมิใจของคุณยายมาให้ฟัง ๔ อย่าง ในหมวดธรรมของปฏิรูปเทส
ซึ่งความภาคภูมิอันแรกของคุณยายนั้นคือการสร้างวัดพระธรรมกาย เพราะการสร้างวัดของสมัยรุ่นบุกเบิกนั้นได้ชื่อว่ายากลำบากมาก ความยากลำบากนั้นตัวหลวงพี่เองก็มิได้เข้ามาสัมผัส เนื่องจากว่าเพิ่งจะเข้าวัดเมื่อปี ๒๕๓๙ เท่านั้น แต่ว่าเมื่อเข้าวัดช้า จึงแสวงหา จึงสนใจและจึงใฝ่รู้ ด้วยวัย ๖๐ ของผู้เฒ่าที่มีร่างอันบอบบาง มีศิษยานุศิษย์เพียงไม่กี่สิบคนเท่านั้น แล้วก็มีความภาคภูมิที่จะคิดสร้างที่ปฏิบัติธรรม โดยใช้หลักปฏิรูปเทส ๔ คุณยายอาจารย์และหมู่คณะในรุ่นบุกเบิกนั้น ถ้าใครได้ศึกษา ถ้าใครได้เรียนรู้และสนใจ จะมีความรู้สึกทึ่ง เพราะกว่าจะได้พื้นดิน กว่าจะได้ปัจจัย และกว่าจะได้กุฏิสักหลัง ศาลาสักหลังนั้น ถ้าพูดภาษาชาวบ้านเรียกว่าหืดขึ้นคอ แต่คุณยายอาจารย์ของเรา ท่านไม่เคยย่อ ท่านไม่เคยถอย
ในวัยของคนที่กำลัง ถ้าพูดถึงทางโลก็คือปลดเกษียณ แต่คุณยายเพิ่งจะเริ่มต้น และความเริ่มต้นของคุณยายนั้นสร้างความภาคภูมิใจให้ลูกๆ หลานๆ ที่ได้ตามศึกษา ตามเรียนรู้มา ความลำบากนั้นเรียกได้ว่าเอาชีวิตเป็นเดิมพัน เพราะปัญหารุมเร้าเข้ามานั้น ไม่ใช่เพียงแต่ตัวคุณยายผู้เฒ่าซึ่งชราแล้วเท่านั้น แต่ยังหมายถึงหมู่คณะซึ่งขณะนั้นยังเป็นวัยรุ่น จะทำอะไรก็ตาม ไม่มีใครที่จะเชื่อถือ แต่ทั้งคุณยาย ทั้งหมู่คณะรุ่นบุกเบิกนั้นก็ฟันฝ่า และประสบชัยชนะ ได้สถานที่มาให้พวกเราประพฤติปฏิบัติธรรม ได้สถานที่ให้พวกเราได้มาแสวงบุญ
คุณยายของเรา ท่านสู้ทุกอย่างจนเมื่องานสำเร็จ คุณยายจะบอกเสมอว่าเริ่มต้นปัจจัยของคุณยายมีแค่ ๓,๒๐๐ บาทเท่านั้นนะ วัดของยายสร้างเอง ทานข้าวมาหรือยัง นี่คือ สิ่งเหล่านี้เป็นคำพูดของคุณยาย แล้วก็ให้เราไปทานข้าว ซึ่งหลวงพี่เองได้อ่านเจอบทนี้แล้วนี่ ทำให้ทึ่ง ทึ่งในน้ำใจของคุณยาย ทึ่งในความสามารถของคุณยาย ทึ่งในภูมิปัญญาของท่าน ความภาคภูมิใจอันนี้ทำให้เราเมื่อได้ศึกษา เมื่อได้ยิน เมื่อได้ศึกษาแล้วนี่มีความรู้สึกว่าเมื่อเกิดอุปสรรค เมื่อเกิดปัญหาใดๆ ไม่มีท้อ ไม่มีคำว่าท้อ เพราะว่าคุณยายอาจารย์เป็นแบบอย่างที่ดี และทำให้ตัวหลวงพี่เอง หลวงพี่เชื่อมั่นว่าพวกเราทุกๆ คนก็มีกำลังใจที่จะสู้ สู้ฝึกฝนอบรมตนเองและสร้างบารมี และ ณ บัดนี้หลวงพี่ก็เชื่อมั่นว่าความภาคภูมิใจของคุณยายเริ่มแรกนั้นพวกเราก็มีเหมือนคุณยายเช่นกัน คือเราได้สร้างวัดพระธรรมกายร่วมกับคุณยายได้สำเร็จ
เรื่องที่ ๒ ที่คุณยายภาคภูมิใจก็คือเรื่องที่คุณยายได้เอาโรงครัวลงได้สำเร็จ ทั้งเรื่องที่ ๑ เรื่องที่ ๒ นั้นจะสร้างใกล้เคียงกัน เพราะฉะนั้นหลวงพี่จะขอรวบไปถึง ๒ เรื่องพร้อมๆ กัน เพราะว่าปณิธานของคุณยายอาจารย์นั้นมาร้อยเลี้ยงได้ร้อย มาพันเลี้ยงได้เลี้ยง มาล้านเลี้ยงได้ล้าน นี่คือคุณยายอาจารย์ และท่านก็ทำได้จริงๆ ความสำเร็จอันนี้คุณยายอาจารย์ของเรา ท่านได้ทำให้พวกเราเห็นเป็นแบบอย่าง
ส่วนเรื่องที่ ๓ บุคคล บุคคลเป็นที่สบาย คุณยายอาจารย์ได้ฝึกลูกศิษย์ลูกหาของท่านได้อย่างประเสริฐ ได้อย่างดีที่สุด ความภาคภูมิใจอันนี้เริ่มตั้งแต่คุณยายอาจารย์ได้เริ่มมีลูกศิษย์ลูกหาที่คิดเหมือนกันที่จะมาสร้างสถานที่ปฏิบัติ และคุณยายก็พร่ำสอน ฝึกฝนลูกศิษย์ลูกหาทุกๆ ท่าน ซึ่งในยุคแรกๆ นั้นก็มีไม่ได้มากมาย จำได้ว่าอ่านหนังสือเจอของพระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตชีโวว่ามีไม่เกิน ๓๕ เท่านั้นเองในยุคแรกๆ ไม่เกิน ๓๕ ไม่เกิน ๓๕ ท่าน
แต่คุณยายอาจารย์ของเรา ท่านมีกุศโลบายมีวิธีการฝึกศิษย์ของท่าน ซึ่งตัวหลวงพี่เองมาเข้าวัดหลังๆ มักจะเริ่มมองไปที่รุ่นพี่ พระรุ่นพี่ ญาติโยมเก่าๆ ที่คุณยายเคยฝึกไว้ มองเห็นด้วยความชื่นชม เพราะไม่น่าเชื่อว่าบทฝึกของคุณยายนั้นเป็นการฝึกที่แก้ที่ต้นเหตุ ตั้งแต่เริ่มต้นเข้าวัด ครั้งแรกที่เจอคุณยาย จนถึงลูกศิษย์ลูกหาที่ได้ชื่นชมในตัวของคุณยายนั้นซาบซึ้ง รักใคร่ เทิดทูนและบูชา ระยะเวลานั้นคุณยายอาจารย์ของเรามีบทฝึกที่เหมาะสมที่ทำให้ใครก็ตามที่มาอยู่ใกล้คุณยายแล้ว มีความรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า หมู่คณะมีคุณค่า แล้วรักกัน รักการสร้างบารมี
ตัวอย่างพยานของการฝึกคนของคุณยายอาจารย์นั้น เราไม่ต้องไปมองว่า ไม่ต้องไปตามว่าท่านสอน ใช้คำพูดแบบไหน ใช้คำพูดว่าอย่างไร กับใคร แต่เรามองไปที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อทั้งสองของเรา พระผู้ใหญ่ พระเถรานุเถระ รวมไปถึงญาติโยมรุ่นเก่าๆ ที่เคยเจอคุณยาย จะเห็นคุณธรรมที่เยี่ยมยอด จะเห็นแววตา จะเห็นวิธีการทำงานและทึ่ง เพราะการสอนของท่านนั้น พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมะท่านบอกวาสอนข้ามชาติ ไม่ใช่สอนให้ทำดีแค่ต่อหน้า แต่คุณยายอาจารย์สอนด้วยความรู้สึกว่าคำสอนของท่านนั้น จะยังคงอยู่ก้องในความรู้สึกเสมอ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น อย่างที่หลวงพ่อธัมมชโยท่านบอกว่าคุณยายอาจารย์พูดทีเดียวพูดข้ามชาติ การพูดข้ามชาติของท่านนั้น หลวงพี่ด้วยวัย ด้วยปัญญาอันนี้ อันน้อยนิดนี้ ก็คงคิดได้ว่าทำให้พวกเรานี่กลัวบาป และตั้งใจทำความดีนั่นเอง นี่เป็นเรื่องที่ ๓ ที่คุณยายภาคภูมิใจ
ความภาคภูมิใจอันนั้นเห็นมาจากการรวมตัวอันเหนียวแน่นของศิษยานุศิษย์ของคุณยายอาจารย์ ลูกๆ หลานๆ ของคุณยายอาจารย์ที่มานั่งปฏิบัติธรรม ณ ที่นี้ รวมถึงการแสวงบุญในวันอาทิตย์ธรรมดา หรือแม้แต่อาทิตย์ต้นเดือน งานบุญใหญ่ต่างๆ ความเป็นระเบียบ ความสะอาด ความเคารพ อันนี้คุณยายอาจารย์ท่านฝึกขึ้นมาอย่างชัดเจน
และที่สำคัญที่สุดคือความภูมิใจของคุณยาย อันที่ ๔ ก็คือธรรมะ เพราะเจอหน้าใครก็ตาม คุณยายจะบอกเสมอว่านรกสวรรค์นี่มีจริงนะคุณ ยายนี่ไปช่วยพ่อในนรกมาแล้ว และธรรมะของคุณยายก็ได้ช่วยประเทศไทยให้รอดพ้นจากวิกฤตต่างๆ มานาน นับตั้งแต่ยุคสงคราม ช่วยให้ครอบครัวที่ไม่เข้าใจในเรื่องบาปบุญคุณโทษ ก็ปรับทิฏฐิให้ทุกๆ คนได้เป็นสัมมาทิฏฐิ ปิดประตูนรกและเปิดประตูสวรรค์ให้กับทุกๆ คนที่มาใกล้คุณยาย
ความภาคภูมิใจของคุณยายทั้ง ๔ นี้ หลวงพี่เชื่อมั่นว่าถ้าหากใครได้ศึกษา ใครได้อยู่ใกล้ ใครได้เรียนรู้ก็จะเข้าใจว่า ก็จะทึ่งว่าคุณยายอาจารย์มีหลักอะไรในการทำอย่างนี้ บทฝึกของท่านนั้นเป็นบทฝึกที่ง่ายๆ แต่ถ้าใครทำแล้วจะแก้กิเลสในตัวอย่างชัดเจน คำๆ เดียวของคุณยายสามารถที่จะแก้สิ่งที่ไม่ดีของเราได้ทั้งหมดเลย อย่างเช่นที่พวกเราซึ้งและประจักษ์ชัดเจนที่สุดก็คือความสะอาด คุณยายอาจารย์สามารถร้อยความภาคภูมิใจทั้ง ๔ อย่างรวมเข้ามาเป็นหนึ่งได้ นั่นคือความสะอาด
การสร้างวัดด้วยความภาคภูมิใจนั้น คุณยายอาจารย์ก็ใช้หลักความสะอาด ภัตตาหารที่คุณยายอาจารย์ท่านภาคภูมิใจ ท่านก็ร้อยด้วยความสะอาด บุคคลที่คุณยายฝึกขึ้นมา คุณยายอาจารย์ก็นำความสะอาดนั้นมาร้อยให้เป็นหนึ่งเดียว และธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นก็สะอาดและบริสุทธิ์ คุณยายนำเอาสิ่งเหล่านี้มาร้อยเข้าด้วยให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เหมือนกับช่างมาลาผู้ฉลาดนำเอาความดีเหมือนกับดอกไม้ต่างชนิดมาร้อยเข้าด้วยกัน ทั้งบทฝึก ทั้งคุณธรรม ทั้งความดี คุณยายอาจารย์ของเรานำความสะอาด นำความเป็นระเบียบมาร้อยเข้าด้วยกัน
และด้วยภูมิปัญญาอันน้อยนิดของหลวงพี่เอง ทำให้สนใจ ทำให้ใฝ่รู้ ทำให้อยากรู้ว่าคุณยายท่านคิดยังไง อย่างเช่นท่านเช็ดบันได ท่านก็เช็ดบน เช็ดล่าง เช็ดข้างนอก เช็ดใน เช็ดทุกๆ มุมและเช็ดอย่างดีที่สุด คุณยายท่านคิดยังไงนะ เพราะว่าตัวหลวงพี่ะองเป็นพระเด็กๆ เข้ามาช้า ก็ต้องฝึก แต่การฝึกของหลวงพี่เองนั้นก็ต้องอาศัยพระ พระเถระบ้าง พระอาจารย์ผู้ใหญ่บ้าง แล้วก็คำสอนที่พระผู้ใหญ่ท่านได้เขียนไว้ในหนังสือบ้างมาฝึก ก็จะเห็นชัดเลย ทุกๆ อย่างที่คุณยายทำนั้นเมื่อประมวลรวมเข้าแล้วนี่ คุณยายอาจารย์ของเราท่านทำอย่างดีที่สุด
เชื่อมั่นว่าทุกๆ สิ่ง ทุกๆ อย่างที่คุณยายทำนั้น ทำอย่างดีที่สุด เพราะคุณยายบอกว่ามันจะไม่แหนงใจเวลานั่งสมาธิ ยายจะทำให้ดีที่สุด อันนี้หลวงพี่ก็เลยพยายามตั้งใจฝึกฝนตามคุณยาย ตามคำของท่าน ด้วยความรู้สึกเคารพ ด้วยความรู้สึกชื่นชมต่อหมู่คณะรุ่นแรกๆ ที่คุณยายได้ฝึกขึ้นมา การทำให้ดีที่สุดนั้นเป็นการวัดเลยว่าเราตั้งใจทำขนาดไหน เราใส่ใจในคำสอนของท่านได้ขนาดไหน และทำได้ดีขนาดไหน จากที่คุณยายได้ลองทำนั่นเอง
เพราะฉะนั้นความภาคภูมิใจของคุณยายนั้นจึงได้ชื่อว่าเป็นความภาคภูมิใจอย่างไม่มีกาลเวลาที่ใครก็ตาม เมื่อได้ยิน เมื่อได้ฟัง เมื่อได้รู้ เมื่อได้เรียน เขาเหล่านั้นจะมีความรู้สึกทึ่งและชื่นชมบูชาสุดใจ เพราะคำสอนของท่านนั้นไม่ว่าจะเวลาใดก็ตาม จะได้ยินในสถานที่ไหนก็ตาม สามารถใช้ได้เต็มที่ สามารถใช้แก้ไขตัวเองได้ตลอดเวลา ไม่ขึ้นตามกาล ไม่ขึ้นตามสถานที่ และเมื่อใครก็ตามได้พิสูจน์คำพูดของคุณยายแล้ว ก็จะมีความรู้สึกทึ่งในคำสอนของท่าน เพราะคำสอนของท่านง่าย ชัดเจน ตรงประเด็น และทุกๆ คนก็สามารถทำได้
อย่างเช่นในขณะที่คุณยายอาจารย์ท่านได้ไปเรียนธรรมะครั้งแรก ท่านก็บอกว่าจริงๆ แล้วนั่งครั้งแรกของท่านก็นึกได้บ้าง นึกไม่ได้บ้าง แต่คุณยายอาจารย์ของเรา ท่านไม่ยอมแพ้ ท่านคิดว่าท่านจะทำให้ดีที่สุด เพราะฉะนั้นท่านก็พยายามทำ ท่านก็พยายาม สัมมา อะระหัง ตลอดเวลา นึกนิมิตขึ้นมาบ้าง หายไปแล้วช่างมัน นึกขึ้นมาใหม่ แล้วก็ สัมมา อะระหัง ตลอดไป จนในที่สุดคุณยายอาจารย์ก็ทำสำเร็จ เข้าถึงธรรมะภายในขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า และไปช่วยพ่อ ไปตามหาพ่อของท่านได้สำเร็จ
ซึ่งความภาคภูมิใจทั้ง ๔ อย่างนี้หลวงพี่เชื่อมั่นว่าที่สุดแล้วนั้นก็คือความภาคภูมิใจในหมู่คณะของพวกเรานี่เอง เพราะพวกเราผู้ซึ่งเป็นเหมือนผู้ประกาศธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นที่ประชุมคำสอนของคุณยาย เป็นที่ประชุมคำสอนของพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโย พระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตชีโวได้อย่างเต็มที่ เพราะพวกเราลองถามตัวเองก็ได้ว่าจริงหรือไม่ เราจะเดินไปที่ไหนก็ตาม ญาติสนิทมิตรสหายสัมพันธชน เห็นเราปุ๊ป เขาจะบอกทันทีว่าอ๋อ นี่ไงศิษย์วัดพระธรรมกายมาแล้ว ศิษย์พระธัมมชโยมาแล้ว
เพราะฉะนั้นความสะอาดที่คุณยายได้ฝึกพวกเรามา ที่พระเดชพระคุณทั้งสองได้ฝึกพวกเรามา ความมีระเบียบ ความสะอาด ความมีน้ำใจ และน้ำใจของพระโพธิสัตว์ที่ยิ่งใหญ่ที่ฝังแน่นเต็มอิ่มอยู่ในกลางใจของเรานั้น เป็นบททดสอบบทฝึกและบทประเมินผลให้ทุกๆ คนได้เห็นเรา ก็จะเข้าใจทันทีว่านี่คือตัวแทนของวัดพระธรรมกาย
ซึ่ง ณ บัดนี้หลวงพี่ก็เชื่อมั่นว่าไม่ว่าจะเป็นคุณยายอาจารย์ มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ไม่ว่าจะเป็นพระเดชพระคุณหลวงพ่อทั้งสองของเรา ก็จะภาคภูมิใจในพวกเราทั้งหมด ผู้ซึ่งเป็นผู้ประชุมรวมทั้งคำสอนของท่าน ทั้งคุณธรรมของท่าน และน้ำใจอันเด็ดเดี่ยวของเรานี้เอง จะตีแผ่ไปให้กับคนทั้งโลกได้รู้ว่าลูกหลานของคุณยายที่นั่งอยู่ที่นี่ ศิษย์ของพระเดชพระคุณที่นั่งอยู่ ณ ตรงนี้ จะเป็นพยานแก้ต่างให้กับพระศาสนา ให้กับวิชชาธรรมกาย จะเป็นพยานให้กับคนทั้งโลก ทั้งอนันตจักรวาลได้ทราบว่าน้ำใจของนักสร้างบารมีนั้นต้องยิ่งใหญ่ ต้องประเสริฐ และต้องประชุมรวมความดีได้เหมือนพวกเรา
และในวันนี้หลวงพี่ก็ขอเชิญชวนพวกเราทุกๆ คนได้ทำความฝันของพระเดชพระคุณหลวงพ่อได้เป็นจริง ฝันของคุณยายอาจารย์ที่อยากจะให้พวกเราได้เป็นพยานในการประกาศธรรมว่าพระธรรมกายมีอยู่ ณ กลางกายของพวกเราทุกๆ คน ไม่เลือกเพศ ไม่เลือกชั้นวรรณะ ไม่เลือกเผ่าพันธุ์ ไม่เลือกชาติภาษา ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ เป็นแหล่งรวมแห่งความสำเร็จ ขอเพียงพวกเขาเหล่านั้นได้มาเรียนรู้ ได้มารู้จักหมู่คณะของเรา และได้บทฝึก ได้วิธีการที่ถูกต้อง เขาเหล่านั้นก็จะเป็นพยานแก้ต่างให้กับพระศาสนาเช่นเดียวกับพวกเรา
เพราะฉะนั้น ณ โอกาสนี้หลวงพี่ก็ขอเชิญชวนพวกเรา ลูกๆ หลานๆ ของคุณยายทุกๆ ท่านได้ทำใจหยุดใจนิ่ง ดิ่งเข้ากลางกาย เป็นพยานแก้ต่างให้กับพระศาสนาทุกๆ ท่านเลยนะ
วิธีที่ถูกต้องนั้น พวกเราก็ได้ฟังจากพระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านทุกๆ อาทิตย์เรื่อยมา ขอเพียงพวกเราอย่าดูเบาคำสอนของท่าน นับตั้งแต่การปรับท่านั่ง ปรับใจ การวางใจ วางความรู้สึกไว้ด้วยความสุข ด้วยความสบาย ปลอดความกังวล ขอให้พวกเราทุกๆ ท่านได้ทำตามคำสอนของพระเดชพระคุณ และใครเข้าถึงสภาวธรรมใด ก็เอาใจวางไว้ในสภาวธรรมนั้นนะ ใครที่เพิ่งมาใหม่ ก็นั่งสบายๆ วางความรู้สึกไว้ในกลางท้อง แล้วนิ่งๆ ตัดความกังวลออกไปจากตัวนะ ต่างคนต่างทำไปเงียบๆ นะ
สัพเพ…
PAGE
PAGE 1
หน้า
FILENAME \p L:\ต้นฉบับบทเทศน์\2544\พฤษภาคม\44-05-28 FW-AAT.doc