ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

คุณธรรมแห่งความเป็นมหารัตนอุบาสิกา

คุณยายอาจารย์ · เทศน์งานยาย

ขอนอบน้อมแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ กราบคารวะพระมหาเถระ พระเถรานุเถระที่เคารพอย่างสูง สวัสดีเพื่อนสหธรรมิกทุกรูป เจริญพรสามเณร อุบาสก อุบาสิกา ผู้เป็นลูกหลานคุณยายทุกท่านนะ วันนี้วันที่ ๗ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๔๔ นับเป็นวันที่ ๑๗๙ หลังจากที่คุณยายท่านได้ละสังขาร วันนี้หลวงพี่เองมีความรู้สึกปีติยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสมาแสดงธรรมบูชาแด่คุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ผู้ซึ่งเป็นบุคคลที่หาได้ยากในโลก และเป็นปูชนียาจารย์ที่เคารพรักของพวกเราทั้งหลาย หลวงพี่ถือว่าวันนี้เป็นเกียรติประวัติที่สูงสุดของหลวงพี่ แล้วก็เป็นวันที่ดีที่สุด ที่หลวงพี่จะต้องจดจำไปอีกนานแสนนาน ก็ขอให้บุญอันเกิดจากความปีติยินดีที่หลวงพี่จะได้แสดงธรรมกับพวกเราในวันนี้ จงถึงแก่พวกเราทุกคนด้วยนะ (สาธุ) ตามธรรมดาเวลาเราจะยกย่องบุคคลใดบุคคลหนึ่ง เราก็มักจะให้สมญานามนำหน้าของบุคคลท่านนั้น อย่างเช่นบุคคลใดมีความรู้มีความสามารถ เป็นนักวิจัย มีผลงานทางวิชาการ เราก็เรียกท่านนำหน้าว่าศาสตราจารย์บ้าง ดอกเตอร์บ้าง บุคคลท่านใดเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ คอยดูแลทุกข์สุขของประชาชน เราก็จะเรียกท่านนำหน้าว่าเป็นนายตำรวจบ้าง เป็นนายทหารบ้าง บุคคลใดมีความสามารถในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บ ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน เรามักจะเรียกท่านนำหน้าว่าเป็นนายแพทย์บ้าง เป็นแพทย์หญิง หรือเป็นคุณหมอบ้าง คุณยายของเราก็เช่นเดียวกัน แต่เดิมท่านมีชื่อสั้น ๆ ว่าจันทร์ นามสกุลขนนกยูง แต่มา ณ วันนี้พวกเราเหล่าลูกหลานทุกคน พร้อมใจกันขนานนามให้ท่านใหม่ว่าเป็นคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง คำว่า คุณยาย เราก็เข้าใจกันดีว่าเป็นคำที่เราจะเรียกผู้หลักผู้ใหญ่ที่เราเคารพรักนับถือ เราจะเรียกท่านนำหน้าว่าคุณปู่ คุณย่า คุณตา คุณยาย คำว่าอาจารย์ก็หมายถึงบุคคลผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาความรู้ให้แก่ลูกศิษย์ คำว่าอุบาสิกาก็หมายถึงหญิงผู้นั่งใกล้พระรัตนตรัย ทั้ง ๓ คำนี้เราสามารถเข้าใจได้อย่างง่าย ๆ ว่าเป็นคำที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับคุณยายของเรา แต่คำว่ามหารัตนะ คำนี้หลาย ๆ ท่านอาจจะสงสัยว่าเหมาะสมกับคุณยายได้อย่างไร หรือว่าคุณยายท่านมีคุณธรรมประการใด จึงสมควร จึงควรค่าแก่การยกย่องให้ท่านเป็นมหารัตนะ วันนี้หลวงพี่จึงขอถือโอกาสได้นำความรู้เล็ก ๆ น้อย ๆ ที่หลวงพี่ได้ไปเจอพระไตรปิฎกมาฝากพวกเราทุกคน ในปิงคิยานีสูตร อังคุตตระนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต พระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเราท่านได้ตรัสแก่กษัตริย์ลิจฉวี ๕๐๐ พระองค์ว่ารัตนะที่หาได้ยากอย่างยิ่งในโลกมี ๕ ประการ รัตนะโดยทั่ว ๆ ไปก็จะหมายถึงแก้ว แหวน เงินทอง เพชรนิลจินดา ทรัพย์สมบัติ ซึ่งรัตนะเหล่านี้ก็เป็นของหายาก แต่รัตนะที่หาได้ยากอย่างยิ่งในโลกนี้ มีเพียง ๕ ประการเท่านั้น ประการแรก ก็คือพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ประการที่ ๒ บุคคลผู้แสดงธรรมที่พระตถาคตแสดงไว้ดีแล้ว ประการที่ ๓ ก็คือบุคคลผู้รู้แจ้งตามธรรมนั้น ประการที่ ๔ ก็คือบุคคลผู้ปฏิบัติสมควรแก่ธรรม และประการสุดท้าย ประการที่ ๕ ก็คือกตัญญูกตเวทีบุคคล หากพวกเราลองสังเกตดูให้ดี เราก็จะพบว่ารัตนะที่หาได้ยากในโลกทั้ง ๕ ประการนั้น ล้วนเป็นบุคคลรัตนะทั้งสิ้น หาใช่สัตว์ สิ่งของหรือเครื่องประดับแต่อย่างใด และถ้าเราลองสังเกตให้ลึกซึ้ง ยิ่ง ๆ ขึ้นไปอีก เราก็จะพบว่ายกเว้นประการแรกแล้ว คุณยายของเราล้วนมีคุณสมบัติของรัตนะอีก ๔ ประการที่เหลืออย่างครบถ้วนบริบูรณ์ คือคุณยายของเราท่านเป็นผู้แสดงธรรม คุณยายของเราท่านเป็นผู้รู้แจ้งตามธรรม คุณยายของเราท่านเป็นผู้ประพฤติสมควรแก่ธรรม และคุณยายของเราเป็นกตัญญูกตเวทีบุคคล ที่ว่าคุณยายเป็นผู้แสดงธรรมนี้ หลวงพี่รู้สึกประทับใจโอวาทของพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยที่ท่านได้ให้แก่ลูกหลานในวันที่คุณยายละสังขารใหม่ ๆ ว่า คุณยายเลือกจะทำหน้าที่อันยิ่งใหญ่ หลวงพ่อว่าถ้าให้คุณยายเลือกระหว่างการเผยแผ่สร้างวัด กับการที่นั่งทำภาวนาหลับตาทำวิชชา หลวงพ่อว่าคุณยายก็คงจะเลือกภาวนา เพราะว่าแม้เป็นหลวงพ่อท่านเอง ท่านก็จะเลือกภาวนาเช่นกัน เพราะการทำภาวนาจะมีความสุข มีความสบาย และมีโอกาสที่จะค้นคว้าธรรมะที่ละเอียดลึกซึ้งยิ่ง ๆ ขึ้นไป แต่เพราะในวันนั้นคุณยายของเราท่านเลือกที่จะเป็นผู้แสดงธรรม ท่านเลือกที่จะเผยแผ่วิชชาธรรมกาย จึงมีพวกเราลูกหลานคุณยายทุกคนมานั่ง ต่อหน้าสรีระของท่านในวันนี้ ประการที่ว่าคุณยายของเราเป็นผู้รู้แจ้งธรรม ประการนี้พวกเราทุกคนก็คงจะซาบซึ้งเป็นอย่างดีว่าคุณยายของเราได้รับยกย่องจากพระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำว่าเป็นหนึ่งไม่มีสอง และนอกจากนั้นคำสอนต่าง ๆ ที่ท่านได้ถ่ายทอดให้แก่ลูกศิษย์ ก็มีหลายตอนทีเดียวที่แสดงถึงความเป็นผู้รู้แจ้งตามธรรมของท่าน ดังวันนี้หลวงพี่จะได้อัญเชิญน้อมนำคำสอนของท่านส่วนหนึ่งมาแสดงให้พวกเราได้ฟัง เพื่อให้เห็นว่าท่านรู้แจ้งตามธรรมเพียงใด ท่านกล่าวไว้ว่าเรื่องธรรมะ ยายทำจนรู้หมดทุกสิ่งทุกอย่างว่าอะไรเป็นอะไร อะไรอยู่ที่ไหน เช่น สมมติว่า เข็มอยู่ที่ตรงไหน จานอยู่ตรงไหน ต้องไปค้นหามาให้หลวงพ่อจนได้ ธรรมะก็เหมือนกัน ต้องค้นได้ขนาดนี้ เรื่องนั่งธรรมะยายเก่งมาก นั่งเก่งจริง ๆ เวลาเข้าที่แล้ว ทิ้งทุกอย่างหมด เอาแต่ธรรมะอย่างเดียว บุกธรรมะอย่างเดียว ความลับไม่มีในโลก ธรรมะของหลวงพ่อวัดปากน้ำละเอียดลึกซึ้ง ยายได้เจอมาแล้ว ความลับแม้เส้นผมก็ไม่มี เห็นกระจ่างหมดทุกอย่าง ฉะนั้นใครทำอะไรก็ทำให้ดี จะปิดบังอะไรไม่ได้ เพราะความลับไม่มีในโลก นี้ก็เป็นคำสอนส่วนหนึ่งเท่านั้นที่เราจะเห็นความรู้แจ้งตามธรรมของคุณยาย ส่วนประการที่ ๓ ที่ท่านเป็นผู้ประพฤติสมควรแก่ธรรม ในประการนี้ หลวงพี่ว่า ไม่ว่าเราจะยกธรรมะหมวดไหนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าขึ้นมาพิจารณาแล้ว คุณยายของเราสามารถเป็นต้นแบบได้อย่างดีเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นความเคารพ ความอ่อนน้อมถ่อมตน ความมีระเบียบวินัย ความสะอาด ความเป็นคนมีสัจจะ ความอดทนหรือความมักน้อยสันโดษ หรือคุณธรรมประการใด ๆ ก็ตาม คุณยายสามารถเป็นต้นแบบในคุณธรรมเหล่านั้นได้อย่างไม่มีข้อบกพร่อง หลวงพี่จึงรู้สึกระลึกในใจว่าคุณยายอาจารย์มหารัตนะของเรานี้ เป็นสัญลักษณ์ เป็นตัวแทนของคุณธรรมความดีงามทั้งปวงเลยทีเดียว ส่วนประการสุดท้าย คุณยายของเราท่านได้ชื่อว่าเป็นผู้หนึ่งที่มีความกตัญญูกตเวทีเป็นเยี่ยม อย่างยากที่จะหาผู้ใดมาเปรียบปานได้ จะมีลูกคนไหนที่จะสามารถตอบแทนพ่อแม่ได้ข้ามภพข้ามชาติถึงขนาดไปช่วยคุณพ่อในอบายภูมิ สู่ความเป็นสหายแห่งเทวดา คุณยายของเราไปช่วยคุณพ่อในนรกไปสู่เทวดาชั้นต้นได้ จะมีลูกศิษย์คนไหนที่จะดูแลพยาบาลอาจารย์ท่านแรกของท่านเป็นอย่างดี หลาย ๆ ปี จนกระทั่งอาจารย์ท่านนั้นละโลกไปแล้วก็จัดงานศพให้อย่างสมเกียรติเพียงลำพังคนเดียว คุณยายของเราตอบแทนคุณยายทองสุกอย่างดีที่สุดเท่าที่ท่านจะทำได้ จะมีลูกในทางธรรมคนไหนที่จะตอบแทนพระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำ โดยการยึดถือในคำสั่งที่ท่านให้เผยแผ่วิชชาธรรมกายไปทั่วโลกยิ่งกว่าชีวิต ยิ่งกว่าความสุขสบายส่วนตัว วัดพระธรรมกายของเรา คุณยายก็สร้างขึ้นมาเพราะความกตัญญูในพระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำนี่เอง ฉะนั้นนี่คือคุณยายของเราผู้เป็นสุดยอดของความกตัญญู จากการที่หลวงพี่ได้กล่าวมา เราจะเห็นว่าการที่ความเป็นบุคคลรัตนะทั้ง ๔ ประการนี้ จะมารวมอยู่ที่ใครคนใดคนหนึ่งนั้นเป็นสิ่งที่ต้องถือว่าเป็นสิ่งที่มหัศจรรย์ ต้องถือว่าบุคคลท่านนั้นเป็นบุคคลมหัศจรรย์ เป็นบุคคลที่วิเศษ เป็นบุคคลที่ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นการที่พวกเราพร้อมใจกันขนานนามท่านว่าเป็นมหารัตนะ ไม่ใช่รัตนะธรรมดา แต่เป็นมหารัตนะ จึงเหมาะสมดีแล้วด้วยประการทั้งปวงที่ได้กล่าวมาแล้ว คุณธรรมแห่งความเป็นมหารัตนะของท่าน นอกจากจะเป็นสิ่งที่ยกย่องท่านให้อยู่ในฐานะอันสูงส่งแล้ว ยังเป็นสิ่งที่ยังประโยชน์ อย่างมหาศาลให้เกิดขึ้นแก่ชาวโลก ดังมีเรื่องราวเรื่องหนึ่งที่ปรากฏอยู่ในวิมุตติรัตนมาลี ซึ่งเป็นคัมภีร์ประพันธ์โดยพระเดชพระคุณพระพรหมโมลี ซึ่งเมื่อหลวงพี่อ่านแล้วรู้สึกซาบซึ้งในพระคุณของคุณยายอย่างยิ่ง วันนี้หลวงพี่ก็จะมาถ่ายทอดให้พวกเราฟังกันนะ เรื่องราวมีอยู่ว่า มีมหาเสนาบดีผู้หนึ่ง มียศ มีอำนาจใหญ่ ชนทั้งหลายต่างรู้จักท่านในนามมหาทัตตะเสนาบดี เพราะเสนาบดีผู้นี้เป็นอุปัฏฐากใหญ่ของเหล่าเดียรถีย์ ก็คือนักบวชนอกพระพุทธศาสนา ทำบุญด้วยปัจจัย ๔ อย่างดีเสมอมา โดยหวังว่าเมื่อละจากโลกไปแล้ว จะได้ไปสู่พรหมโลก ครั้นเวลาผ่านไปเสนาบดีท่านนี้ก็ย่างเข้าสู่วัยชรา มีอาพาธหนัก ใกล้ถึงแก่มรณกรรม จึงได้ให้บริวารไปตามเหล่าอัญญะเดียรถีย์ซึ่งเป็นอาจารย์ของตนมา เพื่อจะกราบกรานเป็นครั้งสุดท้าย เมื่อเหล่าเดียรถีย์มาถึงแล้ว ท่านเสนาบดีก็รายงานว่าอาการของกระผมในครั้งนี้หนักกว่าในทุกคราว เห็นทีจะไม่รอดเสียแล้ว ขอท่านอาจารย์ได้โปรดสวดอ้อนวอนให้กระผมได้ไปสู่คติพรหมโลกด้วยเถอะ เหล่าอัญญะเดียรถีย์ก็ต่างพากันปลอบใจท่านเสนาบดีว่าทำใจดี ๆ ไว้ ท่านเสนาบดี อย่ากลัวไปเลย พวกเราอยู่นี้ พวกเราอยู่ที่นี้ตั้งหลายคน ท่านจะกลัวความตายไปทำไม ตามปกติแล้วคนเราก่อนที่จะละจากโลก จะมีคตินิมิตเป็นอารมณ์ ใครที่ทำกุศลกรรมไว้มาก คตินิมิตก็จะสวยงาม น่าอยู่น่าไป ส่วนท่านใดที่ประกอบอกุศลกรรมไว้มาก คตินิมิตก็จะน่ากลัวไม่สวยงาม แล้วก็ไม่น่าอยู่ไม่น่าไป ท่านเสนาบดีนี้ ยกเว้นจากการทำบุญแก่เหล่าอัญญะเดียรถีย์ซึ่งเป็นมิจฉาทิฐิแล้ว ความดีอื่นของท่านไม่ปรากฏเลย ท่านทำแต่อาชีพทุจริต ประกอบกับอกุศลกรรมตลอดมา เพราะฉะนั้นคตินิมิตที่บังเกิดขึ้นแก่ท่าน จึงปรากฏว่าเป็นเรือนนรก ซึ่งเต็มไปด้วยเลือดสด ๆ รอบ ๆ เรือนนั้นก็เต็มไปด้วยไฟที่มีเสียงร้องครวญคราญอย่างน่ากลัว ท่านเสนาบดีเมื่อเห็นดังนั้น ก็ร้องขึ้นว่าเรือนเลือด เรือนเลือด เรือนเลือดใหญ่โตมโหฬารที่ผมเห็นอยู่ในเวลานี้มันอยู่ที่ไหนกัน ท่านอาจารย์ทราบไหม เหล่าอัญญะเดียรถีย์ผู้ซึ่งไม่รู้เรื่องอะไร ก็พากันเดาตอบท่านเสนาบดีไปว่า พรหมโลก เรือนที่ท่านเห็นนั้นน่ะไม่ใช่เรือนธรรมดา เป็นวิหารของพรหม ท่านเสนาบดีจึงถามว่าทำไมพรหมโลกไม่น่าอยู่เลย วิมานของพรหมที่เห็นนี้น่ากลัวยิ่งนัก พรหมโลกที่ท่านสรรเสริญว่าประเสริฐนักหนานั้นอยู่ข้างบนโลกมนุษย์ของเรา หรือว่าอยู่ข้างล่าง เหล่าเดียรถีย์ก็ตอบว่าอยู่ข้างบนซิ พรหมโลกต้องอยู่ข้างบน ข้างล่างนั่นเป็นแดนนรก ท่านเสนาบดีในเวลานั้นเกือบจะถึงมรณะแล้ว ดิ้นรนทุรนทุราย กล่าวว่าน่าแปลกจริง ๆ เรือนเลือดที่ข้าพเจ้าเห็นอยู่นี้ ข้าพเจ้ามีความรู้สึกว่าต้องไม่ใช่พรหมโลกแน่ ๆ เพราะข้าพเจ้ามีความรู้สึกว่ามันอยู่ข้างล่างมนุษย์โลกของเรา กล่าวได้แค่นั้นก็ขาดใจตายไป พอถึงแก่กรรมก็ไปบังเกิดเป็นสัตว์นรก ลงไปสู่โรรุวะมหานรกทันที เหล่าอัญญะเดียรถีย์ซึ่งยังไม่ทราบว่าท่านเสนาบดีได้ตายไปแล้ว ต่างปรึกษากันแล้วก็บอกท่านเสนาบดีอีกครั้งหนึ่งว่า ท่านเสนาบดี ท่านเห็นถูกต้องตามตำราทีเดียว การปรากฏขึ้นของนิมิตที่จะไปสู่พรหมโลกนั้น จะมีความรู้สึกว่าเหมือนต้องลงไปข้างล่างก่อนอย่างนี้แหละ เมื่อท่านละจากโลกไปแล้ว ท่านก็จะได้ไปอยู่ข้างบน ขอท่านจงพอใจในพรหมโลกนั้นเถอะ ขอท่านจงมีความสุขในสุคติพรหมโลกนั้นเถอะ เมื่อกล่าวจบจึงทราบว่าท่านเสนาบดีได้ตายแล้ว หมู่ญาติก็พากันเศร้าโศกเสียใจเป็นการใหญ่ เหล่าเดียรถีย์จึงปลอบใจหมู่ญาติเหล่านั้นให้คลายจากโศก ให้สบายใจว่าท่านเสนาบดีได้ไปดีแล้ว แล้วก็ขอตัวกลับอารามของตน พวกเราฟังเรื่องนี้แล้วรู้สึกอย่างไรบ้าง หลวงพี่เองเมื่ออ่านเรื่องนี้จบ หลวงพี่รู้สึกว่าตัวเองนี้โชคดีหนักหนา ที่ได้พบคุณยาย ได้มาเจอคำสอนอันประเสริฐของคุณยาย ถ้าไม่พบท่าน หลวงพี่เองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าชีวิตของเราจะวางอยู่ ณ ตำแหน่งใด จิตใจของเราจะมีอะไรเป็นที่พึ่ง และเราจะเลื่อมใสในคำสอนของลัทธิไหน แต่นี้ก็เป็นพระคุณอันยิ่งใหญ่ จากความเป็นบุคคลมหารัตนะของคุณยายเพียงประการแรกประการเดียวเท่านั้นเอง ฉะนั้นในภพชาตินี้ หลวงพี่ว่าพวกเราทุกคนมีบุญมากที่ได้พบคุณยาย บุคคลผู้ซึ่งเป็นมหารัตนะผู้ยิ่งใหญ่ จึงสมควรอย่างยิ่งที่เราจะดำเนินตามรอยปฏิปทาของท่าน ทำตามคำสอนของท่าน ตั้งใจนั่งสมาธิให้มาก ๆ จะได้เข้าถึงพระธรรมกายเหมือนอย่างท่าน และช่วยกันขยายวิชชาธรรมกายไปให้ทั่วโลก ดังที่ท่านได้ฝากฝังลูกหลาน ก็คือพวกเราทุกคนก่อนที่ท่านจะละสังขารไปว่า ยายฝากดูแลหมู่คณะด้วย ช่วยกันขยายวิชชาธรรมกายไปให้ทั่วโลก ยายรับปากหลวงพ่อวัดปากน้ำเอาไว้ ยายเตรียมให้พวกคุณหมดแล้ว เหลือแต่ช่วย ๆ กันขยายต่อไปเท่านั้น ยายตั้งใจฝึกตัวมาตลอดชาติ สุดยอดของการฝึกตัว ก็คือการนั่งสมาธิ เพราะฉะนั้นขอให้พวกเรานั่งกันให้มาก ๆ ตามยายมาให้ทัน ยายอยากเห็นลูกหลานเข้าถึงพระธรรมกายกันหมดทุกคนเลย นี่เป็นคำสอนที่ท่านกล่าวเอาไว้ก่อนที่ท่านจะละสังขาร เพราะฉะนั้นในวันนี้เดี๋ยวพวกเราตั้งใจเจริญสมาธิภาวนา ระลึกนึกถึงความเป็นมหารัตนะของท่านกัน ทุกคนนะ ให้เราได้ปรับร่างกายให้สบาย ๆ ทำใจของเราให้ว่าง ให้ใสสว่าง ตรึกระลึกถึงคุณยายอาจารย์มหารัตนะอุบาสิกาจันทร์ของพวกเราทุกคนไว้ที่ศูนย์กลางกาย ให้เรานั่งอยู่ในกลางท่าน อยู่ในความคุ้มครองดูแลของท่านอย่างมีความสุข ระลึกนึกถึงท่านให้ชัดให้ใสที่ศูนย์กลางกาย วางใจสบาย ๆ ทำใจหยุดใจนิ่งกันไปสักครู่หนึ่งนะ *********************************** จบ ***********************************