ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

คำพูดสั้นๆ แต่ความหมายจับใจ

คุณยายอาจารย์ · เทศน์งานยาย

(ม้วน 1/A) พระนิโคลัส : ขอนอบน้อมแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า กราบนมัสการพระเถรานุเถระทุกรูป นมัสการเพื่อนสหธรรมิกทุกรูป เจริญพรสามเณร อุบาสก อุบาสิกา ผู้เป็นลูกหลานของคุณยายทุกท่าน (สาธุ) ที่ผ่านมาในการแสดงธรรมเทศนาในงานสวดพระอภิธรรมคุณยายจันทร์ อุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง มีพระอาจารย์หลายรูปที่ได้แสดงถึงชีวิต คุณธรรมของคุณยายในแง่ของความเป็นบุคคลสำคัญผู้หนึ่งของประเทศไทย และหาสิ่งที่หาเทียบได้ยาก วันนี้หลวงพี่ไม่อาจจะพูดได้ยิ่งกว่าสิ่งที่พระอาจารย์ผู้มีกิตติศัพท์ได้กล่าวไปแล้วบ้าง จึงขอโอกาสในวันนี้กล่าวถึงความสำคัญของคุณยายสายตาของชาวต่างประเทศ ไม่ใช่เพียงในทัศนคติของหลวงพี่เอง แต่ในฐานะตัวแทนของชาวต่างประเทศนับร้อย นับพัน ที่ได้มีโอกาสพบกับคุณยาย ฟังคำสอนของคุณยาย แล้วก็ได้นั่งสมาธิกับคุณยายในสมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ หลังจากได้ค้นคว้ารวบรวมประสบการณ์ของชาวต่างประเทศหลายคน ก็พบว่าคุณยายไม่ใช่เพียงบุคคลสำคัญผู้หนึ่งของประเทศไทยเท่านั้น แต่ชื่อเสียงในกิตติศัพท์ของคุณยายแผ่กว้างไกลไปถึงต่างประเทศด้วย หลวงพี่เองได้มีโอกาสสัมผัสถึงคุณธรรมและปฏิปทาของคุณยาย ตั้งแต่เข้าวัดเมื่อ เมื่อเป็นอุบาสก เมื่อปี ๒๕๓๑ สมัยนั้นคุณยายยังแข็งแรงอยู่ และนอกจากสามารถออกตรวจวัดทุกวันด้วยการนั่งรถสามล้อ ก็ยังมีความกระตือรือร้นในการออกไปบอกบุญกฐินยายในปี ๒๕๓๑ ก็เป็นปีแรกที่ท่านรับเป็นประธานกฐินที่วัดพระธรรมกายด้วย สมัยมาที่วัด หลวงพี่ก็ความสามารถทางด้านภาษาไทยไม่ดีพอ ที่จะรับฟังโอวาทของคุณยายได้ แต่โอกาสที่ได้มาช่วยตรวจ script ของ slide multivision ของคุณยายในงานกฐินคุณยาย ๒๕๓๑ นั้น ก็ทำให้รู้ถึงความเด็ดเดี่ยวของคุณยายในการบุกเบิกวัด ครั้งแรกที่ได้พบกับคุณยายโดยตรง ก็เป็นเหตุการณ์ที่ไม่อาจจะลืมได้ ด้วยการทำหน้าที่ของอุบาสกในการอุปัฏฐากพระภิกษุในวัด ก็มีหน้าที่ที่จะต้องทำความสะอาดกุฏิ และด้วยการที่ไม่รู้ถึงคุณค่าของน้ำ ก็ใช้สายน้ำหล่อน้ำไปทั่วบริเวณกุฏิ เพื่อว่าจะได้ทำความสะอาดฝุ่นที่อยู่รอบกุฏิ พอดีคุณยายออกตรวจวัดในช่วงนั้น ก็เห็นหลวงพี่ทำอย่างนั้น จึงส่งอุปัฏฐากให้ไปตักเตือนหลวงพี่ว่าวิธีที่ถูกต้องที่จะต้องทำความสะอาดฝุ่นอย่างนี้ ที่ประหยัด แล้วก็ไม่เปลืองน้ำ ก็คือการที่จะต้องกวาดหรือเช็ดฝุ่นนั้นให้สะอาดก่อน จึงจะใช้ผ้าชุบน้ำมาเช็ดให้เกลี้ยง นั้นเป็นครั้งแรกที่ได้พบกับคุณยาย ในช่วง ๒ ปีแรกของการอยู่วัด หลวงพี่เองก็ ความชำนาญทางด้านภาษาไทยก็ค่อยๆ ค่อยเป็นค่อยไป ส่วนใหญ่คำสอนที่ฟังได้จากคุณยายก็เป็นคำสอนที่สั้นๆ คำสอนที่กระชับ แต่สิ่งที่แปลกของคำสอนของคุณยายก็คือ ถึงท่านพูดสั้นๆ แต่บางครั้งคำเหล่านั้นก็จะนำไปคิดต่อเป็นเดือนเป็นปี ท่านอาจจะทักธรรมดาว่าทานข้าวเยอะๆ แต่สำหรับหลวงพี่เองก็ไม่ได้คิดแค่ว่าอันนี้ก็เป็นการเชิญชวนไปรับประทานอาหาร แต่ว่าท่านคงมองลึกกว่านั้น ไปถึงนิสัยในการที่อาจจะทุ่มเทกับงานมากเกินไป จนกระทั่งไม่ได้เอาใจใส่สุขภาพตัวเองเท่าที่ควร หรือบางครั้งท่านรับสาธุชนที่อาคารประชาสัมพันธ์หินอ่อนที่อยู่หน้าวัด ท่านก็จะพูดง่ายๆ กับสาธุชน เช่นว่าคุณยายมองเห็นหมด คุณยายมองเห็นหมด คือนั้นไม่ได้หมายถึงว่าสายตาของคุณยายดี แต่นั่นเป็นการที่คุณยายให้กำลังใจกับลูกศิษย์ลูกหา ที่จะทำแต่ความดีแล้วก็ละความชั่ว ไม่เฉพาะแต่ต่อหน้า แต่ลับหลังไปด้วย ส่วนใหญ่คำสอนของคุณยายที่หลวงพี่จะคุ้นเคยมากที่สุดก็จะเป็นคำสอนที่ถูกถ่ายทอดมาในหมู่คณะของอุบาสก สมัยที่ยังเป็นอุบาสกอยู่ เพราะว่าสิ่งที่คุณยายสอนนั้น กลายจะเป็นแม่บทของการฝึกตัวของอุบาสกทุกๆ ท่านที่อยู่อาศรมอุบาสกในสมัยนั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการประหยัด เรื่องของความประณีตในการทำความสะอาดก็ตาม สิ่งเหล่านั้นก็จะกลายเป็นปฏิปทาของอุบาสกไปด้วย ก็เสียดายกว่าจะฟังภาษาไทยได้ถนัด คุณยายเข้าไปสู่วัยชราภาพ ก็ไม่มีโอกาสที่จะฟังคำสอนของท่านได้เท่าที่ควร แต่สิ่งที่ยังจำได้ก็คือหน้าที่ของอุบาสกอย่างหนึ่ง ที่อุบาสกแม้ทุกวันนี้ก็ยังทำด้วยความภูมิใจ ก็คือการที่จะรับผิดชอบความเรียบร้อยแล้วก็ความสะอาดของบริเวณภายในวัดที่อยู่รอบๆ กุฏิยาย ทางด้านศาลาดุสิต พวกอุบาสกก็จะมีการที่ไปทำความสะอาดแล้วก็เช็ดถูทุกๆ เช้า ในวันที่อุบาสกมีภารกิจน้อย ก็จะมีอุบาสกไปทำความสะอาดที่นั่นเป็นจำนวนอาจจะถึง ๑๐ คนได้ แต่ในวันที่อุบาสกมีภารกิจมาก อย่างเช่นใกล้งานบุญใหญ่ ก็อาจจะมีน้อยคนที่จะไปทำความสะอาด บางครั้งก็เพียงคนเดียวก็มี แล้วก็มีอยู่วันหนึ่งที่หลวงพี่เองก็เป็นคนเดียวที่ไปทำความสะอาดที่ศาลาดุสิต ก็อดคิดไม่ได้ว่าทำไมถึงเพื่อนไม่มาช่วยเรา ความจริงน่าจะไปคิดว่าก็เป็นบุญของเราที่ได้ บุญของเราด้วยของเพื่อนด้วย แต่เราอดเสียดายไม่ได้เลย แต่ตอนนั้นคุณยายผ่านพอดี แล้วก็ท่านให้กำลังใจ ท่านบอกว่าคนขี้เกียจมีเยอะ ท่านพูดแค่นี้ แล้วก็เดินเข้าครัวของท่านไป แต่พูดแค่นี้ก็เป็นการกลับความท้อใจมาเป็นกำลังใจที่จะทำความดีต่อได้ จนกระทั่งหลวงพี่จำคุณยายได้ ก็จะจำได้ในลักษณะคำสอนประเภทนี้ที่พูดสั้นๆ แต่กลับความท้อใจเป็นกำลังใจได้ ไม่เพียงแค่หลวงพี่เท่านั้นที่มองเห็นถึงบารมีของคุณยาย จะมีชาวต่างประเทศหลายท่านที่ได้บันทึกถึงความประทับใจเกี่ยวกับคุณยาย สำหรับการธรรมเทศนาวันนี้ หลวงพี่พยายามค้นคว้าให้มากที่สุด แล้วก็โอกาสแรกที่พบก็คือเป็นบันทึกของชาวสิงคโปร์ท่านหนึ่งชื่อคุณมาาจาริน แลง ตอนนั้นมาร่วมงานคุณยาย ตอนกฐินยายปี ๓๑ เดิมทีคุณมาจารินก็เป็นคนที่นั่งกับที่ไม่ได้ ไม่เกิน ๒ นาทีก็จะกระสับกระส่ายแล้ว แต่พอมาที่วัดพระธรรมกายก็ได้รับคำแนะนำที่ดี นั่งสมาธิได้ ก็เห็นดวง เห็นองค์พระภายใน แล้วก็ได้พบกับคุณยายด้วย คุณมาจารินก็บอกว่าความประทับใจจากคุณยาย ถึงฟังภาษาไทยที่ท่านพูดไม่ได้ แต่มีความรู้สึกว่าคุณยายในละเอียดก็ปรับประสบการณ์ภายในให้ ให้ได้ก้าวหน้าให้ยิ่งๆ ขึ้นไป อีกท่านหนึ่งที่ได้กล่าวถึงกิตติศัพท์ของคุณยาย ก็คือเป็นนักข่าวท่านหนึ่ง เป็นชาวอเมริกันชื่อคุณดินเลอร์ ฟอเทนฮาวเวอร์ ตอนนั้นเป็นนักข่าวที่มาทำข่าวเกี่ยวกับสตรีไทยดีเด่นใน ๓๐ ปีที่ผ่านมา ความจริงแล้วนักข่าวท่านนี้ได้ไปสัมภาษณ์สตรีดีเด่นของประเทศไทยไปหลายท่านแล้ว รวมถึงคุณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์ แล้วก็อีกหลายท่าน แต่ยังมองข้ามไม่ได้ว่าคุณยายของเราได้ทำคุณประโยชน์ให้กับภาพพจน์และก็การพัฒนาการของสังคมไทยได้ไม่น้อยทีเดียว ไม่น้อยหน้า ผู้ที่ได้บารมีทางโลกทั้งหลาย ในคอลัมภ์ที่ดินเลอร์ ฟอเทนฮาวเวอร์ เขียน ท่านอาจจะจับประเด็นสั้นไปนิดหนึ่ง ก็สรุปว่าคุณยายเป็นผู้ที่ยกย่องสถาบันแม่ชีไทยจนกลับมาเป็นที่ยอมรับได้ แต่ถ้าฟังคำที่คุณยายพูดจริงๆ ในวันนี้ ก็จะเข้าใจ เข้าใจถึงหัวใจของคุณยายแท้จริงในการที่สร้างบารมี ท่านยายบอก บอกอย่างนี้ท่านบอกว่ายายไม่เคยเปรียบเทียบตัวเองให้กับคนอื่น ยายไม่เคยไปสนใจว่าเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย แม้กระทั่งความเป็นแม่ชี ยายไม่เคยไปสนใจ แต่ยายสนใจแต่บุญอย่างเดียว ยายพูดอย่างนี้ แล้วนักข่าวก็ตีความเอาเอง แต่เราก็เข้าใจกัน แม้กระทั่งในช่วงสุดท้ายของชีวิตของคุณยาย มีหมอชาวเยอรมัน ๒ ท่านมาจากบริษัทยา เพื่อจะได้สามารถที่จะใช้ความสามารถอย่างเต็มที่ในการที่จะอำนวยความสะดวกสบายให้กับคุณยาย นี่เป็นหมอชาวเยอรมัน ๒ ท่านเดียวกับที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อได้เล่าให้ฟังในวันแรกของการสวดพระอภิธรรม ว่าแค่เห็นรูปของคุณยายก็ประทับใจ ถึงขนาดที่จะทิ้งงานทั้งหมดเลยที่ประเทศเยอรมัน เพื่อเดินทางมารักษาสุขภาพของคุณยาย แต่จะขออนุญาตในที่นี้มาเล่าเพิ่มเติมนะฮะ เล่าเพิ่มถึงความประทับใจของหมอ ๒ ท่านนี้ ซึ่งมีชื่อว่าด๊อกเตอร์เบริงเอ่อ กับด๊อกเตอร์ทอยเลอร์ ด๊อกเตอร์ทอยเลอร์ได้จ่ายยาให้คุณยายเสร็จแล้ว คุณยายก็ให้พร ให้พรด๊อกเตอร์ทอยเลอร์ด้วย แล้วก็ให้พรเลยไปถึงครอบครัวของด๊อกเตอร์ทอยเลอร์และพ่อแม่ด้วย เสร็จแล้วด๊อกเตอร์อีกท่านหนึ่งชื่อด๊อกเตอร์เบริงเอ่อ จ่ายยาให้คุณยาย คุณยายก็ให้พรเช่นเดียวกัน ให้พรทั้งด๊อกเตอร์ด้วย ทั้งครอบครัวด้วย แต่ไม่พูดถึงคุณพ่อคุณแม่เลย มีผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ก็ถามคุณยายว่าเอ๊ะ ทำไมคนแรกก็ให้พร ทั้งด๊อกเตอร์ ทั้งครอบครัว ทั้งพ่อแม่ด้วย แต่ท่านที่ ๒ ก็ไม่พูดถึงคุณพ่อคุณแม่เลย ถึงขนาดยายป่วยหนัก ก็ยังสามารถตอบได้ชัดเจนว่ามีที่ไหน หมายความว่า่คุณพ่อคุณแม่ของด๊อกเตอร์ท่านที่ ๒ ก็ไม่มี ไม่มีชีวิตแล้ว ก็แสดงถึงความที่คุณยายแม้กระทั่งอายุมาก มีอาการป่วยหนัก แต่ยังมีความสังเกตแล้วก็มีความละเอียดของใจที่ทำสมาธิตลอดเวลา ไม่ถอย สิ่งที่ ส่วนตัวของหลวงพี่เองประทับใจคุณยายก็คือยังมีชาวต่างประเทศมาถึงวัดพระธรรมกายเท่าไหร่ โดยเฉพาะชาวพุทธจากในต่างประเทศ คุณยายจะรู้ความเหมาะสมในการที่จะต้อนรับพวกเหล่านั้นได้ โดยไม่ต้องมีใครมาบอกเลย ปกติแล้วแขกผู้ใหญ่จากต่างประเทศจะต้อนรับด้วยความเหมาะสมได้ยาก ต่างประเทศบางครั้งมีพระภิกษุที่แต่งตัวเหมือนฆราวาส บางครั้งมีฆราวาสแต่งตัวเหมือนพระภิกษุ บางครั้งมีภิกษุณี สำหรับคนธรรมดา แม้กระทั่งคนที่เดินทางไปหลายประเทศ ก็จะรู้ได้ยากว่าจะต้อนรับเหมาะสมอย่างไร แต่ของคุณยายเอง จะต้อนรับให้ประทับใจ แล้วก็เหมาะสมได้ทุกครั้งโดยไม่มีใครไปบอกเลย คุณยายก็จะรู้ถึงธรรมชาติ แม้กระทั่งถึงต่างประเทศ ทั้งๆ ที่ท่านไม่เคยไปทัศนศึกษาในต่างประเทศ ในช่วงสุดท้ายของการธรรมเทศนาในวันนี้ ก็จะขอเล่าถึงเรื่องที่คุณยายได้สอดส่องดูแลลูกศิษย์ของท่าน ถึงในต่างประเทศเลยทีเดียว ยังจำได้เมื่อฉลองครบรอบ ๘๔ ปีคุณยายในช่วงปีใหม่ ของปี ๒๕๓๘ พระเดชพระคุณหลวงพ่อได้ให้โอวาทเกี่ยวกับบารมีของคุณยายว่า คุณยายท่านปกปักษ์รักษาลูกศิษย์ของท่าน ไม่เฉพาะต่อหน้า แต่จะรับรองทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ให้ลูกศิษย์ของท่านตกไปสู่ที่ชั่ว คือคำเหล่านี้ก็จะนำไปคิดต่อ แล้วก็เห็นถึงความจริงที่ ของประเด็นที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านได้เมตตามาชี้แจงให้เห็นในวันนั้น แล้วก็สุดท้าย ก็จะขออนุญาตยกตัวอย่างของอานุภาพของคุณยายที่แม้กระทั่งผู้ที่อยู่ในต่างประเทศก็ยังพบกับท่าน พบกับท่านในเหตุการณ์ที่ไม่น่าเป็นไปได้ เพราะว่าเป็นเหตุการณ์อัศจรรย์ที่เกี่ยวเนื่องกับคุณยาย เหตุการณ์แรกก็เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่รัฐนอร์ทคาโรลาโด ของสหรัฐอเมริกา ในที่นั่นก็จะมีกัลยาณมิตรหลายท่านที่มีศรัทธาอย่างเต็มเปี่ยมต่อคุณยาย คนหนึ่งเขาชื่อคุณทองอ่อน เขาก็มีพี่ชายทำธุรกิจกู้รถยนต์ แต่เนื่องจากว่าเพิ่งเปิดธุรกิจใหม่ๆ ก็ยังไปได้ไม่ค่อยดี ในช่วงปลายปีก็รู้สึกว่าการเงินไม่ค่อยคล่องเลย แล้วพอมีใบแจ้งหนี้มาสำหรับค่าประกันรถ ก็ไม่มีที่จะจ่าย ในตอนนั้นก็พี่ชายเขาขอร้องทางคุณทองอ่อน เพื่อว่าคุณทองอ่อนก็จะให้ยืมเงิน ๒,๐๐๐ ดอลล่าร์เอาไว้จ่ายค่าประกันรถ แต่คุณทองอ่อนก็ช่วยไม่ได้ เพราะว่ากระทันหันด้วย ปลายปีด้วย จึงแนะนำว่าให้พี่ชายไปนึกถึงบุญที่ได้ทำกับคุณยายเอาไว้ในการสร้างเจดีย์ แล้วก็อธิษฐานให้คุณยายช่วยดีกว่า พี่ชายก็ได้ทำตามคำแนะนำ แล้วก็คืนนั้นก็อธิษฐานให้คุณยายช่วย จึงนอนหลับไป แล้วก็คืนนั้นก็ฝันเห็นคุณยาย เดินเข้าไปหาตัวเอง ถือซองสีขาวไปให้ คุณยายก็บอกให้ว่านี่ไง นี่ไง ค่าประกันรถ จึงหายไป ตอนเช้าพวกเหล่านั้น คือไม่ได้คิดอะไรมาก แต่ลูกชายก็ออกรถเดินทาง เกิดอุบัติเหตุระหว่างทาง อุบัติเหตุก็ไม่หนักหนาสาหัสเท่าไหร่ ก็ไม่มีการบาดเจ็บ แต่ผู้ที่เป็นสาเหตุในการทำให้รถชนครั้งนั้นก็จ่ายลูกชาย ๒,๐๐๐ ดอลล่าร์พอดี พอดีกับจำนวนเงินที่คุณพ่อกำลังต้องการใช้พอดีในการที่จะเคลียร์หนี้ในช่วงปลายปีนั้น อีกตัวอย่างหนึ่งจะขออนุญาตเล่าให้ฟัง มาจากอเมริกาเช่นเดียวกัน แต่ครั้งนี้ก็มาจากรัฐนิวเจลซี เป็นเรื่องราวของครอบครัวทหารที่ได้ตั้งบ้านกัลยาณมิตรแล้วก็ชักชวนเพื่อนๆ มาปฏิบัติธรรมที่บ้าน ความจริงก็มากันเป็นจำนวนมาก จนกระทั่งธรรมะสว่างไสวทั้งบริเวณหมู่บ้านนั้น มีลูกชายอายุ ๓ ถึง ๔ ขวบ ก็ลูกชายก็ไม่ค่อยรู้อะไรมาก แต่สิ่งที่แปลกก็คือทุกวัน ลูกชายก็จะเห็นแม่ชีขึ้นบันไดแล้วก็หายไป เด็กก็ไม่ได้คิดอะไรมาก แต่เห็นทุกวันจึงถามพ่อแม่ว่าแม่ชีที่ขึ้นบันไดมาทุกวันเป็นใคร พ่อแม่บอกว่าไม่เห็น แต่พอลูกมาถามบ่อยเข้า ก็เอารูปคุณยายมาให้เด็กดู บอกว่าใช่แม่ชีท่านนี้หรือเปล่าที่เห็น เด็กบอกว่าใช่แล้ว ใช่แล้ว แม่ชีคนนี้ที่เห็นทุกวันเดินขึ้นบันได ปรากฏว่าบ้านกัลยาณมิตรที่นิวเจอซี่แห่งนั้นก็จะเป็นบ้านกัลยาณมิตรที่มีสมาชิกปฏิบัติธรรมกันหนาแน่นที่สุดในทั่วรัฐ แล้วก็สุดท้าย มีตัวอย่างหนึ่งของที่ประเทศเบลเยี่ยมที่หลวงพี่รักษาการศูนย์ปฏิบัติธรรมอยู่ ก็มีญาติโยมผู้หนึ่งชื่อคุณจรรยา มีลูกสาวตกงานอยู่ประมาณ ๒ ปี หางานที่เหมาะสมกับตัวเองไม่ได้ ในที่สุดมีงานหนึ่งที่เสมอเข้ามาก็คืองานเสริฟอาหารในคาสิโน แต่คุณแม่ก็ไม่สบายใจ ใจจริงของคุณแม่ก็ไม่อยากให้ลูกไปทำงานในที่เกี่ยวข้องกับอบายมุข ไม่อยากให้เห็นเลยยิ่งดี แต่ในเมื่อไม่มีงานที่ดีกว่านี้แล้ว ก็มีความรู้สึกว่าจะทำยังไงดี จะห้ามไม่ให้ลูกไปเลี้ยงชีพก็ใช่ที่ จึงอธิษฐานให้คุณยายช่วย ช่วยหางานที่ดีให้ลูกหน่อย ในช่วงนั้นเป็นช่วงที่คุณยายเพิ่งละสังขารพอดี แต่สิ่งที่แปลกก็คือภายใน ๒ วัน ลูกสาวนั้นได้งานที่ดี ดีกว่าเดิมด้วย ดีขึ้นเยอะด้วย งานทั้งอบรมด้วย ทั้งที่เป็นเชิดหน้าของครอบครัวด้วย ทั้งหมดที่เล่ามาแล้วนี้ ในวันนี้ก็สรุปได้ว่าคุณยายเป็นที่ประทับใจของหลวงพี่อย่างมาก เพราะว่าเป็นที่ระลึก เป็นที่พึ่ง แล้วก็ที่ระลึกได้ ไม่เฉพาะชาวไทยแล้วก็ผู้ที่อยู่ในประเทศไทยเท่านั้น แต่บารมีของคุณยายก็แผ่กว้างออกไปรอบบริเวณโลกได้ จนกระทั่งปกปักษ์รักษาใน ถึงต่างประเทศได้ แม้กระทั่งของชาวต่างประเทศได้ และต่อจากไปนี้ก็ขอเชิญทุกท่านได้นั่งหลับตาเจริญภาวนา เพื่อแสดงถึงความกตัญญูต่อคุณยายอาจารย์ และนึกถึงบุญบารมีของคุณยายอาจารย์สักครู่หนึ่ง สัพเพ…….. หน้า PAGE 7 431216FW-AAT