ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

กตัญญูกตเวทิตาธรรม

คุณยายอาจารย์ · เทศน์งานยาย

(ม้วน 1/A) (**หลวงพ่อเรียกคุณยายว่ามหารัตน์ไม่ใช่มหารัตนะ จึงพิมพ์ว่า “มหารัตน์”) พระเทพวิริยาภรณ์ : (กระแอม) ขอโอกาสพระภาวนาวิริยคุณรักษาเจ้าอาวาสวัดธรรมกาย และขอเจริญพรท่านสาธุชนผู้กัลยาณมิตรทั้งหลาย (สาธุ) การบำเพ็ญกุศลทักษินานุปทานกิจในครั้งนี้ก็เพื่อที่จะได้อุทิศส่วนบุญส่วนกุศลที่ทุกท่านได้พร้อมใจในครั้งนี้ส่งไปให้กับ กับคุณโยมยายมหารัตน์อุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ผู้ซึ่งเป็นผู้ประสิทธิ์ประสาทหรือเป็นผู้ที่เริ่มการก่อสร้างสำนักวัดธรรมกายแห่งนี้ขึ้น (กระแอม) ซึ่งการบำเพ็ญทักษิณานุปทานกิจนี้ นับตั้งแต่วันที่คุณยายมหารัตน์อุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ได้ละสังขารหรือล่วงลับดับขันธ์ไปยังสัมปรายุวภพภายภาคเบื้องหน้าแล้วนั้น ถึงวันนี้ถามพระพิธีกรท่านบอกว่า ล่วงแล้วมาสองร้อยกว่าวันอ่า สองร้อยกว่าวันและก็มีการบำเพ็ญกุศลต่อเนื่องมาโดยลำดับ ๗ วันครั้ง หรือเจ็ดวันก็บำเพ็ญกุศลกันครั้งหนึ่ง อย่างเช่นวันนี้ โดยอาราธนาพระเถรานุเถระจากสำนักต่างๆ ทั้งในพระนครกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดหรือตามหัวเมืองต่างๆ นั้น มาร่วมสวดพระอภิธรรมวันละ สองร้อยรูป อย่างเช่นวันนี้ก็มีจำนวนสองร้อยรูปเหมือนกัน โดยคณะท่านเจ้าภาพซึ่งมีท่านผู้รักษาการเจ้าอาวาสวัดธรรมกาย คือ พระภาวนาวิริยคุณเป็นประธาน ท่านก็ได้รับได้เริ่มบำเพ็ญกุศลอันนี้มาโดยตลอด และคงจะได้บำเพ็ญกุศลอย่างนี้ต่อไปอีกจวบจนกระทั่งว่าถึงวันสำคัญ คือวันทำการณาปณกิจศพ หรือถ้าอาจต้องมีการขอพระราชทานเพลิงเป็นกรณีพิเศษก็ย่อมได้ ถึงวันนั้นก็คงจะเป็นวันที่ท่านเจ้าภาพได้บำเพ็ญกุศลอย่างต่อเนื่องก็เพื่อที่จะให้การบำเพ็ญกุศลนั้นมีประโยชน์กับดวงวิญญาณของคุณยายมหารัตน์อุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ผู้ซึ่งเป็นผู้สร้างวัดธรรมกายแห่งนี้ขึ้น การบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทานนี้ เป็นการประพฤติปฏิบัติถูกต้องตามหลักพระพุทธศาสนาซึ่งนอกจากจะเป็นประเพณีนิยมของคนไทยผู้นับถือพุทธศาสนาแล้วยังเป็นการประพฤติปฏิบัติถูกต้องตามหลักพระพุทธศาสนาที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ในพระสูตรพระสูตรหนึ่งที่เรียกว่าติโลกุตสูตร พระสงฆ์ท่านได้นำเอาพุทธภาษิตในบทนั้นมาใช้เป็นบทอนุโมทนามีความตอนหนึ่งว่า อทาสิเม อกาสิเม ยาติมิตา สขาจเม เปตานัง ทักขินัง ทัจชา ปุพเพกตมนุษรัง เป็นอาทิ ซึ่งแปลเป็นภาคภาษาไทยได้ความว่า เมื่อมาระลึกนึกนึกอุปการะคุณคือคุณงามความดีของท่านผู้ล่วงลับแล้ว อย่างเช่นวันนี้ท่านทั้งหลายที่มาประชุมพร้อมกัน ณ สมาคมแห่งนี้ ต่างก็สำนึกและได้ระลึกนึกถึงคุณงามความดีของคุณยายมหารัตน์อุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง กันอย่างถ้วนหน้า โดยคิดว่าเมื่อครั้งที่อุบาสิกาหรือคุณยายมหารัตน์นี้ยังมีชีวิตอยู่ท่านได้ให้สิ่งนี้ๆ แก่พวกเราไหว้หรือไม่ท่านก็ได้กระทำสิ่งนี้ๆ แก่พวกเราไว้ หรือไม่ก็เป็นญาติเป็นมิตรเป็นสหายโดยฐานะใดฐานะหนึ่งอย่างนี้แล้ว ก็พึงเพิ่มให้ทักษิณานุปทานคือทำบุญอุทิศไปให้ ซึ่งท่านสาธุชนกัลยาณมิตรทั้งหลายระลึกนึกถึงคุณงามความดีโดยนัยที่กล่าวโดยสังเขปนั้นแล้ว ก็ยังได้พร้อมใจกันทำบุญอุทิศส่วนบุญไปให้ท่าน ไม่ว่าท่านจะไปอยู่ในสถานที่ใด ถ้าท่านทราบโดยญาณวิถีทางใดทางหนึ่งถึงการกระทำของทุกท่าน ท่านก็คงจะมีความชื่นชมโสมนัส รับอนุโมทนาสาธุการในส่วนบุญส่วนกุศลที่ทุกท่านได้อุทิศไปให้แล้วนั้น และด้วยอำนาจแห่งบุญกุศลที่ทุกท่านได้พร้อมจิตพร้อมใจกันบำเพ็ญและอุทิศไปให้ท่านครั้งนี้ย่อมจะเป็นเหตุเป็นปัจจัยดลบันดาลให้ดวงวิญญาณของคุณยายมหารัตน์อุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูงนี้ได้เสวยทิพยสุขทิพยสมบัติตามสมควรแก่คติวิสัยในสัมปรายภพทุกประการ นี่ตามหลักธรรมคำสั่งสอนในทางพุทธศาสนา และการบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทานอย่างนี้ นอกจากเราจะได้อุทิศส่วนบุญส่วนกุศลไปให้ท่านผู้ล่วงลับไปแล้วดังกล่าวยังเป็นการประกาศคุณงามความดีของบุคคลทั้งสองฝ่าย คือ ของท่านเจ้าภาพผู้ยังมีชีวิตอยู่นี่ทั้งหมด คือ มาเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลในวันนี้ฝ่ายหนึ่ง และอีกฝ่ายหนึ่งนั้นก็ได้แก่ฝ่ายที่ล่วงลับไปแล้วได้แก่ คุณยายมหารัตน์อุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ซึ่งจะเป็นการประกาศเกียรติคุณหรือคุณงามความดีของบุคคลทั้งสองฝ่ายนี้ให้ปรากฏต่อผู้ที่ได้รู้ได้เห็นหรือได้ทราบขอยก สำหรับสำนักวัดธรรมกายก่อน จะเห็นได้ว่าสำนักแห่งนี้โดยขณะนี้มีท่านผู้รักษาการคือท่านพระภาวนาวิริยคุณเป็นประธานอยู่ ได้ตั้งอกตั้งใจบำเพ็ญกุศลขันธ์อันเป็นส่วนทักษิณานุปทานกิจนี้มาตั้งแต่ต้น ซึ่งมีความเป็นห่วงใยในเรื่องดวงวิญญาณของคุณยายมหารัตน์อุบาสิกาจันทร์นั้นว่าในขณะนี้จะไปอยู่ในสถานที่ไหน ซึ่งเราไม่อาจสามารถที่จะทราบได้ ซึ่งทุกท่านก็คงจะเชื่อด้วยความบริสุทธิ์ของทุกท่านอยู่แล้วว่าใจขณะนี้ดวงวิญญาณของคุณยายมหารัตน์อุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูงนั้นท่านจะต้องมีสุขติภพ จะต้องมีสถานไปในแดนเกษมมีความสุขในสัมปรายภพอย่างแน่นอน แต่ถึงกระนั้นคณะวัดธรรมกายซึ่งนำโดยท่านรักษาการเจ้าอาวาสก็ยังคงบำเพ็ญกุศลต่อเนื่องมาโดยลำดับทุก ๗ วันแล้วก็นิมนต์พระที่มาทำบุญแต่ละครั้งนั้นจำนวนมากถึงสองร้อยรูป สองร้อยกว่าวันที่คุณยายมหารัตน์ละสังขารไปนี่จะกี่ครั้ง ทุกท่านก็คงจะคิดกันได้เองว่าได้ทำมาเท่านั้นเท่านี้แล้วนะ ก็เป็นส่วนที่ท่านทั้งหลายต้องการอยากจะเพิ่มเติมเสริมบุญเสริมกุศลที่คุณยายมหารัตน์อุบาสิกาท่านมีอยู่แล้วอย่างสมบูรณ์ที่สุด ก็ต้องการอยากจะให้ท่านได้บุญกุศลอันนี้มากยิ่งขึ้น ยิ่งมาเท่าใดก็จะเป็นประโยชน์กับดวงวิญญาณของท่านมากเท่านั้น และอีกประการหนึ่งการบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทานกิจอย่างนี้เรียกว่าเป็นการประกาศคุณงามความดีของผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่คือท่านเจ้าภาพ แสดงให้เห็นว่าทุกท่านนับตั้งแต่ท่านรักษาการเจ้าอาวาสเป็นต้น จนกระทั่งว่าถึงทุกท่านที่มาสมาคมกันอยู่ ณ สถานที่แห่งนี้ ล้วนแล้วแต่ว่าเป็นผู้ประกอบด้วยคุณธรรมทั้งสองประการ ธรรมทั้งสองประการดังกล่าวนั้น คือ เป็นธรรมะแสดงถึงคุณธรรมความเป็นคนดีของบุคคลที่มีธรรมะสองประการนั้น คือ ข้อที่หนึ่ง เรียกว่ามีความกตัญญู ข้อที่สองมีกตเวทีคือตอบแทนคุณงามความดีของท่านให้ปรากฏ คุณธรรมทั้งสองประการนี้จะเป็นนิมิตหมายแสดงออกถึงความเป็นคนดีของบุคคลคนนั้น การกระทำของท่านทั้งหลายในครั้งนี้ก็เป็นการแสดงถึงความดีของทั้งฝ่ายวัด ฝ่ายบ้าน ฝ่ายวัดก็คือถ้าเจ้าคุณรักษาการเจ้าอาวาส ฝ่ายบ้านก็ท่านทั้งหลาย สมตามนัยมหาเถรภาษิตที่ท่านกล่าวเอาไว้ว่า นิมิตัง สาธุ รูปานัง กตัญญูกตเวทิตา ความเป็นผู้มีกตัญญุคือรู้จักคุณของท่านและคิดตอบเป็นนิมิตหมายของคนดีในทางพุทธศาสนา แสดงให้เห็นว่าท่านทั้งหลายนั้นเป็นคนดีอย่างแน่นอน อันความเป็นผู้มีเป็นคนดีนั้น ในหลักพระพุทธศาสนา ท่านไม่ได้ยกย่องบุคคลซึ่งมีรูปร่างสวยรวยทรัพย์เพียงประการเดียวเท่านั้น แต่ท่านยังหมายเอาบุคคลซึ่งมีคุณธรรมเป็นส่วนสำคัญด้วย คนที่รูปสวยรวยทรัพย์เป็นคนดีในลักษณะของชาวโลกนั้น เราจะเห็นได้ว่าความดีที่ปรากฏกับผู้ที่ทรัพย์สินเงินทองมากแล้วก็ประพฤติปฏิบัติไม่ตรงธรรมะไม่มีความดีในเรื่องธรรมะนั้นเป็นเครื่องค้ำจุน ก็ไม่ได้รับการสนับสนุนว่าเป็นคนดีอย่างภาคภูมิใจ มิหนำซ้ำยังถูกกล่าวขวัญหรือกล่าวไปในทางที่เสียหาย เอ่อ ว่าเป็นคนไม่เอื้อเฟื้อต่อธรรมะ ไม่มีธรรมะภายในใจ ไม่ได้นำเอาธรรมะที่พระพุทธเจ้าสอนไว้ไปใช้ หมายความว่าไม่มีคุณธรรมคือความเป็นคนกตัญญูกตเวทีนั่นเอง ถ้าขาดคุณธรรมทั้งสองประการนี้ ก็จะเป็นคนดีได้อย่างไร พระมหาเถรภาษิตที่ท่านกล่าวว่า ผู้ที่ประกอบด้วยคุณธรรมทั้งสองประการนี้เป็นคนดี ซึ่งแสดงให้เห็นว่าคนดีนั้นต้องมีธรรมทั้งสองประการนี้ ถ้าคนที่ไม่มีคุณธรรมทั้งสองประการนี้ก็เรียกว่าเป็นคนตามคติทางศาสนาไม่ได้ เอ่อ คติทางศาสนานะท่านหมายเอาคุณธรรมเป็นส่วนสำคัญ มีคำพูดเป็นภาษิตภาษาไทยเราคำหนึ่ง อาตมาจำได้นักปราชญ์ท่านคุยให้ฟัง หรือท่านคุยกันก็จำๆ ไว้ ท่านว่าคนที่รู้จักคุณคนนั่นแหละคือคน กล่าวไว้ชัดเลยทีเดียว ว่าคนที่รู้จักคุณคนเป็นคนโดยสมบูรณ์อย่างท่านทั้งหลาย วันนี้สำนึกในพระคุณของคุณยายมหารัตน์อุบาสิกาจันทร์ทุกท่านนะ จึงได้พร้อมจิตพร้อมใจกันบำเพ็ญกุศลอุทิศส่วนบุญไปให้ท่าน นั่นเป็นคนดี รู้แล้วว่าวัดนี้เกิดขึ้นเพราะมหาอุบาสิกาผู้นี้เป็นผู้ก่อสร้างไว้ ซึ่งเราก็ได้รับประโยชน์จากการที่เข้ามาบำเพ็ญกุศลมากมาย ซึ่งในขณะนี้บุคคลดังกล่าวที่เรากำลังแสดงออกซึ่งกตเวทีนั้น ท่านละสังขาร คือ ละโลกนี้ไปแล้ว ไปสู่สัมปรายภพภายภาคเบื้องหน้า เราไม่สามารถที่จะตอบบุญสนองคุณท่านได้โดยประการอื่น ท่านทั้งหลายจึงได้พร้อมใจกันมาทำบุญอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลไปให้ท่าน ดังที่ปรากฏอยู่ในขณะนี้ จึงเป็นที่น่าชื่นชมอนุโมทนาสาธุการในส่วนกุศลฉันทะของทุกท่านไว้ ณ ที่นี่ อีกประการหนึ่งที่เป็นส่วนสำคัญซึ่งขอนำมากล่าวในทีนี้ ว่าคุณยายมหารัตน์อุบาสิกานี้นับว่าเป็นบุคคลดี หมายความว่าท่านเป็นคนมีบุญมาเกิด ตามนัยมงคลสูตรข้อหนึ่งว่า ปุพเพกตปุญญตา คือ เคยทำบุญไว้ในชาติปางก่อนโน้น บุญส่วนนั้นจึงเป็นผลนำให้ท่านมาเกิดในชาตินี้ด้วย เป็นคนมีบุญ ที่ว่าเป็นคนมีบุญก็หมายความว่า อย่างเช่นการพัฒนาวัดหรือสร้างวัดนี้ ถ้าคนที่ไม่มีบุญไม่มีบารมีมากพอแล้วก็จะก่อสร้างวัดใหญ่โตมโหราฬอย่างนี้ไม่ได้ เมื่อกี้ท่านเจ้าคณะจังหวัดขอนแก่น ซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ อาตมานี่ ชี้ให้โยมเห็นนี่ก็คุยกับ คุยกับผู้รักษาการเจ้าอาวาสต่างองค์ก็คุยอย่างเดียวกันว่าไปมาในประเทศไทยนี่เกือบจะทุกจังหวัด ไม่เห็นว่าสถานที่ที่ใหญ่โตมโหราฬที่สามารถจะให้ญาติโยมมาบำเพ็ญกุศลได้มากมายเป็นหลายๆ หมื่นได้เหมือนกับที่วัดธรรมกายแห่งนี้ ไม่มี ไม่มีเลย วัดที่อาตมาผู้พูดอยู่นั้นมีเนื้อที่ ๒๕ ไร่ ถ้านำมาเปรียบเทียบกับสภาแห่งนี้ที่ท่านทั้งหลายประชุมกันอยู่นี้ รักษาการเจ้าอาวาสท่านบอกว่า ตรงนี้น่ะ ๑๕๐ ไร่ มี ๑๕๐ ไร่ตรงนี้ ก็เท่ากับว่าต้องเอาวัดสุทัศน์ เนื้อที่วัดสุทัศน์ อ่า ถึง ๖ เท่า อ่า จึงจะได้ ๑๕๐ ไร่ ก็เท่ากับธรรมสภาแห่งนี้ เพราะฉะนั้นจึงนับว่ามหาอุบาสิกาจันทร์นี้ เป็นผู้ที่ว่ามีบุญมาเกิด คนที่มีบุญมาเกิดแล้วนั้นแยกเป็น ๒ ประการด้วยกันสั้นๆ บุคคลเกิดมามีบุญมาเกิดแล้วเกิดมามีบุญบางคนมีบุญมาเกิดแต่เกิดมาไม่มีบุญ คนมีบุญมาเกิดเกิดมาแล้วมีบุญก็อย่างเช่น คุณยายมหารัตน์อุบาสิกานี้ ต้องนับว่าท่านเป็นผู้ที่มีบุญมาเกิดอย่างแท้จริง และท่านเกิดมามีบุญด้วย หมายความว่าเกิดมาแล้วไม่ได้เกิดโดยที่ไม่ได้สร้างคุณธรรมหรือคุณงามความดีอะไร ท่านได้สร้างถาวรวัตถุไว้กล่าวเฉพาะๆ ที่วัดธรรมกายนี้ก็มหาศาลแล้ว ไม่มีที่ใดที่จะเปรียบเทียบได้ ใหญ่โตมโหราฬนับเป็นจำนวนเงินก็ไม่รู้ว่าเท่าไหร่แล้ว รักษาการเจ้าอาวาสท่านคงจะรู้ดีว่าเท่าไหร่เพราะท่านเป็นคนคุมเอง อาตมาเพียงกล่าวเพียงว่าให้ท่านทั้งหลายได้สำนึกว่าคุณยายมหาอุบาสิกาจันทร์นี้เป็นคนมีบุญ เกิดมามีบุญจริงๆ ถ้ามิฉะนั้นทำไม่ได้ เจ้าคณะจังหวัดขอนแก่นนั่งอยู่ข้างๆ อาตมานี่ก็บอกว่าไม่มี ไม่มีที่ไหนจะทำได้ ไม่มีทำไม่ได้หรอก ไม่มีใครทำได้ คนที่ทำได้น่ะหมายถึงว่ามีบุญกุศลส่ง อาศัยบุญเก่าตั้งแต่ปางก่อนและบุญชาตินี้สนับสนุนอีกด้วย บางคนมีบุญมาเกิดแต่เกิดมาแล้วไม่มีบุญ หมายถึงบุคคลเมื่อได้อัตภาพความเป็นมนุษย์มาพร้อมบริบูรณ์ อวัยวะครบ ๓๒ เหมือนกันแต่ไม่นำพาในการที่จะมาสร้างบุญสร้างกุศล อันจะเป็นเสบียงที่จะทำให้เราต้องต่อภพต่อชาติ ซึ่งมนุษย์เรานั้นไม่ได้หมายความว่าเกิดมาชาตินี้เป็นชาติสุดท้าย ซึ่งเราจะต้องเกิดมากันอีกสักกี่ชาติกี่หนเราก็ยังไม่ทราบได้ เพราะกิเลสยังไม่หมด ก็มีความประมาทไม่สร้างบุญสร้างบุญสร้างกุศล ก็เท่ากับว่าบุญเกิดมาแต่เกิดมาแล้วไม่มีบุญ ก็ไม่สมบูรณ์เท่าที่ควร กัลยาณมิตรญาติโยมทั้งหลายที่มีสโมประชุมกันอยู่สมาคมแห่งนี้ คงจะมีจำนวนหลายพันประมาณนั้น ท่านก็เฉกเช่นกับคุณยายมหารัตน์อุบาสิกาจันทร์เหมือนกัน ท่านมีบุญมาเกิดแล้วและท่านก็เกิดมาเป็นคนมีบุญอย่างมหาศาลอีกเหมือนกัน ถึงแม้ว่าไม่ทัดเทียมกับมหาอุบาสิกาจันทร์ได้ เพราะคนเราความสามารถไม่เหมือนกันไม่เท่ากัน แล้วแต่ภูมิชั้นของแต่ละท่านจะเอื้ออำนวยให้ทำได้มากน้อยแค่ไหนเพียงไร แต่ทุกท่านก็นับว่ามีความตั้งอกตั้งใจที่จะสร้างบุญสร้างกุศลให้เป็นสมบัติให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ คือ อย่างไรเสียก็ต้องการจะให้เป็นไปตามพระพุทธภาษิตที่ว่า ไม่ใช่แค่เพียงมีบุญมาเกิดแล้ว เราต้องเกิดมามีบุญด้วย เพราะฉะนั้นก็ขออนุโมทนาสาธุการในส่วนกุศลโดยฉันทะของทุกท่าน ที่ได้พร้อมใจกันมาบำเพ็ญกุศลอุทิศส่วนบุญไปให้กับคุณยายมหารัตน์อุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูงในครั้งนี้ ก็ขอให้ทุกท่านจงได้ตั้งกัลยาณจิตว่าบุญกุศลทั้งหลายที่ทุกท่านได้บำเพ็ญมาตั้งแต่ต้นจนหนหลังครั้งสุด ณ บัดนี้ ก็ขอให้ทุกท่านจงได้ตั้งกัลยาณจิตอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลที่เราได้กระทำในครั้งนี้ ขอเดชะบุญกุศลที่ทุกท่านได้ตั้งใจบำเพ็ญอุทิศครั้งนี้ จงเป็นภารวปัจจัยดลบันดาลให้ดวงวิญญาณของคุณยายมหารัตน์อุบาสิกาจันทร์ขนนกยูงให้ท่านได้ทราบโดยญาณวิถีทางใดทางหนึ่งอนุโมทนาสาธุการ เมื่อท่านอนุโมทนาสาธุการแล้ว ท่านคงจะมีความชื่นบานโสมนัสและคงต้องมีสุขติภพเป็นที่ไปในเบื้องหน้า นับว่าสมกับเจตนาของคณะท่านเจ้าภาพ มีผู้รักษาการเจ้าอาวาสเป็นต้นเป็นประธาน ต้องสมกับความปรารถนาที่ท่านทุกท่านได้ทำไว้อย่างแน่นอน ก็ขออวยพรให้ทุกท่านที่ได้ทำบุญให้กับคุณยายมหารัตน์แล้วนั้นจงประสบแต่อิทธิผลคือสิ่งอันที่ท่านพึงปรารถนาก็ขอให้ทุกท่านจงมีความสุขความเจริญ มุ่งมาตรปรารถนาสิ่งใดที่ประกอบด้วยความชอบก็ขอให้สำเร็จดังความปรารถนาจงทั่วกันทุกท่านทุกคนเทอญ (สาธุ) (หมด 1/A) หน้า PAGE 1 440408EW-BBT