ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

ต้นแบบของวัฒนธรรมในวัดพระธรรมกาย

คุณยายอาจารย์ · เทศน์งานยาย

(ม้วน 1/A) พระมหาสุพล : ขอนอบน้อมแด่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า กราบขออนุญาตพระเดชพระคุณหลวงพ่อที่เคารพอย่างยิ่ง นมัสการพระเถรานุเถระ สวัสดีเพื่อนสหธรรมิกทุกรูป เจริญพรสามเณร อุบาสก อุบาสิกา ลูกหลานยายทุกท่าน (สาธุ) หากจะถามว่าตั้งแต่พวกเรารู้จักวัดพระธรรมกายมา เราเปลี่ยนแปลงไปเยอะไหม ทุกท่านก็จะได้คำตอบที่ชัดเจนว่าเปลี่ยนแปลงไปเยอะ เปลี่ยนแปลงในที่นี้คือเปลี่ยนแปลงจากที่ไม่ดีกลายเป็นดี ทำให้เราได้รู้เป้าหมายชีวิต ได้รู้ธรรมะ ได้รู้ว่าเราเกิดมาทำไม คงไม่ต่างกับอาตมาเท่าใดนัก เพราะว่าอาตมาเองรู้สึกภูมิใจที่ได้มารู้จักกับวัดพระธรรมกาย เมื่ออายุได้ ๑๓ ปี เดินทางเข้ามา ออกจากป่าใหม่ๆ ในที่นี้ไม่ใช่ว่าหลวงพี่เป็นคอมมิวนิสต์นะ ก็เป็นสามเณรป่า สมัยก่อนอยู่วัดป่า ก็ส่งเข้ามา ก็เขาบอกว่าที่นี่มีการเรียนดีมากนะ หลวงพี่ก็กะมาเรียนอย่างเดียว ไม่ได้สนใจอย่างอื่น มาเอาความรู้อย่างเดียว ทีนี้มาถึงแล้ว มันไม่เป็นอย่างที่เราคิดซิ วัดพระธรรมกายสอนทุกอย่างตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามา หลวงพี่จำได้กฐินยายครั้งแรกนี่ ปี ๒๕๓๑ หลวงพี่ไม่มีปัจจัยทำบุญ เขียนจดหมายไปหาคุณพ่อคุณแม่ที่บ้าน ท่านก็ส่งปัจจัยให้มา ๒๐๐ บาท ถือว่าเยอะมากช่วงนั้น เยอะมาก ก็ร่วมบุญกับกฐินยายไป นึกถึงทีไร ก็ยังปีติใจทุกที ปีติไม่หาย ยังคิดว่าทำได้บุญ ๒๐๐ M นะนี่ นะ ๒๐๐ M เพราะว่าปีติมาก อยู่มาเรื่อยๆ ปรากฏว่าปณิธานเราดีขึ้นเรื่อยๆ นะ ได้เรียนรู้ พระพี่เลี้ยงก็สั่งสอน หลวงพ่อทั้งสองท่านก็ลงเทศน์ ทำให้เราได้รู้เป้าหมายขึ้น หลวงพี่มีความรู้สึกอย่างหนึ่งว่าอะไรที่คุณยายท่านมุ่งหวัง ก็อยากจะทำสิ่งนั้นให้เกิดขึ้นกับคุณยาย อย่างเช่นประโยคป.ธ. ๙ ที่ได้มา ที่จริงหลวงพี่มีความหวังแค่ว่าขอแค่ประโยคป.ธ. ๓ ก็พอแล้ว เพราะว่าการเรียนภาษาบาลี นักศึกษาจะรู้ดีว่ามันสาหัสสากรรจ์แค่ไหน แค่การสอบก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งประโยคสูงๆ ยิ่งแล้วใหญ่ ยิ่งแล้วใหญ่ กำลังใจเป็นสิ่งที่สำคัญ และหลวงพี่ก็การเรียนไม่ค่อยดีด้วย สมองไม่ค่อยสู้เขา ประโยค ๘ ประโยค ๙ นี่ ใกล้ๆ จะสอบมีการติวทีไร อยู่ท้ายตารางทุกที เขาจะเก็บคะแนนทุกวันทุกวันนะ อย่างเช่นไปติวที่ต่างจังหวัดประโยคป.ธ. ๘ เขาเข้าติวบาลี ๓๐ กว่ารูป หลวงพี่ได้ที่ ๒๒ การเรียนไม่ดี ได้แต่ปลอบตัวเอง เลขดี เลขวันคล้ายวันเกิดพระราชภาวนาวิสุทธิ์ ก็ยังมาภูมิใจอีกนะ แต่ปรากฏว่าน่าทึ่ง เพราะว่าประกาศผลทีไร มีชื่อหลวงพี่ทุกที เพื่อนๆ เขาก็งง มาได้อย่างไร เพราะฉะนั้นผลการสอบออกมา ๑ อาทิตย์นี่ ไม่ใช่ว่าเขา หลวงพี่ได้ยินอยู่ตลอดนะ สอบได้อย่างไรนะ ในหมู่นักศึกษาด้วยกัน ไปเจออีกรูปหนึ่งมหาสุพลสอบได้ ผมงง ที่จริงก็ไม่งงหรอก ผมมีเคล็ดลับอยากจะบอก อยากจะบอก แต่ว่าจะต้อง การเรียนนี่ต้องหนักพอสมควร ไม่ใช่ว่าจะอาศัยบุญอย่างเดียวมันก็ไม่ได้นะ ก็คือการสอบภาษาบาลี กำลังใจเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะฉะนั้นเวลาใกล้ๆ สอบ คุณยายจะมานะ เอาช็อคโกแลต เอาปากกามาให้ เราก็มีกำลังใจ มีกำลังใจดูหนังสือ และช่วงใกล้จะสอบด้วยก็ต้องดูหนักกว่าเดิม ปกติจำวัด ๔ ทุ่ม เราก็ต้องเปลี่ยนเป็น ๖ ทุ่ม ตี ๑ ตี ๒ เพื่อจะจำให้ได้ และการสอบบาลีนี่เป็นการสอบแบบ knock out ไม่มีแก้ตัว แก้ตัวอีกทีก็ปีใหม่ ซึ่งเสียเวลาเรามาก เพราะฉะนั้นผู้ที่จะเข้าสอบ ต้องดูหนังสือให้พร้อม สมมติมี ๖๐๐ หน้า ๖๐๐ หน้า กรรมการจะออกหน้าไหนก็ได้ ถ้าเกิดว่าเราดูไม่ครบ ดูแค่ ๕๙๙ หน้า หน้าสุดท้าย หน้าสุดท้ายเว้นไว้ ปรากฏว่าออกมาหน้าสุดท้าย ก็ต้องรอปีหน้า มันเป็นอย่างนี้ การศึกษาบาลี เพราะฉะนั้นการคุมสอบของกรรมการก็เข้มไปด้วย หันทางซ้ายก็เจออาจารย์คุมสอบ ขวาก็เจอ ด้านหน้าก็เจอ ขนาดไปเข้าห้องน้ำท่านยังตามไปเลย เพราะฉะนั้นพระภิกษุสามเณรวัดพระธรรมกายนี่ เวลาเข้าสอบเราจะรู้ดี ภาพหรือสิ่งที่ครูบาอาจารย์มอบให้เป็นกำลังใจอย่างมาก เช่นดวงแก้ว ดวงแก้ว ภาพคุณยาย ภาพหลวงพ่อ ไม่ใช่ว่าเรางมงาย แต่ว่าเมื่อครูบาอาจารย์อยู่ใกล้ เราก็รู้สึกอุ่นใจ แล้วก็ทำเรื่อยมาตลอด ปกติแล้วกรรมการจะแจกข้อสอบ ๕ นาที อย่างไรก็เขียนไม่ได้แน่นอน เพราะมือมันสั่น ต้องให้ผ่าน ๕ นาทีไปก่อน ช่วงนั้นเราจะนั่งหลับกัน พระภิกษุสามเณรวัดเราจะรู้ จะนั่งหลับตากันก่อน นั่งหลับตาพอได้ที่ค่อยเปิดปัญหา พอเปิดปัญหา วัดพระธรรมกายจะต่างจากวัดอื่น คือเมื่อเจอปัญหาแล้วจะไม่ท้อใจ แม้ไม่ตรง ก็จะแกะไปเรื่อยๆ จนหมดเวลานะ แกะไปเรื่อยๆ ได้ไม่ได้สู้ไว้ก่อน ต่างจากวัดอื่นว่าวัดอื่นไม่ได้ลุกปุ๊ป หนีหมดนะ หนีหมด แต่วัดเราไม่ใช่อย่างนั้น จึงไม่แปลกว่าทำไมถึงสอบได้เยอะ เพราะว่ากำลังใจมาก่อนอันดับ ๑ แล้วครูบาอาจารย์อยู่ในใจเรา เราจึงสอบได้ ก็เพราะได้ดวงแก้ว ได้ปากกาคุณยาย คุณยายท่านสนับสนุน เราจึงมีกำลังใจ แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าปากกาที่คุณยายได้มอบให้หลวงพี่ หลวงพี่อยากจะเก็บไว้เป็นที่ระลึก แต่ก็หายไปแล้ว มันหายไปแล้ว ที่จริงหลวงพี่ไม่ได้ตั้งใจทำหายหรอก เนื่องจากว่าสอบก่อน สอบก่อนทีนี้ชั้นประโยค ๙ เขาสอบทีหลัง เขาก็มาขอยืมปากกายายไป หลวงพี่ก็ต้องให้เขา เขามาขอยืม ก็ให้เขาไปนะ ให้ไปแล้วทำหายด้วย ก็น่าเจ็บใจอยู่พอสมควรนะ ทีนี้ มันก็เกิดเรื่องซิ หลวงพี่เมื่อ ๓ เดือนที่แล้ว มีโอกาสไปติดต่องานเกี่ยวกับการถวายเครื่องไทยธรรมพระเถระ ก็เข้าไปภายในวัด ภายในวัดเรานี่แหละนะ ก็ไปติดต่อกับหลวงพี่ท่าน วันนั้น ก่อนวันนั้น ๑ วัน พระมหาสุธรรม สุระตะโน ป.ธ. ๙ ท่านก็มาเทศน์เรื่องปากกายายนี่แหละนะ จำได้ ปากกายาย พอไปถึงอุบาสิกา ๒ ท่านมาถามเลย หลวงพี่ได้เรียนบาลีไหมเจ้าคะ เรียน หลวงพี่ก็ตอบเรียน แล้วหลวงพี่ได้ปากกายายหรือเปล่า ได้ แต่ว่าหลวงพี่ให้เพื่อนเขาไป เขาทำหายแล้ว เขาก็บอกว่าหลวงพี่น่าจะเก็บไว้นะ จะได้สอบได้ประโยค ๙ เหมือนกับเขาบ้าง ครั้นเราจะตอบว่าฉันนี่แหละประโยค ป.ธ. ๙ ก็กลัวจะแหกหน้าเขาเกินไป ก็เลยบอกเขาว่าหลวงพี่แก่แล้ว เหนื่อยแล้ว ขอพักสักปี ก็ตอบเลี่ยงๆ เขาไปอย่างนั้น แต่ในใจก็นึกหมั่นไส้ นึกหมั่นไส้ สอบได้ กว่าจะได้มาเหนื่อยแทบตายยังไม่รู้อีกนะ สาเหตุที่หลวงพี่เล่าเรื่องนี้มายืดยาวก็เพราะว่าหลวงพี่ประทับใจปัญหาที่เขาสอบภายในปีนี้ของประโยค ป.ธ. ๙ ตรงกับคุณยายของเรา ชัดเจนมาก เกี่ยวกับเรื่องความสะอาด ทุกท่านก็จะรู้ดีว่าคุณยายรักความสะอาดมากแค่ไหน ที่บ้านธรรมประสิทธิ์ ครัว ห้องน้ำ ยายจัดเป็นระเบียบ แม้กระทั่งพอมาสร้างวัด ครัวทุกสิ่งทุกอย่างเรื่องความสะอาด ยายไม่ปล่อย ปัญหาที่ออก ท่านก็กล่าวไว้ชัดเจนในวิสุทธิมรรค วิสุทธิมรรคหน้า ๑๖๓ ท่านบอกว่า วตฺถุวิสท กิริยา นาม อชฺฌตฺติก พาหีรานํ วตฺถูนํ วิสท ภาว กรณํ ฯ ที่ชื่อว่าการทำวัตถุให้สลักสลวย ก็คือการทำวัตถุทั้งภายในทั้งภายนอกให้สลักสลวย ท่านก็ชี้แจงต่อ วัตถุภายนอก วัตถุภายนอก วัตถุภายในเป็นยังไง วัตถุภายในคือเมื่อใดบุคคลผู้เจริญกรรมฐาน บุคคลผู้เจริญกรรมฐานมีเหงื่อไคลจับ เกี่ยวกับสรีระร่างกาย มีเหงื่อไคลจับ ผมรกรุงรัง เล็บยาว เล็บยาว นี้ชื่อว่าวัตถุภายในไม่บริสุทธิ์ วัตถุภายนอกไม่บริสุทธิ์ ท่านก็มุ่งถึงเครื่องนุ่งห่มและที่อยู่อาศัย เมื่อใดบุคคลผู้เจริญกรรมฐาน มีเครื่องนุ่งห่มไม่สะอาด เศร้าหมอง ที่อยู่อาศัยรกเรื้อ เมื่อนั้นชื่อว่าวัตถุภายนอกไม่บริสุทธิ์ เมื่อวัตถุภายนอก วัตถุภายในไม่บริสุทธิ์ ญาณที่เกิดขึ้นในจิตและเจตสิกก็ไม่บริสุทธิ์ตาม เมื่อบุคคลนั้นพิจารณาสังขารธรรม แม้สังขารธรรมก็ไม่บริสุทธิ์ ก็ไม่บริสุทธิ์ เปรียบเสมือนตะเกียงที่อาศัยน้ำมัน ไส้ที่ไม่บริสุทธิ์ แสงสว่างที่เกิดขึ้นก็ย่อมไม่บริสุทธิ์ฉันนั้น แต่เมื่อใด วัตถุภายในและวัตถุภายนอกบริสุทธิ์ แม้ญาณที่เกิดขึ้นก็บริสุทธิ์ การพิจารณาสังขารธรรม แม้สังขารธรรมนั้นก็เป็นไปเพื่อความบริสุทธิ์ เพื่อความเจริญงอกงามไพบูลย์ยิ่งๆ ขึ้นไป เพราะฉะนั้นเมื่อมามองถึงจุดนี้ คุณยายของเรา ทำไมจึงรักความสะอาดมาก ก็เพราะว่าความสะอาดภายนอก จะบ่งไปถึงธรรมะภายใน และธรรมะภายในก็จะชี้ออกมาว่าบุคคลนั้นมีการประพฤติปฏิบัติธรรมเช่นใด อาตมาได้มีโอกาสได้ไปเปิดบ้านกัลยาณมิตรหลายๆ ที่ เห็นแล้วก็น่าชื่นใจ เพราะว่าเห็นบ้านกัลยาณมิตรทุกท่านสะอาดเรียบร้อยนะ เข้าห้องน้ำก็ ที่วัดพระธรรมกายอย่างไร ที่บ้านของเราก็อย่างนั้น ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าอนุโมทนาสาธุการ หลวงพี่ก็ขออนุโมทนาด้วย เพราะฉะนั้นเมื่อสาธุชนได้ฟังหลวงพี่เล่ามาถึงจุดนี้แล้ว ก็พอจะชี้แจงได้ว่าสิ่งภายนอกเกื้อกูลกับธรรมะภายใน ธรรมะภายในก็เกื้อกูลกับสิ่งภายนอก อย่างจะขาดเสียไม่ได้ ถ้าหากว่ามีใครมาพูดว่าข้าพเจ้านั่งธรรมะใสแจ่ม เห็นองค์พระใสแจ่ม ก็ยัง ยังเชื่อถือไม่ค่อยได้ เราต้องดูตามที่ท่านกล่าวมา ดูว่าที่อยู่อาศัยเป็นอย่างไร ดูเครื่องแต่งกายเป็นอย่างไร สิ่งเหล่านี้จะเป็นเครื่องชี้ว่าธรรมะก้าวหน้าเพียงไหน หลวงพี่จำได้ตอนที่เป็นสามเณรโดนเคี่ยวเข็ญเกี่ยวกับความสะอาดมามาก พระพี่เลี้ยงท่านไม่ปล่อยผ่าน ผ้าห่ม ๑๕ วันต้องซัก ไม่ซักก็โดนทำโทษ โดนทำโทษ จีวรต้องซัก สบงต้องซัก ไม่ซักไม่ได้ ท่านตรวจตลอดเวลา สมัยก่อนเป็นสามเณรละเอียดมาก ตากสบงต้องชายเท่านกัน ชายไม่เท่ากันก็โดนทำโทษ ไม่ขนาดไหนหรอก ตอนเย็นสรงน้ำเสร็จ เข้าไปสวดมนต์ทำวัตร พี่เณรเป็นหัวหน้ากุฏิมาแล้ว สมุด ๑ เล่ม เดินไปห้องน้ำ กุฏิใครกุฏิมัน สมุด ๑ เล่ม พร้อมไม้บรรทัด ๑ อัน วัดดูซิมันเกินไหม ห่างกัน ๒-๓ มิลก็ไม่ได้แล้ว เอากันขนาดนั้น เอากันขนาดนั้น ยิ่งมาช่วงหลังๆ ก่อนที่หลวงพี่จะบวชพระอาจารย์อุดมที่เป็นอุปัฏฐากของคุณยาย ท่านก็มาสอนเรื่องการซักผ้า การซักผ้า การตากผ้า การเก็บผ้าให้กับสามเณร ยิ่งซาบซึ้งคุณธรรมที่คุณยายท่านมี และซาบซึ้งความละเอียดละออของครูบาอาจารย์ สิ่งเหล่านี้ได้ถ่ายทอดมาถึงพระเดชพระคุณหลวงพ่อทั้งสอง หมู่คณะของพวกเรา พระภิกษุสามเณร อุบาสก อุบาสิกา ซึ่งเป็นจุดเด่นของวัดพระธรรมกายของเราเรื่องความสะอาด แม้กระทั่งการเก็บเพชรพลอย สิ่งเหล่านี้มองเผินๆ อาจจะเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ว่าถ้ามองในการปฏิบัติธรรมแล้ว ถ้าเกิดว่าสาธุชนมาวัด เห็นสิ่งที่ไม่ค่อยเรียบร้อย การประพฤติปฏิบัติธรรม ก็เป็นสิ่งที่ยากที่จะสงบ ระงับ พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านมองเห็นจุดนี้จึงได้ดำริการเก็บเพชรพลอยขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี หลวงพี่ประทับใจสาธุชนท่านหนึ่งเมื่อเดือนที่แล้ว ทุกวันอาทิตย์หลวงพี่เองก็จะมาช่วยงานต้อนรับพระเถระ อยู่ตรงช้าง ทำงานที่นั่น ทุกวันอาทิตย์จะมีช่างภาพมาถ่ายภาพเจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะตำบล เพื่อทำหนังสือพระสังฆาธิการ วันนั้นสาธุชนเดินเข้ามา เดินเข้ามาเพื่อฟังสวดอภิธรรม ช่างภาพก็ถ่ายภาพไป หลวงพี่ก็ยืนคุยกับช่างภาพ ปรากฏว่าตรงที่ยืนของพระสังฆาธิการจะติดกระดาษกาวย่นไว้ประมาณ ๓ คืบกว่าๆ ไว้ให้พระเถระยืน ท่านจะได้รู้จุดว่ายืนตรงไหน ช่างภาพหันไปคุยไม่ถึง ๒ นาที กลับมา กระดาษกาวย่นหาย ปรากฏว่าโยมถือไปแล้ว ถือไปแล้ว ช่างภาพเดินตาม เอาไปไหนหรือครับ ตอบทันควันนึกว่าเพชรพลอย ซึ่งปลูกฝังได้ดีมากเลย ปลูกฝังได้ดีมาก น่าอนุโมทนาด้วย อันนี้ไม่ได้ซ้ำเติมนะ อันนี้ไม่ได้ซ้ำเติม ที่อาตมาพูดมาทั้งหมด ก็ไม่ใช่ว่าพูดมาลอยๆ อุบาสกที่เป็นพิธีกรก็พูดทุกวันนะ กรุณานั่งให้เป็นระเบียบเป็นแถวเป็นแนว เพื่อธรรมะจะได้สว่างไสว อะไรทำนองนี้แหละ อุบาสกก็พูด แม้กระทั่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านก็ได้ตรัสไว้ ท่านได้ตรัสไว้ใน *อังคุตรนิกาย ติกนิบาต มีใจความว่า กายสุจึ วาจาสุจึ เจโตสุจิมนาสวํ สุจึ โสเจยฺยสมฺปนฺนํ อาหุ นินฺหาตปาปกนฺติ ฯ ท่านกล่าวว่าเราเรียกบุคคลผู้มีกายสะอาด มีวาจาสะอาด มีใจสะอาด ปราศจากอาสวะ สมบูรณ์ด้วยความสะอาดว่าเป็นผู้สะอาด เป็นผู้สะอาด เพราะฉะนั้นเรื่องความสะอาดของคุณยาย จึงเป็นวัฒนธรรมของวัดพระธรรมกาย และต่อไปก็จะเป็นวัฒนธรรมของชาวพุทธอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้กระทั่งการแต่งกายของวัดเรา คุณยายก็ได้เป็นแบบอย่างที่ดี คือใส่ชุดขาวทำให้มองแล้วสะอาดสะอ้าน สายตา แม้ว่าเมื่อเรานั่งหลับตา เราก็จะเห็นธรรมะได้สว่างไสวเร็วยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นเมื่อเรามาระลึกถึงคำสั่งสอนของยายในเรื่องของความสะอาด อาตมาก็อยากจะขอเรียนเชิญทุกท่าน ได้ทำความสะอาดใจของเราให้บริสุทธิ์ ใจของเราให้ผ่องใส เพื่อจะได้เป็นบุญกุศลติดตัวของเราทุกภพทุกชาติไป เพราะฉะนั้นหลวงพี่ขอเรียนเชิญทุกท่านนั่งขัดสมาธิกันทุกคนนะ สัพเพ……. PAGE PAGE 6 หน้า 431123FW-AAT