ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

สุวิชาโน ภวํ โหติ ผู้รู้ดี เป็นผู้เจริญ

คุณยายอาจารย์ · เทศน์งานยาย

(ม้วน 1/A) พระมหาสิริศักดิ์ : ขอนอบน้อมแด่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า นมัสการพระเถรานุเถระทุกรูป สวัสดีเพื่อนสหธรรมิกทุกท่าน เจริญพรสามเณร อุบาสก อุบาสิกาทุกท่าน (สาธุ) วันนี้อย่างที่พิธีกรได้แนะนำไปแล้วว่าจะมีพระมหาองค์หนึ่งมาบรรยายธรรม โอกาสมาถึงพระมหาอีกครั้งหนึ่ง พระมหาก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นพระที่อยู่ในส่วนของปริยัติธรรม ก่อนๆ หน้านั้นหลวงพี่ที่ หลวงพี่พระอาจารย์ที่อยู่ส่วนงานอื่นๆ ท่านก็มาบรรยายธรรมให้เราฟัง แต่ละท่านแต่ละท่านก็จะบรรยายธรรมตามลักษณะ ตามอัธยาศัย ตามประสบการณ์ที่ในทางหมู่คณะได้มอบให้ ให้ท่านไปปฏิบัติกัน แล้วท่านก็มีประสบการณ์ต่างๆ มาเล่า มาบอกมาฝากให้พวกเราได้เป็นข้อคิดในการสร้างบารมีกัน อย่างเช่นหลวงพี่บางรูปท่านได้รับมอบหมายให้ดูในเรื่องการครัว ท่านก็มีข้อคิดต่างๆ เกี่ยวกับเรื่องอาหาร การกิน การจัดในเรื่องอาหารต่างๆ มาเล่ามาฝากให้พวกเราฟัง หรือว่าหลวงพี่บางรูปที่ท่านได้รับบุญในฝ่ายของโยธา ท่านก็มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับในเรื่องการก่อสร้าง หรือไม่ก็เรื่องการดูแล บำรุงรักษาสถานที่มาเล่ามาฝากให้พวกเราฟัง หรือหลวงพี่บางรูป พระอาจารย์บางรูปดูแลในเรื่องการเผยแผ่ ท่านก็มีเรื่องราวเกี่ยวกับเรื่องการเผยแผ่ทางในประเทศและต่างประเทศ มาเล่ามาฝากให้พวกเราฟัง วันนี้ก็เป็นโอกาสของพระฝ่ายปริยัติธรรมบ้าง เพราะฉะนั้นเรื่องที่เอามาเล่าเอามาฝากให้พวกเราฟังในตอนนี้ก็คงจะหนีไม่พ้นในเรื่องเกี่ยวกับพระปริยัติธรรมล้วนๆ เลย พอพูดอย่างที่เกริ่นมาว่าหลวงพี่แต่ละรูป แต่ละรูปนี่ ท่านบรรยายธรรมตามอัธยาศัยของท่าน อดนึกถึง นึกถึงเรื่องราวในพระสูตรเรื่องหนึ่งไม่ได้ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่ป่ามหาโคสิงสาลวัน มหาโคสิงคสาลวัน คือในที่นั้นนี่ได้มีพระเถระผู้ทรงคุณต่างๆ มาประชุมกัน แล้วท่านก็สนทนาธรรมกัน สนทนาธรรมกันว่าเออ ป่าโคสิงคสาลวัน จะงามสำหรับภิกษุเช่นใดหนอ ท่านพระอานนท์เถระท่านก็แสดงความเห็นว่าป่านี้งามสำหรับภิกษุผู้ทรงพหูสูต ทรงจำพระไตรปิฎก รอบรู้พระไตรปิฎก และแสดงธรรมเพื่อให้หลุดพ้นจากวัฏสงสาร เพราะฉะนั้นป่าชนิดนี้จึงถือว่างามสำหรับภิกษุผู้เป็นพหูสูต พอฝ่ายพระเรวัตตะ พระเรวัตตะเถระผู้เป็นเอตทัคคะในด้านการอยู่ป่า ท่านก็บอกว่าป่าโคสิงคสาลวันนี้เหมาะสมภิกษุผู้ยินดีในการหลีกเร้น ประกอบความเพียร ไม่ยอมคลุกคลีด้วยหมู่ พอความคิดเห็นมาถึงพระอนุรุทธ พระอนุรุทธนี่ท่านเป็นเลิศในเรื่องของทิพยจักษุ ท่านก็แสดงความเห็นว่าป่านี้เหมาะสมภิกษุที่เข้าสมาบัติ แล้วใช้ทิพยจักขุ ตรวจดูธรรมโลกธาตุ ซึ่งจักษุของมนุษย์นี้ไม่สามารถที่จะมองเห็นได้ พอมาถึงพระมหากัสสปะ ท่านพระมหากัสสปะนี้เป็นผู้ที่ทรงคุณในเรื่องของธุดงค์อย่างเคร่งครัด ท่านก็บอกว่าป่าโคสิงคสาลวันนี้เหมาะสำหรับผู้ทรงธุดงค์ เหมาะสำหรับภิกษุผู้ทรงธุดงค์ พอมาถึงพระมหาโมคคัลลานะ ท่านพระมหาโมคคัลลานะเป็นเลิศของภิกษุผู้ทรงฤทธิ์ และท่านบอกว่าเหมาะสำหรับภิกษุ ๒ รูปที่จะทำการสนทนาธรรมในเรื่องของอภิธรรมคาถา แล้วทรงธรรมนั้นไว้ แล้วปฏิบัติตามธรรมนั้น ป่าโคสิงคสาลวันเหมาะ พอมาถึงพระสารีบุตรเถระ ท่านก็แสดงธรรมว่าท่านแสดงความคิดเห็นว่าป่านี้เหมาะสำหรับภิกษุผู้ยินดีด้วยการอยู่ในวิหารสมาบัติ เรื่องนี้ยังหาข้อสรุปไม่ได้ แต่ละท่าน แต่ละท่าน พระเถระผู้ทรงคุณแต่ละท่าน แต่ละท่าน ไม่สามารถตกลงกันได้ว่าคำของใครเป็นคำสุภาษิต ใครกล่าวถูกต้อง เรื่องก็ต้องไปถึงให้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตัดสิน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าแสดงความเห็นว่า เออ ได้มีพระพุทธดำรัสว่า ที่พระเถระผู้ทรงคุณทั้งหลายเหล่านั้นพูดมานี่เป็นสุภาษิตทั้งนั้น ถูกต้องทั้งนั้น แต่คำตอบที่ถูกต้องที่สุด ป่านี้เหมาะสำหรับภิกษุผู้ก้าวกลับจากบิณฑบาต หลังจากทำภัตตากิจแล้ว ก็นั่งลง ตั้งกายตรง ดำรงสติเฉพาะหน้า มุ่งปฏิบัติสมาธิเพื่อกำจัดอาสวะกิเลส เพราะฉะนั้นป่าโคสิงคสาลวันนี้จึงเหมาะแก่ภิกษุ อย่างที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสเอาไว้ อันนี้มาถึงในเรื่องของหลวงพี่ที่แสดงธรรมตามอัธยาศัยแต่ละท่าน แต่ละท่าน ก็นึกถึงธรรมาสน์นี้เหมาะสำหรับภิกษุเช่นใด ก็ได้ข้อสรุปที่ไม่ต่างกันนัก เหมาะสำหรับภิกษุผู้ยินดีในการประพฤติปฏิบัติธรรม ผู้ยินดีสร้างบุญสร้างบารมีตามครูบาอาจารย์ ตามแบบอย่างที่ครูบาอาจารย์ของเราได้วางไว้ตลอดมา ทีนี้ มาในเรื่องของบทบ้าง ขึ้นบทธรรมว่า สุวิชาโน ภวํ โหติ ผู้รู้ดี เป็นผู้เจริญ บอกกันแล้วว่าวันนี้จะมาพูดในเรื่องของพระปริยัติธรรม ฉะนั้นก่อนที่เราจะมาพูดถึงพระปริยัติธรรมนี้ ในตอนนี้ยังมีควันหลงจากการประกาศผลสอบบาลีสนามหลวง ซึ่งก็เกี่ยวกับพระปริยัติธรรม มีทั้งเรื่องที่น่าปีติยินดี แล้วก็มีเรื่องที่น่าเสียดาย เรื่องที่น่าปีติยินดีก็คือทางวัดพระธรรมกายของเรายังรักษาแชมป์ได้อยู่ เรายังเป็นแชมป์ทั้งในเรื่องของจำนวนนักเรียนรวมที่สอบผ่านคือจำนวนถึงร้อยห้าสิบห้ารูป ทั้งพระภิกษุ ทั้งสามเณร ร้อยห้าสิบห้ารูป ต้องถือว่าเป็นการสร้างประวัติการณ์ใหม่ สร้างสถิติใหม่ หลังจากว่าที่เคยมีสถิติเดิมไว้อยู่ที่ร้อยสี่สิบห้า และที่น่ายินดีที่สุดก็คือว่าปีนี้เรามีสามเณรนาคหลวง แต่ส่วนที่น่าเสียดาย น่าเสียดายว่าเราไม่ยกชั้น เรายังไม่ยกชั้น ตามความตั้งใจของพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโย เพราะว่าในเรื่องของยกชั้นนั้น ถ้าว่ากันไปจริงๆ แล้วนี่ก็คงไม่ใช่จะเกี่ยวข้องกับเฉพาะนักเรียนปริยัติธรรม พวกเราทุกคนที่นั่งอยู่ในที่นี้ หลายๆ คนอาจจะต้องเข้ามาเกี่ยวข้องกับการยกชั้น แล้วก็จะพูดต่อไป ในเรื่องของปริยัติธรรมนั้น คำว่าปริยัติธรรมโดยความหมายแล้ว ปริยัติธรรมแปลว่าการเล่าเรียน แต่ว่าจากประสบการณ์ที่ได้ศึกษาในพระปริยัติธรรมมานี่ ไม่ ไม่ได้เจอคำว่าพระปริยัติธรรมในส่วนของการเล่าเรียนอื่นๆ มีใช้แต่ในเฉพาะเล่าเรียนเฉพาะพระธรรมวินัยเท่านั้น ซึ่งในเรื่องของปริยัติธรรมนี้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสแบ่งปริยัติธรรมหรือการเล่าเรียนพระธรรมวินัยนั้น ออกเป็น ๓ จำพวก แบ่งจำพวกผู้เล่าเรียนออกเป็น ๓ จำพวก จำพวกที่ ๑. เราเรียกว่าปริยัติธรรมแบบจับงูข้างหาง เรียนแบบจับงูข้างหาง จับงูข้างหางเป็นยังไง เขาบอกว่าคนที่จะจับงู ถ้าไม่ระวัง เผลอไปจับข้างหางก็มีสิทธิที่จะถูกงูแว้งกัด แว้งกลับมาฉกมากัดเอา ท่านที่จับงูข้างหางก็จะได้รับทุกขเวทนา บางคนก็ตาย บางคนก็เจ็บหนักปางตาย เขาเปรียบภิกษุผู้เรียนหรือบุคคลผู้เรียนปริยัติอย่างนี้ ด้วยวัตถุประสงค์ว่าตั้งใจจะเรียนเพื่อเอาไว้ถกเถียง เอาไว้ถกเถียงกับผู้อื่นว่าฉันนี่แหละเป็นผู้รู้ปริยัติ ฉันนี่แหละเป็นผู้รู้พระธรรม เป็นผู้รู้พระวินัย และอีกอย่างหนึ่งก็คือเรียนเอาไว้แก้ตัว เรียนเอาไว้แก้ตัว เรียนเอาไว้แก้ตัวเป็นยังไง เช่นว่าเมื่อจับถูกได้ว่ากระทำผิดศีล ผิดธรรม ผิดวินัย ก็หาเรื่องแก้ตัว บ่ายเบี่ยงภาษาสำเนียงเราก็เรียกว่าเลี่ยงบาลี เอาตัวรอดไปเรื่อยๆ อย่างเช่น ยกตัวอย่างก็ได้เช่น อย่างคำว่าวิกาลโภชนา คำว่าวิกาลโภชนา เราจะค้นดูซิว่าหมายถึงการห้ามรับประทานอาหาร ตั้งแต่ช่วงเวลาที่พระอาทิตย์คล้อยเกินกึ่งกลางท้องฟ้า กึ่งกลางท้องฟ้าไป ซึ่งก็หมายถึงตอนเที่ยงคืนนั่นเอง แต่ว่าพวกนักเลี่ยงบาลีทั้งหลาย ก็สามารถที่จะเลี่ยงบาลีได้ คำว่าวิกาล มันน่าจะหมายถึง ช่วงเวลาตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ใต้ดิน ช่วงเวลาตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกดิน ซึ่งพระทางฝ่ายมหายานท่านก็ยึดหลักนี้ บางคนก็ยึดเอาหลักนี้มาอ้างเป็นการเลี่ยงบาลี เพราะฉะนั้นจะกินในช่วงตราบที่พระอาทิตย์ยังไม่ตกดิน จะกินกี่ครั้งก็ได้ อย่างนี้เป็นการเลี่ยงบาลี แต่ว่าโดยความหมายแล้วนี่ วิกาลโภชนาก็คือช่วงเวลาตั้งแต่พระอาทิตย์อยู่กลางท้องฟ้า ท้องฟ้า เลยกลางท้องฟ้าไปนั่นเอง นี่วิกาลโภชนา ปริยัติประเภทที่ ๒ อ้อ ปริยัติชนิดแรกนั้นเขาบอกว่าถ้าเรียนปริยัติธรรมอย่างนี้ สู้กินแล้วนอนยังจะดีกว่า นี่พระอรรถกถาจารย์ท่านว่าเอาไว้ เพราะเรียนอย่างนี้อันตรายทั้งตัวเอง แล้วก็อันตรายทั้งผู้อื่น ประเภทที่ ๒ เป็นปริยัติที่เรียนเพื่อช่วยตัวเองให้พ้นทุกข์ ภาษาบาลีเขาว่านิสสรณัตถ ปริยัติ เรียนเพื่อช่วยตัวเองให้พ้นทุกข์ ประเภทที่ ๓ เขาเรียกกันว่าพัณฑาคารก ปริยัติประดุจขุนคลัง ซึ่งจะมีความหมายถึงว่า หมายถึงพวกพระเสขะนั่นเอง พระเสขะที่มีขุมความรู้อยู่เต็มภูมิ หรือบางทีเราก็เรียกว่าเรียน เออ พระเสขะบางที เหล่านี้เรียนเอาไว้โปรดผู้อื่น เลยเรียกกันว่าปริยัติประดุจขุนคลัง ในเรื่องของการเล่าเรียนศึกษาปริยัตินั้น ครูบาอาจารย์ของพวกเรานั้นให้การส่งเสริมสนับสนุนมาอย่างต่อเนื่อง เอาตั้งแต่สมัยหลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ หลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ต้องถือว่าหลวงพ่อท่านเป็นพระนักปริยัติธรรมด้วย นอกจากท่านจะเป็นพระนักปฏิบัติ ท่านยังเป็นพระนักปริยัติธรรมด้วย ตามประวัติเล่าไว้ว่าหลวงพ่อวัดปากน้ำนั้นเรียนคัมภีร์มูลกัจจายน์ ๓ จบ เรียน ๓ จบ ปกติถ้าเปรียบเทียบว่าในปัจจุบันนี้ เราจะเรียนคัมภีร์มูลกัจจายน์ได้แต่ละจบแต่ละจบนี่ จะต้องใช้เวลาอยู่ ๓ ปี หลวงพ่อวัดปากน้ำเรียนคัมภีร์มูลกระจายได้ ๓ จบ มีความสามารถที่จะแปลทั้งพระธรรมบท แปลได้ทั้งคัมภีร์***มังคลตถทีปนี และการเรียนสมัยนั้นก็ไม่ใช่เรียนด้วยอักขระ เป็นภาษาไทยอย่างปัจจุบัน เขาเรียนกันด้วยหนังสือขอม เป็นอักขระขอม จะเอาไปเรียนทีต้องหิ้วกันไปเป็นหอบๆ กันเลย หิ้วกันไปอย่างนั้น แต่หลวงพ่อวัดปากน้ำเรียนได้ถึง ๓ จบ ฉะนั้นเวลาเราสังเกตดูให้ดีว่าเวลาพระเดชพระคุณวัดปากน้ำ ท่านเทศนาธรรมแต่ละครั้งนี่จะยกทั้งพระบาลี มาแปลเป็นคำต่อคำได้อย่างราบรื่นไม่มีติดขัด นี่ในส่วนของหลวงพ่อวัดปากน้ำ ท่านเป็นทั้งนักปริยัติด้วย แล้วก็เป็นนักผู้สนับสนุนปริยัติธรรมด้วย โดยท่านได้ดำริให้มีการสร้างโรงเรียนพระปริยัติธรรม ซึ่งท่านบอกว่าในสมัย ๕๐ ปีก่อนนั้น ต้องถือว่าทันสมัยที่สุด สร้างเป็นอาคาร ๓ ชั้น สมัยนั้นอาคาร ๓ ชั้น ๕๐ ปีที่แล้วต้องถือว่าเป็นอาคารที่ทันสมัยที่สุด และพระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านเป็นนักเรียนเองด้วย ท่านเป็นนักเรียนเองด้วย เรียนเองด้วย จนกระทั่งในสมัยหลังก็ปรากฏว่าระบบการศึกษาพระปริยัติธรรมเปลี่ยนไป ใช้ระบบการศึกษาใหม่ คือเรียนกันด้วยอักขระที่เป็นบาลีไทย หลวงพ่อท่านก็เลยไม่ได้เรียน เพราะว่าตามประวัติกล่าวไว้ว่าหลวงพ่อท่านไม่ถนัดในเรื่องของการเขียนบาลีไทย ท่านถนัดเขียนบาลีขอม นี้มาถึงในเรื่องการสนับสนุนปริยัติในสมัยคุณยาย คุณยายของเรา คุณยายของเรานี้แม้ว่าไม่สามารถที่จะอ่านหนังสือออกหรือเขียนหนังสือได้ แต่คุณยายให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ ทั้งเรื่องด้านกำลังใจ ทั้งเรื่องด้านของอุปกรณ์ในใช้ในการเรียนการสอบ เมื่อคุณยายผ่านไปที่โรงเรียนพระปริยัติครั้งใด คุณยายก็จะทักนักเรียนปริยัติธรรมว่าเอ้า บวชอยู่กะยายนานๆ นะ สอบให้ได้เป็นปธ. ๙ ทุกคนเลยนะ พวกเราที่เป็นนักเรียนบาลีทุกคนก็สาธุ คำว่าสาธุนี้รับพรด้วย แล้วก็เป็นการให้ปฏิญญาด้วยว่าจะต้องสอบปธ.๙ ให้ได้ ปีนี้ก็ปธ.๗ แล้ว อีก ๒ ปีก็คงจะได้บรรลุปณิธาน แล้วก็ถึงจะที่ได้ให้ไว้กับคุณยาย ในเรื่องของการให้กำลังใจนั้น พวกนักเรียนบาลีทุกๆ ปีเลย ช่วงก่อนสอบจะได้รับอาวุธศักดิ์สิทธิ์จากคุณยาย นั่นคือปากกาของคุณยาย ปากกาของคุณยาย เวลารับมานี่ ทุกคนจะมีความรู้สึกเหมือนกัน เหมือนกัน เหมือนกับทหารที่จะได้เข้าสู่สงครามแล้วได้รับอาวุธศักดิ์สิทธิ์ อาวุธวิเศษที่อยากไปรบ เพราะงั้นผลการเรียน ผลการสอบของโรงเรียนพระปริยัติธรรมของเราจึงสร้างปรากฏการณ์ที่โดดเด่นเหนือสำนักอื่นอย่างเสมอมา อย่างสม่ำเสมอด้วย แล้วในเรื่องของการใช้ปริยัติควบคู่กับการปฏิบัติ ต้องถือว่าคุณยายใช้ปริยัติจากการปฏิบัติได้ยอดเยี่ยมแนบเนียม มีอยู่ครั้งหนึ่งพวก พระอาจารย์ที่บวชรุ่นเดียวกันกับหลวงพี่ ท่านเกิดวิวาทะกันขึ้น วิวาทะคือเป็นเรื่องของการถกเถียงในเรื่องเกี่ยวกับวิชาการ แล้วก็ในเรื่องเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ ท่านก็ถกเถียงขึ้นมาว่าเมื่อมีเหตุที่จะต้องตัดสินใจทำอย่างเร่งด่วน เราจะตัดสินใจทำก่อนแล้วค่อยรายงานผู้บังคับบัญชา หรือว่าเราจะรายงานผู้บังคับบัญชาก่อน แล้วค่อยแก้ไขเหตุการณ์นั้นๆ ก็ปรากฏว่าทั้ง ๒ ท่านนี้ต่างคนต่างก็แสดงความคิดเห็นของท่านอย่างเต็มที่ ในขณะที่แสดงความคิดเห็นนั้นก็เดินทางไปด้วย เดินไปด้วย ตั้งแต่คลองแอน คลองแอนไป จนกระทั่งผ่านไปสภาธรรมกาย ก็สภาธรรมกายหลังจากก็ยังไม่ได้ยุติ ท่านก็เลยพักเอาไว้ก่อน แล้วเดินไป เดินไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเข้าไปในเขตวัด แล้วเดินต่อไปจนกระทั่งถึงอาคาร ๒ ชั้น อาคารปุโรหิตา พอดีในช่วงนั้นคุณยายไปตรวจดูความเรียบร้อยที่สำนักงานที่อาคาร ๒ ชั้น คุณยายท่านเดินสวนมา เจอหลวงพี่ ๒ รูปนั้น คุณยายก็มาทักทายบอก ท่าน ท่าน ให้ทำไปก่อนนะ แล้วค่อยรายงานผู้บังคับบัญชาให้ทราบ บังเอิญเสียงมันลอยลมมา ยายได้ยิน เท่านั้น ก็เลยได้ข้อสรุปได้ข้อยุติ ได้ข้อยุติของวิวาทะนี้ทันที นี่เป็นการเอาปฏิบัติมาใช้กับปริยัติ แล้วก็ทำให้ปริยัติทั้งหลายได้ข้อยุติอีกโสดหนึ่งด้วย คราวนี้มาถึงในเรื่องของการสนับสนุนพระปริยัติธรรมของพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยของพวกเรา พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยนั้นต้องถือว่าตั้งแต่ก่อนบวช หลวงพ่อต้องเป็นนักปริยัติธรรม เป็นนักปริยัติธรรมด้วย ฟังจากที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตชีโวได้เล่าให้ฟังว่าท่านได้ถามปัญหาที่ค้างใจเกี่ยวกับปริยัติธรรม เกี่ยวกับพระไตรปิฎก ที่ค้างอยู่ในใจกับพระเดชพระคุณหลวงพ่อทุกสิ่งทุกอย่างเคลียร์หมด หลวงพ่อท่านบอกว่าท่านอ่านพระไตรปิฎกจบมาไม่รู้กี่รอบแล้วในช่วงนั้น สิ่งที่มีค้างคาอยู่ในใจ ได้รับการอธิบายจากพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยทั้งหมด แล้วในช่วงนี้อย่างที่ได้เกริ่นนำในตอนแรกแล้วว่าหลวงพ่อได้ให้พร และได้สนับสนุนในเรื่องของการศึกษาปริยัติธรรมอย่างดี แล้วได้ให้พรนักเรียนบาลีทุกท่านให้สอบให้ได้ยกชั้น แต่จนบัดนี้เราก็ยังไม่ได้ยกชั้นซะที ก็เลยมาคิดว่ารู้สึกว่าคำว่ายกชั้นนี่ น่าจะไม่ได้หมายถึงคำให้พรอย่างเดียว น่าจะมีอะไรมากไปกว่านี้ พวกเราที่นั่งอยู่ในที่นี้อาจจะเข้าใจว่าคำว่ายกชั้นนี้ก็น่าจะหมายถึงเกี่ยวกับการสอบยกชั้นในเรื่องของบาลี ก่อนหน้านั้น คำว่ายกชั้นมีใช้มาก่อนแล้ว แต่ว่าไม่ได้ใช้ในเรื่องของปริยัติธรรม พวกเราที่เข้าปฏิบัติธรรมกันเป็นรุ่นๆ ถ้าในช่วงไหนพระเดชพระคุณหลวงพ่อลงให้โอวาทเอง โอวาทสุดท้ายที่จะให้พวกเราก็จะต้องส่งท้ายด้วยคำว่านั่งให้ยกชั้นกันนะ นั่งให้ยกชั้นกันนะ เพราะฉะนั้นไม่ใช่เกี่ยวกับเฉพาะแค่ปริยัติธรรมแล้ว ก็มาพิจารณากันดูว่าคำว่ายกชั้นนี้ มีอะไรที่มากกว่าการให้พรแน่ และเราทุกคนที่เป็นนักเรียนบาลีก็ให้สาธุการไปว่าสาธุ สาธุนี้นอกจากจะเป็นการรับพรแล้ว แต่ยังเป็นการให้ปฏิญญากลับไปอีกโสตหนึ่ง เพราะฉะนั้นพอให้ปฏิญญากลับไปแล้วทุกคน ทุกส่วนมีส่วนเกี่ยวข้องกับการยกชั้นทันที ฝ่ายบริหารโรงเรียนเข้าไปกราบพระเดชพระคุณหลวงพ่อ หลวงพ่อก็ให้พรว่ายกชั้น ฝ่ายครูอาจารย์ที่สอนเข้าไปกราบพระเดชพระคุณหลวงพ่อ หลวงพ่อก็ให้พรว่ายกชั้น ฝ่ายนักเรียนทุกๆ รูปเข้าไปกราบพระเดชพระคุณหลวงพ่อ หลวงพ่อก็ให้พรว่ายกชั้น เพราะฉะนั้นทุกคนจะผูกพันหน้าที่กันแล้วว่าเมื่อฝ่ายผู้บริหารโรงเรียนกลับมา ก็ต้องมาคิดกันแล้วว่าจะทำยังไง จะบริหารยังไง จะจัดการศึกษาอย่างไร จึงจะยกชั้น จึงจะสนับสนุนการยกชั้น ฝ่ายครูอาจารย์ที่สอนบาลี กลับมาถึงก็ต้องมานั่งคิดกันแล้วว่าจะสอนยังไง จะหาเทคนิคการสอนอย่างไร จะเตรียมเนื้อการสอนอย่างไรจึงจะยกชั้น ฝ่ายนักเรียนก็ต้องมานั่งคิดกันแล้วว่าจะเรียนยังไงถึงจะยกชั้น เพราะฉะนั้นเรื่องของยกชั้นนี้ไม่ใช่เรื่องของนโยบายแล้ว เป็นเรื่องของเป้าหมายที่ทุกคนจะต้องผูกพันร่วมกัน นักเรียนจะมาคิดแค่ว่าเราเรียนดีเอาตัวเองให้ดี ถามว่าจะยกชั้นได้ไหม ไม่ได้ ถ้าจะให้ยกชั้น ยกชั้นยังไง ก็ต้องดู สามารถที่จะสร้างบรรยากาศยกชั้นได้ไหม ทุกคนจะมีหน้าที่ผูกพันร่วมกัน เพราะฉะนั้นทันทีที่รับปากไปว่าสาธุ เมื่อนั้นจะต้องคำนึงทั้งคุณภาพของบุคลากรแล้วก็ประสิทธิภาพของการงาน ในเรื่องของยกชั้นจึงเป็นเรื่องของการทำงานเป็นทีม เป็นการสร้างบารมีกันเป็นทีมอย่างแนบเนียมที่สุด เพราะทุกคนเกี่ยวข้อง และอย่างที่บอกไว้พวกเราทุกคนอาจจะต้องเกี่ยวข้องกับคำว่ายกชั้น เพราะว่าในคำให้พรสุดท้ายนี่ ไม่ได้ให้พรว่าขอให้พวกเราเข้าถึงธรรมกันทุกคนนะ แต่ว่าให้พร ให้พรว่าเรานั่งยกชั้น เพราะงั้นทันทีที่เราสาธุเข้าไปในชุดปฏิบัติธรรมของพวกเรา ทุกคนก็มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการยกชั้นทันที คณะผู้จัดกิจกรรมก็ต้องมานั่งกันแล้วว่าเราจะจัดกิจกรรมกันอย่างไร จึงจะยกชั้น พระอาจารย์ก็จะต้องมานั่งคิดกันแล้วว่าเราจะเตรียมเนื้อหาการเทศน์การสอนอย่างไร เราจะนำนั่งสมาธิอย่างไรจึงจะเอื้อประโยชน์ต่อการยกชั้น แม้แต่พวกเราที่เข้าร่วมในการปฏิบัติธรรม เข้าร่วมกิจกรรมในการปฏิบัติธรรมก็ต้องมานั่งคิดด้วยกันในระหว่างผู้ปฏิบัติธรรมว่าเราจะปฏิบัติตัวอย่างไรถึงจะนั่งสมาธิได้ยกชั้น เพราะฉะนั้นเรื่องยกชั้นนี่ไม่ใช่เรื่องที่ห่างตัวพวกเราเลย คอยดูไปเถอะ คอยดูไป พวกเราคงจะได้รับโจทย์ว่าทำอย่างไรถึงจะยกชั้นกันบ้าง จริงๆ แล้วพอจะสรุปได้ว่าในเรื่องของยกชั้น ในเรื่องของบาลีนั้นต้องถือว่าเป็นโจทย์ง่ายๆ เป็นโจทย์ง่ายๆ ของการยกชั้นก่อนที่เราจะไปสู่การยกชั้นในระดับหนึ่ง เพราะฉะนั้นไม่นานเกินรอ เราคงได้รับโจทย์ให้ไปปฏิบัติกันแน่ว่าทำอย่างไรจึงจะยกชั้น เอาล่ะ วันนี้ที่แสดงมาก็พอสมควรแก่เวลาแล้ว ด้วยอำนาจสัจจะวาจาที่ได้แสดงธรรมนี้ ขอให้ทุกคนมีความสุข มีความเจริญ เอเตน สจฺจวชฺเชน สทา โสตฺถี ภวนฺตุ เตฯ ขอความสุข ความสวัสดี จงมีแก่ทุกท่านเทอญ (สาธุ) เดี๋ยวเราตั้งใจแผ่เมตตากันนะ สัพเพ….. หน้า PAGE 9 440320FW-AAT