ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

ความอดทนและเข้มแข็งของคุณยาย

คุณยายอาจารย์ · เทศน์งานยาย

ขอนอบน้อมแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้มีพระคุณอันจะนับประมาณมิได้ด้วยเศียรเกล้า นมัสการพระมหาเถระ พระเถรานุเถระผู้มีพรรษากาลแก่กว่ากระผม สวัสดีเพื่อนสหธรรมิกทุก ๆ รูป เจริญพร สามเณร อุบาสก อุบาสิกา ลูกหลานคุณยายผู้มีบุญทุกๆ ท่าน วันนี้ก็นับเป็นวันดีอีกวันหนึ่งที่พวกเราเหล่าลูกหลานของคุณยายได้พร้อมใจกันมาประชุมรวมกัน ณ วัดพระธรรมกายแห่งนี้ ซึ่งเป็นสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ที่ให้พวกเราได้มีโอกาสได้สร้างบารมีกันมาตลอดระยะเวลา ๓๑ ปี ซึ่งบางท่านก็ได้เดินทางมาจากกรุงเทพฯ บางท่านก็ได้เดินทางมาจากปริมณฑล บางท่านก็ได้เดินทางมาจากต่างประเทศ แล้วยังมีลูกหลานของคุณยายอีกหลาย ๆ ท่านที่กำลังเดินทางมาจากต่างจังหวัด เพื่อมารวมใจกันน้อมรำลึกนึกถึงวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาวันหนึ่ง นั่นคือวันมาฆบูชา ย้อนหลังไปเมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสรู้แล้วในวันขึ้น ๑๕ ค่ำเดือน ๖ หลังจากนั้นต่อมา อีก ๙ เดือน ซึ่งตรงกับวันขึ้น ๑๕ ค่ำเดือน ๓ ในขณะที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประทับอยู่ ณ วัดเวฬุวัน ได้เกิดเหตุการณ์สำคัญทางพระพุทธศาสนาขึ้น นั่นคือในบ่ายวันนั้นได้มีพระอรหันตสาวก จำนวน ๑,๒๕๐ รูป ได้เดินทางมายังวัดเวฬุวันโดยที่ไม่ได้นัดหมายกันมาก่อนเลย การประชุมรวมกันในวันนั้นเรียกชื่อว่าจาตุรงคสันนิบาต เพราะเป็นการประชุมที่ประกอบด้วยองค์ ๔ คือ เป็นวันที่พระจันทร์เสวยมาฆะฤกษ์ พระอรหันตสาวกจำนวน ๑,๒๕๐รูป เดินทางมาประชุมรวมกันโดยที่ไม่ได้นัดหมายกันมาก่อน เหล่าพระอรหันตสาวกทั้งหลายเหล่านั้น ล้วนเป็นผู้ทรงอภิญญา ๖ พระอรหันตสาวกทั้งหลายเหล่านั้น ล้วนเป็นเอหิภิกขุอุปสัมปทา คือเป็นพระอรหันต์ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประทานการบวชให้ เมื่อพระอรหันตสาวกทั้งหลายเหล่านั้นมาประชุมรวมกันแล้ว พระองค์จึงทรงประทานโอวาท ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของพระพุทธศาสนา เพื่อใช้เป็นนโยบายและหลักปฏิบัติสำคัญในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาแก่ท่านสาวกทั้งหลายเหล่านั้น โอวาทที่พระองค์ทรงประทานแก่พระอรหันตสาวกทั้งหลายเหล่านั้น มีชื่อเรียกว่าโอวาทปาฎิโมกข์ ซึ่งส่วนประกอบสำคัญ ๓ ส่วนดังนี้คือ ส่วนที่ ๑ เป็นอุดมการณ์ของพระพุทธศาสนา มี ๓ ประการคือ ขนฺตี ปรมํ ตโป ตีติกฺขา ความอดทนคือความอดกลั้นเป็นตบะอย่างยิ่ง นิพฺพานํ ปรมํ วทนฺติ พุทฺธา พระพุทธเจ้าทั้งหลายกล่าวพระนิพพานว่าเป็นเยี่ยม นหิปพฺพชิโต ปรูปฆาตี สมโณ โหติ ปรํ วิเหฐยนฺโต บรรพชิตผู้ฆ่าสัตว์อื่น เบียดเบียนสัตว์อื่น ไม่ชื่อว่าสมณะเลย ในส่วนที่ ๒ เป็นหลักการสำคัญของพระพุทธศาสนา มี ๓ ประการคือ สพฺพปาปสฺส อกรณํ การไม่ทำบาปทั้งปวง กุสลสฺสูปสมฺปทา การบำเพ็ญกุศลให้ถึงพร้อม สจิตฺตปริโยทปนํ การทำจิตของตนให้ผ่องใส และในส่วนสุดท้าย ในส่วนที่ ๓ เป็นวิธีการหรือคุณสมบัติของผู้เผยแผ่พระพุทธศาสนา มี ๖ ประการคือ อนูปวาโท การไม่ว่าใคร อนูปฆาโต การไม่ทำร้ายล้างผลาญใคร ปาติโมกฺเข จ สํวโร ความสำรวมระวังในพระปาฏิโมกข์ มตฺตญฺญุตา จ ภตฺตสฺมึ การเป็นผู้รู้จักประมาณในภัตตาหาร ปนฺตญฺจ สยนาสนํ การอยู่ในที่นั่งที่นอนอันสงัด อธิจิตเต จ อาโยโค การประกอบความเพียรในอธิจิต ซึ่งโอวาทปาฏิโมกข์ทั้งหมดนี้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์ทรงตรัสสอนเอาไว้เหมือนกันหมด และในวันนี้หลวงพี่ก็เลยจะขอยกคุณธรรมในเรื่องของความอดทนของคุณยายขึ้นมากล่าวพอเป็นสังเขป เพื่อให้ลูกหลานของคุณยายได้ใช้เป็นแบบอย่างในการประพฤติปฏิบัติ เพราะในเรื่องของความอดทนนี้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสยกย่องเอาไว้ว่าเว้นปัญญาแล้ว เราสรรเสริญว่าขันติเป็นคุณธรรมอย่างยิ่ง ในเรื่องความอดทนนี้ คุณยายของพวกเรา ท่านได้เป็นแบบอย่างของเรื่องความอดทนได้อย่างยอดเยี่ยมเลย คือคุณยายท่านเกิดในครอบครัวของชาวนา ในตอนเล็ก ๆ ท่านก็ได้ช่วยคุณพ่อคุณแม่ของท่านทำนา ตอนเช้าท่านจะตื่นตั้งแต่ตี ๔ เพื่อต้อนควายออกไปเลี้ยงยังท้องนา ส่วนในตอนเย็น พอได้เวลาแล้วท่านก็ได้ต้อนควายกลับเข้าคอก แต่คุณยายท่านไม่เคยท้อแท้กับความลำบากในการเกิดมาเป็นลูกของชาวนาเลย และเมื่อตอนที่คุณพ่อของท่านได้เสียชีวิตลง คุณยายท่านตั้งความปรารถนาว่าจะตามหาคุณพ่อเพื่อขอขมา จนท่านได้ทราบว่าพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำสามารถสอนคนให้เข้าถึงธรรมกายได้ และเมื่อสอนคนเข้าถึงธรรมกายแล้ว ก็สามารถที่จะไปตามหา เมื่อเข้าถึงธรรมกายแล้วก็สามารถที่จะไปนรก ไปสวรรค์ ไปนิพพาน ไปตามหาพ่อแม่ญาติพี่น้องซึ่งเสียชีวิตไปแล้วได้ คุณยายท่านทราบข่าวนี้แล้วท่านก็ดีใจมาก ในเวลาต่อมาท่านก็ได้ลาคุณแม่ของท่านเข้ามายังกรุงเทพฯ และสืบทราบว่าที่บ้านของคุณนายเลี๊ยบ ได้ไปทำบุญที่วัดปากน้ำเป็นประจำ คุณยายท่านก็เลยไปสมัครเป็นคนรับใช้อยู่ที่บ้านของคุณนายเลี๊ยบ เมื่อท่านได้เข้าไปอยู่ในบ้านหลังนี้แล้ว คุณยายท่านก็ยอมตน รับใช้ทุกสิ่งทุกอย่าง จนกระทั่งเจ้าของบ้านให้ความรัก ความเมตตา ให้ความไว้วางใจโดยการมอบกุญแจกำปั่นให้คุณยายได้เก็บดูแลรักษา ต่อมาคุณนายเลี๊ยบได้เชิญคุณยายทองสุข ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของหลวงพ่อวัดปากน้ำ มาสอนธรรมปฏิบัติที่บ้าน คุณยายท่านเห็นคุณยายทองสุขมาที่บ้านหลังนี้ก็เกิดความดีใจ แต่ด้วยเหตุที่ว่าในฐานะของท่านตอนนั้นยังเป็นคนรับใช้อยู่ คุณยายท่านก็เลยเห็นว่าการจะไปนั่งปฏิบัติธรรมกับเจ้านายเป็นที่ไม่เหมาะไม่ควร คุณยายท่านก็เลยหาเวลาที่จะปรนนิบัติคุณยายทองสุข เพื่อให้คุณยายทองสุขได้เกิดความเมตตา โดยคุณยายต้องแบ่งเวลาดูแลคุณยายทองสุข นอกเหนือจากงานประจำที่ทำอยู่เดิมแล้ว ทำให้คุณยายมีงานที่หนักเพิ่มขึ้น แต่คุณยายไม่เคยปริปากบ่นอะไรเลย อดทนทำด้วยความยิ้มแย้มแจ่มใส และในตอนที่ท่านเข้าไปอยู่ที่วัดปากน้ำใหม่ ๆ ข้าวของเครื่องใช้ท่านล้วนได้แต่สิ่งของเครื่องใช้ที่เก่า ขาด พัง ซึ่งเขาทิ้งเอาไว้แล้ว อย่าง เช่น มุ้ง คุณยายท่านก็ได้มุ้งเก่า ๆ ขาด ๆ มีกลิ่นเหม็น แต่ท่านก็รับเอามาทำความสะอาด เสร็จแล้วท่านก็ปะเย็บอย่างดี โดยท่านไม่ได้ปริปากบ่นอะไรเลย เตียงที่ท่านได้รับก็เป็นเตียงขาหัก อยู่ในสภาพที่พังแล้ว มีกลิ่นเหม็น ตัวเรือดก็เยอะ แต่คุณยายท่านก็นำมาซ่อมแซมอย่างดี ทำความสะอาด ปัดกวาดเช็ดถู ท่านไม่เคยบ่นไม่เคยว่า หรือไม่เคยน้อยใจกับสิ่งของที่ท่านได้รับเลย นี่จะเห็นว่าคุณยายท่านอดทนต่อความลำบากได้อย่างยอดเยี่ยม ส่วนในเรื่องของความเจ็บไข้ได้ป่วย ยามที่ท่านประสบกับทุกขเวทนา โรคภัยไข้เจ็บรุมเร้าท่าน คุณยายท่านไม่เคยท้อเลย อย่างเช่นตอนที่ท่านเข้าไปอยู่ในวัดปากน้ำใหม่ ๆ ท่านเกิดล้มป่วยลงในสัปดาห์แรก ธรรมะที่ท่านเข้าถึงได้เลือนหายไป แต่คุณยายท่านไม่เคยหวั่นไหว ท่านยังมีความเชื่อมั่นว่าธรรมะที่ท่านเข้าถึงนั้นยังอยู่กับท่านเสมอ หรือตอนที่ท่านมาสร้างวัดพระธรรมกายให้กับพวกเราได้ใช้สร้างบารมีกันอยู่ทุกวันนี้ ท่านก็ล้มป่วยหนักเป็นโรคขาดสารอาหาร จนกระทั่งหมอต้องสั่งให้ท่านพักการทำงาน แต่คุณยายเมื่อหายป่วยแล้ว ท่านก็ลุยสร้างวัดของท่านเรื่อยไป ในเรื่องของความทุกขเวทนาที่ท่านได้รับนี้ จะมีอีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องที่ท่านได้เตียงเก่า ๆ ที่มีตัวเรือดเยอะมา แม้ท่านจะทำความสะอาดอย่างดีแล้ว แต่ตัวเรือดก็เยอะ ตัวเรือดมันตัวเล็ก ก็ยังซ่อนอยู่ตามซอกเล็ก ๆ ของเตียงอยู่ พอตกกลางคืน คุณยายท่านกำลังหลับ ๆ อยู่ ตัวเรือดก็ออกมากัดท่าน กัดทีหนึ่ง คุณยายก็สะดุ้งตื่นทีหนึ่ง หลับ ๆ ตื่น ๆ อยู่อย่างนี้ทั้งคืน แต่คุณยายท่านก็ไม่ได้หงุดหงิด ท่านหากระโถนมา พอตัวเรือดกัด ท่านก็เก็บตัวเรือดใส่กระโถน พอตอนเช้าก็นำไปทิ้ง เก็บและปล่อยอยู่อย่างนี้ จนกระทั่งตัวเรือดหมดไปจากเตียงของท่าน ท่านก็ไม่เคยมีความหงุดหงิดหรือท้อแท้กับความเจ็บไข้ได้ป่วย หรือทุกขเวทนาเลย ในเรื่องของการกระทบกระทั่ง คุณยายท่านก็มีความอดทนเป็นอย่างสูง ไม่ว่าใครจะมาแสดงกิริยามารยาทที่ไม่งาม หรือใช้คำที่ไม่สุภาพกับท่าน ท่านก็อดทน อย่างเช่นตอนที่ท่านเข้าไปอยู่ที่วัดปากน้ำใหม่ ๆ รูปร่างของท่านผอมบาง ผมยาว ตาลึก เนื้อตัวสะพรั่งไปด้วยเส้นเอ็น จนใคร ๆ เห็นท่านก็ตั้งแง่รังเกียจว่าท่านเป็นโรค พอถึงเวลาอาหาร เขาก็ไม่ยอมให้คุณยายได้ร่วมวงด้วย เวลาตักอาหารให้กับคุณยาย ก็ตักใส่จานสังกะสี แล้วเสือกส่งให้กับคุณยายแบบไม่เต็มใจ คุณยายท่านก็ไม่ได้ว่าอะไร แล้วก็ไม่คิดน้อยใจ ท่านกลับสอนตัวเองอีกว่าไม่ว่าเขาจะให้อาหารท่านด้วยกิริยาอาการอย่างไร หน้าที่ของท่านคือกินอย่างเดียว กินอาหารของพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ เพื่อที่จะได้มีแรงในการปฏิบัติธรรม หรือแม้บางครั้งมีคนมาว่าร้ายคุณยายด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย คุณยายท่านก็ตอบออกไปประโยคหนึ่งว่า หน้าที่เธอ เธอด่าไป เธอด่าฉันไปเถอะ ฉันจะเข้าที่ฟัง เธอด่าฉันสบายใจแล้ว เธอจะได้กลับไป เสร็จแล้วคุณยายก็ไม่ได้ตอบโต้อะไร ท่านก็นั่งเข้าที่ของท่านนิ่งเรื่อยไป จนกระทั่งคนที่ด่าท่านต้องถอยกลับไปเอง หรือแม้แต่ความอดทนต่อกิเลสที่มายั่วเย้า มากระทบอารมณ์ของท่าน ท่านก็สามารถที่จะอดทนได้ อย่างเช่นตอนที่ท่านเข้าไปทำวิชชากับพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำในโรงงานทำวิชชา ท่านเห็นเพื่อน ๆ ของท่านได้มาลาพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำออกไปข้างนอก แต่สำหรับตัวท่านเองแล้ว หลวงพ่อวัดปากน้ำท่านไม่อนุญาตให้ออกไปไหน แต่บางครั้งคุณยายก็อยากออกไปเที่ยวที่ฝั่งพระนครบ้าง ก็เลยมาขออนุญาตหลวงพ่อวัดปากน้ำ พระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำท่านก็ถามว่าจะออกไปไหน คุณยายท่านก็ไม่ได้เตรียมตัวมา ท่านก็บอกว่าจะออกไปกินขนม พระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำท่านก็เลยบอกว่าเดี๋ยวจะหามาให้ คุณยายท่านก็เลยคิดอุบายใหม่ บอกว่าอยากจะออกไปกินทุเรียน พระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำท่านก็บอกว่าให้นึกทุเรียนตรงกลางท้อง มันก็เป็นเรื่องแปลก เพียงแค่ท่านนึกอยู่ตรงกลางท้อง ในวันต่อมาก็มีคนนำทุเรียนมาถวายที่วัด คุณยายท่านก็เลยตัดใจไม่ยอมออกไปไหนอีกเลย จะเห็นว่าคุณยายของพวกเรานี่ ท่านอดทนมาตลอด อดทนในทุก ๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นอดทนต่อความลำบาก อดทนต่อการเจ็บไข้ได้ป่วย อดทนต่อการกระทบกระทั่ง หรือแม้แต่อดทนต่อกิเลสที่มากระทบใจของท่าน คุณยายท่านก็อดทนทุกอย่าง ซึ่งตรงนี้พวกเราจะเห็นว่าสิ่งที่คน ๆ หนึ่งจะอดทนได้แทบทุกเรื่องนี่ เป็นไปได้ยาก แต่คุณยายท่านก็ทำให้พวกเราเห็นแล้ว ซึ่งในวันพรุ่งนี้นี่ เป็นวันมาฆบูชา นอกจากจะเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาแล้ว ยังเป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่งของวัดพระธรรมกาย ซึ่งวัดพระธรรมกายของพวกเราจะมีอายุครบ ๓๑ ปี ตลอดระยะเวลา ๓๑ ปีที่ผ่านมา คุณยายท่านอดทนและเสียสละเป็นอย่างมากกับการสร้างวัด ท่านยอมลำบากทุกสิ่งทุกอย่าง เพื่อให้พวกเราได้ใช้ ให้พวกเราได้มีสถานที่ไว้ใช้ปฏิบัติธรรม เพราะในวันพรุ่งนี้ทางวัดของพวกเรา จะจัดทอดผ้าป่าเพื่อสร้างมหารัตนสุวรรณภูษา บูชาแด่คุณยาย ในโอกาสนี้หลวงพี่ก็เลยอยากให้พวกเรานี่ น้อมรำลึกนึกถึงพระคุณของคุณยายที่ท่านได้อุตส่าห์สู้ทนลำบากให้กับพวกเรามาตลอดระยะเวลา ๓๑ ปี ด้วยการถือโอกาสนี้ตอบแทนพระคุณของท่าน ด้วยการเป็นประธานกองผ้าป่าสร้างมหารัตนสุวรรณภูษา บูชาธรรมแด่คุณยายของพวกเรา สำหรับใครที่ยังไม่ได้ทำ หรือใครที่มาใหม่ในวันนี้ ยังไม่ทราบในรายละเอียด เดี๋ยวพอเสร็จพิธีกรรมตรงนี้แล้ว หลวงพี่ขอให้พวกเรานี่ได้ติดต่อสอบถามจากเจ้าหน้าที่ของทางวัด ซึ่งได้จัดโต๊ะอยู่ทางด้านหลังของสภา เอาล่ะ สำหรับวันนี้เดี๋ยวพวกเราตั้งใจปฏิบัติธรรม บูชาธรรมกับคุณยายกันนะ เราก็ปล่อยใจของเรานิ่ง ๆ ลงไปตรงกลางความสบาย ให้ทำความรู้สึกเหมือนกับว่าตรงศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ เหนือสะดือขึ้นมา ๒ นิ้วมือของพวกเรา มีคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ท่านปรากฏชัดใส สว่าง อยู่ตรงกลาง เราก็ปล่อยใจของเรานิ่ง ๆ ลงไปตรงกลาง ให้พวกเราน้อมรำลึกนึกถึงพระคุณของคุณยาย ที่ท่านได้เสียสละความสุขของท่าน ทำให้พวกเราได้มีสถานที่ไว้ใช้ประพฤติปฏิบัติธรรม ได้เอาไว้ใช้สร้างบารมี ให้เรานึกถึงคุณธรรมของท่าน น้อมมาไว้ในใจของเรา เราจะได้มีกำลังใจในการสร้างบารมีตามอย่างท่านไป ให้เรานึกน้อมพระคุณของท่านไปเรื่อย ๆ นะ *********************************** จบ ***********************************