ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

คำสอนอันเป็นอมตะ

คุณยายอาจารย์ · เทศน์งานยาย

ขอนอบน้อมแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ไกลจากกิเลส ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง ทั้งในอดีต ทั้งในปัจจุบันและในอนาคตด้วยเศียรเกล้า กราบคารวะพระเถรานุเถระที่เคารพ สวัสดีเพื่อนสหธรรมิกทุก ๆ รูป เจริญพร สามเณร อุบาสก อุบาสิกา เหล่ากัลยาณมิตรผู้เป็นลูกหลวงพ่อ หลานคุณยาย ผู้รักในการศึกษาวิชชาธรรมกายทุก ๆ ท่าน (สาธุ) วันนี้ก็นับว่าเป็นวันดีอีกวันหนึ่งที่พวกเรานักสร้างบารมีได้มาสั่งสมบุญบารมีให้แก่ตัวเอง และเพื่อที่จะได้น้อมถวายแด่คุณยาย สุ จิ ปุ ลิ วินิมุตฺโต กถํ โส ปณฺฑิโต ภเว สุ จิ ปุ ลิ สุสมฺปนฺโน ปณฺฑิโตติ ปวุจฺจติ ผู้ใดพ้นจากการฟัง การคิด การถาม การเขียนเสียแล้ว ผู้นั้นจะเป็นบัณฑิตได้อย่างไร ผู้ใดเพียบพร้อมด้วยการฟัง การคิด การถาม การเขียน จึงจะเรียกว่าบัณฑิตแท้ วันนี้หลวงพี่ก็คงจะมากล่าวสรรเสริญคุณธรรมของคุณยายใน ๒ ประเด็นใหญ่ ๆ ด้วยกัน ประเด็นแรก คือประเด็นที่หลวงพี่เองได้พบกับคุณยายโดยตรง ประเด็นที่ ๒ ก็คงจะพูดถึงคุณธรรมของคุณยาย และได้มาเปรียบเทียบให้พวกเราเข้าใจได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ก็ขอเริ่มประเด็นแรกก่อน หลวงพี่ได้มีโอกาสได้พบกับคุณยายอาจารย์ ในครั้งสมัยที่หลวงพี่เองยังไม่ได้บวช สมัยนั้นยังเป็นอุบาสก ได้มาช่วยงานเป็นเจ้าหน้าที่อาสาสมัครเมื่อประมาณปีพุทธศักราช ๒๕๓๖ จนถึง ๒๕๓๘ และได้มีโอกาสไปกราบคุณยายที่ศาลายามา ครั้งหนึ่งยังจำได้ประทับใจจนถึงวันนี้ เมื่อได้รับบุญเป็นเจ้าหน้าที่อาสาสมัครเสร็จเรียบร้อยแล้วในตอนเย็น รุ่นพี่จะพาไปกราบคุณยาย และได้ไปถวายปัจจัยกับมือคุณยาย ก็ขอให้พวกเราได้มีส่วนร่วมในบุญนั้นด้วยนะ (สาธุ) ตอนนั้นก็กำลังเรียนหนังสืออยู่ ก็อยากจะไปขอพรคุณยายว่าขอเรียนให้จบเร็ว ๆ ก็ไปกับเพื่อน ๒ คน แล้วก็พี่ ๆ อีก และที่เข้าไปกราบคุณยายนั้นก็มี ๒ คน เป็นเพื่อนที่พักที่หอด้วยกัน เมื่อกราบถวายปัจจัยคุณยายเรียบร้อยแล้วก็กราบขอพรยาย คุณยายมองหน้าหลวงพี่ในสมัยนั้น แล้วท่านก็บอกว่า คุณ คุณอย่าเอาแต่เที่ยว ในสมัยนั้น เนื่องจากหลวงพี่เป็นคนต่างจังหวัด ฐานะทางบ้าน โยมพ่อโยมแม่ก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไร ในขณะที่เรียนมหาวิทยาลัย หลวงพี่ก็รับ Job ทำงานไปด้วย แต่ก็ทำงาน ไปต่างจังหวัด ไปโน่นมานี่บ่อยเลยไม่ค่อยได้เข้าห้องเรียน นี่คุณยายท่านรู้ได้ยังไงไม่รู้นะ อัศจรรย์มากเลยตอนนั้น ส่วนเพื่อนอีกคนหนึ่ง ปัจจุบันนี้ก็มาเป็นครูแก้วอยู่ในวัด ก็ไปด้วยกัน อีกคนหนึ่ง คุณยายก็มองหน้าเหมือนกัน มองหน้าเสร็จคุณยายก็ทักเลยว่า คุณ คุณอย่าเอาแต่นอน (หัวเราะ) อีกคนหนึ่งนอน อีกคนหนึ่งเที่ยว ไปด้วยกันได้ไงไม่รู้ อีกคนก็นอนเก่งเลยว่าไม่ได้ ว่าแล้วนอน ไม่ทราบที่นี่มีบ้างหรือเปล่าไม่รู้นะ นอนเก่งมากจนคุณยายทัก ผ่านไปหนึ่งปี ก็จริงอย่างที่คุณยายว่าผลการเรียนออกมาไม่ดีเลย ได้นิดเดียวเอง ก็เลยตัดสินใจ ไม่ไปทำงานต่างจังหวัดแล้ว ทำงานในกรุงเทพฯ ดีกว่า แล้วก็ได้มาวัดด้วย พอดีหลวงพี่จะมาช่วยงานวัดในวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ในที่นี้บางท่านคงจำหน้าได้ เคยอยู่ช่วยแผนกติดต่อสอบถามเก่าในสมัยก่อน มาต้อนรับสาธุชน ก็มีความเบิกบานในบุญที่ได้มาร่วมกับหมู่คณะ ได้ร่วมกับหลวงพ่อ และได้มีโอกาสอุปสมบทถึง ๓ รุ่นด้วยกัน คือรุ่น ๒๒ รุ่น ๕๑ ปีหลวงพ่อ แล้วก็รุ่นล่าสุดนี้คือรุ่น ๕๔ ปี พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมะ บวชมา ๓ ครั้งแล้ว แต่ไม่ใช่ ๓ โบสถ์นะ ๒ โบสถ์ โบสถ์วัดเบญฯ กับโบสถ์วัดพระธรรมกาย ยังไม่ถึง ๓ โบสถ์นะ ความประทับใจส่วนตัวของหลวงพี่กับคุณยายนั้นคือ เมื่อหลวงพี่จะได้มาแสดงสรรเสริญคุณธรรมของคุณยาย เมื่อหลวงพี่มีโอกาสได้ศึกษาคำสอนของคุณยาย แล้วก็ได้ศึกษาจากคำบอกเล่าของพระเดชพระคุณหลวงพ่อทั้ง ๒ และพระเถระในหนังสือคุณยาย ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของวัดพระธรรมกาย ในตัวหลวงพี่เองนั้นมีความรู้สึกว่าเปลี่ยนไปนะ เปลี่ยนไปในทางที่ดี คือเมื่อได้ศึกษาคุณธรรมของคุณยายแล้ว มีความรู้สึกว่าคุณธรรมท่านนั้นได้ผ่านมาทั้งทางกาย ทั้งทางวาจา ทางใจของเรา เพราะเมื่อจะทำอะไรที่ไม่ถูกไม่ต้อง ก็ให้นึกถึงคำของคุณยาย ดังที่ท่านได้เคยกล่าวไว้ อันนี้เป็นสิ่งที่อัศจรรย์มากเลย เพราะว่าถึงแม้คุณยายท่านจะละสังขารไปแล้ว แต่คำสอนของท่านยังเป็นอมตะ เมื่อเราได้ศึกษาในคำสอนของท่านแล้ว เสมือนหนึ่งท่านนั้นติดตามเราไปตลอดเวลาเลย ติดตามตัวเราตลอดเวลา เมื่อเราจะคิด จะพูดจะทำอะไรก็แล้วแต่ เราจะนึกถึงคำสอนของคุณยายว่าทำอย่างนี้ไม่ดี จะต้องทำอย่างนี้ ไม่ทราบว่าในที่นี้ คงมีหลายท่านที่เหมือนหลวงพี่ และเมื่อได้ศึกษาคำสอนอของคุณยายแล้ว มีความรู้สึกว่าอยากจะทำกาย วาจา ใจของเราให้ใส สะอาด บริสุทธิ์ เท่ากับยาย ประเด็นที่ ๒ ที่จะได้กล่าวถึงคุณยายในวันนี้ นั่นก็คือคุณธรรมของคุณยาย หลวงพี่ได้ไปค้นคว้าในห้องสมุด แล้วก็ไปเจอบทความวิจารณ์ภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง ซึ่งเป็นเรื่องที่กำลังโด่งดังในปัจจุบันนี้ หลายท่านคงนึกออกนะ เป็นเรื่องที่ปลูกเร้าให้คนไทยนั้นรักชาติ ก็เป็นเรื่องที่น่าแปลกว่าชาวบ้านส่วนหนึ่งที่มีความศรัทธาที่มั่นคง ในจำนวนที่น้อย แต่สามารถต่อสู้กับกองทัพ ซึ่งมีเยอะแยะมากมาย พรั่งพร้อมไปด้วยกำลังคน และกำลังอาวุธ และจำนวนชาวบ้านนี้มีอยู่ทั้งหมด ๑๑ คน ในจำนวน ๑๑ คนนั้นมีอยู่คนหนึ่งที่เป็นพระภิกษุ ชื่อพระอาจารย์ธรรมโชติ พระอาจารย์ธรรมโชตินี้ เป็นที่ยึดแห่งศรัทธาของชาวบ้านกลุ่มนี้ เฉลยก็ได้ บทวิพากษ์วิจารณ์เรื่องบางระจัน ของคุณคณิต จิตนุกุล เมื่ออ่านแล้วก็นึกถึง วัดพระธรรมกายที่เราสร้างมา ๓๐ ปี บุคคลที่เป็นที่ยึดเหนี่ยวต่อสู้ฟันฝ่ากับอุปสรรคต่าง ๆ ที่ถาโถมมาทั้งภายในและต่างประเทศ ยิ่งกว่าทหารพม่าด้วยซ้ำไป ก็ยังสามารถฟันฝ่ามาได้ถึง ๓๐ กว่าปีจนถึงวันนี้ บุคคลสำคัญที่สุดก็คือคุณยาย คุณยายนั้นมีคุณธรรมที่เยอะแยะมากมาย เปรียบประดุจอากาศที่มีอยู่ทั่วทั้งจักรวาล แสนโกฏิจักรวาล ที่จะได้เอามาหยิบยกขึ้นบรรยายให้ท่านได้ฟังนั้นเป็นเพียงน้อยนิด แต่ที่เกี่ยวเนื่องกับเรื่องวันนี้ก็คือ ๓ ประเด็นด้วยกัน ประเด็นแรก คุณยายเป็นต้นแหล่งแห่งศรัทธานะ ประเด็นที่ ๒ คุณยายเป็นต้นแหล่งแห่งขวัญและกำลังใจ ประเด็นที่ ๓ คุณยายเป็นต้นแหล่งแห่งความสามัคคี ประเด็นแรก คุณยายเป็นต้นแหล่งแห่งศรัทธา วัดพระธรรมกายของเรานั้น ทุกคนก็ทราบดีอยู่แล้วว่าผู้ที่เป็นผู้ริเริ่มก็คือคุณยายและพระเดชพระคุณหลวงพ่อทั้งสองและหมู่คณะ พระเถรานุเถระ แต่บุคคลที่เป็นผู้เป็นต้นแหล่งแห่งศรัทธาก็คือคุณยาย เริ่มตั้งแต่พระเดชพระคุณหลวงพ่อทั้งสอง ท่านกล่าวไว้ในหนังสือเล่าเรื่องยายว่า สมัยก่อนท่านก็ศึกษาพระพุทธศาสนามาพอสมควร แต่ก็ยังไม่เข้าใจแจ่มแจ้งแจ่มชัด แต่เมื่อมาเจอกับคุณยายอาจารย์ เมื่อได้ถามคำถาม เรื่องราวต่าง ๆ ที่ท่านค้างคาอยู่ในใจ เกี่ยวกับเรื่องนรกสวรรค์ เกี่ยวกับเรื่องในพระพุทธศาสนา ท่านมีศรัทธาที่มั่นคง ประดุจขุนเขาที่ไม่หวั่นไหว แม้เจอสิ่งใดก็แล้วแต่ที่มากระทบ ดังนั้นการที่พวกเราได้มีพระเดชพระคุณหลวงพ่อทั้งสองเป็นที่ตั้งแห่งศรัทธาได้นั้น ก็กล่าวได้ว่ามีคุณยาย ผู้เป็นต้นบุญ เป็นต้นแรง ให้หลวงพ่อทั้งสองเกิดศรัทธาในพุทธศาสนา ศรัทธาในวิชชาธรรมกาย ดังนั้นก็กล่าวได้ว่าคุณยายนั้นเป็นต้นแหล่งแห่งศรัทธา แม้แต่ญาติโยมที่มาวัดในครั้งแรก ในสมัยแรกที่เพิ่งสร้างวัด คุณยายก็ได้กล่าวไว้ว่าในสมัยแรกนั้นญาติโยมยังไม่ศรัทธาพระยาย แต่ศรัทธาคุณยาย ก็มาช่วยกันสร้างวัด เมื่อมาเห็นสีลาจารวัตรของพระเดชพระคุณหลวงพ่อทั้งสอง แล้วก็มีความศรัทธาในพระเดชพระคุณหลวงพ่อทั้งสอง ประเด็นที่ ๒ คุณยายเป็นต้นแหล่งแห่งขวัญและกำลังใจ เมื่อวานหลวงพี่พระมหาฉัตรชัย ฉัตตัญชโยท่านก็ได้มาเทศน์ว่าปกติทุกปี ถ้าคุณยายท่านยังมีชีวิตอยู่ ท่านจะเป็นขวัญและกำลังใจให้กับพระเณรในการที่จะไปสอบบาลี ทุกปีท่านจะถวายปากกาให้และก็ให้ศีลให้พร ให้สอบผ่านกันทุกองค์ คุณยายท่านเป็นกำลังใจให้แก่พระเณรมาตลอดเลยในเรื่องการสอบบาลี หรือแม้แต่พระเดชพระคุณหลวงพ่อทั้งสอง พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมะชโยท่านก็ได้เคยกล่าวไว้ว่า ในสมัยแรก ๆ ที่ท่านนั่งธรรมะกับคุณยาย ท่านก็มีความตั้งใจมากเกินไป ก็อยากได้จนนั่งแล้วตึง คุณยายท่านก็ได้ให้กำลังใจหลวงพ่อว่าคุณต้องใจเย็น ๆ นะ ต้องใจเย็น ๆ สุดท้ายหลวงพ่อก็เข้าถึงธรรมะได้เพราะว่าคุณยายคอยให้กำลังใจด้วยดีตลอดมา หลวงพ่อทัตตะเองท่านก็ได้ขวัญและกำลังใจจากคุณยาย ในเรื่องการที่ท่านนั้นถามเรื่องนรกสวรรค์ เมื่อคุณยายก็ตอบว่าหลวงพ่อนั้นมีโอกาสไปได้ เพราะหลวงพ่อนั้นมีบุญอยู่แล้ว แต่ขอให้ตั้งใจ ทำให้พระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตะเอง ท่านก็กล่าวไว้ในเล่าเรื่องยายว่าท่านนั้นใจฟูเลย ใจพองโต และก็ตั้งใจนั่งสมาธิเพื่อที่ต้องการจะไปดูนรกสวรรค์ เพราะว่าได้คุณยายนั้นท่านเป็นขวัญและกำลังใจ หรือแม้แต่พวกเราเองหลาย ๆ ท่านในที่นี้หลวงพี่เชื่อมั่นว่าเคยได้กำลังใจจากคุณยายเมื่อเราประสบปัญหาทุกข์ร้อน เมื่อมาขอคำชี้แนะ ขอขวัญและกำลังใจ คุณยายก็ได้ให้ขวัญและกำลังใจแก่พวกเรา และไม่เคยปฏิเสธในสิ่งที่ผู้ทุกข์ร้อนมาหายาย ยายเป็นขวัญและกำลังใจให้แก่พวกเราเสมอมา หรือแม้แต่ ณ ปัจจุบันถึงแม้ยายจะละสังขารไปแล้ว เมื่อเรามีเรื่องทุกข์เรื่องร้อน เราก็ยังนึกถึงคุณยาย คุณยายก็ยังตามไปช่วย ตามไปให้กำลังใจ ขนาดที่ว่าเข้าไปให้กำลังใจถึงในความฝัน ประเด็นที่ ๓ คุณยายเป็นต้นแหล่งแห่งความสามัคคี ก็เป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่าในสมัยสร้างวัดใหม่ ๆ นั้น ก็มีการกระทบกระทั่งกัน เมื่อมีการรับบุญสร้างวัด ก็ต้องมีการกระทบกระทั่งกัน คุณยายนี่แหละเป็นผู้ที่คอยประสานคอยเชื่อมความสมัครสมานสามัคคีให้แก่หมู่คณะได้ดีตลอดมา ทำให้วัดพระธรรมกายของเราสามารถต่อสู้ ฟันฝ่าอุปสรรคทั้งหลายที่ถาโถมมาตลอดระยะเวลาก็เพราะว่าอาศัยคุณยายท่านเป็นผู้ที่นอกจากให้ขวัญและกำลังใจแล้ว ก็ยังสมานความสามัคคีให้หมู่คณะของเรานั้นกลมเกลียวยิ่ง ๆ ขึ้นไป คืนนี้ก็คงจะมีเรื่องราวใน ๓ ประเด็นที่ได้ฝากไว้ แล้วก็มีอีกประเด็นหนึ่งที่อยากจะฝากไว้ให้แก่ท่านผู้มีบุญทั้งหลายในภาวะปัจจุบันนี้ สภาพเศรษฐกิจ สภาพสังคม อาจจะเรียกว่าถึงสภาวะที่พวกเราทุกคนนั้นต้องสมัครสมานสามัคคีรวมใจกันเป็นหนึ่ง มุ่งไปสู่เป้าหมายที่พวกเราทุกคนได้ตั้งไว้ แต่สิ่งหนึ่งที่พวกเราจะต้องรักษาไว้ให้มั่น นั่นก็คือศรัทธาของพวกเรานะ ในสัมมุขีสูตรได้กล่าวไว้ว่าเหตุแห่งการทำบุญแล้วให้ได้บุญมากนั้นจะต้องประกอบด้วย ๓ ประการ ประการแรก ต้องถึงพร้อมด้วยศรัทธา ประการที่ ๒ ต้องถึงพร้อมด้วยไทยธรรม ประการที่ ๓ ต้องถึงพร้อมด้วยทักขิไณยบุคคล แต่ทั้ง ๓ อย่างนี้ ๒ ประการแรกคือไทยธรรมและทักขิไณยบุคคลนั้น นับว่าเป็นสิ่งที่หาได้ยากแล้ว แต่ศรัทธานั้นหาได้ยากกว่า เพราะว่าธรรมดาของปุถุชนผู้มีกิเลสหนา ปัญญาหยาบนั้น ศรัทธาย่อมคลอนแคลนได้ตลอดเวลา ถ้าเราไม่รักษาศรัทธาของเราไว้ให้ตลอด บุญกุศลที่เราจะได้นั้นก็ได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย แม้แต่พระมหาโมคคัลลานะ ท่านก็ได้เคยกล่าวไว้ว่าท่านนั้นไม่อาจจะรับรองศรัทธาได้ ท่านรับรองได้ ๒ อย่างคือโภคะและชีวิต ส่วนศรัทธานั้นจะต้องรักษากันเอง ตลอดระยะเวลาที่วัดเรานั้นโดนโจมตีมา จุดมุ่งหมายสำคัญในการโจมตีไม่ว่าจะเป็นพุทธศาสนาในภาพรวม หรือว่าชาววัดเราเองนั้นสิ่งที่เขาต้องการคือเขาต้องการทำลายศรัทธาของเรา ไม่ได้ต้องการทำลายทรัพย์ หรือทรัพย์สินก็มีส่วนน้อย แต่จุดมุ่งหมายใหญ่คือต้องการทำลายศรัทธา ดังนั้นให้ทุกท่านได้รักษาศรัทธาไว้ยิ่งกว่าชีวิต รักษาไว้ในพระพุทธ ในพระธรรม ในพระสงฆ์ ในพระเดชพระคุณหลวงพ่อทั้งสองและคุณยาย ให้รักษาศรัทธาไว้ให้มั่นคง แล้วศรัทธานี้จะนำมาซึ่งสิ่งที่ดี ๆ แก่ชีวิตในการสร้างบุญสร้างบารมีติดตามหลวงพ่อให้ได้ตลอดรอดฝั่งนะ วันนี้ก่อนจบ หลวงพี่มีบทกลอนบทหนึ่งที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตชีโว ท่านได้เคยแต่งไว้บูชาธรรมคุณยาย หลวงพี่อ่านแล้วก็ประทับใจ อยากจะมาถ่ายทอดให้พวกเราได้ฟังกันนะ ผจงจิตลิขิตแจ้ง จรรยาย จูงศิษย์บวชบังอบาย เบิกหล้า ก่อสร้างวัดพระธรรมกาย เจิดจรัส กว่าเสร็จกิจยายล้า ลุกล้มแรมปี พระคุณมี มากล้น คณนา หยิบหนึ่งจารึกมา เอ่ยอ้าง ยังอีกหมื่นแสนมหา บทฉบับ ยายกระหน่ำกิเลสสร้าง ศิษย์ซึ้งธรรมกาย ถวายพรทศถ้วน บารมี บุญแห่งนิพพาน ทวีท่วมท้น บุญเกิดแต่บวชพลี ชีพอาจ มอบแด่ยายตบะกล้า ล่าล้างสังหารมาร เมื่อพวกเราได้ตั้งใจรักษาศีล ตั้งใจฟังธรรมแล้ว ในลำดับต่อไปพวกเราจะได้ทำกาย วาจา ใจ ให้ใสบริสุทธิ์ แล้วจะได้น้อมบุญนี้ถวายแด่คุณยาย เรียนเชิญทุกท่านได้นั่งหลับตา รวมใจของเราสักครู่หนึ่งนะ ให้พวกเรารวมใจของเรานิ่ง ๆ ไปที่กลางกายของเรา ท่านใดที่เข้าถึงสภาวะธรรมไหน ก็วางใจนิ่ง ๆ ไปในกลางสภาวะธรรมที่เราเข้าถึง นึกถึงบุญที่เราได้ทำมาตลอด ตั้งแต่ทานบารมี ศีลบารมี เนกขัมมบารมี ปัญญาบารมี และบารมีอื่นที่นอกเหนือจากนี้ให้บุญบารมีทั้งหลายที่เราได้ทำมาหล่อเลี้ยงใจของเราให้ใส ให้สะอาด ให้บริสุทธิ์ ให้หยุดนิ่ง แล้วพวกเราก็นึกน้อมภาพคุณยายอาจารย์มาไว้ในกลางกายของเรา แล้วก็กราบคุณยาย น้อมถวายบุญที่เราได้ตั้งใจกระทำมา เพื่อที่จะได้เป็นอามิสบูชา บูชาคุณยาย และขอให้บุญนี้ปกปักษ์รักษาพวกเราทั้งหลายให้อยู่รอดปลอดภัย ให้ร่ำรวยมีเงินมีทอง ใช้สร้างบารมีติดตามคุณยายและหลวงพ่อไปได้โดยสะดวกง่ายดาย สิ่งที่ไม่ดีทั้งหลาย บาปศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายให้มลายหายสิ้นไปให้หมด ให้มีแต่สิ่งที่ดี ๆ ขอให้บุญนี้ยังศรัทธาของเราให้มั่นคง ให้ปักแน่นประดุจขุนเขา ไม่ว่าสิ่งอะไรก็แล้วแต่ที่จะมาทำลายศรัทธาของเรา ขอให้สิ่งนั้นมลายหายสิ้นไปให้หมด เราก็นึกอธิษฐานในสิ่งที่เราปรารถนากันสักครู่หนึ่งนะ (สัพเพฯ) *********************************** จบ ***********************************