อานิสงส์ของการฟังธรรม ๕ ประการ
(ม้วน 1/A)
พระนพดล : แด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้มีพระคุณอย่างจะนับจะประมาณมิได้ด้วยเศียรเกล้า กราบนมัสการพระมหาเถระ พระเถรานุเถระ สวัสดีเพื่อนสหธรรมิก เจริญพร สามเณร อุบาสก อุบาสิกา สาธุชนผู้นำบุญทุกท่าน (สาธุ)
วันนี้ก็เป็นวันสำคัญของวัดพระธรรมกายของเรา คือหลวงพี่เองก็มีโอกาสรับบุญได้มาแสดงธรรม การฟังธรรมนั้นมีอานิสงส์ ๕ ประการ คือ
ทำให้ได้ยินได้ฟังสิ่งที่ไม่เคยได้ยินได้ฟัง
ได้ยินได้ฟังแล้ว ทำให้เข้าใจแจ่มแจ้งยิ่งขึ้น
ขจัดข้อสงสัยเสียได้
ทำให้มีความเห็นถูก ตรง
จิตย่อมผ่องใส
เว้นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เว้นพระปัจเจกพุทธเจ้าแล้ว ไม่มีท่านใดเลยที่จะสามารถบรรลุธรรมได้ ต้องฟังธรรมทั้งนั้นจึงจะบรรลุธรรมได้ พระสารีบุตรผู้เลิศด้วยปัญญา ผู้สามารถหมุนธรรมจักรได้ใกล้เคียงกับพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ยังต้องฟังธรรมจากพระอัสสชิจึงจะเป็นพระโสดาบัน ฟังธรรมจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงจะเป็นพระอรหันต์
การที่คนเราจะเอาผ้าไตรจีวรถวายแก่พระอริยเจ้า ผู้นั่งเข่าเรียงชิดติดกัน มีความกว้างขนาด ๑ จักรวาล บุญนั้นสู้การที่พระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าอนุโมทนาคาถาธรรมเพียง ๔ บาทนั้นไม่ได้
การที่อนาถบิณฑิกะเศรษฐี จะเอาเงินกหาปนะปูซื้อที่เพื่อสร้างวัดเชตวันได้ ก็ต้องฟังธรรมเสียก่อน จึงจะทำอย่างนั้นได้ นางวิสาขาจะถวายวัดบุปผารามแด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็ต้องฟังธรรมเสียก่อน จึงจะทำอย่างนั้นได้ คนเราจะตักบาตรข้าวต้มสักกระบวย ข้าวสวยสักกะพีหนึ่งได้ ก็ต้องฟังธรรมเสียก่อน เว้นการฟังธรรมแล้วไม่สามารถทำอย่างนั้นได้
คนธรรมดาเมื่อฟังธรรมจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้า การผู้มีฤทธิ์เหาะเหินเดินอากาศได้ การเป็นผู้มีหูทิพย์ มีตาทิพย์ รู้วาระจิตได้ ระลึกชาติหนหลังได้ ก็เพราะอาศัยการฟังธรรมจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้า การฟังธรรมมีอานิสงส์ใหญ่ ยิ่งใหญ่ดังที่ได้พรรณนามาแล้ว
วันนี้จะได้ขอนำธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และคุณธรรมของคุณยาย มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ผู้เป็นครูบาอาจารย์ การที่คนเราจะเคารพนอบน้อมต่อพระพุทธเจ้า หรือพระรัตนตรัย เมื่อพระองค์ดำรงพระชนม์อยู่ จะไปเข้าใกล้เพื่อฟังธรรม เข้าไปแล้วก็ต้องกราบด้วยเบญจางคประดิษฐ์ คือประกอบด้วยองค์ ๕ อย่างที่ท่านทั้งหลายได้กราบมานี้
เมื่อนั่งฟังก็ไม่สมควรที่จะนั่งตรงข้างหน้า เพราะจะทำให้พระองค์นั้นขัดเคืองพระเนตร
ไม่สมควรที่จะนั่งใกล้ เพราะจะทำให้กลิ่นของร่างกายตัวเรานั้นไปกระทบพระนาสิก ทำให้พระองค์รำคาญได้
ไม่ควรที่จะนั่งไกลเกินไป จะเป็นการเบียดเบียนพระองค์ให้ต้องใช้เสียงมากเกินไป
ไม่ควรที่จะนั่งไปในทางเบื้องหลัง จะทำให้พระองค์ต้องเหลียวหลัง
นั่งอยู่ในที่ควรส่วนหนึ่งจึงจะเหมาะ เมื่อพระบรมศาสดา แล้วก็ฟังธรรมด้วยความเคารพ นอบน้อมธรรมนั้นมาประพฤติปฏิบัติ เมื่อพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงดับขันธปรินิพพานแล้ว ก็จะเหลือเจดีย์ตั้งแต่บริโภคเจดีย์ ธาตุเจดีย์ ธรรมเจดีย์ อุเทสิกเจดีย์ เอาไว้เป็นองค์แทนพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ให้เราได้กราบไหว้บูชา เมื่อเราไปถึงพระเจดีย์ ที่ใส่รองเท้าก็จะต้องถอดรองเท้า ที่กางร่มก็จะต้องหุบร่ม ที่ห่มผ้าในบ่าทั้ง ๒ ข้าง ก็จะต้องลดเหลือคงเดียว สิ่งใดที่จะทำให้บริเวณเจดีย์นั้นสกปรก ก็ต้องขจัด ทำให้สะอาด เรียบร้อย สวยงาม ไม่ว่าจะเป็นเสลด น้ำลาย หรือว่าก้นบุหรี่ต่างๆ ก็ต้องขจัดให้เรียบร้อย บริเวณตรงไหนเสื่อม ผุพัง ก็ต้องซ่อมแซมให้เรียบร้อย แล้วทำการบูชา นี่คือความนอบน้อมแด่พระบรมศาสดา ด้วยกาย แม้พระองค์จะดับขันธปรินิพพานไปแล้ว
การนอบน้อมด้วยวาจา ก็คือการสรรเสริญคุณของพระองค์ คุณของพระรัตนตรัยเสมอในที่ต่างๆ
การนอบน้อมด้วยใจ ก็คือการตามระลึกนึกถึงพระบรมศาสดา ที่ศูนย์กลางกาย นึกถึงพระรัตนตรัยที่ศูนย์กลางกาย ไม่ส่งใจไปจรดที่อื่น ไม่ส่งใจไปในสิ่งอื่น ซึ่งจะทำให้ฟุ้งซ่าน การนอบน้อมด้วยใจจะทำให้บริสุทธิ์ขึ้น ทั้งหมดนี้คือการนอบน้อมบูชาคุณของพระบรมศาสดา คุณของพระรัตนตรัย
เนื่องจากว่าคุณยายอาจารย์ของเรา สร้างพระให้เป็นพระ สร้างวัดให้เป็นวัด สร้างคนให้เป็นคน ที่มีตัวหลวงพี่ได้ในวันนี้เพราะมีวัด มีวัดเพราะมีหลวงพ่อ มีหลวงพ่อเพราะมีคุณยายประคับประคองพระเดชพระคุณหลวงพ่อของเรามา ตั้งแต่เป็นนักศึกษา คุณยายได้ให้ทุกสิ่งทุกอย่าง ปกป้อง แล้วก็ป้องกันไม่ให้หลวงพ่อนั้นต้องเป็นอย่างอื่น เป็นทั้งพี่เลี้ยง เป็นทั้งบิดามารดา เป็นทั้งครูบาอาจารย์ ให้วิชา ทุ่มเทอบรมสั่งสอน
เพราะงั้นคุณของ คุณของคุณยายนั้นจึงมีมากมายเหลือเกิน วันนี้จะได้ถือโอกาสประกาศคุณของคุณยาย เท่าที่ตัวหลวงพี่เองมีความประทับใจ เท่าที่ได้ทราบมา คุณยายของเรานั้นมีคุณ จะขอพูดตั้งแต่เรื่องของการที่ได้มุ่งมั่นที่จะมาศึกษาธรรมะ เพื่อที่จะได้ไปตามหาพ่อ ท่านได้เสียสละทรัพย์สินทุกสิ่งทุกอย่าง มุ่งมั่นที่จะไปศึกษา ทั้งๆ ที่เป็นผู้หญิง ไม่มีความรู้ เป็นคนบ้านนอก เอาสตางค์ติดตัวไปเพียงเล็กน้อยแค่ ๒ บาทเท่านั้น
มีใจที่อยากจะศึกษาธรรมะ เพื่อที่จะได้ไปทดแทนคุณบิดา ตามหาบิดา ตามหาพ่อ เป็นกตัญญู อันนี้ก็เป็นคุณธรรมอีกข้อหนึ่ง คุณยายได้ยอมตนเพื่อที่จะได้เข้า ได้ศึกษาวิชชาธรรมกาย โดยยอมตนเป็นคนรับใช้ เป็นคนรับใช้ ซึ่งมันไม่จำเป็นเลยสำหรับคุณยายที่จะต้องไปทำอย่างนั้น แต่เพื่ออาศัยเจ้าของบ้านที่ไปเป็นคนรับใช้นี้ฝากให้ศึกษาธรรมะกับหลวงพ่อวัดปากน้ำ ก็เลยยอมตน
ก็จะขอพูดถึงเรื่องของความอดทน ต้องอดทนทุกอย่าง ทำงานเรียบร้อยจนกระทั่งคุณยายทองสุกมาสอนธรรมะ ก็เจียมตน ต้องไปรับใช้คุณยายทองสุก เพื่อที่จะให้คุณยายนั้นสอนธรรมะให้ แล้วก็ไม่กล้าที่จะไปนั่งกับผู้ที่เป็นเจ้าของบ้าน แอบไปนั่งในห้องพระ มีเวลาเพียงเล็กน้อย ๑๐ นาที ๑๕ นาที แอบไปนั่ง นี่เป็นความเพียร ความที่ใจจดจ่อ ถ้าจะจัดเข้าในพระไตรปิฎกก็คืออิทธิบาท ๔ คือ
ฉันทะ คือความพอใจ อยากจะศึกษาธรรมะ
วิริยะ ความเพียร วิริยะมาจากคำว่ากล้า วีระแปลว่ากล้าหาญ วิริยะกล้า คือไม่กลัว ไม่กลัว เพียร
จิตตา ก็มีใจจดจ่อ
วิมังสา ก็ดูผล
แม้นผลจะได้เพียงเล็กน้อย แต่ก็อุตส่าห์ปลีกเวลาไปนั่ง จนกระทั่งเจ้าของบ้านไปเห็น ก็อนุญาตให้ไปนั่งด้วยบนดาดฟ้า ต่อมาก็ได้ธรรมะ แล้วก็ได้เข้าไปศึกษาต่อที่วัดปากน้ำ ซึ่งคุณธรรมเหล่านี้ท่านทั้งหลายคงได้ฟังกันมาแล้ว คุณยายก็ต้องอดทน ได้รับการดูถูกว่าเป็นคนบ้านนอก เป็นคนชั้นต่ำ เป็นคนรับใช้เขามา ไม่มีความรู้ เป็นวัณโรค ถูกรังเกียจ
แล้วท่านทั้งหลายในที่นี้ ถ้าถูกรังเกียจอย่างนั้น จิตใจของเราจะต้องหวั่นไหวอย่างแน่นอน หายากที่จะเป็นอย่างคุณยายอาจารย์ของเรา ซึ่งเขารังเกียจว่าเป็นวัณโรคก็กระแทกข้าวให้ ไม่ยอมให้นั่งร่วมวงด้วย คุณยายก็อดทน ไม่เอาเรื่อง เพราะว่าตั้งใจจะมาศึกษาธรรมะ อดทนต่อการกระทบกระทั่ง ซึ่งโดยปกติทั่วไปของชาวโลกนี้ก็จะต้องกระทบกระทั่งกันบ่อยๆ ยากที่จะไม่กระเพื่อม เตียงก็เตียงเก่าๆ หักแล้ว ทุพรภาพแล้ว มุ้งก็ขาด ก็อดทน นี่เป็นคุณธรรมที่ยอดเยี่ยม ทำตัวประดุจดังผ้าเช็ดธุลี
มีมาในพระไตรปิฎก คือเรื่องของพระสารีบุตร พระสารีบุตรเป็นอัครสาวกเลิศด้วยปัญญา เมื่อจะเดินทางไปประกาศศาสนา มีพระภิกษุสามเณรห้อมล้อมมากมาย ต่อมามีภิกษุรูปหนึ่งอยากจะทักพระสารีบุตร อยากจะให้พระสารีบุตรทักตนเอง ก็เลยเข้าไปหา ปรากฏว่ามีพระภิกษุมากหน้าหลายตา ก็เลยไม่ได้ทักพระรูปนี้ แต่ว่าบังเอิญปลายจีวรไปกระทบท่านเข้า ท่านก็เลยหาเป็นเหตุว่าพระสารีบุตรกระทบแล้วไม่ขอโทษหลีกหนีไป
ไปฟ้องพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็เลยให้ประกาศเรียกประชุมสงฆ์ ตรัสเรียกพระสารีบุตรมา แล้วก็ถาม ดูก่อนสารีบุตร ได้ยินว่าเธอกระทบเพื่อนสหธรรมิกแล้วหลีกไปจริงหรือ พระสารีบุตรก็ตอบว่าบุคคลที่เจริญกายคตา บุคคลที่ไม่ได้เจริญกายคตาสติ คือไม่มีสติเป็นไปในกาย กระทบเพื่อนสหธรรมิก แล้วย่อมหลีกไปเป็นแน่
แต่ว่าข้าพระองค์ทำตนเสมอเหมือนดิน คือดินนี่จะถูกของสะอาดบ้าง ไม่สะอาดบ้าง รดราดลงไป ของเหม็นบ้าง ของหอมบ้าง รดราดลงไป ดินก็เฉยๆ ไม่แสดงความยินดียินร้ายให้ปรากฏ
ข้าพระองค์ทำตนเสมอน้ำ คนทั้งหลายชำระล้างทุกสิ่งทุกอย่างที่น้ำ ทั้งของสะอาด ไม่สะอาด น้ำก็ไม่แสดงการยินดียินร้าย
ข้าพระองค์ทำตนเสมอเหมือนลม คือว่าลมนี่จะพัดของหอมบ้าง ของไม่หอมบ้าง ของสะอาดบ้าง ไม่สะอาดบ้าง ลมก็เฉยๆ ไม่แสดงความยินดียินร้าย
ทำตนเสมอเหมือนไฟ ซึ่งไหม้ของสะอาดบ้าง ไม่สะอาดบ้าง
ทำตนเสมอเหมือนผ้าเช็ดธุลี ซึ่งเช็ดทำความสะอาด ทุกสิ่งทุกอย่าง ใครจะมาเหยียบมาย่าง มากระทืบ มาเช็ดเท้าอย่างไร ผ้าเช็ดธุลีหรือผ้าขี้ริ้วนั้นก็ไม่แสดงความอึดอัดเหนื่อยหน่าย เอือมระอายินดียินร้าย
ทำตนเหมือนเด็กเทหยักเยื้อ ที่เข้าไปในบ้านเศรษฐีแล้วต้องเจียมตน มีสติ ระวังไม่ให้บกพร่องหรือว่าผิดพลาด
ทำเหมือนโคเขาขาด ที่ฝึกดีแล้ว ไม่เป็นโคเก ไม่เอาเขาเอาเท้าไปกระแทกใคร
เหมือนหนุ่มสาวที่รังเกียจซากศพที่ผูกไว้ที่คอ
เหมือนคนถือภาชนะมันขุ่น
ท่านก็บอกว่าท่านทำตนแบบนี้ ไม่ได้ถือตนเลย เมื่อพระสารีบุตรประกาศบันลือสีหนาทไปอย่างนี้ แผ่นดินได้ไหว พอมาถึงตอนที่ว่าเป็นประดุจดังผ้าเช็ดธุลี เด็กจัณฑาลเทหยักเยื้อ พระภิกษุที่เป็นปุถุชนไม่สามารถจะกลั่นน้ำตาไว้ได้ พระอรหันต์ปลงทำสังเวช ภิกษุรูปนั้นเลยกระหย่ง นั่งกระหย่งพนมมือขอโทษ ให้พระสารีบุตร เอ่อ ให้พระพุทธเจ้าอดโทษแล้วก็
พระพุทธเจ้า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเลยประกาศคุณของพระสารีบุตรว่า ภิกษุใดเสมอด้วยแผ่นดิน เปรียบดังเสาเขื่อน เป็นผู้คงที่ มีวัตรดี ปราศจากเปือกตมคือกิเลส เหมือนน้ำที่ปราศจากเปือกตม สงสารทั้งหลาย เออ ไม่ยินดีไม่ยินร้าย สงสารทั้งหลายย่อมไม่มีแก่ภิกษุนั้นผู้คงที่ ประดุจดังเสาเขื่อนนั้น คือคนที่ไม่กระเพื่อมเลยนี่ ไม่ยินดีไม่ยินร้ายเลยนี่ เหมือนน้ำที่นิ่ง น้ำที่ไม่มีเปือกตม มีเปือกตมไปปาดแล้วนั้น น้ำนั้นย่อมใส คนที่ไม่มีความยินดียินร้ายเลยนี่ จิตย่อมผ่องใส
คุณยายของเรานี้ ถูกกระทบกระทั่ง กระแทกกระทั้น กระเทือนกระทุ้งเท่าไหร่ยังไงก็ตาม ไม่กระเพื่อมเลย จิตใจผ่องใสเยือกเย็นเป็นปกติ นี่เป็นคุณธรรมของครูบาอาจารย์ที่น่ายกย่อง น่าประกาศ น่าพูดถึง น่าเอาเป็นตัวอย่างอย่างที่สุด สำหรับผู้ที่ปรารถนาที่จะให้ปฏิบัติธรรมก้าวหน้า
แน่นอน ถ้าท่านใดฝึกได้อย่างนี้ ก็จะเป็นอย่างนี้ ประกอบเหตุอย่างนี้ ผลก็จะต้องเป็นอย่างนั้น แต่ถ้าหวั่นไหวก็เหมือนน้ำที่กระเพื่อม ฝุ่นละอองที่อยู่ใต้น้ำนั้นก็ฟุ้งขึ้นมา น้ำนั้นก็ไม่ใส แล้วคุณยายจึงมีใจที่ผ่องใส มีใจที่ใส ญาณของยายจึงแม่น อันนี้เป็นประการหนึ่ง อันนี้ถือว่าเป็นคุณธรรม อดทนต่อการกระทบกระทั่ง อดทน อดทนต่อกิเลสเครื่องยั่วยวน กิเลสเครื่องยั่วยวนนั้นก็คือว่าคนอื่นเขาขออนุญาตออกไปจากที่ปฏิบัติธรรมชั้นสูง ที่อยู่กับหลวงพ่อ อยู่กับพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำนั้น ใช้คำว่าที่ทำวิชชา แต่คุณยายไม่ได้ขออนุญาตไปเลย อยู่อย่างนั้นแหละ ประมาณ ๒๐ ปี ๒๐ กว่าปี ไม่ได้ มีไปบ้าง ครั้ง ๒ ครั้ง ไม่ยอมไปตามอำนาจของกิเลส ซึ่งบางคราวอาจจะทำให้อยากไป
ถามว่ามีใครบ้างเล่าในโลกนี้ที่จะอยู่โยง อยู่ตลอด ไม่ให้ออกไปดูอะไรเลย เฝ้าเพียรที่จะอยู่ในศูนย์กลางกาย ทำธรรมะให้ก้าวหน้า ให้ใส สว่าง ยิ่งๆ ขึ้นไป มีใครบ้างเล่าในโลกนี้ที่ทำได้อย่างนี้ จะมีสักกี่คน นี่คือคุณธรรมของครูบาอาจารย์ ที่ควรยกย่อง ที่เราได้ร่วมงานกันในวันนี้
ส่วนการอดทนต่อการลำบากตรากตรำ ต่อทุกขเวทนานั้นก็เป็นที่รู้กัน ตั้งแต่อยู่ท้องนา ตื่นแต่เช้า ลำบากมาตลอดเป็นคนรับใช้เขา อดทนมาตลอด อดทนมาตลอด สร้างศูนย์พุทธจักร สร้างวัดของเราก็อดทน อดทนจน ทำจนกระทั่งป่วย ล้มป่วยลงเป็นโรคขาดอาหาร อย่างที่เราได้รับรู้กันอยู่ อดทน อดทนต่อทุกขเวทนา ต้องไปดูแลคุณยายทอสุก ผู้เป็นครู ผู้ให้ ผู้สอนธรรมะให้ ผู้นำมาสู่เส้นทางสร้างบารมี นำมาถึงหลวงพ่อวัดปากน้ำ ดูแลคุณยายทองสุกในยามเจ็บป่วย บั้นปลายของชีวิตจนกระทั่งร่างกายของคุณยายของเรานั้น ติดกลิ่นเหม็นจากโรคของผู้ป่วยมาด้วย อันนี้เราก็รู้กันอยู่ แต่ว่าขอชี้ให้เห็นว่าคุณยายของเรานั้นอดทน ไม่มีใครเสมอเหมือนอีกเช่นเคย นี่เป็นตัวอย่างที่จะได้ให้เราทั้งหลายผู้เป็นลูกศิษย์ได้กตัญญู ต่อครูบาอาจารย์เช่นนั้น นี่เป็นตัวอย่าง เป็นแบบอย่างที่ดีงาม
คุณยาย จากคำสอนของคุณยาย จากบันทึกของหลวงพี่ที่มีโอกาสได้เห็น คุณยายรักธรรมะ รักธรรมะ หวังพึ่งธรรมะ คุณยายใช้ธรรมะได้แคล่วคล่อง ตอนไปอยู่ใหม่ๆ ท่านป่วย ธรรมะหายไป ท่านก็มีความเพียรในทุกอิริยาบถ ทำต่อไป มีความรักธรรมะ ฝึกนั่งตั้งแต่ยังไม่เห็นอะไร จนกระทั่งขาดรู้ได้อย่างที่มีมาในประวัตินั้น มีความรักธรรมะ ซึ่งหวังพึ่งตน หวังพึ่งธรรม ไม่ได้ไปหวังพึ่งคนอื่น คนอื่นช่วยอะไรไม่ได้ ตนเท่านั้นที่จะช่วยตนได้ ธรรมะเท่านั้นที่จะช่วยเราได้
มีมาแล้วในมหาปรินิพพานสูตรว่า ดูก่อน อานนท์ เธอทั้งหลายจงมีตนเป็นเกาะ มีตนเป็นที่พึ่ง อย่ามีสิ่งอื่นเป็นที่พึ่งเลย บาลีว่า
***ธรรมะทีปา ธรรมะสาระนา นายะสาระนา
ขออภัย *** อัตตะทีปา อัตตะสาระนา นายะสาระนา
เธอจงมีธรรมเป็นเกาะ มีธรรมเป็นที่พึ่ง อย่ามีสิ่งอื่นเป็นที่พึ่งเลย บอกกับพระอานนท์ ก่อนที่พระองค์จะปลงอายุสังขาร มีมาในมหาปรินิพพานสูตร ทรงตรัสต่อไปว่ามีตนเป็นเกาะ มีตนเป็นที่พึ่ง มีธรรมเป็นเกาะ มีธรรมเป็นที่พึ่งเป็นไฉน
ดูก่อน ภิกษุทั้งหลาย ดูให้ดีนะ ถูกต้องไหม ภิกษุในธรรมวินัยนี้มีความเพียร มีสติ มีสัมปชัญญะ ขจัดอภิชฌา และโทมนัสในโลกเสีย พิจารณาเห็นกายในกายเนืองๆ อยู่ กายในกาย ตน มีความเพียร มีสติ มีสัมปชัญญะ ขจัดอภิชฌาคือความเพ่งอยากได้ในโลกนี้ และโทมนัส เมื่อไม่ได้ก็เสียใจ ขจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกเสีย พิจารณาเห็นเวทนาในเวทนาเนืองๆ อยู่ มีความเพียร มีสติ มีสัมปชัญญะ ขจัดอภิชฌาและโทมนัส พิจารณาเห็นจิตในจิต พิจารณาเห็นธรรมในธรรม
เห็นไหมฮะ นี่แหละพึ่งตน พึ่งธรรม พระพุทธเจ้าท่านยืนยันเลย เพราะงั้นกาย เวทนา จิต ธรรมมีอยู่แล้ว ที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำท่านสอน ทุกกายมีกาย เวทนา จิต ธรรมหมดภายใน เพราะงั้นถ้าเกิดว่าเรามาเทียบคำสอนของครูบาอาจารย์ของเรากับพระไตรปิฎกเข้ากันได้ ตรงทีเดียว
ซึ่งคุณยายก็หวังพึ่งตน หวังพึ่งธรรม ไม่ได้หวังพึ่งคนอื่นเลย ไม่ได้หวังจะให้ใครมาเอาใจอะไรเลย จะอยู่ด้วยตัวของตัว ทำตัวให้ดีเท่านั้น เมื่อพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำไม่เรียกใช้ คุณยายก็ไม่เสียใจ มีหน้าที่ทำธรรมะของตัวเองให้สว่างไสว ใสบริสุทธิ์ยิ่งๆ ขึ้นไป ไม่ได้เสียใจเลย ซึ่งบางคนอาจจะต้องการให้ครูบาอาจารย์เอาใจ เมื่อไม่เอาใจก็อาจจะเสียใจมีบ้าง แต่คุณยายของเราไม่มีเลย ไม่ได้หวังพึ่งอะไรเลย หวังพึ่งธรรมะ พึ่งตน
***อัตตทีปา อัตตสาระนา ธรรมะทีปา ธรรมะสาระนา นายะสาระนา
ไม่มีสิ่งอื่นเป็นที่พึ่ง เพราะฉะนั้นอันนี้เป็นคุณธรรมนะ เป็นคุณธรรมของครูบาอาจารย์ที่มีมาแล้ว ที่มีมาแล้ว แล้วคุณยายก็พยายามที่จะสร้างบุญยิ่งๆ ขึ้นไป ในยุคนั้นเขาขออนุญาตไปบวชพระ ไปสร้างวัด ไปทอดกฐิน ซึ่งคุณยายของเราก็อยากจะทำบ้าง โอกาสก็น้อยจัง แต่ด้วยความเป็นผู้มีบุญบารมีที่ได้สั่งสมมาดีแล้ว ในที่สุดก็ได้มาสร้างวัด วัดที่ใหญ่ที่สุด มีคนมามากที่สุด มีสาธุชนมาปฏิบัติธรรมมากที่สุด มีพระที่เรียนปริยัติได้มากที่สุด สอบผ่านมากที่สุด มีการปฏิบัติธรรมมากที่สุด บวชพระก็บวชพระธรรมทายาท บางปีเป็นพัน ๗๐๐ ๘๐๐ ๕๐๐ ได้บวชพระมากที่สุด ทอดกฐิน ๘๐ ปีคุณยายก็โอ้โฮ ยิ่งใหญ่จริงๆ
เพราะงั้นนี่คือครูบาอาจารย์ของเรา ท่านเป็นผู้มีบุญมาก แม้เราจะรู้หรือเคยได้ยินได้ฟังมาแล้ว ก็อาจจะทำให้แจ่มแจ้งยิ่งขึ้นได้ ในบางคราว แล้วอันนี้เป็นคุณธรรมอีกเช่นเดียวกันที่เป็นบุญติดตัวมา แล้วคุณยายก็สอน ตัวหลวงพี่เองนี่ตอนยังไม่ได้บวช มาร่วมบุญปล่อยปลากับคุณยายนี่ ท่านก็บอก ได้ยินชัดเจนว่าให้ทำบุญไปทีละเล็กทีละน้อย สั่งสมไปเรื่อยๆ จนกระทั่งบุญเท่าภูเขา ทำไปเรื่อยๆ จนกระทั่งบุญเท่าภูเขา ตายไปเราก็ได้บุญไปมากเยอะๆ นี่เป็นข้อความที่ฟังดูแล้วธรรมดา แต่ว่าคนเราจะสั่งสมบุญบารมีกันทุกวันนี่ มันคงไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่ใช่เรื่องง่าย จะมีหมู่คณะของเราท่านทั้งหลายนี้
คุณยายของเราได้อธิษฐานจิต ซึ่งเป็นความประทับใจของตัวหลวงพี่เอง ขอให้ประพฤติพรหมจรรย์ให้ได้ตลอด ให้ได้เกิดเป็นผู้ชาย ให้ได้บวชตั้งแต่เกิดไปทุกภพทุกชาติ ให้ไม่ติดใจยินดีในรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส ธรรมารมณ์ของเพศตรงข้ามตลอดไปทุกภพทุกชาติ ให้มีความบริสุทธิ์กาย บริสุทธิ์วาจา บริสุทธิ์ใจไปทุกภพทุกชาติ ให้ได้ปฏิบัติธรรม ทำธรรมะให้ได้ตลอดกับหลวงพ่อวัดปากน้ำ ให้ได้อยู่แนวหน้าจนกระทั่งปราบมารสำเร็จ นี่เป็นคำอธิษฐานซึ่งเป็นหลักๆ
อันนี้เป็นความประทับใจในตัวหลวงพี่จากการอธิษฐานนั้น บางคราว เอ้า นึกได้ เอ้าขอให้มีหูดี ตาดี ไม่พิกลพิการ ได้ลักษณะมหาบุรุษ ๓๒ ประการครบถ้วน คุณยายก็อธิษฐานล้อมคอก แล้วก็สอนลูกศิษย์มาสม่ำเสมอ
คุณของท่านมีต่อลูกศิษย์มากมาย เอาแค่คำสอนของท่านนี่แหละ เราท่านทั้งหลายผู้เป็นลูกศิษย์ ถ้านำนอบน้อมเอาไปประพฤติปฏิบัติตาม บูชาคุณท่าน เราจะทำได้อย่างท่าน ประกอบเหตุเหมือนกัน ผลย่อมเหมือนกัน ทำบ่อยๆ ทำมากๆ ทำเนืองๆ ทำถี่ๆ
เพราะฉะนั้นวันนี้ก็ขอ เนื่องจากว่าเวลาใกล้เข้ามา คุณธรรมของครูบาอาจารย์ของเรานั้นมีมากมาย วันนี้เตรียมมามากมาย แต่ตื้นตันใจ ลืม (หัวเราะ) ลืม ตื้นตันใจมากเลย ไม่น่าเชื่อเป็นไปได้ยังไง คุณธรรมมีอีกเยอะแยะ ท่านทั้งหลายคงได้ฟังกันมาเยอะแยะมากมาย มากมายเหลือเกินคุณธรรมของครูบาอาจารย์ ท่านบริสุทธิ์จริงๆ บริสุทธิ์ เพราะความบริสุทธิ์ของท่าน ญาณจึงแม่นยำ
ความประทับใจอีกอันหนึ่งก็คือว่าท่านไม่ยินดีในเรื่องของเพศตรงข้าม ขออภัยใช้คำว่าเรื่องของกาม กามวิตก ในพระไตรปิฎกใช้คำว่ากามวิตก สัมมาสังกัปปะนี่ ไม่ดำริในกาม ไม่ดำริในพยาบาท ไม่ดำริในการเบียดเบียน ท่านไม่มี ไม่มีกาม ไม่มีพยาบาท ไม่มีเบียดเบียนใคร ก็อาศัยตั้งแต่ว่าเป็นสาว หลีกเลี่ยงมาตลอด ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ออกก็ เวลาถูกหนุ่มเขามาคุยก็จะใช้คำว่าสามวาสองศอก แล้วก็เดินหลีกไป จนกระทั่งว่าไม่รู้จัก จนหลวงพ่อถามว่ากามเป็นอย่างไร ไม่รู้ ไม่รู้จัก หลวงพ่อก็เลยหัวเราะ ธรรมดาจะถามอะไร แล้วจะตอบได้หมด ถามเรื่องธรรมะ แต่คุณยายไม่รู้จักเลย นี่เป็นคุณธรรม เพราะว่าคุณยายนี้ไม่มีเรื่องเหล่านี้ แล้วก็มีความเพียรมาก จึงทำให้ญาณทัสสนะของคุณยายนั้นแม่นยำ
คุณยายมักน้อย เขาเอาข้าวให้ทาน ท่านก็ทานไป ไม่ได้คำนึงถึงรสชาติ มักน้อย สันโดษ สงัดคลุกคลี พอใจปัจจัยตามมีตามได้ เสื่อผืนหมอนใบ ซึ่งทำให้สมาธิก้าวหน้า ทำให้มีญาณแม่นยำ นี่เป็นคุณธรรมซึ่งก็หาได้ยาก หาได้ยาก ถ้าใครปฏิบัติตามได้ก็จะได้อย่างยายอีกเช่นเดียวกัน
วันนี้เท่าที่แสดงมา ก็เป็นเพื่อบูชาคุณของครูบาอาจารย์ผู้สร้างพระให้เป็นพระ สร้างวัดให้เป็นวัด สร้างคนให้เป็นคนที่ดี ทำคนธรรมดาให้เป็นเนื้อนาบุญ ทำให้คนฉลาด คนไม่ฉลาดให้ฉลาด ผู้ไม่รู้ให้รู้ ผู้ไม่บริสุทธิ์ให้บริสุทธิ์ ทำให้เราท่านทั้งหลายมีโอกาสร้างาบุญมากมาย ถ้าไม่มีคุณยายบางท่านอาจจะไม่รู้ว่าจะไปเป็นอะไรกัน จึงขอสรรเสริญคุณครูบาอาจารย์มาดังที่กล่าวแล้ว คือความอดทน ความกตัญญู ความมักน้อย ความเพียร ความตั้งใจจริง ทั้งหมดนี้
และด้วยบุญกุศลที่หลวงพี่ได้แสดงธรรมมานี้ ก็ขอให้บุญนั้นจงมีส่วนแด่คุณยาย ผู้เป็นครูบาอาจารย์ และก็ขอให้ท่านทั้งหลายได้มีส่วนบุญที่ได้สรรเสริญคุณตามสัจจะวาจาที่ได้กล่าวอ้างมาแล้วจงทุกประการเทอญ (สาธุ)
*************** จบ ***************
PAGE
PAGE 11
หน้า
FILENAME \p \\DOMAIN\DATAYAY\ต้นฉบับบทเทศน์\พระทั่วไป\Edit\44-05-13 EW-AAT.doc