อยู่ในบุญตลอดเวลา
ขอนอบน้อมแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ทรงคุณอันประเสริฐ กราบนมัสการพระเถรานุเถระที่เคารพ สวัสดีเพื่อนสหธรรมิก เจริญพรสามเณร อุบาสก อุบาสิกา สาธุชนลูกหลานคุณยายผู้มีบุญทุก ๆ ท่าน
วันนี้ก็เป็นอีก ๑ วัน ที่ลูกหลานคุณยายได้พร้อมใจกันมางานบำเพ็ญกุศลของท่าน พวกเราเป็นผู้ที่โชคดี และเป็นผู้ที่มีบุญมากด้วย ที่ได้มาพบมาทันคุณยาย ครูบาอาจารย์ ต้นบุญต้นแบบในการสร้างบารมี พวกเรามางานบำเพ็ญกุศลของคุณยายกันทุกวัน มีใครมีความรู้สึกเหมือนหลวงพี่บ้าง หลวงพี่มาสถานที่แห่งนี้ มาเห็นรูปคุณยาย ทำให้หลวงพี่เกิดกำลังใจในการสร้างบารมี หลายคนที่มีความทุกข์ มีความกังวลใจ พอมาที่บ้านยาย มาเห็นรูปคุณยายที่เราเคารพ นึกถึงการสร้างบารมีของคุณยาย ความทุกข์ ความกังวลใจที่เคยมี อยู่ ๆ มันก็หายไปเฉย ๆ กำลังใจมันเกิดขึ้นมาทันที
โดยเฉพาะคุณธรรมของคุณยาย ที่อยู่ในความทรงจำของหลวงพี่ ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว คงจะจำกันได้ ทุก ๆ ปีทางวัดจะมีการจัดอบรมสามเณรยุวธรรมทายาทขึ้นทุกปี ทางวัดได้ทำติดต่อกันมา ๑๐ กว่าปีแล้ว ได้ผลิตเยาวชนคนดีออกสู่สังคม และปีที่ผ่านมา หลวงพี่ได้รับมอบหมายจากหมู่คณะให้มาเป็นผู้ดูแลโครงการสามเณรยุวธรรมทายาท หลวงพี่ได้ดูแลเด็กตัวเล็ก ๆ อายุประมาณ ๘ ขวบถึง ๑๑ ขวบ พอพูดถึงเด็กวัยขนาดนี้ ใครที่เคยเป็นพ่อแม่ คงพอจะนึกออกนะ เด็กในวัยนี้เป็นวัยที่มีความอยากรู้ อยากเห็น แล้วมีความบริสุทธิ์มาก หากได้รับการปลูกฝังในสิ่งที่ดีตั้งแต่เด็ก โตขึ้นเขาจะเป็นเยาวชนคนดีของชาติ นำมาซึ่งความปลื้มอกปลื้มใจของพ่อแม่
หลวงพี่และเพื่อนสหธรรมิกมีความมุ่งมั่นอย่างมาก ที่จะทำให้การอบรมครั้งนี้มีความสมบูรณ์มากที่สุด จึงได้มีการเตรียมงานล่วงหน้ากันเป็นเดือน ๆ มีการตกแต่งสถานที่ให้เหมาะสมกับเด็กวัยขนาดนี้ พอวันเปิดโครงการพ่อแม่ก็นำเด็กมาส่ง พอเด็กมาถึงก็จะให้ถือศีล ๘ ทันที ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาก็มีแต่เรื่องสนุก ๆ เต็มไปหมด ไหนจะเด็กร้องไห้คิดถึงบ้าน เพราะไม่เคยห่างพ่อแม่มาก่อน ไหนเด็กจะร้องขอกินข้าวเย็น ไหนจะขอดูหนัง พ่อแม่บางคนเป็นห่วงลูกขนาดหนัก ๔-๕ ทุ่มยังแอบมาดูลูกว่าลูกตัวเองนอนหลับสบายหรือเปล่า
พอเด็กได้บวชเป็นสามเณร พ่อแม่ก็ดีอกดีใจที่เห็นการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีของลูก แต่ก็มีเณรที่อยากจะกินโน่นกินนี่ ก็ได้แต่ให้นึก ๆ เอาไว้ในท้อง นึกให้ชัด นึกให้ใส นึกให้สว่าง อัศจรรย์จริง ๆ อานุภาพของใจ สามารถทำให้มหาเศรษฐีผู้ใจบุญนำของที่เณรอยากจะฉันมาถวายเณรทั้งโครงการได้
หลวงพี่เคยคิดว่าเหนื่อยเหมือนกันที่ต้องมาดูแลเณรจำนวนมาก ๆ แต่พอหลวงพี่คิดไปถึงหลวงพ่อ คุณยาย ท่านเหนื่อยกว่าเราตั้งหลายร้อยหลายพันเท่า ท่านต้องดูแลลูก ๆ ภายในองค์กร ลูก ๆ ที่อยู่ทั่วโลก อยู่ในสายตาของท่านตลอดเวลา ท่านจะคอยกลั่น คอยแก้ คอยเติมบุญเติมบารมีให้ จะหาครูบาอาจารย์ที่ดีอย่างนี้ หาได้ยากในโลก
และในวันหนึ่งหลวงพี่และเพื่อนสหธรรมิกก็ได้รับข่าวอันเป็นมงคล และภาคภูมิใจอย่างยิ่ง เมื่อทราบข่าวว่าคุณยายจะเป็นเจ้าภาพถวายภัตตาหารเพลแก่หลวงพี่และเพื่อนสหธรรมิกหลังจากจบโครงการแล้ว และสิ่งที่ทำให้หลวงพี่และเพื่อนสหธรรมิกปลื้มปีติยิ่งขึ้นไปอีก ก็คือคุณยายได้เมตตามอบล็อกเกตของคุณยาย โดยให้โยมพี่อารีพันธุ์เป็นตัวแทนมาถวาย ข่าวนี้เองทำให้หลวงพี่และเพื่อนสหธรรมิกหายจากความเหน็ดเหนื่อย มีกำลังใจเกิดขึ้นมาทันที อยากจะสร้างบารมีให้มากยิ่งขึ้นไปอีก
โดยเฉพาะล็อกเกตของคุณยายเป็นสิ่งย้ำเตือนสติที่ดี ให้นึกถึงการสร้างบารมีของท่าน คุณยายไม่เคยท้อต่อการสร้างบารมีเลย คุณยายสอนตัวเองให้ทำความดี แล้วท่านยังเมตตาสอนคนอื่นให้ทำความดีด้วย น้ำใจของคุณยายดุจพระโพธิสัตว์ในกาลก่อน ใครก็ตามที่นึกถึงคุณยาย กำลังใจมันก็จะเกิดขึ้นมาทันที อยากจะสร้างบารมีตามแบบคุณยายไปบ้าง นี่เป็นเพียงคุณธรรมเล็กน้อย ที่คุณยายเป็นห่วงเป็นใย และเป็นกำลังใจให้กับผู้ที่ทำความดี แม้ตัวท่านจะไม่ได้มาเห็นด้วยตาก็ตาม แต่ผลที่ได้รับมีค่ามหาศาลในความรู้สึกของหลวงพี่และเพื่อนสหธรรมิก
พอพูดถึงการทำทานของคุณยาย คุณยายให้ความสำคัญกับการทำทานมาก ดูเหมือนจะเป็นปกติของคุณยาย เวลาคุณยายจะถวายของพระภิกษุสามเณร คุณยายมักจะถวายของที่ประณีต หลวงพี่ทึ่งคุณยายจริง ๆ คุณยายอ่านหนังสือไม่ออก แต่คุณยายทำทานโดยยึดหลักที่พระพุทธเจ้าสอนไว้ คุณยายทำทานโดยยึดหลักสามีทาน คือให้ทานด้วยของที่ประณีตกว่าของที่ตนเองใช้ ซึ่งเป็นทางมาแห่งมหากุศล
ทำให้หลวงพี่นึกถึงตัวอย่างการทำทานในสมัยหลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ที่มีโยม ๒ ท่าน นำทุเรียนใส่จานมาถวายหลวงพ่อวัดปากน้ำ คนที่ ๑ นำทุเรียนที่มีเนื้อน้อย มีเม็ดใหญ่ แล้วก็ไม่ได้แกะเม็ดออกด้วย ใส่จานมาถวายหลวงพ่อวัดปากน้ำ หลวงพ่อวัดปากน้ำท่านก็รับประเคนไว้ พอโยมท่านนั้นไป หลวงพ่อท่านก็เอาช้อนส้อมจิ้มไปที่ทุเรียน แล้วท่านก็พูดลอย ๆ ว่าทุเรียนพันธุ์ขี้เกียจ ต่อมาก็มีโยมอีกท่านหนึ่งนำทุเรียนมาถวายเหมือนกัน แต่เป็นทุเรียนที่มีเนื้อมาก มีเม็ดเล็ก แถมยังแกะเม็ดออกให้อีก แล้วยังหั่นเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยใส่จาน แล้วนำไปถวายหลวงพ่อวัดปากน้ำ หลวงพ่อท่านก็รับประเคน พอโยมไป หลวงพ่อท่านก็เอาช้อนส้อมจิ้มไปที่ทุเรียน แล้วท่านก็พูดลอย ๆ ขึ้นมาว่าทุเรียนพันธุ์ขยัน
พอตกกลางคืน หลวงพ่อวัดปากน้ำก็ให้ผู้ที่ทำวิชชาธรรมกายไปเช็คดูว่า โยม ๒ ท่านนี้ได้บุญต่างกันไหม ผู้ที่ทำวิชชาก็ค้นกันใหญ่นะ ค้นไปค้นมา ก็ตอบหลวงพ่อว่าผู้ที่ถวายพันธุ์ขยัน จะเกิดไปกี่ภพกี่ชาติ จะปลูกผักผลไม้ก็จะมีเนื้อมาก ขายดิบขายดี แล้วก็มีทรัพย์มาก นี่เป็นการยืนยันคำสอนของพระพุทธเจ้าที่ว่าผู้ให้ทานด้วยของประณีต เวลาสมบัติเกิดก็จะเกิดสมบัติที่ประณีต
คุณยายเป็นผู้ที่อยู่ในบุญตลอดเวลา ไม่ว่าจะยืน เดิน นั่ง นอน แล้วยังชักชวนศิษย์ให้อยู่ในบุญตามไปด้วย คุณยายมักจะสอนศิษย์อยู่เสมอว่าให้อยู่ในบุญนะ ให้นึกถึงบุญบ่อย ๆ ใครก็ตามที่นึกถึงบุญบ่อย ๆ ก็จะได้บุญมาก บุญเกิดขึ้น ๓ ระยะ คือก่อนทำบุญ ขณะทำบุญ และหลังจากทำบุญแล้ว คนที่อยู่ในบุญก็คือคนที่คิดแต่สิ่งดี ๆ ใจใส ๆ อย่างนึกถึงองค์พระธรรมกายใส ๆ ไว้ในตัว นึกถึงบุญที่ได้เคยทำมา จะเป็นบุญจากการสร้างมหาธรรมกายเจดีย์ บุญจากการสร้างสภาธรรมกายสากล บุญจากการสร้างลานธรรม บุญกฐิน บุญผ้าป่า บุญเล็กบุญน้อยนึกหมด พอนึกถึงบุญ ใจก็จะชุ่มชื่นปีติเบิกบานในบุญ
แม้แต่การนึกถึงพ่อแม่ผู้มีพระคุณ นึกว่าอยากจะตอบแทนพระคุณท่าน ก็อยู่ในบุญเหมือนกัน อย่างการฟังเทปธรรมะ แล้วน้อมใจไปตามเสียงธรรมะที่ฟัง ก็เป็นการอยู่ในบุญ สังเกตคนที่อยู่ในบุญดูง่าย พอได้ทราบข่าวบุญเท่านั้นแหละ ปีติเบิกบาน อยากจะทำบุญ คิดอย่างเดียวว่าจะทำยังไงดีที่จะทำบุญนี้ให้ได้สุดกำลัง ทั้งทำด้วยตัวเอง และชักชวนคนอื่นทำด้วย
เหมือนอย่างคุณยาย เวลาคุณยายจะทำบุญอะไรสักอย่าง คุณยายจะไม่เก็บบุญนั้นเอาไว้คนเดียว คุณยายจะบอกลูก ๆ หลาน ๆ ให้มาร่วมบุญด้วย อย่างกฐินคุณยาย คุณยายจะพูดว่าลูกหลานยาย มาเอาบุญกับยายกันทุกคนนะ คนที่อยู่ในบุญ เขาจะตามนึกถึงบุญเก่าที่ได้เคยทำ และก็จะคอยหาบุญใหม่เพิ่มขึ้น คนประเภทนี้แหละที่จะเจอกับอานุภาพของบุญ
ขอยกตัวอย่างบุคคลที่ประสพกับอานุภาพของบุญในสมัยพุทธกาล มีอุบาสกท่านหนึ่งมีอาชีพค้าขาย เขาเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานมาตลอดทั้งวัน แต่เขาก็ไปฟังธรรมกับพระพุทธเจ้าทุกวันไม่เคยขาด แม้หนทางที่จะไปสู่วัดพระเชตวัน จะต้องข้ามแม่น้ำ แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคสำหรับเขา ทุก ๆ เย็นเขามานั่งเรือรับจ้างข้ามไปอีกฝั่งหนึ่ง แล้วก็เดินต่อไปจนถึงวัด วันหนึ่งเขามาที่ฝั่งแม่น้ำช้าไป เรือรับจ้างหมด คนพายเรือก็พากันไปฟังธรรมเหมือนกัน แล้วก็เอาเรือไว้อีกฝั่งหนึ่ง
อุบาสกท่านนั้นก็ไม่ได้ตกอกตกใจ เพราะใจเขาอยู่ในบุญ เขานั่งลงกับพื้น แล้วก็นึกถึงบุญที่เขาได้มาฟังธรรมทุกวัน จนมีโอกาสเข้าถึงธรรม นึกแล้วก็ปีติ เบิกบานในบุญ มีพระพุทธเจ้าเป็นพุทธานุสสติ แล้วเขาก็ลุกขึ้นก้าวเดินลงแม่น้ำ ด้วยอานุภาพของพระรัตนตรัยอันไม่มีประมาณ อัปปมาโณพุทโธ อัปปมาโณธัมโม อัปปมาโณสังโฆ ความมหัศจรรย์ก็เกิดขึ้น เขาสามารถเดินบนพื้นน้ำได้เหมือนเดินบนพื้นดินธรรมดา แล้วเขาก็เดินต่อไปจนถึงวัด ไปทันฟังธรรมเหมือนอย่างทุก ๆ วัน
ทำให้หลวงพี่นึกถึงคุณโยมหลาย ๆ ท่าน ที่ทำงานเหน็ดเหนื่อยมาตลอดทั้งวัน แต่ก็มาที่บ้านยาย มาฟังธรรม มานั่งสมาธิทุกวันไม่เคยขาด แม้ว่าจะต้องเดินทางตั้งหลายทอดกว่าจะมาถึงวัด ก็ไม่เป็นอุปสรรค ด้วยใจที่อยู่ในบุญนี้ สักวันหนึ่งคงมีโอกาสได้เข้าถึงธรรมเหมือนกับอุบาสกท่านหนึ่งที่หลวงพี่ได้เล่าให้ฟัง
นี่คืออานุภาพของใจที่อยู่ในบุญ และไม่น่าแปลกใจที่ในยุคปัจจุบัน มีผู้พบกับอานุภาพของบุญ ใครก็ตามที่นึกถึงบุญบ่อย ๆ บุญก็จะลงหล่อเลี้ยง เวลาเกิดอุปสรรคยามคับขัน บุญก็จะช่วยให้พ้นจากภัยนั้นได้ เมื่อย้อนไป ๔๐ วันที่ผ่านมา วันนั้นเป็นวันอาทิตย์ที่ ๑๔ ของเดือนมกราคม หลวงพี่กับเพื่อนสหธรรมิกได้นั่งรถทัวร์เต็มคัน เดินทางไปร่วมงานฌาปนกิจศพของโยมพี่ชายหลวงพี่ท่านหนึ่งที่วัดหนองรี แถวอำเภอโพธาราม
ระหว่างเดินทางได้ฟังเทปคำสอนของคุณยายตลอดการเดินทาง ใจก็ชุ่มชื่น ปีติเบิกบานอยู่ในบุญ ขณะเดินทางฝนก็ได้ตก ช่วงที่รถทัวร์วิ่งไปตามถนน อีกประมาณสัก ๒๐ กิโลเมตร ก็จะถึงวัดที่จะไปแล้ว รถคันข้างหน้าได้เกิดชนกัน รถทัวร์คันที่หลวงพี่นั่งไปก็เลยเบรกกะทันหัน จังหวะนั้นเองหลวงพี่ได้มองไปที่หน้าต่าง เห็นรถทัวร์ทำท่าว่าจะเข้าโค้ง แต่ดูอีกทีข้างหน้าก็ไม่มีโค้ง รถทัวร์เสียหลัก เอาท้ายหมุน ลื่นไถลไปตามถนน
ตอนนั้นหลวงพี่คิดในใจว่ารถทัวร์จะต้องคว่ำแน่ ๆ ก็เลยเอามือจับเบาะข้างหน้าไว้ แล้วก็ร้องบอกเพื่อนข้าง ๆ ว่าให้จับเบาะแน่น ๆ จังหวะนั้นเองหลวงพี่ท่านหนึ่งที่นั่งอยู่ด้านหลังหลวงพี่ประมาณ ๒ เบาะ ท่านได้ร้องเสียงดังลั่นเลยว่ายาย ทุกรูปที่อยู่ในรถทัวร์ ได้ฟังเทปคำสอนของคุณยายตลอดการเดินทาง ใจก็ชุ่มชื่น ปีติเบิกบานอยู่ในบุญ มีคุณยายอยู่ในใจ พอได้ยินเสียงเรียกคุณยายก็นึกถึงยายขึ้นมาทันที รถทัวร์ทำท่าว่าจะคว่ำอยู่แล้ว พอสิ้นเสียงเรียกยายครั้งที่ ๓ เหมือนปาฏิหาริย์ อยู่ ๆ เหมือนมีอะไรมาประคองให้รถทัวร์หยุดหมุน แล้วก็จอดสงบนิ่งอยู่บนเกาะกลางของถนน คำสอนของคุณยายที่ว่าให้อยู่ในบุญ มีอานุภาพจริง ๆ สามารถทำให้ปลอดภัยจากอุบัติเหตุครั้งนี้
อย่างการนึกถึงพ่อแม่ผู้มีพระคุณ นึกว่าอยากจะตอบแทนพระคุณท่าน ก็เป็นการอยู่ในบุญ ขอยกตัวอย่างของโยมป้าถวิล วัติรางกูล สมัยที่ท่านยังไม่ได้ศรัทธาในพระศาสนา เวลาเกิดเหตุการณ์คับขัน ท่านมักจะนึกถึงพ่อแม่ทันที นึกว่ายังไม่ได้ตอบแทนพระคุณท่านเลย และทำให้ท่านรอดพ้นจากความตายมาได้หลายครั้ง
อย่างตอนอายุ ๙ ขวบ ช่วงนั้นเกิดสงครามโลกครั้งที่ ๒ โยมป้าได้วิ่งหนีหลบลูกระเบิด วิ่งแล้วก็หกล้ม จุก ลุกไม่ขึ้น แถมมีลูกระเบิดมาตกอยู่ใกล้ ๆ รอเวลาที่จะระเบิด โยมป้ามีสติก็นึกถึงพ่อแม่ทันที นึกว่ายังไม่ได้ตอบแทนพระคุณท่าน ปรากฏว่าอยู่ดี ๆ ก็มีตำรวจวิ่งมาอุ้มโยมป้าหลบไปที่อื่น ลูกระเบิดก็ระเบิดขึ้นทันที
พอตอนอายุ ๑๕ ปี ช่วงนั้นเกิดอุบัติเหตุจะจมน้ำตาย ช่วงนั้นก็นึกถึงพ่อแม่อีก นึกว่ายังไม่ได้ตอบแทนพระคุณท่าน นึกแล้วก็หมดสติไป พอมีสติอีกทีหนึ่ง ก็พุ่งขึ้นมาเหนือน้ำ ก็มาเจอเสาที่เขาปักเอาไว้ ก็เลยกระโดดเกาะเสา ก็เลยทำให้พ้นจากความตาย
พอตอนอายุ ๒๐ ปี ช่วงนั้นโยมป้าเป็นนักศึกษาอยู่ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ช่วงนั้นได้นั่งรถจิ๊ป และรถจิ๊ปคันที่นั่งไปนี่ถูกชน รถจิ๊ปหมุน โยมป้ามีสติ นึกถึงพ่อแม่อีก นึกว่าอีกไม่กี่เดือนก็จะจบแล้ว จะได้มีงานทำ เอาเงินมาเลี้ยงพ่อแม่ เหมือนปาฏิหาริย์บังเอิญมียางอะไหล่ลอยมาทับโยมป้าไว้ ทำให้โยมป้าไม่หล่นจากรถ แต่คนอื่นที่นั่งไปด้วยกันนี่ถูกเหวี่ยงตกรถ บาดเจ็บไปตาม ๆ กัน มีโยมป้าปลอดภัยอยู่คนเดียว
พอตอนหลังโยมป้าได้มาศึกษาคำสอนในพระพุทธศาสนา จึงได้เข้าใจว่าการนึกถึงสิ่งดี ๆ อย่างนึกถึงพ่อแม่ ผู้มีพระคุณ นึกว่าจะตอบแทนพระคุณท่าน บุญก็เกิดขึ้นทันที บุญสามารถไปต้านทานกระแสบาปที่ตามมาทวงหนี้ในขณะนั้น พ่อแม่เป็นผู้ที่มีพระคุณต่อลูก แล้วคุณยายที่หลวงพี่ท่านหนึ่งเรียกตอนเกิดอุบัติเหตุ คุณยายท่านมีพระคุณสูง ท่านเป็นมหาปูชนียาจารย์ของศิษย์ ท่านเป็นผู้ชี้ทางสว่าง ชี้ทางมรรคผลนิพพาน คุณยายเป็นประดุจพระเจดีย์องค์หนึ่ง คุณยายเป็นอู่แห่งทะเลบุญ ใครก็ตามที่นึกถึงท่าน ใจก็จะเป็นบุญ สามารถที่จะพ้นจากภัยอันตรายได้
คุณยายจะสอนศิษย์ให้อยู่ในบุญ ดังนั้นขอเชิญทุกท่านมาอยู่ในบุญเหมือนอย่างคุณยายกันนะ ให้นั่งหลับตา น้อมนำใจมาแตะที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ เบา ๆ ทำใจใส ๆ ทำใจสบาย ๆ แล้วก็มาตามนึกถึงบุญกัน นึกถึงบุญที่ได้ทำตั้งแต่ตอนเป็นเด็ก จะเคยตักบาตร จะเคยสร้างโบสถ์ สร้างวิหาร จะเคยซื้อที่ถวาย จะทำบุญกฐิน บุญผ้าป่า บุญที่ได้สร้างมหาธรรมกายเจดีย์ สร้างสภาธรรมกายสากล สร้างลานธรรม นึกถึงบุญที่ได้เคยทอดผ้าป่าครั้งละพันวัด ๔,๐๐๐ วัดที่ผ่านมา แล้วก็นึกถึงบุญที่ได้ทอดกฐินตกค้างเมื่อปีที่ผ่านมา เมื่อนึกถึงบุญ บุญก็จะเกิดขึ้น
แล้วโอกาสนี้ก็จะได้บอกกับคุณยายว่าในวันที่ ๒๒ เมษายนนี้ วันคุ้มครองโลก ตั้งใจจะทำกองบุญคุ้มครองโลกสักกี่กองดี จะทำโป้งสักกี่โป้งดี บูชาธรรมคุณยาย จะไปชวนคน มาทำกองบุญคุ้มครองโลกสักกี่กองดี จะไปชวนคนมาทำโป้งสักกี่โป้งดี ถือโอกาสตอบกับคุณยายตอนนี้ ขอบุญ ขอบารมีคุณยายให้ความปรารถนาที่ได้ตั้งไว้ประสบความสำเร็จ แล้วก็ทำใจใส ๆ ใจสบาย ๆ ตั้งจิตอธิษฐานในสิ่งที่ชอบประกอบด้วยกุศลในระหว่างที่ใจเป็นบุญนี้นะ ต่างคนต่างอธิษฐานกันไป
*********************************** จบ ***********************************