ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

ดวงจันทร์ในดวงใจ

คุณยายอาจารย์ · เทศน์งานยาย

ขอนอบน้อมแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ กราบแทบเท้าพระเดชพระคุณหลวงพ่อที่เคารพอย่างสูง กราบคารวะพระเถรานุเถระผู้มีพรรษาการแก่กว่ากระผม สวัสดีเพื่อนสหธรรมิกทุกรูป เจริญพรสามเณร อุบาสก อุบาสิกา เหล่ายอดกัลยาณมิตรผู้นำบุญทุก ๆ ท่าน วันนี้เป็นวันขึ้น ๑๕ ค่ำเดือนยี่ เป็นวันที่พระภิกษุสงฆ์ชำระศีลให้บริสุทธิ์ด้วยการร่วมกันฟังพระปาฏิโมกข์ ที่เราเรียกกันว่าวันพระ และยังเป็นวันที่เหล่าพุทธบริษัท อุบาสก อุบาสิกา จะรวมใจกันเข้าวัด อาราธนาศีล ฟังธรรม ที่เรียกกันว่าวันอุโบสถ หรือวันธรรมสวนะ และในวันนี้ ณ บ้านแก้วเรือนทองของคุณยาย เหล่ากัลยาณมิตรสาธุชนทุกท่าน ลูกหลานคุณยายทุก ๆ ท่าน ได้มีจิตเป็นหนึ่งเดียวกันตั้งใจมาบำเพ็ญกุศล มาประพฤติปฏิบัติธรรมเพื่อถวายบูชาธรรมแด่คุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ผู้เป็นปูชนียบุคคลที่เคารพรักของพวกเราทุก ๆ คน หลายท่านอาจทราบแล้วว่าวัดพระธรรมกายของเรานี้มีศูนย์สาขาอยู่ทั่วโลก หลายทวีป หมายถึงที่เหล่าศิษยานุศิษย์ลูกหลานคุณยายได้พร้อมใจกันประพฤติปฏิบัติธรรม บูชาธรรมแด่คุณยาย ลูกหลานของคุณยายทุกท่านที่อยู่ในต่างแดนก็พร้อมใจกันปฏิบัติบูชา เหมือนอย่างที่พวกเราได้ทำกันอย่างนี้ หลวงพี่อยากจะขอเล่าถึงประสบการณ์ที่พิเศษ แล้วก็ยังไม่เคยเล่าที่ใดมาก่อนให้กับเหล่ากัลยาณมิตรลูกหลานยายทุก ๆ ท่านฟัง เรื่องนี้สืบเนื่องมาจากการที่มีเหล่าพุทธบริษัทต่างนิกายคือ นิกายวัชรญาณธิเบตซึ่งเป็นผู้ที่มีความศรัทธาในหมู่คณะของพวกเรา อันที่จริงท่านยังไม่ใช่ลูกศิษย์ของคุณยาย แต่จากการที่ได้มาร่วมงานฉลองมหาธรรมกายเจดีย์ในวันที่ ๒๒ เมษายนปีที่แล้ว ความประทับใจ ความศรัทธาที่มีต่อหมู่คณะ ต่อพระเดชพระคุณหลวงพ่อ ต่อคุณยายท่วมท้นเต็มหัวใจของหมู่คณะนั้น หมู่คณะที่ว่านี้ก็คือท่านลามะ กังเชน และคณะศิษยานุศิษย์ของท่านลามะ กังเชน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวยุโรป ได้ปรารภเหตุว่าอยากจะปฏิบัติบูชาแด่คุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ของพวกเรา โดยตั้งใจที่จะสวดมนต์อธิษฐานจิต ทำสมาธิเจริญภาวนา และตั้งใจที่จะน้อมเอาบุญกุศลที่เกิดขึ้นนี้ ถวายแด่คุณยายที่บริเวณบรมพุทโธ ประเทศอินโดนีเซีย ในวันที่ ๙ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๔๓ ประมาณ ๑ เดือนที่แล้ว หลวงพี่เองได้เป็นตัวแทนของหมู่คณะพวกเราไปร่วมงานครั้งนั้นด้วย เวลาที่ประกอบพิธีกรรมก็ใกล้เคียงกับในเมืองไทย ก็คือประมาณ ๖ โมงครึ่ง ท่านลามะ กังเชน และคณะศิษยานุศิษย์ ก็ให้เกียรติกับคณะสงฆ์จากวัดพระธรรมกาย โดยให้เราอยู่แถวหน้าสุด แล้วก็มีอุบาสกท่านหนึ่งซึ่งไปพร้อมกับคณะสงฆ์จำนวน ๕ รูปจากวัดพระธรรมกายเรา คืออุบาสกภัค ได้อาราธนารูปของคุณยาย เป็นรูปเดียวกับที่อยู่ตรงหน้าของกัลยาณมิตรทุก ๆ ท่านในขณะนี้ โดยมีป้าย ๒ ป้ายอยู่ข้างหน้าสุด ป้ายแรกเป็นป้ายสีเหลืองอักษรภาษาอังกฤษชัดเจนเลยว่า พิธีกรรมนี้ทำเพื่อที่จะปฏิบัติธรรมบูชาธรรมแด่คุณยายของเรา และอีกป้ายหนึ่งบอกว่าเป็นพิธีสวดมนต์อธิษฐานจิตเพื่อสันติภาพของโลก ของท่านลามะ กังเชน รูปของคุณยายได้ถูกอัญเชิญไปพร้อมกับคณะ ซึ่งนำโดยพระภิกษุจากวัดพระธรรมกาย ๕ รูป จากนั้นก็เป็นท่านลามะ กังเชน และพระลามะอีกสองสามรูป แล้วก็เป็นสาธุชน ลูกศิษย์ของท่านลามะ กังเชน จำนวนถึง ๗๐ กว่าคน อาตมภาพจำภาพนั้นได้ดี ในขณะที่เรากำลังจะเคลื่อนขบวนออกไป ฝนก็ตกมาพรำ ๆ ปกติฝนอาจจะนำมาซึ่งความเฉอะแฉะรำคาญกายของเรา แต่ว่าวันนั้นฝนที่ตกมาเกิดความชุ่มฉ่ำ ในใจเกิดความปีติอย่างบอกไม่ถูกทีเดียว หลวงพี่เองวันนั้นมีความปรารถนา ความตั้งใจอย่างยิ่งเลยว่าในวันนั้นเราจะปฏิบัติบูชาให้กับคุณยายให้ดีที่สุด ในฐานะที่เราเป็นตัวแทนไปถึงเจดีย์อันศักดิ์สิทธิ์ คือบรมพุทโธ ก็ตั้งใจสวดเจริญพระพุทธมนต์จากการที่ท่านลามะ กังเชน ท่านเชื้อเชิญ เราสวดบทอิติปิโส ภควา ในระหว่างที่เราสวดมนต์และเดินเวียนประทักษิณรอบถนน รอบเนินของบรมพุทโธ ละอองฝนตกลงมาพรำ ๆ เบา ๆ ยังความเย็นกายเย็นใจให้บังเกิดขึ้น จากนั้นก็เดินไปถึงเนินที่ประกอบพิธีกรรม บริเวณเชิงด้านหน้าของบรมพุทโธตรงนั้น ตอนนั้นฝนหยุดตกพักหนึ่งทีเดียว ท่านลามะ กังเชนก็บอกว่าขอให้อุบาสกภัค อัญเชิญรูปคุณยายมาตั้งไว้ที่เชิงเจดีย์ เสร็จแล้วก็มีการจุดเทียน รอบบรมพุทโธ ซึ่งมีเนื้อที่ที่กว้างใหญ่พอสมควร ใหญ่ขนาดไหน พวกเรานึกถึงภาพมหาธรรมกายเจดีย์ บรมพุทโธมีขนาดใกล้เคียงกันมาก ท่านลามะ กังเชนกับลูกศิษย์รายล้อมอยู่รอบบรมพุทโธ แล้วก็ให้หมู่คณะของพวกเรา มีพระภิกษุสงฆ์ถึง ๕ รูปด้วยกัน ขึ้นไปสวดอภิธรรมเหมือนอย่างที่ท่านทั้งหลายได้ฟังเมื่อสักครู่นะ เป็นเวลาก่อนทุ่มหนึ่ง ใกล้เคียงกับเรามากเลย แล้วหลังจากนั้น ท่านลามะ กังเชนก็นำสาธุชนของท่านสวดมนต์เป็นภาษาธิเบต หลายบทหลายตอนทีเดียว ไพเราะ น่าฟังมาก เนื้อหาใจความก็เป็นการบูชาพระรัตนตรัย ความศรัทธาที่มั่นคงต่อพระรัตนตรัย แล้วก็อุทิศส่วนกุศล บูชาคุณยายของพวกเรา สิ่งที่อาตมภาพได้กล่าวมานี้ได้บังเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ไป ๑ เดือน ซึ่งเป็นเวลาที่เราได้ร่วมบำเพ็ญกุศล ปฏิบัติบูชา บูชาธรรมแด่คุณยายของพวกเรา ในวันรุ่งขึ้น คือวันที่ ๑๐ ธันวาคม ก็เป็นสิ่งที่ประทับใจต่อพวกเราหมู่คณะ จากวัดพระธรรมกายที่ไป คือเราตื่นกันแต่เช้า หมู่คณะของท่านลามะ กังเชน ก็มารออยู่ที่สนามหญ้า บริเวณที่จะเดินเข้าไปสู่บรมพุทโธ ตี ๕ ครึ่ง เริ่มสว่างรำไร คณะของพวกเราก็เดินเข้าไป ปรากฏว่าท่านลามะ กังเชน วันนี้มาแปลก คือเมื่อท่านเห็นหมู่คณะของเรา อัญเชิญรูปของคุณยายมาด้วย ขนาดก็ย่อม ๆ ถือไว้ที่ตรงหน้าตัก พอดี ๆ ประมาณนั้น พอเห็นรูปคุณยาย ท่านลามะ กังเชนบอกว่าขอฉันถือเอง พูดเป็นภาษาอังกฤษ ขอฉันถือเอง อุบาสกภัค พอเห็นเข้า ได้ยินเข้า ก็หันหน้ามามองหลวงพี่ไวโรจน์ วิโรจโน ที่นำสวดเมื่อสักครู่ หลวงพี่วิโรก็พยักหน้าไม่เป็นไร ไม่เป็นไร ท่านลามะ กังเชนก็นำรูปยายถือไว้ที่ระดับหน้าอกของท่านแล้วก็เดินเวียนประทักษิณ ๑ รอบก่อนที่จะเดินขึ้นไปบนบรมพุทโธ หลวงพี่ขอเล่าให้ฟังเกี่ยวกับโครงสร้างของบรมพุทโธ คร่าว ๆ เล็กน้อยนะจ๊ะ คือว่าบรมพุทโธมีอยู่ทั้งหมดด้วยกัน ๑๐ ชั้น ชั้นที่ ๑ ถึงชั้นที่ ๖ จะเป็นทรงสี่เหลี่ยม แล้วก็แต่ละชั้นจากชั้นฐานที่กว้างที่สุด จนกระทั่งถึงชั้นบนที่เล็กสุด ลดหลั่นกันไปแต่ละชั้นก็มีราวระเบียง มีทางเดิน มีผนังศิลา ซึ่งทำจากหินอัคนี แล้วก็มีการแกะสลักเป็นชาดกบริเวณรอบ ๆ นั้นด้วย ผู้คนที่ไปที่บรมพุทโธ ก็ได้อาศัยจังหวะเวลาที่มีอยู่นี้ เดินดูชาดก เดินดูเรื่องราวในพระสูตรต่าง ๆ ที่จารึกเอาไว้รอบผนังของบรมพุทโธชั้น ๑ ถึงชั้น ๖ นั่นแหละ กล่าวกันว่าถ้าเดินดูชาดกทุกเรื่อง พระสูตรทุกตอน ตั้งแต่ต้นจนจบ บุคคลคนหนึ่ง จะต้องเดินเป็นระยะทางถึง ๕ กิโล ยาวมาก ๆ เป็นชาดกที่พวกเรานึกกันดูแล้วกันว่าเมื่อสมัยพันสามร้อยกว่าปีตอนที่สร้างบรมพุทโธ จะต้องใช้แรงงานคน ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องมีศรัทธาปสาทะเลื่อมใสในพระรัตนตรัย พันสามร้อยกว่าปีเอาหินอัคนี หินที่เกิดจากภูเขาไฟระเบิด เอามาแกะสลักเป็นรูปของบุคคลในชาดกต่าง ๆ พระสูตรต่าง ๆ ในวันนั้น วันที่ ๑๐ ท่านลามะ กังเชน พอเริ่มสาง ๆ หน่อยประมาณสัก ๖ โมงเศษ ท่านเดินไปสวดมนต์ไป สองมือถือรูปของคุณยายของพวกเราเดินเวียนประทักษิณรอบแรก แล้วก็ขึ้นไปที่เชิงสี่เหลี่ยมชั้นที่ ๑ เวียนประทักษิณ รอบที่ ๒ แล้วก็ขึ้นไปชั้นที่ ๒ เวียนรอบที่ ๓ ขึ้นไปเรื่อย ๆ อย่างนี้ จนกระทั่งถึงชั้นที่ ๖ ก็เป็นระยะทางที่ไกลใช้เวลานานเกือบ ๆ ๒ ชั่วโมงนะ ระหว่างนั้นท่านก็สวดมนต์แล้วก็ มีการทำสมาธิหยุดเป็นระยะด้วย อุบาสกของเราเห็นท่านมีอายุมากแล้วสุขภาพคงจะไม่แข็งแรงทีเดียวนัก เดินไม่ค่อยจะสะดวก ก็เลยบอกท่านลามะ กังเชน ว่าจะขอถือรูปคุณยายแทน ท่านลามะ กังเชนกลับบอกว่าไม่ต้อง ไม่ต้อง ท่านจะถือเองแล้วก็เดินถือขึ้นไป จนกระทั่งชั้นที่ ๑๐ ชั้นที่ ๗ ถึงชั้นที่ ๑๐ นี่ สี่ชั้นสุดท้ายซึ่งจะเป็นทรงกลมนะ ชั้นที่ ๑ ถึงชั้นที่ ๖ เป็นทรงสี่เหลี่ยม แล้วก็ชั้นที่ ๗ ถึงชั้นที่ ๑๐ จะเป็นทรงกลม ถ้าใครนึกภาพไม่ออกก็อาจจะหันกลับไปมอง หรือนึกอยู่ในกลางท้องก็ได้เป็นรูปมหาธรรมกายเจดีย์ ชั้นที่ ๗ ถึงชั้นที่ ๑๐ นี่ มีรูปทรงคล้ายกับมหาธรรมกายเจดีย์ของพวกเรามากทีเดียว แล้วก็มีเจดีย์องค์เล็กรายล้อมในแต่ละชั้นซึ่งข้างในมีองค์พระประดิษฐานอยู่ เป็นเจดีย์ขนาดประมาณ ๓.๕ เมตร คูณ ๓.๗ เมตร เจดีย์ที่อยู่รอบ ๆ ๗๑ องค์ แล้วก็องค์กลาง องค์ใหญ่อีก ๑ องค์ ในเจดีย์แต่ละองค์จะมีพระพุทธรูปในท่านั่ง นั่งสมาธิ ท่านลามะ กังเชนบอกกับหลวงพี่ว่า ๔ ชั้นสุดท้ายคือรูปจำลองของพระนิพพาน แล้วก็ได้อ่านจากในหนังสือว่าชั้นที่ ๑ ชั้นที่ ๖ ก็คือกามภพ รูปภพ และอรูปภพนั้นเอง จากนั้น จากที่พวกเราเดินกันขึ้นไปจนกระทั่งถึงชั้นที่ ๗ ก็ได้น้อมเอารูปของคุณยายอาราธนาท่านวางไว้ที่เชิงนิพพาน เชิงเจดีย์ตรงนั้น แล้วก็มีการสวดมนต์ มีการปฏิบัติธรรมกัน จำได้ว่าตอนนั้นเราก็สวดมนต์กันอีกช่วงหนึ่ง เพื่อบูชาธรรมแด่คุณยาย กล่าวถึงบรมพุทโธแล้ว คนส่วนใหญ่ที่ไปมีวัตถุประสงค์เพื่อการท่องเที่ยว มีหลายคนที่ตั้งใจไปศึกษาดูเรื่องของธรณีวิทยา มีหลายคนที่ไปเพื่อต้องการที่จะดูเรื่องของสถาปัตยกรรมการออกแบบ หลายคนที่มีความรู้ทางศิลปะ ก็ตั้งใจที่จะไปดูภาพฝาผนัง เรื่องราวในชาดกบ้าง ในพระสูตร แต่จากปากคำของท่านลามะ กังเชน ท่านมาปฏิบัติธรรมที่นั่นอย่างต่อเนื่องถึง ๑๒ ปี แล้วก็ปีนี้นอกจากจะได้ปฏิบัติธรรมตามปกติของท่านแล้ว ยังได้น้อมนำเอาบุญกุศลนี้ถวายบูชาธรรมแด่คุณยายของพวกเราด้วย ก่อนที่จะจากหมู่คณะของท่านลามะ กังเชน ท่านก็บอกมาว่าวันมาฆบูชาในปีนี้นี่ท่านจะมาที่วัดพระธรรมกายอีกครั้งหนึ่ง ลูกศิษย์ของท่านจะมาหรือไม่มาก็ตาม ท่านมาแน่นอน ท่านบอกอย่างนั้นนะ จากเรื่องของบรมพุทโธนี้ หลวงพี่คิดว่าหลายสิ่งหลายอย่างเป็นข้อคิดของหมู่คณะพวกเราที่ได้อุทิศแรงกายแรงใจทุ่มเทเพื่อที่จะสร้างมหาธรรมกายเจดีย์ตลอด ๖-๗ ปีที่ผ่านมานี้ มหาธรรมกายเจดีย์สำเร็จลงแล้ว หลวงพี่และหมู่คณะทุกคนที่ไปมีความรู้สึกว่าบรมพุทโธกับมหาธรรมกายเจดีย์มีความคล้ายคลึงกันหลายส่วน การที่เจดีย์ของเราสร้างขึ้นด้วยวัสดุที่เลือกสรรพิเศษ ตั้งแต่ใต้ดินจนกระทั่งบนฟ้า ตั้งแต่ฐานรากจนกระทั่งถึงยอดโดม วัสดุทุกชิ้น การออกแบบ สถาปัตยกรรมทุกอย่างพิถีพิถัน แล้วก็ต้องการให้คงทนอยู่ถึงพันปีขึ้นไป จากการที่ได้ไปถึงบรมพุทโธนี่ได้เห็นว่าพันสองร้อย เกือบพันสามร้อยปี ที่บรมพุทโธสร้างเสร็จ แม้ว่าจะผ่านกาลระยะเวลามาเนิ่นนานพันกว่าปี แต่ว่าบรมพุทโธ เจดีย์ที่ศักดิ์สิทธิ์ของมนุษยชาติยาวนานกว่า พันสามร้อยกว่าปีนี่ ก็ยังคงอยู่ชั่วลูกชั่วหลาน ถึงแม้ว่าในระยะที่ผ่านมาจะมีกษัตริย์ที่มี นับถือศาสนาอื่น หรือว่าถูกผู้ก่อการร้ายทำลายไปบ้าง แต่ว่าองค์ของเจดีย์ เนื้อหาของเจดีย์ ที่ยิ่งไปกว่านั้นคือพลังของเจดีย์ก็ยังคงอยู่ สิ่งนี้แหละที่หมู่คณะทั้งพระภิกษุ และอุบาสกที่ไปสัมผัสได้ถึงพลังของเจดีย์ พลังของผู้ที่ปฏิบัติธรรมจนเข้าถึงธรรมะ แล้วจำลองเอาพระนิพพานออกมาให้ชาวโลกได้เห็น ให้ชาวโลกได้สักการบูชา สิ่งนี้หลวงพี่อยากจะขออนุโมทนาบุญกับผู้ที่ได้ทุ่มเทชีวิตจิตใจได้ร่วมใจกันสร้างมหาธรรมกายเจดีย์ คือเหล่ากัลยาณมิตรผู้นำบุญทุกๆ คนในที่นี้ ขออนุโมทนาบุญนะ ประสบการณ์ที่หลวงพี่มีต่อคุณยายของพวกเรา ลูกหลานคุณยายทุกท่านคงจะมีประสบการณ์ที่ดี ๆ นำมาเล่าสู่กันฟัง หลวงพี่มีประสบการณ์โดยตรง คือเมื่อประมาณ ๑๐ กว่าปีที่แล้ว อันนี้ก็เกี่ยวกับเรื่องของต่างชาติเช่นเดียวกันนะ ประมาณ ๑๑ ปีที่แล้ว หลวงพี่ได้รับมอบหมายจากพระเดชพระคุณหลวงพ่อ และหมู่คณะให้ไปศึกษาภาษาจีนที่ประเทศไต้หวัน ก็ได้ศึกษาภาษาจีนมาจนกระทั่งพอที่ใช้เทศน์สอนได้ พอที่จะนำ สาธุชนปฏิบัติธรรมเป็นภาษาจีนได้บ้าง แต่ตอนช่วง ๑๐ ปีที่แล้ว ตอนนั้นกลับมาที่วัดพระธรรมกาย แล้วก็มีคณะองค์กรพุทธอยู่คณะหนึ่ง เป็นองค์กรพุทธที่มีความกระตือรือร้นในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาอยู่ในไต้หวัน แต่ว่าองค์กรนี้เป็นองค์กรที่มีแต่ภิกษุณีล้วน ๆ ชื่อว่าวัดเซียงกวง (วัดคันธรังสี) วัดเซียงกวง ที่มีภิกษุณีเป็นเจ้าอาวาส ท่านเคยได้ยินชื่อของวัดพระธรรมกายมานาน ได้เห็นภาพ ได้ยินข่าว ได้ยินเรื่องของการเผยแผ่พระพุทธศาสนาแบบที่ประยุกต์เอาสิ่งที่ดี ๆ ประยุกต์เอาเทคโนโลยีใหม่ๆ แล้วก็วิธีการสอนสมาธิ ทำให้ท่านเกิดความรู้สึก คือคิดในใจว่าอยากจะมาที่วัดพระธรรมกายสักครั้งหนึ่ง เมื่อ ๑๐ ปีก่อน หมู่คณะนี้ก็มาถึงวัดพระธรรมกาย ตอนนั้นหลวงพี่เองก็เป็นล่ามช่วยแปลภาษาจีน พาคณะของภิกษุณีนี้ชมวัด ท่านเจ้าอาวาสอายุประมาณเกือบจะ ๖๐ ปีแล้วตอนนั้น แล้วก็มีผู้ติดตามเป็นภิกษุณีอีก ๔ รูป ตอนนั้นหลวงพี่ภาษาจีนยังไม่ค่อยดีนัก แล้วก็รู้ว่าเราเองเป็นพระภิกษุในเถรวาท ในเถรวาทเราไม่มีการสืบทอด ภิกษุณีสงฆ์อยู่ในพระธรรมวินัยของเรา ก็เลยรู้สึกว่าการที่เราจะปฏิสันถารคณะภิกษุณี น่าจะมีความลำบากอยู่พอสมควรทีเดียว ในใจก็นึกว่าถ้ามีอุบาสิกาที่พูดภาษาจีนได้ก็คงจะดี แต่ตอนนั้นได้รับบุญแล้ว เราก็นำชมวัดเอง พาชมมีอุบาสกช่วยถ่ายรูปอยู่คนหนึ่ง ตั้งแต่โบสถ์วัดพระธรรมกายของเราไล่มาเรื่อย ๆ จากพุทธรัตนะเดินผ่านมาที่ศาลาจาตุมหาราชิกา ธรรมรัตนะก็ใช้ภาษาจีนนำ แปลมาตลอดทาง พอเข้ามาส่วนสังฆรัตนะ ต้องผ่านอาคารปรนิมมิตวสวตี คือที่พักของคุณยายในสมัยโน้น ในระหว่างที่เดินผ่าน ปรากฏว่าสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น คืออยู่ดี ๆ ประตูของอาคารปรนิมมิตวสวตีก็เปิดออก แล้วคุณยายก็เดินออกมา จากตรงนั้น หลวงพี่รู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูกเลยตอนนั้น คุณยายเปิดประตูออกมาแล้วก็ยิ้ม แล้วก็ตั้งใจเดินมาหาหมู่คณะคือคณะภิกษุณีซึ่งหลวงพี่ที่กำลังนำคณะนี่ไปอยู่ เดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มนะ อย่างที่พวกเราเคยได้ยินว่าคุณยายท่านมีปกติทักทายก่อน ยายเดินเข้ามายิ้มแย้มแจ่มใส ภาพนี้ชัดเจน ชัดเจนมากเลย เดินเข้ามาแล้วก็ เข้าไปจับมือภิกษุณีที่เป็นเจ้าอาวาส จับมือเสร็จแล้วก็แสดงอาการต้อนรับอย่างอบอุ่นเหมือนเป็นผู้ที่คุ้นเคยกันมาก่อนทีเดียว ทำความสนิทสนมคุ้นเคยกับภิกษุณีที่เป็นเจ้าอาวาสแล้วก็ ภิกษุณีทุกรูปที่มาทั้งหมดได้สัมผัสมือ ได้จับเนื้อจับตัวคุณยายทุกคนเลย ภาพนี้หลวงพี่ก็ไม่เคยเห็นมาก่อน พอหลวงพี่ตั้งใจจะแปลว่านี่คุณยายท่านเป็นปูชนียาจารย์ของพวกเรา เป็นครูบาอาจารย์ของทุก ๆ คนในวัดพระธรรมกาย ทั้งพระภิกษุ สามเณรทุกรูปด้วย กำลังแปลเป็นภาษาจีน แปลช้านี่ คุณยายไม่รอ คุณยายมีปกติทักทายก่อน คุณยายกล่าวขึ้นว่าทานข้าวหรือยัง เป็นภาษาไทย หลวงพี่คิดว่า แปลดีไหมนี่ คุณยายก็ไม่รอนะ ถามคนโน้นที ทานข้าวหรือยัง ทานข้าวหรือยัง เสร็จแล้วก็หลวงพี่เองไม่ทันแปลคุณยายก็บอกว่าอย่าเพิ่งกลับนะท่าน บอกเขาอย่าเพิ่งกลับ ให้ไปทานข้าวก่อนแล้วค่อยกลับ แล้วอยู่วัดพระธรรมกายนาน ๆ ยายพูดไม่ค่อยเป็นบอกเขาว่า ขอให้ทานข้าวก่อน หลวงพี่เองตอนนั้นก็แปลออกไป พอแปลเสร็จคุณยายก็เดินออกไปจากคณะที่เดินชมวัด พอลับหลังจากคุณยายปุ๊บ ภิกษุณีที่เป็นเจ้าอาวาสอายุประมาณสัก ๖๐ ปี ก็มากล่าวกับหลวงพี่ว่า เข้าใจแล้วว่าทำไมวัดพระธรรมกายถึงใหญ่ ภิกษุณีท่านประทับใจ ไม่เคยเจอคุณยาย ไม่เคยได้ยินเรื่องคุณยายมาก่อน แต่ว่าได้เจอแล้วก็ได้ยินได้ฟังจากที่หลวงพี่แปลเป็นภาษาจีนว่าคุณยายเป็นครูบาอาจารย์ของพระภิกษุสงฆ์ของญาติโยมทุก ๆ คนในวัดพระธรรมกาย เท่านั้นเอง ภิกษุณีอาวุโสรูปนี้ก็สรุปว่าเข้าใจแล้ว ที่ทำไมวัดพระธรรมกายใหญ่ถึงขนาดนี้ นั่นคือเมื่อ ๑๐ ปีที่แล้วนะ วัดพระธรรมกายใหญ่ขนาดนี้เพราะว่ายายเป็นผู้มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล ยายเป็นบัณฑิต แปลเป็นภาษาไทยอย่างนั้นทีเดียว ประสบการณ์นี้หลวงพี่ก็ขอมาถ่ายทอดให้พวกเราได้ระลึกถึงคุณยายว่าท่านเองมีปกติที่ทักทายก่อนและยิ้มแย้มแจ่มใส ภาพนี้อยู่ในใจของพวกเราทุก ๆ คนนะ เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ ก็อดไม่ได้ที่จะพูดถึงวัดพี่วัดน้อง ก็คือวัดฝอกวงซัง ตั้งแต่ ๕ ปี ๖ ปีที่แล้ว ก็ได้มาสถาปนาความสัมพันธ์เป็นวัดพี่วัดน้องกับวัดพระธรรมกายของเรา เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคมที่ผ่านมา ท่านซิงหวินต้าซือเป็นผู้บุกเบิกก่อตั้งแล้วก็เป็นเจ้าอาวาสคนแรกของวัดฝอกวงซัง ได้พาหมู่คณะทั้งพระทั้งฆราวาสมาที่วัดพระธรรมกายของเรา แล้วก็แสดงความเคารพมอบดอกไม้ต่อหน้าของคุณยาย มาสวดมนต์อยู่ตรงนี้เป็นบทมหาเมตตาสูตร ของทางพระพุทธศาสนามหายาน ในวันนั้นเป็นสิ่งที่ดูเหมือนจะทำให้จิตใจของพวกเรารู้สึกซาบซึ้งมาก ท่านมาในนามของวัดพี่วัดน้องแล้วก็ปลีกเวลามา วันนั้นหลวงพี่ได้รับบุญเป็นล่ามแปลอีกเช่นเดียวกัน พระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตชีโวได้ปฏิสันถารท่านต้าซือ จำได้ว่านั่งอยู่ตรงบริเวณที่นั่งของแขกผู้มีเกียรติตรงนี้นะ ของพระอธิการสงฆ์ตรงนี้ แล้วก็ระหว่างที่ท่านฟังการเจริญพระอภิธรรม หลวงพี่ได้ยินท่านกล่าวออกมาคำหนึ่ง ท่านบอกว่าจากการที่ได้เห็นลูกหลานของยายทุก ๆ คนที่ได้ร่วมกันปฏิบัติต่อสรีระของคุณยายด้วยการสร้างบ้านแก้วเรือนทองขึ้นมา แล้วก็ตั้งใจ สร้างสถานที่แห่งนี้ขึ้นมาให้สมเกียรติ ให้สมกับฐานะของครูบาอาจารย์ผู้เป็นที่เคารพศรัทธายิ่งของพวกเรา ท่านซิงเหวินต้าซือท่านบอกว่าต่อไปนี่ลูกหลานยายทุกคนจะเจริญรุ่งเรือง ร่ำรวยเป็นเศรษฐีกันทุก ๆ คนเลย เพราะว่าตามปกติของจีน ลูกหลานที่กตัญญูต่อพ่อแม่ เมื่อพ่อแม่ละโลกไป ได้มารวมกันจัดพิธีศพให้กับพ่อแม่อย่างสมเกียรติสมฐานะ ชาวจีนเชื่อกันว่าครอบครัวนั้นจะเจริญรุ่งเรือง ลูกหลานจะร่ำรวยเป็นเศรษฐีกันทุก ๆ คน ท่านต้าซือท่านกล่าวคำนี้ วันนั้นหลวงพี่เห็นแววตาของพระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตชีโวทอประกายวูบขึ้นมาเลย รู้สึกว่าท่านดีใจ แล้วท่านก็ เข้าใจว่าท่านต้าซือก็เข้าใจเราเช่นเดียวกัน กล่าวไปกล่าวมา ก็เป็นเรื่องของการเป็นล่ามนี่นะจ๊ะ คราวนี้ในท้ายที่สุดก่อนที่พวกเราทุกคนจะได้ปฏิบัติธรรมทำสมาธิเพื่อบูชาธรรมแด่คุณยายของพวกเรา หลวงพี่ก็น้อมเอาพุทธพจน์บทหนึ่งเป็นพุทธพจน์ที่เราได้เคยได้ยินฟังกันมามาก หลายครั้ง เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา พระเดชพระคุณหลวงพ่อก็ได้กล่าวคาถา ๑ บาทในบาลีว่า กิจโฉ มนุสสปฏิลาโภ การกลับได้อัตภาพเป็นมนุษย์เป็นการยาก อีกบทหนึ่ง กิจฉัง สัทธัมมะสะวะนัง การได้ฟังพระสัทธรรมก็เป็นการยาก พวกเราทุก ๆ ท่านลูกหลานยายทุกคนได้เกิดเป็นมนุษย์ได้พบพระพุทธศาสนา เป็นความยากซ้อนยาก แต่ที่ยิ่งขึ้นไปกว่านั้น พวกเราลูกหลานยายทุก ๆ คน ทั้งพระภิกษุสามเณรทุกรูปด้วย ได้ใกล้ชิดได้ยินธรรมะจากปูชนียาจารย์ ได้พบวิชชาธรรมกาย เพราะฉะนั้นการที่เราได้มาปฏิบัติบูชาแด่คุณยายจากคำที่ได้กล่าวเอาไว้ เมื่อตอนที่ท่านยังแข็งแรงอยู่ให้พวกเราทุกคนระลึกถึงยาย ก็ขอให้หมั่นทำบุญ พิธีของยายเป็นพิธีบุญ เพราะฉะนั้นในวันนี้พวกเราทุกคนมารวมกัน ณ ที่นี้ เราก็จะน้อมเอาบุญที่เกิดขึ้นจากการฟังพระอภิธรรม การเจริญสมาธิภาวนา การตรึกธรรมะการตรองตามเหตุผลต่าง ๆ น้อมถวายบูชาธรรมแด่คุณยายของพวกเรา หลวงพี่เองมีประสบการณ์เมื่อประมาณ ๒ อาทิตย์ก่อน ได้เป็นพระอาจารย์สอนสมาธิให้กับชาวไต้หวันที่มาปฏิบัติธรรมที่พนาวัฒน์ ๑ สัปดาห์ วิธีการสอนสมาธิให้กับชาวต่างชาติ พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านกล่าวว่ายังไม่ต้องสอนละเอียดนัก วันแรกให้เข้าถึงความสบาย ยังไม่ต้องกล่าวถึงศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ด้วยซ้ำ ยังไม่ต้องกล่าวถึงดวงแก้ว ดวงธรรม หรือว่ากายภายใน ขอให้รู้สึกถึงความสบายจากภายนอก แล้วภายในจะค่อย ๆ สบายไปเอง วันแรกที่สอนสมาธินั้นก็ให้ทุก ๆ ท่านหมายถึงสาธุชนที่มา ญาติโยมที่มาจากไต้หวันบ้าง สิงคโปร์บ้าง เข้าถึงความสบาย เขาก็ปรับกัน พอวันที่ ๒ กล่าวถึงความสบายใจ ก็ลองทำกันดู ปรากฏว่าได้ผลบ้าง ไม่ได้ผลบ้าง พอวันที่ ๓ หลวงพี่เพิ่งจะสอนศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ให้กับชาวต่างชาตินั้น เขาก็เริ่มที่จะมีปัญหาในใจว่า ทำไมจะต้องอย่างนั้นอย่างนี้ ตัวเขาเอง ศึกษาพระพุทธศาสนามา ๑๐ ปี ศึกษาทางปริยัติเชี่ยวชาญทั้งเถรวาท ทั้งมหายาน คัมภีร์ต่าง ๆ อ่านหมด พระไตรปิฎกเคยอ่านมา เชี่ยวชาญ อย่างที่เรียกว่าบางทีถ้าคุยกันเป็นภาษาจีนคงสู้เขาไม่ได้แน่ แต่ว่าโยมท่านนี้ก็นำเอาทฤษฎีภาคปริยัติของเขามาเทียบกับวิธีการปฏิบัติ หลวงพี่เองก็ได้ให้ความกระจ่างกับเขาไปว่าถ้าตั้งใจปฏิบัติจริงๆ การปฏิบัติจะได้ทั้งรู้ทั้งเห็น ไม่ใช่การใช้ตรรก การขบคิดด้นเดา ใช้สมองคิดพิจารณาเหตุผลต่างๆ เขาก็เชื่อ พอวันที่ ๔ ในภาคสายที่พนาวัฒน์ ตอนนั้นอากาศดี แล้วก็เขาก็ทำตามวิธีที่บอกไว้ ปรากฏว่าผลที่ปรากฏขึ้น เขานั่งได้ดีมาก นิ่ง นั่งได้ตลอดระยะเวลาชั่วโมงเศษ เกือบชั่วโมงครึ่งสำหรับผู้ที่ปฏิบัติใหม่ ก็ถือว่าเป็นเวลานานพอสมควร พอหลังจากเลิกนั่งหลวงพี่จะบูชาพระรัตนตรัย โยมท่านนี้ลุกขึ้นไปก่อน แล้วก็เดินไปข้างนอก พอบูชาพระถึงสุปันโน กำลังจะบูชาพระสงฆ์ ก็เดินกลับเข้ามา เสร็จจากนั้นเขาก็เดินเข้ามาหาหลวงพี่ ในขณะนั้นก็มีน้ำตาที่ซึมออกมาจากนัยน์ตาเขา แต่เป็นน้ำตาแห่งความปีติ เขาบอกว่าดีจังเลย พูดเป็นภาษาจีน ไท่เห่า ดีจังเลย เขาบอกว่านึกไม่ถึงว่าธรรมปฏิบัติจะเป็นอย่างนี้ ศึกษาพระไตรปิฎกตั้งแต่ทีฆนิกาย มัชฌิมนิกาย สังยุตตนิกาย ไล่ไปเรื่อย ของจีนเขามี ๔ นิกาย แล้วก็พระสูตรของมหายานต่างๆ ไม่เคยเจอ ไม่เคยพบสิ่งนี้มาก่อน แต่จากการที่เขาเชื่อถึงวิธีการปรับร่างกายให้สบาย ปรับจิตใจให้พอเหมาะพอสม ดีทุกอย่างตามที่พระเดชพระคุณให้หลักสูตรมา เขาเข้าถึงอย่างง่าย ๆ ด้วยตัวของเขาเอง เพราะฉะนั้นเขาถึงหลั่งน้ำตาด้วยความปีติใจ หลวงพี่เห็นแล้วในใจก็รู้สึกปีติตามนั้นไปด้วย เหล่ากัลยาณมิตร ยอดกัลยาณมิตรผู้นำบุญทุกท่าน พวกเราทุกท่านได้เกิดมาอยู่ในร่มเงาบวรพระพุทธศาสนา ได้พบวิชชาธรรมกาย มีปูชนียาจารย์อย่างเช่นพระเดชพระคุณหลวงพ่อทั้ง ๒ ท่าน คุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ของพวกเราทุกท่าน พวกเราเป็นผู้ที่มีบุญอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นในวันนี้เป็นวันที่ดี เป็นวันพระ วันธรรมสวนะ วันฟังพระธรรมเทศนา ก็ขอเรียนเชิญลูกหลานยายทุกท่านตั้งใจทำสมาธิภาวนากันนะ วันนี้วันเพ็ญขึ้น ๑๕ ค่ำ ในท้องฟ้าที่กว้างขวางไร้ขอบเขต มีดวงจันทร์เต็มดวง เป็นจันทร์เพ็ญ ส่องแสงนวลสว่างอยู่ตรงกลางท้องฟ้า ในใจของลูกหลานยายทุกๆ คน ก็มีปูชนียบุคคลเฉกเช่นรัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ขอให้พวกเรานึกถึงกายของท่านให้ใส ให้สะอาด ให้ใสที่สุด บริสุทธิ์ที่สุดเลย ใจจรดนิ่ง ๆ อยู่ตรงกลางนะ ให้จรดนิ่งที่ศูนย์กลางกาย ก็นึกเบา ๆ นึกถึงบุญกุศลที่เราได้บำเพ็ญมาด้วยดีตลอด ตั้งแต่ที่เรานึกได้ จำความได้ บุญที่เราได้ร่วมกันสร้างมหาธรรมกายเจดีย์ บุญที่เราได้มาฟังสวดพระอภิธรรม มาเจริญสมาธิ ปฏิบัติธรรมร่วมกันในวันเพ็ญเดือนยี่วันนี้ กับบุญที่เกิดจากความกตัญญูรู้คุณของปูชนียาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง คุณยายของพวกเรา ให้เป็นดวงบุญที่สว่าง ศักดิ์สิทธิ์ แล้วก็ขออาราธนาคุณยายปกปักษ์รักษาให้พวกเราทุกคนมีความบริสุทธิ์ กาย วาจา ใจ ยิ่ง ๆ ขึ้นไป ให้มีโอกาสได้สร้างบารมีไปกับคุณยายทุกภพทุกชาติ ให้มีกัลยาณมิตรเฉกเช่นคุณยาย คอยชี้แนะพร่ำสอนให้พวกเราอยู่ในเส้นทางแห่งการสร้างบุญสร้างบารมีไปทุกภพทุกชาติ และขอให้บุญศักดิ์สิทธิ์นี้ขอให้พวกเราเข้าถึงพระธรรมกาย ให้เราได้รู้แจ้งแทงตลอดในวิชชาธรรมกาย ให้พวกเราได้มีโอกาสทำวิชชาไปถึงที่สุดแห่งธรรมพร้อม ๆ กับพระเดชพระคุณหลวงพ่อและก็คุณยาย *********************************** จบ ***********************************