ความอ่อนน้อมช่วยชีวิต
(ม้วน 1/A)
พระอำนวยศักดิ์ : ขอกราบนอบน้อมแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วยเศียรเกล้า ทั้งในอดีต ในปัจจุบันและในอนาคต ขอกราบนมัสการพระเถรานุเถระ เรียนเพื่อนสหธรรมิกทุกรูป เจริญพรสามเณร และยอดกัลยาณมิตรชายหญิงลูกหลานยายทุกๆ ท่าน (สาธุ) ขอเชิญนั่งตามสบายนะ เดี๋ยวขอแก้นิดหนึ่ง พระสมุห์ ยังไม่ได้เป็นพระครูจ้า
คืนนี้ก็เป็นคืนที่ ๑๑๒ ที่ลูกหลานคุณยายได้มาร่วมกันแสดงความกตัญญูฟังสวดพระอภิธรรมติดต่อกัน ซึ่งก็ดูแล้วหลายๆ ท่านก็ได้มากันทุกคืน บางท่านก็เกือบทุกคืน บางท่านก็เมื่อมีเวลาก็มาทันที เพราะว่าต้องการมาเอาบุญกับคุณยายในช่วงเวลาอีกไม่นาน ที่คุณยายจะอยู่กับเรา และหลายๆ ท่านก็ได้ฟัง ทุกท่านนี่ก็ได้ฟังคุณธรรมประวัติชีวิตที่สูงส่งที่จะเป็นต้นแบบ ที่จะเป็นกำลังใจในการสร้างความดีของเราต่อไป ในบรรดาคุณธรรมความดีทั้งหลายที่พวกเราได้ฟังกันนี่ก็มีหลายแบบ ทั้งหยาบทั้งละเอียด ตั้งแต่เรื่องความสะอาด เรื่องความมีระเบียบวินัย เรื่องความอดทน เรื่องความรักหมู่คณะ รวมแล้วนี่ เรียกว่าจำกันคงจะอีกมากมาย แล้วก็คงได้ฟังอีกเป็นอีกหลาย เรียกว่าอีกหลายๆ อย่างน่ะนะ ซึ่งก็จะมีพระอาจารย์นี่ได้มาถ่ายทอดในสิ่งที่คุณยายได้เป็นต้นแบบไว้ ได้กำหนดไว้
วัดที่คุณยายสร้างขึ้นให้พวกเราได้มาใช้เป็นที่สั่งสมบุญบารมีหรือที่ตักตวงบุญนี้ ถ้าเรามาดูวัดในพระพุทธศาสนาในเมืองไทยนี่ ใครจะสังเกตไหมว่าวัดต่างๆ นี่ถ้าแบ่งตามราชการนี่เขาแบ่งเป็น ๒ แบบ คือวัดราษฏร์กับวัดหลวง วัดราษฏร์กับวัดหลวง แต่ถ้าเราแยกย่อยไปอีก วัดต่างๆ ก็มีอีกหลายแบบ บางวัดก็มีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ บางวัดก็เป็นวัดโบราณ อย่างวัดโพธิอย่างนี้ บางวัดก็มีพระอาจารย์ศักดิ์สิทธิ์ มีพระภิกษุผู้มีความศักดิ์สิทธิ์ในบางเรื่อง
แต่ของเรานะ วัดพระธรรมกายของเรานี่ ศักดิ์สิทธิ์ทุกอย่างเลย ตั้งแต่พรเะเดชพระคุณหลวงพ่อ ตั้งแต่คุณยาย พระภิกษุสามเณร อุบาสก อุบาสิกา กัลยาณมิตรทั้งหลายนี่ศักดิ์สิทธิ์ ศักดิ์สิทธิ์ในที่นี้หมายความว่าเป็นผู้ที่สมบูรณ์ด้วยศีล สมาธิ ปัญญา นี่เรียกว่าคนศักดิ์สิทธิ์ นี่คือสิ่งที่คุณยายได้สร้างไว้ เป็นต้นแบบไว้
เราสามารถที่จะกล่าวได้เลยว่าสถานที่แห่งนี้เป็นที่ที่ไม่เคยว่างเว้นจากการสวดมนต์ ไม่เคยว่างเว้นที่จะได้ฟังเสียงสวดมนต์เลย ไม่เคยว่างเว้นที่จะได้เห็นการปฏิบัติธรรม เห็นตัวอย่าง เห็นต้นแบบ มีผู้ที่มาเข้าวัดนี่ตั้งแต่แบเบาะ จนกระทั่งถึงเป็นผู้เฒ่าอายุเป็นร้อย ซึ่งเราจะเห็นได้จนชินตาของเรา นี่คือสิ่งที่เราได้รับมรดกมาจากคุณยายอาจารย์ของเรา ตัวอย่างเหล่านี้ ต้นแบบเหล่านี้เป็นสิ่งที่คุณยายท่านได้ฝากฝังไว้ ซึ่งก็เป็นหน้าที่ของลูกหลานยายทุกคนจะต้องดูแลรักษากันสืบต่อไป อย่างน้อยก็ต้องให้ได้เท่ากับมหาธรรมกายเจดีย์คือพันปีขึ้นไป
เรามาดูเรื่องความสะอาดที่เราได้ยินบ่อยๆ คุณธรรมของคุณยายนี่ทั้งหยาบทั้งละเอียด สิ่งที่พวกเราได้ ทุกๆ ท่านนี่ได้เห็นและได้ตัวอย่าง บางท่านก็นำไปปฏิบัติแล้วก็ได้ผลการปฏิบัตินั้นเอามาใช้ในชีวิตประจำวัน มีสิ่งหนึ่งคือเรื่องความสะอาด สิ่งนี้หลายท่านก็ได้ฟังมาหลายๆ เรื่อง หลายโอกาส หรือหลายวาระ
ก็มีอยู่ครั้งหนึ่งที่หลวงพี่เองก็ได้สังเกตสิ่งที่คุณยายหล่อหลอมเรื่องความสะอาดให้กับพวกเรา ความสะอาด นิสัยรักความสะอาด ก็ติดพวกเราไปทุกหนทุกแห่ง ก็มีเหตุการณ์เกิดขึ้นอยู่ครั้งหนึ่ง ประมาณปีพ.ศ. ๒๕๓๘ หมู่คณะพวกเราก็ประมาณ ๓ คันรถบัส จะไปปฏิบัติธรรมที่ภูเรือ ช่วงนั้นไปถึงเพล พอดีที่อำเภอวิเชียรบุรี ก็แวะรับประทานเที่ยง พักแล้วฉันเพลที่อำเภอวิเชียรบุรี เขาเรียกว่าแยก ตรงสามแยกวิเชียรบุรี ใครทราบไหมว่าสามแยกวิเชียรบุรีมีอะไรอร่อย มีไก่ย่างใช่ไหม ก็แวะที่นั่นกัน ๓ คันรถบัส
เราก็นั่งแยกย้ายกันไปตามร้านอาหารสองฟากถนนที่อยู่ริมถนนใหญ่ เมื่อสั่งอาหารทานกันเสร็จ ส่วนที่เป็นพระภิกษุก็ อุบาสก อุบาสิกาก็มาประเคน พอฉันเสร็จเรียบร้อย เจ้าของร้านออกมาแล้วก็บอกว่า คือเราทานกันเสร็จมานาน ใช้เวลาสัก ๔๐ นาทีได้ เจ้าของร้านก็ออกมาถามบอก พวกพี่ๆ นี่มาจากวัดพระธรรมกายใช่ไหม อุบาสกถามว่าอ้าวทำไมคุณรู้ล่ะ เขาก็บอกว่าผมเห็นพี่ๆ นี่ ทานเสร็จแล้วเก็บจาน กวาดเก็บ เช็ดเสียเกลี้ยงเลย แล้วเรียงจานเรียงช้อนเป็นระเบียบเรียบร้อยหมด ผมไม่คิดตังก์ แต่ผมให้ ผมร่วมบุญกับพี่ๆ ด้วย แล้วสำหรับพระก็ถวาย คือวันนั้นเราทานกัน ๓-๔ ร้าน
ก็ได้ถามว่าแล้วน้อง เจ้าของร้านนี่ ปรากฏว่าเป็นธรรมทายาท เคยมาอบรมธรรมทายาทที่วัดเรา นี่คือความสะอาดคุณยายถ่ายทอดไว้ ติดตัวไปทุกหนทุกแห่ง ได้กินฟรีเลยเห็นไหม นี่แหละคือสิ่งที่พวกเรา เป็นสิ่ง เห็นด้วย นี่ก็เป็นตัวอย่างที่เราให้เห็นได้ ไม่ต้องใช้เวลาพิสูจน์ไกลเลย และเจ้าของร้านก็ปีติเบิกบานที่ได้ร่วมทำบุญ ได้ร่วมให้อาหาร ให้กำลังกับผู้ถือศีลกับพระภิกษุที่ไป จะไปปฏิบัติธรรมที่ภูเรือ นี่คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันนั้น
ความสะอาดที่คุณยายได้ทำให้ดูเป็นตัวอย่าง เหมือนอย่างที่เคยมีพระอาจารย์ พระมหาสมเกียรติเคยค้นมาให้พวกเราดูว่าคนที่รักความสะอาด ที่มีความสะอาดทั้งภายนอกภายในนี่ จะเข้าถึงธรรมได้ง่าย นี่คือส่วนละเอียด แต่ส่วนหยาบคืออะไร ก็คือที่เล่าให้ฟังเมื่อสักครู่นี้ว่าติดตัวของเราไปเลย แม้ไปทานอาหารตามร้าน
แล้วก็มีเรื่องเล่าอีก เออ เมื่อครั้งสัก ๓-๔ ปีมาแล้ว ก็เลยไปฉันที่ เขามีการเออ สอบบาลีที่วัดมูลใช่ไหม สอบบาลีที่ศูนย์ เป็นศูนย์เออ ศูนย์การสอบบาลี พระภิกษุของเราก็เมื่อฉันเสร็จเก็บกวาดจานสักเกลี้ยงเลย ล้าง เอ่อ ไม่ได้ล้างนะ เช็ด เช็ดให้เกลี้ยง สะอาด ช้อนแยก แล้วก็วางไว้ข้างๆ ญาติโยมเขาก็ไม่รู้ เขามาคว้าไป เอาไปใช้อีก พระภิกษุท่านต้องห้ามว่าอันนี้ใช้แล้ว ถ้าไปใช้ต่อ ไปล้างใหม่ดีกว่า นี่คือสิ่งที่ติดตัวทั้งพระทั้งเณร ทั้งอุบาสก อุบาสิกา ติดตัวไป เพราะได้รับการถ่ายทอด ได้รับการปลูกฝังจากคุณยาย สะอาดทั้งใน สะอาดทั้งนอก ธรรมะก็จะสว่างไสวเป็นต้นแบบ เป็นที่เจริญตาเจริญใจแก่ผู้ได้พบเห็นทุกๆ คน นี่คือตัวอย่างของความสะอาด
อีกเรื่องหนึ่งที่พวกเราเห็นจนเจนตาสำหรับคุณยายคือความอ่อนน้อมที่เราได้ฟังมากันหลายเรื่อง ซึ่งวันนี้ก็อยากจะนำเรื่องที่ว่าความอ่อนน้อมหรือผู้ที่ไหว้ ไหว้ผู้อื่นเป็นนิจนี่ จะทำให้เป็นผู้ที่มีอายุยืน เรื่องนี้ก็มีตัวอย่างที่บังเกิดขึ้น ซึ่งพวกเราก็เห็นจนเจนตาว่าคุณยายเมื่อเจอพวกเรา เจอญาติโยมแล้วนี่ ท่านจะยกมือไหว้ก่อน ทำให้ญาติโยมหรือแม้แต่คนที่มาใหม่นี่ ตกใจรับไหว้ไม่ทัน แล้วท่านก็จะแสดงความอ่อนน้อม ความเคารพต่อพระภิกษุสามเณร แม้เป็นผู้บวชใหม่
ตรงนี้หลวงพี่ก็ได้อ่านเจอในเรื่องที่ทีฆายุกุมารที่ความอ่อนน้อมนี่สามารถช่วยชีวิต แล้วก็ทำให้ทีฆายุกุมารนี่ เออ ขออภัย อายุวัฒนกุมาร อายุวัฒนกุมารนี้อายุยืนถึงร้อยยี่สิบปี เรื่องก็มีอยู่ว่ามีพราหมณ์ ๒ ท่านเป็นสหายกัน ก็ได้บวชเป็นพราหมณ์ มีอยู่วันหนึ่ง มีพราหมณ์ท่านหนึ่งก็เบื่อหน่ายในการเป็นพราหมณ์ อยากจะมีครอบครัว ก็ออกไปแต่งงาน เมื่อแต่งงานแล้ว ก็มีบุตรชายอยู่ ๑ คน พอมีครอบครัวแล้วก็มีบุตรชาย ๑ คน ก็นึกถึงเพื่อน ก็เลยมาเยี่ยมเพื่อนพราหมณ์ด้วยกัน
เพื่อนพราหมณ์ท่านนี้ เมื่อตัวพราหมณ์ที่เป็นสหายที่ ไปมีครอบครัวนี่ยกมือไหว้ พราหมณ์ก็ให้พรว่าขอให้ท่านมีอายุยืน เมื่อภรรยาพราหมณ์ยกมือไหว้ ภรรยาอดีตพราหมณ์ยกมือไหว้ พราหมณ์ที่เป็นเพื่อนก็ให้พรว่าขอให้ท่านมีอายุยืน อดีตพราหมณ์กับภรรยาได้ให้บุตรชายยกมือไหว้ แต่พราหมณ์นิ่ง ไม่ได้ให้พรอะไร อดีตพราหมณ์นั้นก็สงสัย ถามเหตุใด จึงถามว่าเหตุใดเมื่อเรากับภรรยายกมือไหว้ ท่านก็ให้พรให้มีอายุยืน แต่เหตุใดนี่ทำไมบุตรชายของเรานี่เมื่อยกมือไหว้ ท่านถึงนิ่งเสีย
พราหมณ์ผู้เป็นสหายนั้นก็บอกว่าบุตรของท่านนี่จะมีอายุได้อีกเพียง ๗ วันเท่านั้น ก็จะถึงแก่ชีวิต อดีตพราหมณ์ก็ถามว่าแล้วจะมีเครื่องแก้อย่างไรบ้าง พราหมณ์ท่านก็เลยบอกวิธีแก้ว่าเราไม่มีที่แก้หรอก แต่ท่านจงไปหาพระพุทธเจ้า พระสัมมาสัมพุทธเจ้านี่มีที่แก้ อดีตพราหมณ์นั้นก็บอกว่าถ้าเราไปหาพระพุทธเจ้า มนต์ของเราจะเสื่อม นี่ดูทิฐิของคนนะ ลูก ลูกนี่จะเสีย จะต้องเสียชีวิตนี่ ยังมีทิฐิอีก
พราหมณ์ผู้เป็นเพื่อนก็ให้สติ บอกว่าท่านจะยอมให้มนต์เสื่อม หรือจะยอมให้ลูกตาย อดีตพราหมณ์นั้นก็ได้คิด ก็เลยยอมไปหาพระพุทธเจ้า ก็ไปหาที่ เมื่อไปหาพระพุทธเจ้าแล้ว ทั้งพราหมณ์ ทั้งอดีตพราหมณ์และภรรยาก็ไหว้พระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าท่านก็ให้พร ขอให้ท่านมีอายุยืน เมื่อลูกชายของอดีตพราหมณ์นั้นไหว้ พระพุทธเจ้าท่านก็นิ่งเสีย อดีตพราหมณ์นั้นก็ถาม ทูลถามพระพุทธเจ้าว่าเหตุใดพระองค์จึงนิ่งเมื่อลูกของข้าพเจ้าไหว้พระองค์ แต่เมื่อข้าพเจ้ากับภรรยานี่ไหว้พระองค์ก็ให้พรมีอายุยืน พระพุทธเจ้าก็ตอบเช่นเดียวกับพราหมณ์ผู้เป็นเพื่อนของอดีตพราหมณ์นี่ว่าลูกท่านนี่จะมีอายุแค่ ๗ วันเท่านั้นเอง
อดีตพราหมณ์นั้นก็ถาม ทูลถามพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่าจะมีวิธีแก้อย่างไรได้บ้าง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าบอกมีวิธีแก้ ให้ท่านไปสร้างมณฑป แล้วเราจะให้พระภิกษุไปสวดพระปริตร วันสุดท้ายเราจะไปสวดด้วย
อดีตพราหมณ์ก็ทำตามที่พระพุทธเจ้าแนะนำ พระพุทธเจ้าก็ส่งพระภิกษุสาวก ไปสวด ๖ วัน วันที่ ๗ พระองค์ก็เสด็จไปเอง ซึ่งวันสุดท้ายนั้นเป็นวันที่มียักษ์ตนหนึ่งนี่จะได้รับพรจากท้าวเวสสุวรรณ ว่าให้มากินเด็กได้ เอาเด็กเป็นอาหารได้ เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จมา เทวดาก็มีศักดิ์ใหญ่ก็มาเข้าเฝ้า พวกอมนุษย์ พวกยักษ์ก็เข้ามาไม่ได้ เด็กนั้นก็รอดชีวิต จนกระทั่งมีอายุยืน
เรื่องนี้พระภิกษุก็คุยกัน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผ่านมาก็ถามว่าคุยอะไรกัน พระภิกษุก็ทูลตอบพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่าการที่เด็กนี่รอดพ้นความตายได้เพราะเหตุอะไร พระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็เลยตรัสเป็นเออ พระบาลีดังนี้นะ จะขออ่านให้ฟังหน่อย
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสว่า พระภิกษุทั้งหลายอายุเจริญอย่างเดียวเท่านั้นก็หาไม่ ก็สัตว์เหล่านี้ไหว้ท่านผู้มีพระคุณ ย่อมเจริญด้วยเหตุ ๔ ประการ พ้นจากอันตราย ดำรงอยู่จนตลอดอายุทีเดียว ดังนี้แล้วเมื่อจะทรงสืบอายุสนธิแสดงธรรม จึงตรัสพระคาถานี้ว่า พระคาถานี้เป็นพระคาถาที่พวกเราจะได้ฟังเวลาคณะสงฆ์ให้พรตรงท้ายนะที่ว่า
อภิวาทนสีลิสฺส นิจฺจํ วุฑฺฒาปจายิโน
จตฺตาโร ธมฺมา วฑฺฒนฺติ อายุ วณฺโณ สขํ พลํ
ซึ่งก็แปลเป็นภาษาไทยได้อย่างนี้นะว่า ธรรม ๔ ประการคืออายุ วรรณะ สุขะ พละ เจริญแก่บุคคลผู้กราบไหว้เป็นปกติ ธรรม ๔ ประการนะ คืออายุ วรรณะ สุขะ พละ เจริญแก่บุคคลผู้กราบไหว้เป็นปกติ ผู้อ่อนน้อมต่อท่านผู้เจริญเป็นนิจ
และท่านผู้รู้ก็ได้แก้อรรถเพิ่มเติมนะว่าบรรดาบทธรรมเหล่านั้น
บทว่า อภิวาทนสีลิสฺส คือผู้ไหว้เป็นปกติได้แก่ ผู้ขวนขวายกิจคือการไหว้เป็นนิจ
บทว่า วุฑฺฒาปจายิโน ว่าแก่คฤหัสถ์ผู้อ่อนน้อม หรือผู้บูชาเป็นนิจด้วยการกราบไหว้ แม้ในภิกษุหนึ่ง และสามเณรบวชในวันนั้น ก็หรือแก่บรรพชิตผู้อ่อนน้อม หรือผู้บูชาเป็นนิจด้วยการกราบไหว้ ในท่านผู้แก่กว่าโดยบรรพชาหรือโดยอุปสมบท หรือในท่านผู้เจริญด้วยคุณ
บทว่า จตฺตาโร ธมฺมา ความว่าเมื่ออายุเจริญอยู่ อายุนั้นย่อมเจริญซึ่งกาลนานเมื่อใด ธรรมทั้งหลายแม้นอกนี้ ก็เจริญซึ่งกาลนานเท่านั้นเหมือนกัน ด้วยว่าผู้ใดทำกุศลที่ยังอายุ ๕๐ ปีให้เป็นไป อันตรายแห่งชีวิตของผู้นั้นพึงเกิดขึ้นแม้ในการมีอายุ ๒๕ ปี อันตรายนั้นย่อมระงับเสียได้ด้วย เสียได้ด้วยความเป็นผู้กราบไหว้เป็นปกติ ผู้นั้นย่อมดำรงอยู่ได้จนตลอดอายุทีเดียว แม้วรรณะเป็นต้นของผู้นั้นย่อมเจริญพร้อมอายุนั่นแล
ด้วยนัยนี้ แม้ยิ่งกว่านั้น ก็ชื่อว่าการเจริญอายุที่เป็นไปโดยไม่มีอันตราย หามีไม่ ในเวลาจบเทศนา อายุวัฒนกุมาร ตั้งอยู่ในโสดาปัตติผล
เรื่องนี้เป็นเรื่องอัศจรรย์อย่างที่เราได้ทราบกันแล้วว่าคุณยายไม่รู้หนังสือเลย แต่สิ่งที่คุณยายทำนั้นมีปรากฏว่าพระไตรปิฎกมากมายหลายอย่าง เป็นเรื่องอัศจรรย์ แต่ว่าพวกเราก็ได้ฟังมาจนถึงทุกวันนี้ก็หมดความอัศจรรย์แล้ว เพราะว่าเราก็รู้แล้วว่าคุณยายท่านเข้าถึงธรรมะละเอียดภายในที่ลึกซึ้ง ซึ่งธรรมะละเอียดภายในนั้น ก็คือผู้รู้ภายใน ผู้รู้แจ้งแทงตลอดในโลกทั้ง ๓ ใน ๓ โลก ๓ ภพ
ฉะนั้นสิ่งที่คุณยายท่านได้ทำเป็นตัวอย่าง คือการกราบไหว้เป็นปกติ ความอ่อนน้อม นี่แหละเป็นผู้ทำให้มีอายุยืน และในเมื่อสักครู่นี้ที่อ่านให้ฟังนั้นก็คือว่าสำหรับผู้ที่มีอายุ เออ สมมติไว้ชื่อว่าเออ ทำกุศลจะมีอายุได้ ๕๐ ปี ถ้ามีเหตุจะทำให้อายุสั้นลง แต่ถ้าเป็นผู้ที่มีการกราบไหว้เป็นปกติเป็นนิจ บุญกุศลที่เกิดขึ้นก็จะช่วยให้อายุนั้นเจริญ ๕๐ ปีได้ได้เหมือนกับที่การที่ได้สร้างกุศลนั้นไว้ นี่คือสิ่งที่พวกเราได้เห็น ได้ยิน ได้รู้ ได้มีตัวอย่างให้พวกเราได้ปฏิบัติกันนะ
นอกจากนี้แล้วนี่ สิ่งที่คุณยาย ความที่คุณยายไม่รู้หนังสือ แต่สิ่งที่ท่านได้สั่งสอนพวกเราเป็นต้นแบบ เป็นแบบอย่างให้พวกเรานั้น เป็นสิ่งที่ง่าย ใครๆ ก็ทำได้ ไม่ต้องใช้ความยากลำบาก หรือไม่ต้องใช้สิ่งที่ต้องขวนขวาย อะไรที่จะยากเย็นในการทำเลย เป็นสิ่งที่ง่ายๆ แล้วก็เป็นเรื่องที่หลวงพี่ก็อัศจรรย์อยู่อีกหลายเรื่องที่ได้เจอ คุณยายไม่ว่าท่านจะไม่รู้หนังสือ ไม่รู้กฎหมาย แต่ท่านรู้กฎระเบียบการปกครองของคณะสงฆ์เป็นอย่างดี
จะยกตัวอย่างนะ เช่นนะ เช่นเมื่อคุณยายนี่ได้มาอยู่ที่วัด และหลวงพ่อท่านเป็นเจ้าอาวาส คุณยายเคยบอกว่ามีอะไรต้องฟังเจ้าอาวาส เพราะว่าเจ้าอาวาสนี่เป็นผู้ปกครองวัด ก็มีอยู่วันหนึ่ง วันนั้นเป็นเวลาเย็น พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านเห็นใบไม้รก ท่านก็เลยไปกวาดต้นไม้ กวาดใบไม้ พอดีคุณยายท่านก็เดินมา ตอนแรกนี่หลวงพ่อท่านกวาดอยู่ที่ตรงแถวข้างน้ำตก
คุณยายท่านเดินมาอยู่แถวที่กุฏิ ตรงใกล้ๆ อาคารนิมมานรดี หลวงพี่ก็ ตอนนั้นไปเอาน้ำมาถวายหลวงพ่อ ช่วงนั้นยังอุปัฏฐากหลวงพ่ออยู่ คุณยายท่านก็ถามว่าเอะหลวงพ่อไปไหน หลวงพี่ก็กราบเรียนท่านว่าหลวงพ่อกำลังกวาดใบไม้อยู่ครับ ตอนนั้นเป็นอุบาสกอยู่ ยังไม่บวชนะ ท่านฟังแล้วท่านก็หยุด ท่านก็บอกว่าอุ๊ย ไม่ได้นะ พวกเราต้องปรับปรุงแล้วนะ ขนาดให้สมภารเจ้าอาวาสผู้ดูแลปกครองวัด มากวาดวัดมากวาดบ้านเองนี่ ไม่ถูกแล้ว นี่แสดงให้เห็นว่าเออเด็กวัดย่อหย่อน หรือเด็กวัดดูดายในความสะอาดของวัด
นี่คือสิ่งที่คุณยายท่านก็เตือนสติให้ทุกคนนี่รักความสะอาด รักระเบียบวินัย รักเรื่องเกี่ยวกับความไม่ดูดายในสิ่งที่แม้เล็กน้อย คุณยายท่านก็ให้ และเมตตาให้ข้อคิด ให้สติว่าภาระหน้าที่ของสมภารคือของเจ้าอาวาสนี่มากมาย ดูแลทั้งวัด ไหนจะต้องคอยดูแลการปัญหาการปกครอง ทั้งการคณะสงฆ์ ทั้งเรื่องของวัด ฉะนั้นนี่อันไหนที่สิ่งใดที่อุบาสก อุบาสิกาหรือเด็กวัด พอจะแบ่งเบาภาระเจ้าอาวาสได้ ก็ช่วยกันแบ่งเบา สิ่งไหนสิ่งที่ไม่เหลือบ่ากว่าแรง พอจะดูแลกันได้ ก็เอามาทำกัน ไม่ต้องถึงกับให้พระเดชพระคุณหลวงพ่อต้องเอ่ยปาก
เมื่อหลายวันก่อนก็ได้เดินคุยงานกับพระเดชพระคุณหลวงพ่อท่าน ท่านก็ปรารภบอกว่าสมัยหลวงพ่อวัดปากน้ำนี่ ท่านบอกคุณยายครั้งเดียว คุณยายใช้ตลอดชีวิตเลย คือท่านบอกคุณยายว่าให้รักษาและเผยแผ่วิชชาธรรมกายไปทั่วโลกให้ได้ คุณยายก็ฟังครั้งเดียว เอามาใช้ตลอดชีวิต ทำจนบัดนี้ แล้วต่อมาคุณยายก็บอกพระเดชพระคุณหลวงพ่อครั้งเดียว หลวงพ่อก็เอามาใช้ตลอดชีวิต บอกแค่ครั้งเดียวนะ บอกว่าท่าน ท่าน เราไปปราบไอ้ดำกันนะ นี่คือสิ่งที่หลวงพ่อท่านฟังมาแล้วก็จำเลยจนบัดนี้ แล้วก็ทำจนบัดนี้ด้วย
ทีนี้ พวกเรา หลวงพ่อบอกกับพวกเราอะไรบ้างก็ไม่รู้ กี่ครั้งแล้วก็ไม่ทราบใช่ไหมจ๊ะ ฉะนั้นคือสิ่งที่เราจะต้องดูต้นแบบ หลวงพ่อวัดปากน้ำ พระมงคลเทพมุนีบอกคุณยายครั้งเดียว คุณยายใช้ตลอดชีวิต คุณยายบอกหลวงพ่อครั้งเดียว หลวงพ่อเอาคำนั้นมาใช้ตลอดชีวิต ไม่เคยลืมเลย นี่คือสิ่งที่หลวงพ่อปรารภขึ้นมาว่าอยากจะให้ลูกๆ นี่เป็นเหมือนอย่างคุณยาย เป็นเหมือนอย่างหลวงพ่อว่าบอกครั้งเดียวใช้ตลอดชีวิต ไม่ต้องบอกหลายครั้ง
ในส่วนของคุณธรรม ในส่วนของตัวอย่าง ต้นแบบของคุณยายยังมีอีกมากมายที่พวกเราจะได้ฟังจากพระอาจารย์พระเถระรูปอื่นๆ ซึ่งในวันนี้ตัวหลวงพี่เองก็คิดว่าจะไม่ใช้เวลามากมายไปกว่านี้ เพราะว่าเราจะได้มารับบุญพิเศษกัน จะได้มีการจุดไฟแก้วโยมแม่ของพระเดชพระคุณหลวงพ่อ กับป้าถวิลผู้มีพระคุณต่อวัดพระธรรมกายทั้ง ๒ ท่าน
เมื่อ ๓ วันที่แล้ว ได้มีพระเถระ พระราชาคณะระดับชั้นเทพได้มาเยี่ยมแล้วก็ได้ไปชมสถานที่จุดไฟแก้ว ท่านก็ไปเดินชมด้วยความทึ่งด้วยความอัศจรรย์ แล้วท่านก็บอกว่า อึม อย่างนี้น่าตายนะ ฉะนั้นนี่พวกเราพรุ่งนี้นะ พรุ่งนี้ เป็นช่วงที่พวกเราจะต้องร้องว่าอึม น่าปีตินะจ๊ะ แล้วก็เป็นโอกาสอันดีที่พวกเราจะได้ชักชวนหมู่คณะเพื่อนสนิทมิตรสหายคนรู้จักนะ แม้คนที่ไม่เคยมาวัดเลย อยากจะให้ชวนมา เพื่อให้เขาได้มาสัมผัสกับบรรยากาศของงานตั้งแต่เช้า โดยเฉพาะเป็นวันอาทิตย์ต้นเดือนด้วย ซึ่งเป็นบุญพิเศษที่พวกเราก็ไม่เคยขาดอยู่แล้ว ดูว่าพรุ่งนี้จะมีใครอุทานอะไรออกมาบ้างนะจ๊ะ นี่ขนาดพระราชาชั้นเทพยังบอกว่า อึม ท่านเห็นสิ่งที่หลวงพ่อท่านทำให้โยมแม่ ทำให้กับป้า คุณป้าอุบาสิกาถวิล วัติรางกูลแล้วนี่ ท่านก็ปีติ ท่านก็อัศจรรย์ ท่านก็ทึ่ง ทำได้ขนาดนี้ ท่านจึงอุทานมาว่าเออ อย่างนี้น่าตาย
ฉะนั้นพรุ่งนี้ก็ขอเชิญทุกคนนะ ทุกท่านเลยนี่ ได้พร้อมเพรียงกัน แล้วก็ชวนหมู่ญาติ ชวนคนที่รู้จัก จะเคยมาหรือไม่เคยมาวัดก็แล้วแต่ เป็นโอกาสอันดีที่เราจะได้ชวนคนเหล่านั้นนี่มาร่วมงานบุญพิเศษ ซึ่งบุญพิเศษนี่เรามีตั้งแต่เช้า คงจะทราบกันดีอยู่แล้ว จนกระทั่งถึงค่ำ ก็มีโอกาสอันดีนะ ที่พวกเราจะได้มีเหตุในการชวนเขาเหล่านั้นมา
ซึ่งในวันนี้นี่หลวงพี่ก็ขอคงจะยุติเพียงเท่านี้ แต่ก่อนอื่นนะเพื่อระลึกถึงคุณธรรม คุณธรรมความดีของคุณยายเป็นการบูชาธรรมท่าน เป็นธรรมบูชา ก็ขอเชิญทุกคนได้นั่งหลับตา ตรึกระลึกนึกถึงคุณยายผู้ให้กำเนิดวัดพระธรรมกาย ผู้ให้กำเนิดในทางธรรมแก่พวกเราทุกๆ คนผู้เป็นต้นแบบ ผู้เป็นตัวอย่าง ก็ขอเชิญทุกคนนะนั่งหลับตา น้อมคุณยายมาไว้ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗
หน้า PAGE 9
440106FW-AAT