ตัดสินใจถูกแล้ว แม้ครั้งที่ ๓
(ม้วน 1/A)
พระแสนพล : ขอนอบน้อมแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้เป็นที่พึ่งอันประเสริฐสุดของสัตว์โลกด้วยเศียรเกล้า กราบนมัสการพระเถรานุเถระทุกรูป สวัสดีเพื่อนสหธรรมิก เจริญพร สามเณร อุบาสก อุบาสิกา และสาธุชน ลูกหลวงพ่อ หลานคุณยาย ผู้เปี่ยมไปด้วยบุญ ด้วยบารมีทุกๆ ท่านนะ (สาธุ)
เป็นผู้ยื่นความสุขที่เขาหา เป็นผู้ที่นำพาให้ทุกสิ่ง
เป็นผู้ที่นำธรรมให้เขาจริง ทำทุกสิ่งให้ทุกคนถึงซึ่งกายธรรม
พูดถึงวัดพระธรรมกาย จะมีใครสักคนหนึ่งที่เขาไม่เคยได้มาสัมผัส ไม่เคยรู้จักวัดพระธรรมกาย แต่เมื่อได้มีกัลยาณมิตร ได้แนะนำให้เขาได้มารู้จักวัดพระธรรมกาย ชีวิตของเขาก็จะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น เหมือนกับชายคนหนึ่งซึ่งเขาเคยรับราชการทหาร เขาเป็นคนที่ไม่เชื่ออะไรง่ายๆ ชอบพิสูจน์ ชอบทดลอง ชอบแสวงหา มีคนเขามาบอกว่าหลักสูตรที่หนักที่สุดของกองทัพบก คือหลักสูตรจู่โจม ซึ่งบางครั้งผู้ที่เข้าไปฝึก เข้าไปเรียน บางรุ่นเสียชีวิต ๓ คน ๕ คน หรือบางรุ่นไม่มีการเสียชีวิต แต่เขาก็อาจจะพิการ
ชายผู้นั้นเขาไม่เชื่อ เขาก็ได้มีโอกาสไปพิสูจน์ แล้วก็เรียนจบออกมา แต่เขาก็ยังไม่หยุดแสวงหา มีทหารรุ่นพี่ เขาได้เล่าให้ฟังว่าเขาไปเรียนหลักสูตรการแทรกซึมทางอากาศเบื้องสูง หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่าดิ่งพสุธา เขาเล่าให้ฟังว่ากลางอากาศขณะที่ลอยตัวออกมานั้น สามารถเหลียวซ้าย เหลียวขวา เหมือนกับอยู่บนพื้นดิน เขาก็ไม่เชื่อ เขาก็ต้องไปพิสูจน์ และในที่สุดเขาก็ได้ไปเรียนหลักสูตรการแทรกซึมทางอากาศเบื้องสูง รุ่นที่ ๒๔ ของโรงเรียนสงครามพิเศษ
แล้วเขาก็ยังไม่หยุดในการแสวงหา จนในที่สุดเขาคิดอยากจะบวช ถามว่าบวชเพื่ออะไร จริงๆ แล้วบวชเพื่อแสวงหา แต่เป็นการแสวงหาทางโลก คือบวชเสร็จแล้วก็จะไปเอาครัวมาครอบ คือการมีครอบครัว แต่น้องชาย หลวงพี่ได้น้องชายเป็นกัลยาณมิตรให้ ให้มาบวชที่วัดพระธรรมกาย ซึ่งหลวงพี่ก็ตั้งใจว่าจะบวชแค่ระยะสั้นๆ สัก ๓-๔ เดือน ในรุ่นเข้าพรรษาปี ๒๕๓๙
เมื่อได้เข้ามาในวัดพระธรรมกาย หลวงพี่มีความประทับใจหลายอย่าง เรื่องความสะอาด ความเรียบร้อย ความเป็นระเบียบ ญาติโยมสาธุชนก็ยิ้มแย้มแจ่มใส ทักทายสนทนา วาจาก็ไพเราะ แล้วหลังจากที่เขาได้อบรมธรรมทายาทเสร็จแล้ว เขาก็บอกกับตัวเขาเองได้ว่าสิ่งที่เขาแสวงหามาทั้งชีวิต เขาพบแล้ว เขาจึงตัดสินใจลาออกจากงาน แล้วก็ได้มาขอรับใช้งานพระพุทธศาสนา ขอรับใช้งานพระเดชพระคุณหลวงพ่อ ขอร่วมสร้างบารมี ตามพระเดชพระคุณหลวงพ่อ คุณยาย และหมู่คณะ ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวินาทีนี้ เขาผู้นั้นได้บอกกับตัวเองว่าเราตัดสินใจถูกแล้ว เราตัดสินใจถูกแล้วแม้ครั้งที่ ๒ เราตัดสินใจถูกแล้วแม้ครั้งที่ ๓ ชายผู้นั้นก็คือหลวงพี่นี่เองนะ
ครั้งแรกที่หลวงพี่ได้เข้ามาในวัดพระธรรมกาย แล้วก็ได้มาอบรมธรรมทายาทรุ่นเข้าพรรษา ปีพุทธศักราช ๒๕๓๙ คุณธรรมต่างๆ ของคุณยายอาจารย์ของเรา หลวงพี่ได้รับทราบจากพระเดชพระคุณหลวงพ่อทั้งสองของเรา พระอาจารย์ที่อบรมโครงการธรรมทายาท รวมทั้งเพื่อนสหธรรมิก ซึ่งหลวงพี่ฟังตลอดเวลา ฟัง แค่ฟังเท่านั้น หลวงพี่มีความรู้สึกว่าหลวงพี่อยากจะพบ อยากจะเห็นคุณยาย
และยิ่งเพื่อนๆ สหธรรมิกท่านเล่าให้ฟังว่าก่อนมาบวช ท่านได้เข้าไปกราบคุณยาย คนโน้นก็ได้กราบ ท่านนี้ก็ได้กราบ มีหลวงพี่คนเดียวที่ไม่ได้มีโอกาสไปกราบยาย เพราะหลวงพี่ไม่รู้จักวัดพระธรรมกาย นึกๆ แล้วหลวงพี่ก็มีความน้อยใจ น้อยใจว่าทำไมเราถึงมาช้าไป ทำไมเราถึงไม่มาพบครูบาอาจารย์ที่ดีแสนดี ที่ประเสริฐแสนประเสริฐอย่างนี้ หลวงพี่ก็ได้เก็บความน้อยใจนี้นะ แต่ไม่ได้บอกใคร ก็นึกอธิษฐานอยากจะเห็นคุณยายใกล้ๆ อยากจะเห็นคุณยายใกล้ๆ นึกอธิษฐานตลอดเวลา
จนในที่สุดวันที่ ๑๙ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๓๙ วันนั้นหลวงพี่ไปรับบุญบิณฑบาตที่นอกวัด หรือสายสวนส้ม ขณะที่เดินทางกลับ เพื่อที่จะมาเข้าที่อบรมก็คือเต๊นท์แจ่มจันทร์ ก่อนจะถึงกุฏิคุณยาย เห็นคุณยายนั่ง โดยมีโยมพี่อารีพันธ์คอยอุปัฏฐากอยู่ใกล้ๆ แล้วก็หน้าของคุณยายนี่ ด้านหน้าของคุณยายจะมีอาหารสำหรับใส่บาตร
ในความรู้สึกตรงนั้น หลวงพี่ไม่สามารถจะบรรยายออกมาได้ว่าหลวงพี่มีความปีติใจ ตื้นตันใจมากๆ คุณยายเป็นผู้สูงอายุที่มีผิวพรรณวรรณะผ่องใส คุณยายค่อยๆ ลุกขึ้น โดยที่มีโยมพี่อารีพันธ์ช่วยประคอง คุณยายก็ค่อยๆ นำอาหารใส่บาตร ค่อยๆ ใส่ คุณยายเคารพในทานมาก ในความรู้สึกตรงนั้น หลวงพี่มีความรู้สึกตื้นตันใจอย่างบอกไม่ถูก แล้วน้ำตาหลวงพี่ก็คลอที่เบ้าตา แล้วก็เป็นความรู้สึกบอกไม่ถูกเหมือนกัน
หลวงพี่ย้อนกลับไปที่ถึงพระเถรานุเถระที่ท่านได้มาเล่าถึงคุณธรรมคุณยายว่าอยู่ใกล้คุณยาย รู้สึกอบอุ่น รู้สึกปีติใจ มีความสุข ขนาดหลวงพี่ได้พบคุณยายในช่วงระยะเวลาสั้นๆ ความรู้สึกนี้ยังอยู่ในใจของหลวงพี่ตลอดเวลา แล้วพระเถรานุเถระท่านได้อยู่ใกล้ชิดคุณยายมาเป็นเวลานาน จะมีความปีติใจมากขนาดไหน
ชีวิตของหลวงพี่มี ๒ ชีวิต คือชีวิตทางโลกมีโยมพ่อโยมแม่ เป็นผู้ให้ชีวิตให้กายหยาบนี้มา ส่วนอีก ๑ ชีวิตคือชีวิตทางธรรม คุณยายอาจารย์ของเรา ท่านได้เมตตาให้หลวงพี่ ทำไมหลวงพี่ถึงกล่าวเช่นนั้น เพราะว่าหลวงพี่ขอน้อมนำโอวาทของพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโย ที่เป็นครูบาอาจารย์ที่เคารพรักยิ่งของพวกเราทุกๆ ท่าน หลวงพ่อท่านได้ให้โอวาทว่าถ้าไม่มีคุณยาย ก็ไม่มีหลวงพ่อ ไม่มีวัดพระธรรมกาย แล้วก็ไม่มีพวกเรา รวมทั้งหลวงพี่ด้วย ฉะนั้นหลวงพี่ได้ชีวิตใหม่ ชีวิตทางธรรมโดยพระเดชพระคุณหลวงพ่อทั้งสอง แล้วก็คุณยายที่เมตตาให้กับหลวงพี่
พูดถึงความเมตตา ความเมตตาของครูบาอาจารย์ของเรา หลวงพี่มั่นใจว่าทุกๆท่านได้ประจักษ์กับสายตาของพวกเราทุกๆ ท่านแล้ว ความเมตตาของครูบาอาจารย์ของเราถ่ายทอดออกมา หลวงพี่ได้มีโอกาสอ่านหนังสือเล่มนี้ พระมงคลเทพมุนี มหาปูชนียาจารย์ หลวงพี่ได้อ่าน แล้วก็หลวงพี่ขออนุญาตนำบทความนะ บางตอน
ในเรื่องการเผยแผ่วิชชาธรรมกายในครั้งนั้น หากหลวงพ่อท่านเห็นว่าพระภิกษุ สามเณรหรือแม่ชีท่านใดมีความสามารถที่จะออกไปสอนเจริญภาวนาได้แล้ว ท่านก็จะส่งออกไปตามที่ต่างๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และในจังหวัดต่างๆ ในบางแห่งนั้นเมื่อคนในท้องถิ่นมีความศรัทธาในการเจริญภาวนาดีแล้ว ก็จะมีการคัดเลือกพระภิกษุสามเณร หรือฆราวาสจากท้องถิ่นนั้นๆ มาศึกษาและปฏิบัติธรรมที่วัดปากน้ำ
ในหลายๆ แห่งชาวบ้านเกิดความเลื่อมใสมาก จนถึงกับสร้างวัดได้เป็นหลักเป็นฐาน เช่นวัดเขาพระ อำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี วัดเกษมจิตราราม จังหวัดอุตรดิตถ์ วัดปากน้ำ เทพาราม อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เป็นต้น
ที่หลวงพี่อ่านตรงนี้แล้ว บ้านหลวงพี่อยู่ที่จังหวัดอุตรดิตถ์ แล้วก็วัดเกษมจิตราราม ก็เป็นวัดที่อยู่ไม่ไกลจากบ้านหลวงพี่เท่าไหร่ หลวงพี่ดีใจมาก อ๋อ บ้านเราก็มีวัดที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านส่งพระไปเผยแผ่วิชชาธรรมกาย เมื่อมีโอกาสหลวงพี่เลยได้เดินทางไปวัดเกษมจิตราราม ซึ่งมีพระครูภาวนากิตติคุณ หรือชาวบ้านเรียกว่าหลวงพ่อสวัสดิ์ ท่านเป็นเจ้าอาวาสอยู่ ปัจจุบันท่านอายุ ๗๐ กว่าๆ แล้ว ๗๐ กว่า
พอท่านรู้ว่าหลวงพี่มาจากวัดพระธรรมกายนะ ท่านก็ให้การปฏิสันถารอย่างดีเยี่ยมเลยนะ หลวงพี่ก็เข้าไปกราบท่าน แล้วก็กราบเรียนถามเกี่ยวกับสมัยที่ท่านได้สร้างบารมีร่วมกับพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ หลวงพี่ก็ถามท่าน แล้วท่านก็ตอบว่าพ่อใหญ่ ท่านเรียกพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำว่าพ่อใหญ่ บอกพ่อใหญ่เป็นพระที่ปฏิบัติดี เป็นพระที่เอาจริงเอาจัง แต่เปี่ยมไปด้วยความเมตตา ท่านมีความเมตตาสูง หลวงพ่อสวัสดิ์ท่านก็เล่าให้ฟังต่อไปว่ามีอยู่วันหนึ่ง พระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ ท่านได้เรียกแม่ชีท่านหนึ่งนะ มา แล้วก็บอกว่าช่วงสายๆ นี่ให้ไปนั่งรอที่หน้าวัด ที่ท่าน้ำหน้าวัด เพราะว่าลูกชายของแม่ชีท่านนี้จะพายเรือผ่านมา แล้วก็บอกด้วยว่าหลวงพ่อเรียก
พอตกตอนสาย แม่ชีท่านนี้ท่านก็ไปนั่งรอ พอตกสายจริงๆ ก็มาจริงๆ นะ พายเรือมาเลย ลูกชายของแม่ชีท่านนี้ แม่ชีท่านนี้ก็เรียกให้ลูกชายนี่เข้าไปพบพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ เมื่อลูกชายของแม่ชีท่านนี้เดินขึ้นไปกราบหลวงพ่อ ๓ ครั้ง พระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำชี้หน้าเลย ชี้หน้าเลย บอกว่าเอ็งเลิกเสียนะ สิ่งที่เอ็งกำลังจะไปทำ เอ็งเลิกเสียนะ เวรระงับด้วยการไม่จองเวร ชายหนุ่มผู้นั้นมองหน้าพระเดชพระคุณหลวงพ่อแล้วก็ประนมมือไหว้แล้วก็บอก ครับ
เพราะอะไร พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านถึงได้บอกอย่างนั้น เพราะว่าใต้ท้องเรือมีปืนอยู่ ชายหนุ่มคนนี้จะไปยิงเขา ชายหนุ่มคนนี้เป็นคนดี ตั้งใจทำมาหากิน แต่ว่าคงจะเป็นวิบากกรรมเก่าๆ ทำให้เขาต้องถูกโกงที่ โกงไร่โกงสวน จนเกิดความแค้น แล้วก็จะไปยิงเขา นี่ด้วยความเมตตาของพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ จนทำให้เขานี่ได้เลิกทำในสิ่งที่ไม่ดีไม่งาม ความเมตตาของพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ ก็ถ่ายทอดมายังคุณยายอาจารย์ของเรา ถ่ายทอดมาสู่พระเดชพระคุณหลวงพ่อทั้งสองของเรา พระอาจารย์ พระเถรานุเถระที่วัดพระธรรมกายแห่งนี้
เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา มีพระผู้ใหญ่ท่านหนึ่งก็คือพระเดชพระคุณพระราชวิสุทธิโมลี เจ้าคณะภาค ๑๗ ท่านมาได้เป็นประธานในการสวดพระอภิธรรมคุณยายอาจารย์ของเรา ท่านได้กล่าวว่าคุณยายของเรานี่นะ ไม่ใช่เฉพาะมีคุณูปการต่อวัดพระธรรมกาย ต่อสาธุชนญาติโยมวัดพระธรรมกายเท่านั้น แต่คุณยายอาจารย์ของเรามีคุณูปการต่อพระพุทธศาสนาด้วยนะ ตรงนี้ ตรงนี้ หลวงพี่มีความมั่นใจ มั่นใจเหมือนกับที่ญาติโยมทุกๆ ท่านได้มั่นใจก็คือการได้ร่วมสร้างบารมีร่วมกับพระเดชพระคุณหลวงพ่อทั้งสอง ร่วมกับคุณยายอาจารย์ ร่วมกับหมู่คณะ มีแต่ความมั่นใจ แล้วก็มั่นใจ แล้วก็มั่นใจยิ่งๆ ขึ้นไป
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านตรัสแบ่งมนุษย์ในโลกนี้ออกเป็น ๔ จำพวกคือ
พวกแรก ตโม ตมปรายโน
พวกที่ ๒ ตโม โชติปรายโน
พวกที่ ๓ โชติ ตมปรายโน
พวกสุดท้ายก็คือโชติ โชติปรายโน
พวกแรกคืออะไร พวกแรกก็คือที่มืดมาแล้วก็มืดไป
พวกที่ ๒ ก็คือมืดมา แล้วก็สว่างไป
พวกที่ ๓ คือพวกที่สว่างมา แล้วก็มืดไป
ส่วนพวกสุดท้าย อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลหลวงพี่นี่เอง คือพวกโชติ โชติ ปะรายะโน สว่างมา แล้วก็สว่างไป หลวงพี่ขอรับรองว่าเส้นทางนี้ เส้นทางการสร้างบารมีร่วมกับพระเดชพระคุณหลวงพ่อ คุณยาย และหมู่คณะ เป็นเส้นทางที่ดีที่สุด ประเสริฐที่สุด สำหรับทุกๆ ชีวิตที่เกิดมาเป็นมนุษย์ เส้นทางนี้เป็นเส้นทางที่สะอาด สว่าง สงบ และหลวงพี่ก็ขอรับรองว่าถ้าพวกเราได้เดินเส้นทางนี้ในการสร้างบารมี ด้วยการให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา หลวงพี่ขอรับรองว่าพวกเราทุกๆ ท่าน โชติ โชติ ปะรายะโน อย่างแน่นอน
วันนี้นะ หลวงพี่ขอโอกาสนำพวกเราทุกๆ ท่านได้แสดงความกตัญญูกตเวทีต่อคุณยายอาจารย์ของเราด้วยการปฏิบัติบูชานะ เดี๋ยวพวกเราได้นั่งหลับตาเจริญภาวนากันนะ ก็ให้พวกเรานะ ได้ลงมือปฏิบัติเหมือนกับที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อ เหมือนกับที่คุณยายได้เคยแนะนำในการประพฤติปฏิบัติธรรม ก็คือจะต้องมีสติแล้วก็สบายควบคู่กันไป ก็ให้เราวางใจนิ่งๆ สบายๆ ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ นะ วางใจนิ่งๆ สบายๆ
สัพเพ…
หน้า PAGE 6
440228FW-AAT