ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

สายเลือดธรรมข้นกว่าสายโลหิต

คุณยายอาจารย์ · เทศน์งานยาย

แรงบันดาลใจ คือมีความคิดเหมือนเด็ก ๆ ว่าอยากจะปั่นซาเล้ง เพราะที่บ้านปั่นแต่จักรยานฮะ พอมาเห็นปั่นซาเล้งได้ เห็นปั่นจักรยานได้ก็คิดว่าอยู่วัดนี้ท่าจะดี อยากจะปั่นซาเล้ง เพราะว่าสมัยก่อน เมื่อก่อนนี้สามเณรจะทำงานกัน เรื่องราวเกี่ยวกับวัดเพิ่งจะเริ่มมาศึกษาเมื่อตอนเข้าเป็นสามเณรประจำ เริ่มรู้แล้วว่าใครเป็นผู้ให้กำเนิดวัดพระธรรมกาย ใครเป็นครูบาอาจารย์ เห็นภาพ ยังไม่เห็นตัวจริง หลังจากที่อยู่ได้ประมาณสัก ๒-๓ เดือน อยู่กลดสัก ๒-๓ เดือน ตอนนั้นพระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตะนะฮะ ท่านไปเยี่ยมแผนกสามเณร เราก็ยังไม่รู้ว่าท่านเป็นใคร ก็เมียง ๆ มอง ๆ อยู่ กลัวได้ยินเสียงหัวเราะ ในใจตกตาตุ่มเลย สมัยก่อนกลัวฮะ เป็นเด็ก แล้วเวลาหลวงพ่อท่านเจอ ท่านจะทักทายด้วยการตบไหล่ แล้ว โอ้โฮ ตบทีไหล่ทรุดเลย ก็เลยกลัวฮะ ถ้าได้ยินเสียงหลวงพ่อท่านมาหน้ากุฏิ ก็จะโดดออกหน้าต่างหลังกุฏินั่นแหละ จะไม่ค่อยกล้าสู้หน้าครูบาอาจารย์ เพราะยังไม่ทราบว่าท่านเป็นใคร ยังไม่เกิดความคุ้นเคยเท่าไหร่ แต่ก็สังเกตว่า ท่านเป็นห่วงเป็นใยสามเณร ฝากผ่านทางพระพี่เลี้ยง เห็นอะไรนิด ๆ หน่อย ๆ ท่านก็แนะนำ ก็เลยฉุกใจว่าหลวงพ่อท่านแนะนำดี แล้วเกิดความรู้สึก เออ คุ้นเคยหมายถึงว่ารักเคารพมากยิ่งขึ้น ตอนที่ถ้าเพื่อน ๆ พระมหาด้วยกันนะฮะ คงจะนึกภาพนี้ออก เพราะสมัยก่อน หลวงพ่อท่านลงฝึกสามเณรเอง ก็จะเป็นประธานนั่งฉันตอนเช้า มีโต๊ะข้าง ๆ สมัยก่อนสภาหลังจากจะมีโต๊ะอยู่ตรงกลาง ถ้าโยมเข้าวัด ๑๐ ปีขึ้นไปจะทราบ Stage จะอยู่ตรงกลาง ตอนนั้นท่านก็จะลงให้สามเณรอ่านธรรมบทให้ฟัง แล้วก็จะให้เขียน script ส่ง แล้วก็จะตรวจ นั่งตรวจ เราก็คิดในใจ ทำไมหลวงพ่อเอาใจใส่ดีจัง นั่งทำ script ตรวจ script ให้เสร็จสรรพ วิจารณ์การพูดให้เสร็จสรรพเลย อันไหนพูดผิด พูดไม่ถูก ท่านก็จะแนะ มีเพื่อนสามเณรบางองค์ตื่นเต้น เล่าเรื่องกาเข้าไปขโมยของ กำลังจะขโมยของได้ ยังไม่ได้กินของเลย เป็นลมบน podium เสียก่อน หรือพูด ๆ ไป ยกมือ ขออนุญาตครับหลวงพ่อ ผมจะเป็นลม วันนี้ท่านก็มานั่งอยู่ในนี้ ทีนี้ ก็เลยสงสัยว่า สมัยก่อนไม่ได้รักหลวงพ่อครับกลัว แต่วันนี้จะถือโอกาสสารภาพรักหลวงพ่อต่อหน้ายาย กลัวฮะ กลัวมาก เริ่มรู้สึกว่ารักตอนไหน เพื่อน ๆ พระมหาด้วยกันทุกรูปจะจำภาพนี้ติดใจมาก คือตอนนั้นสามเณรทำงานหนักมาก หนักจริง ๆ แล้วเวลาไปฉัน อาหารจะไม่พอฉัน หม้อสแตนเลสที่โยมยกประเคนพระทุกวัน สมัยหลวงพี่เป็นสามเณร ๒ หม้อ ข้าว ยังรู้สึก ไม่รู้เอาอาหารไปไว้ตรงไหน ฉันจุมาก แล้วก็ฉันไม่อิ่ม วันนั้นหลวงพ่อท่านก็เรียกด่วน สามเณร ๒๐๐ กว่าชีวิตบน Stage หลวงพ่อทัตตะเรานี่นะฮะ เดินจับหัวลูกเณรทีละองค์ถาม ลูกฉันอิ่มไหม อะไรขาด ไอ้ตรงนั้นแหละฮะ ภาพนั้นแหละทำให้เกิด ทำให้ชุดพระมหาเกิดความรักหลวงพ่อจับใจ และเกิดความรู้สึกอบอุ่นว่าเออ เราได้ครูบาอาจารย์ที่ดี ทำไมท่านแนะนำเอาใจใส่ลูกศิษย์ลูกหาดีจังเลย คิด พอรู้ว่าคุณยายเป็นใคร ความสงสัยนั้นถึงหาย เพราะอุปนิสัยอย่างหนึ่งที่คุณยายท่านมี ก็คือแนะนำดี เอาใจใส่ลูกศิษย์ลูกหาดี อ๋อ หายสงสัยฮะ หลวงพ่อท่านได้นิสัยนี้มาจากคุณยาย คุณยายของเรา ถ้าได้ครูบาอาจารย์ที่ดี ลูกศิษย์อบอุ่นใจ อบอุ่นใจ ถ่ายทอดออกมาเป็นทอด ทำไมหลวงพี่ถึงถือโอกาสเล่าเรื่องนี้ เพราะอะไร เพราะเสียดายที่ตัวเองมาไม่ทันรุ่นบุกเบิก ไม่ได้สัมผัสกับคุณยายอย่างใกล้ชิด แต่ความรู้สึกตรงนี้จะสัมผัสผ่านหลวงพ่อทั้งสอง ผ่านพระเถรานุเถระในวัดทั้งหลายทุกรูป จะค่อย ๆ สังเกต ถึงเกิดความรู้สึกว่านิสัย อุปนิสัย หรือว่าความห่วงใยที่ท่านแสดงออกแก่ลูกศิษย์ลูกหาทุกคนนี่ ถูกปลูกฝังมาจากยาย และเวลาท่านให้โอวาทตอนเช้า ๆ ท่านจะยกตัวอย่างยายตลอด ไม่ว่าจะเป็นหลวงพ่อธัมมะเรา เวลาให้โอวาทลูกพระลูกเณร ท่านก็จะยกตัวอย่างยาย คุณยายแนะนำหลวงพ่อทำอย่างนั้นอย่างนี้ มีแต่สิ่งดี ๆ ทั้งนั้นเลย อย่างที่ญาติโยมทุกท่านที่ได้มาหายาย ได้รับรู้รับทราบจากพระอาจารย์ทั้งหลายที่ท่านมาแสดงธรรมให้ฟัง แล้วอีกอย่างหนึ่งที่สามเณรสมัยนั้นได้รับการฝึก ก็คือเรื่องของความเคารพ วินัย อดทน ระเบียบจัดมาก ๆ เลย ถ้าเมื่อวานซืนใครได้มาฟังหลวงพี่พระมหาสุพลท่านเทศน์ว่าสมัยก่อนนี่ ความระเบียบขนาดไหน ตากผ้า พอสามเณรเข้ากุฏิ ยังต้องให้พี่เณรนี่เอาไม้บรรทัดไปวัด เกินกี่มิลก็นับเป็น ๑ ครั้ง แต่พูดตรงนี้เลยนะฮะ ที่หลวงพี่มีวันนี้ได้เพราะไม้เรียว ได้ดีเพราะความเอาใจใส่ดูแลของพระพี่เลี้ยงจริง ๆ เพราะว่าเด็กน่ะ ก็มีซนบ้างตามประสา แต่ถ้ามีระเบียบวินัย ได้รับการดูแลเอาใจใส่ แม้จะไม่ซึ้งตอนนั้นนะฮะ สังเกตดูเถอะ จะไม่ซึ้งหรอกตอนเป็นเด็ก เวลาที่พระอาจารย์ พระพี่เลี้ยงทำอะไรให้เรา ตอนเราเป็นเด็กไม่ซึ้งหรอก จะเล่นอย่างเดียว จะสนุกสนานอย่างเดียว แต่พอวุฒิภาวะโตขึ้น ได้พบได้เจออะไรมากขึ้น จะมองย้อนกลับหลังว่าเรามีวันนี้ได้เพราะใคร จะซึ้งตรงนั้น ระเบียบวินัยทุกอย่างต้องมี ตั้งแต่การนุ่งห่มผ้า การตื่นต้องตรงเวลา ทำงานต้องตรงเวลา ก็สังเกตว่ารูปแบบนี้ทำไมถ่ายทอดมาจนถึงขนาดนี้ ๑๐ กว่าปีที่ผ่านมา หลวงพี่ซึ้งนะ อยู่ประโยคหนึ่ง เป็นเพื่อน ๆ กันพูดให้ฟัง สายเลือดธรรมข้นกว่าสายโลหิตจริง ๆ สายเลือดธรรมข้นกว่าสายโลหิต ความผูกพันทางธรรมซาบซึ้ง หนักแน่นกว่าและยืนนานทีเดียว ก็ดูทำไมสามเณรเขี้ยวจังเลย ร่ำ ๆ จะกลับบ้านตั้งหลายครั้ง เดินเข้าไป ขออนุญาตพระพี่เลี้ยง หาเรื่องไปเรื่อย ผมอยากจะไปเยี่ยมบ้านครับ เพราะสมัยก่อนปีหนึ่งได้กลับครั้งหนึ่ง แต่จริง ๆ ก็กะว่าได้กลับ ไม่กลับมาหรอก ผมจะไปเยี่ยมบ้าน พอบอกไม่ได้ เดี๋ยวยังไม่ถึงฤดูกาล พอดีแม่ป่วย อ้าว ไหนโทรเลขล่ะ ไม่มีโทรเลขอีก หาไปเรื่อย มีเพื่อนอยู่องค์หนึ่ง อยู่ศรีสะเกษ วันนั้นท่านเกิดอะไรมาก็ไม่รู้ ท่านอยากจะกลับบ้านมากเลย หนีพระพี่เลี้ยงไป เดินมาทางคลองสอง เดินมาเลยหลวงพี่ท่านรู้ ท่านให้ยามไปดักจับมาเหมือนเดิม กลับมาเหมือนเดิม ไปไม่รอด อยู่กันอย่างนี้ แล้วทุกสิ่งทุกอย่างนี้ พระพี่เลี้ยงจะเอาใจใส่ จะบอกจะสอนว่าเรียนอะไรถึงดี น้องเณรทางโลกไม่มีอะไรหรอก อยู่อย่างนี้ดีแล้ว แต่เรามันขี้สงสัย ไม่ดียังไง แต่พอท่านแนะนำอย่างนี้ ท่านก็พร่ำก็สอน บอกนี่เรียนบาลีเถอะ มีพุทธพจน์มีอะไร แล้วสั่งสอนสิ่งที่ดี ๆ ให้เรียนรู้แต่สิ่งที่ ดี ๆ ทุกสิ่งทุกอย่างเลย ตั้งแต่การพับผ้า ความเป็นระเบียบวินัย สมัยก่อนนี่นะ ตั้งแถวกันไปฉันที่สภา ถ้าพูดกัน ๑ องค์นี่ โดนทั้งหมดเลย แล้วเนื่องจากว่าพระพี่เลี้ยงท่านเป็นองค์ที่ต้องฟังคำสั่ง สอนให้สามเณรฟังคำสั่ง บอกฟังคำสั่งนะ ตั้งแต่ครูบาอาจารย์สูงขึ้นไปจนกระทั่งเป็นพี่เณรนี่ ถ้าบอกถ้าสอนอะไรก็ให้ฟัง ทีนี้ก็เกิดเรื่องขึ้นมาซิทีนี้ หลวงพี่ประทับใจมากเลยเพื่อนสามเณรองค์นี้ คือสมัยก่อนนี่สามเณรจะไม่มีโอกาสได้ไปปฏิบัติธรรม ไม่ว่าจะเป็นอาทิตย์ต้นเดือน จะไปร่วมปฏิบัติธรรมกับสาธุชนนี่เฉพาะงานบุญใหญ่ อาทิตย์ต้นเดือนจะนั่งที่กุฏิ ถึงเวลาญาติโยมจะเห็นเฉพาะเวลาตั้งแถวไปฉัน เวลาอาทิตย์ต้นเดือนก็จะเปิดเทปถ่ายทอดเสียงนั่งที่กุฏิ มีอยู่ปีหนึ่ง เนื่องจากได้รับการปลูกฝังเรื่องการฟังคำสอน มาดีมาก มีปีแรกที่ ทางพระอาจารย์อนุญาตให้สามเณรไปปฏิบัติธรรมร่วมกับหมู่คณะที่สภาธรรมกายหลังคาจาก ตอนนั้น Stage จะอยู่ตรงกลาง ก็จะมีตอนที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมะ ท่านนำบูชาพระใช่ไหมฮะ ยะมะหัง สัมมาสัมพุทธังไปเรื่อย จนกระทั่งไปถึงภาษาไทย จะมีอยู่บทหนึ่ง ญาติโยมคงจะนึกออก สำหรับพูด สำหรับญาติโยมโดยเฉพาะ เออ ท่านผู้หญิงว่าคุณครูบาอาจารย์นะ ทีนี้ น้องเณรองค์นี้นี่ เพื่อนเณรองค์นี้เนื่องจากได้รับฟังคำสอนมายาวนาน พอหลวงพ่อพูดจบ ท่านผู้หญิงว่าคุณครูบาอาจารย์นะ ครับกลาง Stage เลย เพื่อน ๆ สามเณรเขาเงียบกันหมด มองดูท่าน ท่านก็ยังหลับตาพริ้ม ด้วยความภูมิใจ พอลง Stage ถึงรู้ว่าตัวเองปล่อย ก็เกิดเรื่องขึ้นมา ทีนี้ ได้รับฟังคำสั่งคือสั่งมาอะไรแล้วนี่ ท่านจะสั่งแต่สิ่งที่ดี ๆ ให้สามเณรได้เรียนรู้ พระพี่เลี้ยงได้รับการถ่ายทอดมาจากไหน ก็จากหลวงพ่อเราอีกทีหนึ่ง ได้รับการปลูกฝังมาจากไหน ก็จากคุณยายของเรา สายเลือดทางธรรมมันข้นกว่าสายโลหิต คุณยายอุปนิสัยของท่าน ท่านจะแนะนำให้ศิษย์นี่เรียน เรียนอะไร เรียนวิชาทางโลกหรือเปล่า เรียนด้านคุณธรรมด้านธรรมะ สุดยอดของวิชาทั้งหลายคือวิชชาธรรมกาย ท่านทั้งแนะนำดีแล้วก็ให้เรียนดี ให้เรียนในสิ่งที่จะนำชีวิตไปสู่จุดความหลุดพ้นได้ ไม่ใช่ให้เรียนแล้วเพื่อยึดติด เรียน รู้ นำไปสู่ความหลุดพ้น ยายให้เรียนสิ่งที่สุดยอดทีเดียว ให้เรียนดี เรียนวิชชาธรรมกาย แล้วเวลาเป็นสามเณร ไม่ค่อยได้เจอยาย ไปเจอยายครั้งแรกเลย ตอนนั้นได้กิตติศัพท์ยายเยอะ เพราะฉะนั้นจะกลัว ตอนเช้า ๆ สามเณรจะไปกวาดวัด พอเห็นยายมาแค่นั้นแหละ หลบ เพราะว่าสามเณรตอนนั้น ยังมักง่ายอยู่นะฮะ เวลากวาดใบไม้ก็จะลงข้างทาง แต่ว่ายายมาเห็น ยายจะบอก เณรกวาดให้มันเรียบร้อย รวมเป็นกองแล้วค่อย ๆ เก็บ แล้วคำหนึ่งที่ติดปากยาย ท่านจะบอกว่าอย่าสึกนะ อยู่อย่างนี้นะ ว่าจะพูดเรื่องปากกายาย เพื่อนก็พูดไปหลายองค์แล้ว แต่ว่าปีที่หลวงพี่สอบประโยค ๙ ได้ ก็ใช้ปากกายาย เป็นความอุ่นใจนะ ตั้งแต่ได้ดวงแก้วยายมานี่ มีหลวงพี่องค์หนึ่ง ท่านภูมิใจมาก วันนั้นเป็นวันเกิดยายจะถวายดวงแก้ว ๓ เซ็นต์ให้ ท่านก็พกติดตัวตลอดเลย มีอยู่วันหนึ่งขึ้นไปอบรมอาสาที่สวนเพชรแก้ว ญาติโยมที่นั่นถาม หลวงพี่เจ้าคะ หลวงพี่ได้ดวงเมื่อไหร่ ท่านก็พอถามได้ดวงเมื่อไหร่ แทนที่จะนึกถึงการปฏิบัติธรรม ท่านไม่นึกนะฮะ ท่านนึกถึงดวงแก้วยาย ท่านบอก อ๋อ ได้นานแล้วโยม โยมก็อนุโมทนาสาธุ หลวงพี่ได้กี่ปี โอ๊ย พระเณรเขาได้กันทั้งวัด พระเณรเขาได้กันทั้งวัด โยมก็งง ยิ่งอนุโมทนาสาธุใหญ่เลยบอก อ้าว ได้ดวงแก้วยาย ท่านไปเฉลยตอนหลัง ได้ดวงแก้วยายนี่ภูมิใจ แล้วก็เล่าเรื่องดวงแก้วยายด้วยความภูมิใจ ฉะนั้นนี่ เวลาได้ฟังหลวงพี่ท่านบอกว่าอ๋อ ได้นานแล้ว โยมต้องฟังให้ท่านเฉลยจบก่อนนะ แล้วจากดวงแก้วยายนี่จะติดตัวหลวงพี่ทุกครั้งเวลาเข้าห้องสอบ เห็นดวงใส ๆ แล้วนี่จะนั่งธรรมะ จะนั่งธรรมะก่อนทำข้อสอบ เพราะว่าถ้าเห็นข้อสอบแล้วทำเลย ทำไม่ได้หรอกฮะ นักเรียนบาลีจะรู้ดี มันจะสั่น เจ้าไม่ได้เข้าแต่มันสั่น สั่นมากสั่นจนควบคุมสติสตังค์ไม่อยู่ แล้วอีกตอนหนึ่งจะสั่นคือตอนจะส่ง ตอนจะส่ง อย่างสอบประโยค ๙ ก็เขียนด้วยความอบอุ่นใจ นึกดวงแก้ว แล้วก็นึกอธิษฐานว่านี่นะ ถ้าลูกสอบได้ ถ้าเห็นว่าจะเป็นประโยชน์แก่ชาติ พระศาสนานี่นะ ขอให้ลูกทำข้อสอบได้เถอะวันนี้ นึกในใจอธิษฐาน นึกถึงบุญ นึกถึงครูบาอาจารย์แล้วก็อธิษฐาน สอบไปจนกระทั่ง ๓ ชั่วโมงเศษ ๆ เหลืออีก ๕ นาที ลืมเขียนไป ๒ ประโยค ประโยค เศษๆ เกือบ ๒ ประโยค ลืมเขียน ตายแล้ว ถ้าเกิดว่า วิธีการตรวจบาลีนี่นะฮะ เขาจะตรวจนับคะแนนที่ผิด ถ้าผิดเกิน ๑๒ จุดคือตก แต่มันก็จะมีผิดแต่ละที่ ผิดศัพท์หนึ่งก็คิดคะแนนหนึ่ง ถ้าเกิดว่าผิดบางจุดเสีย ๒ คะแนน บางจุดเสีย ๓ คะแนน ถ้าผิดหนัก ๆ บางจุดเสีย ๖ คะแนน เขาจะนับคะแนนที่ผิด ก็ตอนนั้นก็เขียนตกไปประโยคเศษ ๆ ก็ตัดสินใจนึกถึงบุญบารมีที่ตัวเองทำ ขอเถอะงานนี้ ยังไงถ้าจบไปแล้วจะเป็นประโยชน์กับพระศาสนานะ ก็เขียนห้อยแล้วก็ส่ง วันแรกทำไม่ได้ดีกลับเลย คืนนั้นดูทั้งคืนเลย จนกระทั่งสว่าง ดูทั้งคืนเลย ไม่ได้พัก กะว่าจะแก้ตัวในวันที่ ๒ เราทราบว่าสติปัญญาเราปานกลาง ไม่ได้ดีอะไรนัก ต้องอาศัยความเพียร ได้เรียนสิ่งที่ดี ครูบาอาจารย์ปกปักษ์สอนให้เรียนสิ่งที่ดี อุปนิสัยตรงนี้ถ่ายทอดผ่านคุณยาย คุณยายท่านนอกจากจะแนะนำดีแล้ว ยังให้เรียนสิ่งที่ดี สนับสนุนทุกอย่าง การเรียนศึกษาภาษาบาลีก็สนับสนุนทุกอย่าง มีโอกาสยายจะมาเยี่ยม นอกจากให้เรียนสิ่งที่ดีแล้ว ยังถ่ายทอดความรู้ให้ไม่มีปิดบังเลย ได้รับจากไหน ได้รับจากตอนที่หลวงพ่อท่านลงให้โอวาท ทุกสิ่งทุกอย่างท่านจะถ่ายทอดความรู้ให้ ไม่มีปิดบังเลย มาถึงพระพี่เลี้ยง พระพี่เลี้ยงก็ถ่ายทอดให้ทุกอย่าง ไม่มีปิดบังเลยความรู้ ย้อนมองขึ้นไป หลวงพ่อเราได้รับการปลูกฝังอย่างนี้มาจากยาย วิชชาธรรมกาย ถ้าศิษย์อยู่ในภาวะที่จะได้รับการถ่ายทอดได้ ยายถ่ายทอดให้หมดเลย หลวงพ่อธัมมะเราให้เรารับรู้รับทราบ ถ่ายทอดให้หมด ไม่มีปิดบัง อบรมลูก ๆ ลูกพระลูกเณร อุปนิสัยอย่างนี้ถ่ายทอดผ่านคุณยายเรามา นอกจากจะแนะนำดี ให้เรียนสิ่งที่ดี ยังถ่ายทอดความรู้ทุกอย่างไม่มีปิดบังเลย อุปนิสัยข้อที่ ๔. ที่ตอนเป็นสามเณรสัมผัสได้ คือหลวงพ่อธัมมะ ท่านจะเล่าให้ฟัง เวลาที่นั่งธรรมะกับยาย ท่านนั่งธรรมะได้ดี แล้วยายจะให้เป็นผู้นำบูชาข้าวพระ ตอนสมัยอยู่บ้านธรรมะประสิทธิ์ ตรงกับอุปนิสัยเลย อุปนิสัยอะไร ยกย่องให้ปรากฏอยู่ในหมู่คณะ ถ้าดีจริงไม่มีปิดบัง ถ้าดีจริงยกย่องเพื่อให้เป็นต้นแบบของการสร้างบารมี พวกเราทุกคนถึงมีวันนี้ ลูกพระลูกเณรทุกองค์ถึงมีวันนี้ กัลยาณมิตรทุกองค์ ทุก ๆ ท่านถึงมีวันนี้ เพราะยายยกย่องต้นแบบที่ดี นี่คืออุปนิสัยของยาย ประการสุดท้าย เท่าที่เรารับรู้รับทราบมายาวนาน ตั้งแต่การสร้างวัด ทำไมยายให้สร้างกำแพงก่อน พระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตะท่านก็อธิบายให้ญาติโยมทุกท่านฟังแล้ว ทำไมต้องวางจัดระเบียบวินัย ทำไมต้องกำหนดเวลาเข้า เวลาออก ทำไมต้องกำหนดจุดรับแขก เพื่อป้องกันในทิศทั้งหลาย ในภัยทั้งหลายที่จะบังเกิดขึ้น ยายมองการณ์ไกล ป้องกัน ไม่ใช่ป้องกันอย่างเดียว ปกป้องนี่คือเกิดขึ้นมาแล้วถึงปกป้อง แต่ป้องกันยังไม่เกิด คือเห็นเหตุหลาย ๆ อย่าง คุณยายทำความป้องกันในทิศทั้งหลายไว้ ในภัยทั้งหลายที่ยังไม่เกิดขึ้น แยกหญิงซ้าย ชายขวา ให้ใส่ชุดขาว เพื่อให้เป็นแบบอย่าง เพื่อกันอะไรหลาย ๆ อย่าง อย่างที่ทุกคนทราบ คุณยายของเราเป็นครูบาอาจารย์ที่สมบูรณ์ที่สุด เท่าที่หลวงพี่รับรู้รับทราบมา เพราะอะไร เพราะคุณธรรมที่ดีงามอย่างที่เล่าให้ฟัง ตั้งแต่แนะนำดี ให้เรียนดี บอกความรู้ทุกอย่างไม่มีปิดบัง ยกย่องต้นแบบที่ดีงามให้ปรากฏ แล้วก็ทำความป้องกันในทุกสิ่งทุกอย่าง คุณยายเป็นครูบาอาจารย์ที่สมบูรณ์ที่สุด แล้วญาติโยมทุกคนเท่าที่มารับรู้รับทราบเกี่ยวกับคุณธรรมของยาย จะตระหนักและซาบซึ้งถึงหัวข้อที่หลวงพี่ได้เล่ามาทั้งหมดนี่ ที่มีวันนี้ได้เพราะมีครูบาอาจารย์ที่ดี ยังจำได้ว่าวันแรกมาวัดพระธรรมกาย ตัวเล็กผอมๆ ห่มจีวรสีกลัด แต่ปัจจุบันนี้มีวันนี้ได้เพราะได้ต้นแบบที่ดี ได้ครูบาอาจารย์ที่ดีคอยอบรมพร่ำสอน แล้วได้รับการดูแลเอาใจใส่จากครูบาอาจารย์ของเรา ดังนั้นนี่ จงภูมิใจเหมือนที่หลวงพี่ภูมิใจว่าเราได้ต้นแบบที่ดี ได้ครูบาอาจารย์ที่สุดยอด ในบรรดาครูบาอาจารย์ทั้งหลายก็คือคุณยายของเรา ได้ต้นแบบที่สุดยอด ดังนั้นก่อนที่เราจะกลับบ้าน เลิกจากการนั่ง เลิกจากการฟังธรรม ขอให้พวกเราทำใจให้สงบ หลับตานึกถึงคุณยายของเรา ผู้ซึ่งเป็นต้นแบบ แบบอย่างของการทำความดี ยอดของครูบาอาจารย์ที่สร้างต้นแบบให้กับเรา คือพระเดชพระคุณหลวงพ่อทั้งสอง คณะพระอาจารย์ พระเถรานุเถระรุ่นบุกเบิก ที่คุณยายท่านได้ปลุกปั้น ให้เป็นแบบอย่าง ให้เป็นเนื้อนาบุญในการทำความดี จนกระทั่งมีหมู่คณะ ลูกพระลูกหลาน กัลยาณมิตรทั้งหลาย ทำใจนิ่ง ๆ ใส ๆ นึกถึงคุณยายของเรา แล้วก็อธิษฐานจิตขอให้เราได้เกิดเป็นศิษย์ท่านไปทุกภพทุกชาติ ต่างคนต่างทำใจให้สงบกันสักครู่หนึ่งนะ *********************************** จบ ***********************************