พระของยาย
(ม้วน 1/A)
พระบุญธรรม : ขอนอบน้อมแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ กราบแทบเท้าพระเถรานุเถระผู้มีพรรษากาลอันยิ่งกว่ากระผม นมัสการสหธรรมิกทุกรูป เจริญพรสามเณร อุบาสก อุบาสิกา และลูกๆ หลานๆ ยายทุกๆ คน (สาธุ)
เมื่อครั้งที่แล้ว นับได้ว่าเป็นครั้งแรกที่ได้มีโอกาสมาบรรยายธรรม ณ สถานที่แห่งนี้บริเวณนี้ ซึ่งหลายๆ ท่านได้ยินได้ฟังแล้วนี่เกิดมีกำลังใจ แล้วก็ได้มีโอกาสพบเจอกับอาตมานี่ ก็จะถาม ถามว่าหลวงพี่ หลวงพี่เทศน์ครั้งแรกจริงๆ หรือ ถามอาตมานะ อาตมาก็ตอบไปว่าครั้งแรกจริงๆ ไม่เคยเทศน์ที่ไหนมาก่อนเลย ทำไมหลวงพี่เทศน์ได้เจาะใจ นั่นแน่ ชมนะ เทศน์ได้เจาะใจแล้วยังจับใจ นี่ติดใจเสียแล้ว ติดใจเสียแล้ว อยากจะฟังอีก ยังดีนะ ไม่บอกว่ายังเจ็บใจด้วย
แล้วก็เมื่อก่อนนั้นเจอหน้ากัน ก็จะทักทาย หลวงพี่นมัสการครับ หลวงพี่นมัสการเจ้าค่ะ แต่เดี๋ยวนี้เจอหน้าอาตมานะ เขาทักทายแบบใหม่ หลวงพี่ หลวงพี่ ไอ้เราก็นึกว่าอะไร หันหน้าไป หลวงพี่ หลวงพี่ ระวังมัน shot กัน เอ๊ะ อะไร บอกหลวงพี่ หลวงพี่ระวังมัน shot กัน เอ๊ะเราก็นึกนะ เอ๊ะเดี๋ยวนี้เรานี่สงสัยจะเป็นไฟฟ้าแรงสูงเคลื่อนที่เสียแล้ว ดี ไม่ทักแบบใหม่ หลวงพี่ หลวงพี่ ระวังนะ เทวดามันจะ ถุย น้ำลายใส่หน้า เหมือนกับคราวที่แล้วที่เล่าให้ฟัง
ก็นับว่าครั้งนี้นี่เป็นครั้งที่ ๒ ก็ยังไม่หายประหม่านะ มันตื่นเต้น ตื่นเต้น แล้วมันก็สู้แล้วนะ ตอนที่คุณยายท่านมีชีวิตอยู่นี่ ท่านยังแข็งแรง พวกกลุ่มของอาตมานี่ จะเรียกว่ากลุ่มของพระโยธา พระธรรมโยธา คือส่วนใหญ่จะดูแลเรื่องงานก่อสร้าง งานก่อสร้างหรือว่างานที่เกี่ยวพันกับงานโยธานี่ คุณยายนี่ท่านเมตตาพระโยธานะ ถึงปีจะเป็นวันคล้ายวันเกิดของท่าน หรือจะเป็นวาระสำคัญของท่าน ท่านก็จะนิมนต์พระโยธานี่ไปฉันเพล ไปฉันเพลที่กุฏิของท่าน ท่านก็จะบอกกับทุกรูปที่เป็นพระโยธา ฉันให้อิ่มๆ นะ ฉันให้เต็มที่ เราก็เป็นพระของยาย ว่าง่ายสอนง่ายอยู่แล้ว เราก็ฉันเต็มที่เหมือนกัน ยายจะได้ปีติใจ
ฉันเสร็จท่านก็ถวาย ถวายปัจจัย ปัจจัยนี่อาตมาจำได้ ท่านจะใส่ซอง ซองสีแดงสดเลยแหละ ในนั้นก็จะมีปัจจัย บางครั้งก็เป็นแบ๊ง ๕๐ บางครั้งก็จะเป็นแบ๊งร้อย แต่ว่าใหม่เอี่ยมเลยนะ เรียกว่าแป้งยังติดอยู่เลย ใหม่จนกระทั่งไม่กล้าใช้ ตอนนี้ก็เคลือบเอาไว้ เคลือบเอาไว้ไม่กล้าใช้ เก็บไว้เป็นที่ระลึก จะได้ระลึกถึงคุณยาย ที่ตอนท่านมีชีวิตอยู่ ในตอนที่ท่านเคยถวายปัจจัยเรานี่ เก็บเอาไว้
แล้วพระของยายนี่ ส่วนใหญ่พระโยธานี่นะ ทุกรูปทุกองค์นี่เรียกได้ว่าเป็นพระที่มีความสว่างเป็นนิจ สว่างอย่างไร คือส่วนใหญ่แล้วถ้าเป็นงานบุญใหญ่ จะเป็นงานกฐินหรือว่างานผ้าป่าอะไรก็แล้วแต่ ก็จะตลุยงานกันจนสว่าง หมายความว่าลุยงานกันจนสว่าง จึงเป็นผู้ที่มีความสว่างอยู่เสมอ
บางครั้งนี่นะ เคยมีเหมือนกัน เตรียมงานอยู่ตั้งแต่ทั้งวันจนกระทั่งถึงเช้านี่ ยังไม่ได้นอนกันเลย ตอนเช้าๆ ประมาณสักตี ๔ ตี ๕ นี่ ถ้างานบุญใหญ่นี่รถก็จะเข้าแล้ว โยมที่มาจากต่างจังหวัดนี่ เขาก็มาประมาณตี ๔ ตี ๕ อาตมาเคยเก็บงานอยู่ เดินเก็บขยะ ปีนั้นเป็นปีที่เออ นำอัญเชิญรูปหล่อหลวงพ่อวัดปากน้ำทองคำนี่ องค์ที่เป็นทองคำหนัก ๑,๐๐๐ กิโลนี่ออกมาให้คุณโยมทั้งหลายได้สักการะบูชานี่ อาตมาก็เก็บงานอยู่ ประมาณสักตี ๕ คุณโยมท่านก็มาจากต่างจังหวัด มาถึงเขาก็คุยกันน่ะนะ อาตมาได้ยิน เขาบอกว่าแหม เณรวัดนี้ตื่นเช้าจัง เขาบอกเณรวัดนี้ตื่นเช้าจังเลย โธ่ โยมยังไม่ได้นอนเลย แล้วก็เราก็นึกอยู่ในใจ อาตมานึกอยู่ในใจนะ อึ่ม โยมนี่ตาถึงนะ มองเราเป็นเณร แสดงว่าเรานี่คงหน้าอ่อน คงหน้าอ่อนน่าดู เณรวัดนี้ตื่นเช้าจัง
การทำงานของพระธรรมโยธานี่ก็ได้เอาแบบอย่าง หรือว่าเอาอย่างพระอาจารย์รุ่นที่บุกเบิก รุ่นที่คุณยายที่ท่านได้สั่งสอนอบรมมานี่ โดยเฉพาะทำงานหนัก ซึ่งบางครั้งเคยได้ยินคุณยายท่านบอกเหมือนกัน ท่านบอกว่าทำงานไปใจของเราก็จรดศูนย์ไป ทำงานไป ใจของเราก็จรดศูนย์ไป จะเอาเวลาที่ไหนไปนั่งปฏิบัติธรรม เพราะว่างานก็เร่ง ทุกอย่างเร่งรีบหมด จะมัวแต่ไปนั่งหลับตา มันก็คงจะไม่ทำกาล ฉะนั้นนี่ก็ทำควบคู่กันไปทั้ง ๒ อย่าง ทำงานไป ใจก็จรดนิ่ง
เหมือนกับที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อ พระราชภาวนาวิสุทธิ์ ท่านเคยให้โอวาทเอาไว้ ท่านบอกว่าภารกิจกับจิตใจนี่ต้องไปด้วยกัน ภารกิจก็คือการงานแล้วก็จิตใจของเราต้องไปด้วยกัน ฉะนั้นก็ไม่ปล่อยเวลาให้ผ่านไปโดยไร้ประโยชน์ ก็จะทำงานกันไปแล้วก็ใจจรดศูนย์ หากมีเวลาก็จะไปหลับตากัน
งานหนักแต่ว่าใจไม่หนัก งานหยาบแต่ว่าใจของเราไม่หยาบ งานหยาบนั้นเรื่องของงาน แต่ใจของเราเอาบุญ ใจของเราจรดจ่อที่บุญ ถ้าจะว่าไปแล้วเราสามารถทำงานหยาบให้เป็นงานละเอียดได้ แม้แต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเมื่อครั้งที่ท่านเคยเกิดเป็นสุเมธดาบส ท่านก็ยังทำงานหยาบเลย ตอนนั้นท่านเกิดมาในชาติตระกูลที่สูง รูปร่างท่านก็ดี ทรัพย์สมบัติท่านก็มีเยอะ แต่ว่าท่านเล็งเห็นถึงภัยในวัฏสงสาร ท่านเห็นว่าปู่ย่าตายายของท่านนี่สะสมทรัพย์เอาไว้มีมากมายมหาศาล แต่ว่าสังเกตดูไม่เห็นใครเลยที่จะนำสมบัตินั้นติดตัวไปได้ ท่านคิดอย่างนั้นท่านก็มีความคิดว่าทำอย่างไรนี่จึงจะนำสมบัตินั้นติดตัวข้ามภพข้ามชาติได้ ท่านก็เลยบริจาคหมดเลย บริจาคทานหมด เพื่อเปลี่ยนจากโลกียทรัพย์เป็นอริยทรัพย์
แล้วท่านก็ออกบวชนะ ออกบวช ออกบวชเป็นดาบส จนกระทั่งท่านได้อภิญญาคือมีอิทธิวิธี มีฤทธิ์ว่างั้นเถอะ สามารถเหาะเหินเดินอากาศดำดิน หรือว่าแสดงฤทธิ์ต่างๆ นั้นได้ มีทิพย์โสตคือมีหูทิพย์ ได้ยินแม้กระซิบเบาๆ นี่ไกลๆ ก็ยังได้ยิน มีหูทิพย์ ไม่ต้องใช้อะไรนะ ไม่ต้องใช้โทรศัพท์คุย ไม่ต้องใช้โทรศัพท์คุย มีเจโตปริยญาณ คือทายใจ หรือว่าทายความคิดของผู้อื่นนั้นได้
ถ้าจะเป็นปรียบไปก็เหมือนคุณยายนี่ ที่หลายๆ ท่านคงจะได้ประสบมาบ้าง คุณยายใครอยู่ใกล้ๆ ท่านล่ะก็ ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ คือต้องระมัดระวัง ระมัดระวังความคิด ถ้าคิดไม่ดีล่ะก็ เดี๋ยวท่านก็จะพูดตรงกับใจเลย ฉะนั้นเราอยู่ใกล้ท่านต้องมีสติ มีปุพเพนิวาสานุสสติญาณ คือสามารถระลึกชาติของผู้อื่นได้ สามารถระลึกชาติของผู้อื่นได้
ทีนี้ มีอยู่วันหนึ่ง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทีปังกรท่านจะเสด็จ ชาวเมืองเขานิมนต์ท่าน ด้วยบุญบันดาล สุเมธดาบสอยู่ในป่าก็อยากออกจากป่า อยากจะเปลี่ยนบรรยากาศบ้าง ท่านก็เหาะมาด้วยฤทธิ์ของท่าน ผ่านมาเห็นชาวเมือง กำลังทำภารกิจ ทำถนนหนทาง บ้างก็ทำทาง ถากถางทางหรือว่าตัดหญ้า ถางหญ้า บ้างก็เตรียมข้าวปลาอาหารเพื่อที่จะได้เลี้ยงถวายพระ ท่านก็เหาะลงมาถามว่ามีอะไรกัน ชาวเมืองเขาบอกว่านี่ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านจะเสด็จมา พระสุเมธดาบสนี่ได้ยิน ได้ยินได้ฟังแล้วเหมือนกับเคยได้ยิน หรือว่าคุ้นๆ กับคำว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่านก็ขอ ขอทำบ้าง ขอทำบ้างได้ไหมนี่ถนนหนทางนี่ ชาวเมืองนี่นะเขาก็แบ่งให้ เขาใจดี ชาวเมือง เอาไปเลย ท่านมีฤทธิ์ อย่างนั้นท่านเอาตรงที่นุ่มๆ ไปแล้วกัน ที่ลุ่มๆ
สุเมธดาบสท่านก็ไม่ว่าอะไร ท่านก็ทำ ทำด้วยมือ ๒ มือของท่านนี่แหละ แต่ว่าด้วยกำลังใจที่แข็งแกร่ง ท่านใช้ ๒ มือของท่านนี่นะ ถมดินขุดดิน ถมดินขุดดินนี่ ถมจนกระทั่งรุ่งเช้านี่ แต่ว่าด้วยกำลังใจที่ท่านสูงส่ง จนกระทั่งท่านไม่ย่อท้อ จนกระทั่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จก็ไม่ทันแล้ว แต่ว่าท่านนี่มีสติมีปัญญา ด้วยบุญที่ทำเอาไว้เยอะ ความคิดท่านก็คิดเลยว่าเราจะเอาร่างกายของเรานี่นะ เป็นดั่งสะพาน เป็นดั่งสะพานที่จะทอดกายให้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระอรหันตสาวก ข้ามผ่านไป
พระอรหันตสาวกที่ผ่านมานี่ ๔ แสนรูปผ่านไป ถ้าเฉลี่ยน้ำหนักดู ๔ แสนรูป รูปละสัก ๕๐ กิโลกรัม หลายตันเหมือนกันนะ คิดออกมาแล้วนี่ประมาณ ๒๐ ล้านกิโลกรัม ถ้าเทียบออกมาเป็นตัน ก็ประมาณ ๒ หมื่นตัน ถ้าเป็นเรานี่นะ ลองไปนอนอย่างนี้ สงสัยจะจมโคลนไป ขุดสัก ๓ วัน ๓ คืน ก็ยังไม่รู้จะหาเจอหรือเปล่า แต่ว่าท่านมีฤทธิ์นะ ก็สามารถผ่านไปได้ดี
ฉะนั้นนี่เวลาที่อาตมาทำงานหนักๆ เหนื่อยๆ ท้อแท้แต่ไม่ท้อถอย ใครบอกว่าพระหลวงพ่อท้อไม่เป็น ท้อเป็นนะแต่ว่าถอยไม่เป็น ก็จะนึกถึงตรงนี้ นึกถึงสุเมธดาบส ถ้าจะเปรียบกับคุณยายของเรา ท่านกว่าจะพลิกผืนนาฟ้าโล่งให้เป็นสถานที่ประพฤติปฏิบัติธรรมแห่งนี้นี่ขึ้นมานี่ ท่านต้องใช้หยาดเหงื่อแรงกาย ๒ มือของท่านนี่พลิกผืนนาแห่งนี้ขึ้นมาให้เราได้มาประพฤติปฏิบัติธรรมกัน สิ่งที่คุณยายท่านทำเอาไว้ สิ่งที่คุณยายท่านได้เสียสละสร้างสถานที่แห่งนี้ขึ้นมา จนเราได้มีสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ได้สามารถประพฤติปฏิบัติธรรมกันได้อย่างสะดวก กันอย่างสบาย
ฉะนั้นนี่พวกเราต้องไม่ท้อแท้แล้วก็ท้อถอย แล้วสิ่งหนึ่งท่านประพฤติปฏิบัติตนมาดีแล้ว ทำให้หลายสิ่งหลายอย่างที่เกี่ยวกับตัวท่าน เป็นสิ่งที่บริสุทธิ์ เป็นสิ่งที่บริบูรณ์ แม้กระทั่งบางอย่างเช่นรูปของท่าน ไม่ว่าจะเป็นล็อตเก็ตอะไรต่างๆ นี่นะ ศักดิ์สิทธิ์นะ ศักดิ์สิทธิ์ อาตมาเคยเห็นรูปของท่านนี่ไฟไม่ไหม้ ไฟไม่ยอมไหม้ ปกติไฟนี่นะ หน้าที่ของมันก็คือจะต้องไหม้ ไหม้ทุกสิ่งทุกอย่าง แต่ว่าวันนั้นมันไม่ยอมทำหน้าที่ของมัน
ที่บริเวณคัดเอ้าต์หน้าอำเภอนี่ ทางเข้าวัดของเรา จะมีคัดเอ้าต์ยักษ์ ปีนั้นเป็นปีที่เตรียมงานกฐินหรืออะไรก็จำไม่ได้นะ จำไม่ได้ จะบอกว่าจำไม่ได้เพราะแก่ก็ กลัวว่ามันจะขัดแย้งกับใบหน้า ก็เป็นว่าจำไม่ได้ก็แล้วกัน มี เขาได้เอาโปสเตอร์ยักษ์นี่ไปติดที่คัดเอ้าต์เป็นรูปของยาย เหมือนปัจจุบันนี้ แต่ว่าเป็นรูปใหญ่เหมือนกัน ทีนี้คงจะไม่สว่าง หรือว่าอย่างไรไม่ทราบ เขาก็เลยเอาไฟไปติด เอาไฟไปติด เพื่อส่องให้สว่าง ต้องใช้ช่างเชื่อมนี่ปีนขึ้นไปแล้วก็เชื่อมขา ขาไฟ
ทีนี้ ที่บริเวณ ที่บริเวณข้างล่างนี่ที่คัดเอ้าต์นี่นะจะมีหญ้า ต้นหญ้าแห่งเยอะแยะไปหมดเลย พอช่างเชื่อมเขาเชื่อม สะเก็ดไฟก็หล่นลงมาทำให้หญ้าแห้งนี่ลุกหรือว่าติดไฟ ไฟก็ลามขึ้นไปที่ผ้าใบ เราก็มองดู ตายแน่ หมดแน่ ที่ไหนได้ไฟนี่ไหม้หมดเลย เหลือแต่รอบๆ รูปของยายนี่ไม่ยอมไหม้ ไม่ยอมไหม้เลย อยากจะได้รูปนั้นจัง ไม่ยอมไหม้ไฟ
รู้ว่ามีอยู่ท่านหนึ่งมาอธิษฐานกับคุณยายประจำเลย มานี่บูชาธรรมคุณยายทุกวัน เขาก็มาบูชาธรรมอธิษฐานต่อหน้าคุณยาย มีอยู่วันหนึ่งเขาไม่มีเงิน เขาก็อธิษฐานนะ ยายช่วยด้วย ใครที่ยืมไปนี่ ช่วยเอาเงินมาคืนด้วย ดูเขาอธิษฐานนะ ช่วยเอาเงินมาคืนด้วย ปรากฏว่ากลับไป คนที่เป็นลูกหนี้นะ เอาเงินมาคืนเลย ทั้งๆ ที่ยังไม่ถึงกำหนดสักหน่อย บอกว่าอยากจะคืน ไม่อยากเก็บไว้แหละ เอาคืนก่อน แล้วก็ไม่ใช่รายเดียวนะ ๒-๓ ราย ๒-๓ รายที่เอาเงินมาคืน
แม้แต่พระภิกษุที่เป็นเพื่อนบวชรุ่นเดียวกับอาตมานี่นะ มีอยู่ในหนังสืออานุภาพบุญที่บอกว่ายิงไม่ออก ท่านเล่าให้ฟัง ท่านบอกว่าเห็นปืนแล้วนี่นะ แม้แต่ว่าช้างนี่ ถ้าโดนยิงนี่ ถ้าช้างโดนยิงนี่ อย่าว่าแต่คนเลย ช้างยังสลบเลย ช้างยังต้องตาย แต่ว่าวันนั้นยิงไม่ออก ตอนนี้ท่านเลยพกล็อตเกตยายทุกรุ่น ทุกองค์เลยนี่ ไปขอดูนี่โอ้โฮ เต็มกระเป๋าหมด
ตอนนี้อาตมาอยู่ที่โภชนาการ ช่วยงานอยู่โภชนาการ คุณยายท่านเคยบอกว่าหลวงพี่หมูนะ ท่านบอกว่าท่านหมู ท่านหมู ล็อตเกตยายนี่พระแขวนไม่ได้ ไม่เป็นไร เอาติดย่ามไว้ ยายจะได้ไปทุกหนทุกแห่ง เจอหน้าอาตมาก็เหมือนกัน ท่าน ท่าน ล็อตเกตยายนี่นะแขวนไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เอาติดย่ามไว้ ติดย่ามไว้เถอะ อาตมาก็ติดย่ามไว้เลย ทุกวันก็ยังติดย่ามไว้ แล้วรถทุกคันของอาตมาก็ติดล็อตเกตยายเอาไว้ ดีมากเลยนะ ถ้าสงสัยหรือว่าอยากจะได้รู้รายละเอียดก็ไปหาหนังสืออานุภาพบุญอ่านดู
แล้วสิ่งที่อาตมาภูมิใจที่สุดคือสิ่งที่ทำให้ยายสมหวัง นั่นคือการได้สร้างมหาธรรมกายเจดีย์ และได้ทันฉลองครั้งที่ ๑ ในยุคที่คุณยายท่านมีเรี่ยวแรงและมีกำลัง อาตมาได้ อาตมาและทีมงานนี่ได้รับมอบหมายให้ดูแลการหล่อพระประจำตัวนี่ เมื่อก่อนนั้นหล่อพระ หล่อพระประจำตัว ไปทางไหนก็จะมีคนทัก ทักว่าไปไหนมาพระหล่อ พระหล่อไปไหนมา เราก็อึม หล่อจริงหรือเปล่า หล่อนั่นหมายความว่าหล่อพระ ไม่ใช่หมายความว่าอาตมาหล่อนะ หุ่นอย่างกับกระป๋องโดนรถทับอย่างนี้ คงหล่อไม่ลง
เมื่อถึงคราวที่จะฉลองเจดีย์ก็ได้รับมอบหมายอีก ให้จุดพลุ พลุที่จุด ตูม ๆ ๆ อาตมากับทีมงานนี่แหละ พลุที่จุดดังๆ ลูกใหญ่ๆ จะมีคำอักษรว่ารวย ซึ่งจุดขึ้นไปแล้วนี่ บางคนก็บอกว่าไม่เห็นมันจะรวยเลย บางคนก็บอกเห็นแต่ ร เรือ บางคนก็บอกว่าเห็น ย ยักษ์หัวทิ่มบ้าง ไม่เห็นพลุจะรวยเลย พลุไม่รวยไม่เป็นไร แต่ลูกหลานยายต้องรวยนะ ลูกหลานยายต้องรวย พลุไม่รวยก็เรื่องของพลุ ลูกหลานยายต้องรวย รวยให้เข็ด
ฉะนั้นนี่ เมื่อตอนมาจุดพลุนี่ เขาก็ทักอีก ไปไหนมาพระดัง ตอนหล่อพระ เขาบอกไปไหนมาพระหล่อ ไอ้นี่มาจุดพลุ เขาบอกว่าไปไหนมาพระดัง ไม่ดังก็ทนไม่ไหวแล้วนะ ตูม ๆ ๆ ฉะนั้นนี่ สิ่งที่ทำ สิ่งที่ได้ทุ่มเทแรงกายและแรงใจนี่เพราะว่าอยากจะได้บุญกับคุณยาย อยากจะได้บุญกับคุณยาย เพราะว่าคุณยายนี่ท่านเปรียบเสมือนเออ ร่างกายของท่านนี่เปรียบไปแล้วนี่เหมือนกับว่าเป็นที่รองรับของพระธรรมกายนับพระองค์ไม่ถ้วน หากเราทำบุญกับท่านแล้ว ก็เหมือนกับทำบุญกับทักขิไนยบุคคล ทำบุญถูกเนื้อนาบุญ
จึงมีความคิดว่าอยากจะทำบุญกับท่าน เหนื่อยกายแต่ไม่เหนื่อยใจ ทุ่มเทแรงกายและแรงใจไปกับท่าน คุณยายท่านก็ได้ดูได้เห็น ได้เห็น แล้วก็ความรวยนี่ ไม่ปรากฏเฉพาะคุณโยมเท่านั้น พระนี่ก็รวยเหมือนกัน แต่ว่ารวยแบบพระ เพราะว่าทรัพย์นั้นจะแบ่งออกเป็น ๒ อย่าง นั่นคือโลกียทรัพย์ หมายถึงทรัพย์ที่เป็นเงินทอง ทรัพย์สินเงินทองนี่ ส่วนของพระนี่ท่านก็รวยเหมือนกัน แต่ท่านรวยอริยทรัพย์ เปลี่ยนจากทรัพย์หยาบๆ เป็นทรัพย์ละเอียด
คุณยายท่านได้ตั้งใจตลอดชีวิตของท่าน ท่านตั้งใจทำทาน ไม่ว่าจะเป็นอามิสทาน หรือว่าธรรมทานตลอดกระทั่งอภัยทาน ท่านก็ทำอย่างสม่ำเสมอ ศีลของท่าน ท่านก็รักษาศีลของท่านตั้งแต่ท่านเข้าวัดปฏิบัติธรรมสมัยอยู่วัดปากน้ำ จนกระทั่งเป็นอธิศีล ยิ่งการประพฤติปฏิบัติธรรมแล้วนี่ คุณยายท่านรักการประพฤติปฏิบัติธรรมเป็นชีวิตจิตใจ จึงบอกได้เลยว่าความบริสุทธิ์ ความบริบูรณ์เกิดขึ้นกับท่าน
ฉะนั้นนี่ลูกหลานยายทุกๆ คน มาทำบุญกับยาย มาเอาบุญกับยาย ตอนนี้นี่ท่านละสังขารไปแล้ว เหลือแต่เพียงร่างกาย แต่ว่าคุณยายท่านก็ยังอยู่ใกล้ๆ เรา พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านบอกว่าคุณยายนี่ท่านจะมาคุมบุญให้กับทุกๆ คนที่มาร่วมงานกับของท่าน ใครอยากได้บุญเยอะ ท่านก็ให้เยอะ ใครอยากได้บุญปานกลาง ท่านก็ให้บุญปานกลาง ใครอยากได้บุญน้อยๆ ท่านก็ให้น้อยๆ ใครเฉยๆ ท่านก็เฉยๆ ฉะนั้นนี่ลูกหลานยายทุกคนจะเลือกเอาว่าจะได้บุญเยอะ อยากได้บุญเยอะ หรืออยากได้บุญปานกลาง หรือว่าไม่อยากได้บุญ
ก็วันนี้เป็นวันที่เรียกได้ว่าอาตมานี่ จริงๆ แล้วนี่เตรียมตัวน้อย เ ปรียบเสมือนนักมวยที่เตรียมขึ้นชกนี่ มีเวลาน้อยมาก เพราะว่าตอนนี้นี่ถ้าลูกหลานยายเห็น จะเห็นว่ากำลังเตรียมการงานบุญใหญ่อยู่ วันที่ ๗ ก็ โยมป้าหวินแล้วก็โยมแม่ วันที่ ๗ มกรานะ วันที่ ๘ กุมภา ก็คุณยาย อาตมาดูแลงานโยธาก็ค่อนข้างที่จะหนักหน่อย แต่ว่าได้มาบรรยายธรรมในที่นี้เพื่อเอาบุญกับคุณยาย เอาบุญกับท่านทุกๆ อย่าง ก็ขอจบการบรรยายธรรม
ขอเชิญทุกท่านนั่งหลับ เพื่อระลึกถึงบุญ นึกถึงคุณของคุณยายกันสักครู่นะ เราก็รวมใจของเรานิ่งๆ วางใจของเรานิ่งๆ ไว้ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ เหมือนที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชภาวนาวิสุทธิ์ ท่านเคยอบรมสั่งสอนเราอย่างสม่ำเสมอ วางใจของเราเบาๆ วางใจของเรานิ่งๆ แล้วเราก็นึกถึง (หมดม้วน 1/A)
(ม้วน 1/B)
เกิดจากการรักษาศีล จะเป็นศีล ๕ หรือศีล ๘ บุญอันเกิดจากการประพฤติปฏิบัติธรรม เมื่อเรานึกถึงบุญแล้ว บุญก็จะมาหล่อเลี้ยง บุญก็จะเกิดขึ้นที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ เราก็นึกถึงบุญของเราให้ดี นึกให้อยู่ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ของเรา ให้ความสว่างไสวของดวงบุญของเราเกิดขึ้น
สัพเพ….
หน้า PAGE 8
431220FW-AAT