ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

จิตที่ผ่องใส ใจที่จดจ่อกับการสร้างบารมีของคุณยายอาจารย์

คุณยายอาจารย์ · เทศน์งานยาย

(ม้วน 1/A) พระจริตมันโต : ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า กราบนมัสการพระเถระ สวัสดีเพื่อนสหธรรมิกทุกรูป เจริญพรสามเณร อุบาสก อุบาสิกา ลูกหลานยายทุกท่าน (สาธุ) ในช่วงโอกาสนี้เป็นวาระโอกาสการบำเพ็ญกุศลของคุณยายของเรา เป็นโอกาสดีที่ทั้งผู้เทศน์และผู้ฟังจะได้มีโอกาสตรึกนึกถึงคุณธรรมของคุณยายมากยิ่งขึ้น ซึ่งปกติพวกเราก็ตรึกระลึกถึงพระคุณของท่านกันอยู่แล้ว แต่ในช่วงโอกาสอย่างนี้จะเป็นโอกาสดีที่เราทุกคนตรึกนึกถึงท่านมากขึ้น นึกถึงคุณธรรมของท่านบ่อยขึ้น ด้วยความเคารพ ด้วยความเทิดทูนบูชา เพราะว่ายิ่งเราตรึกนึกถึงท่านบ่อยๆ ใจของเราก็ได้การขัดเกลา ได้รับการกล่อมเกลาจากคุณธรรมนั้นๆ ด้วย ยิ่งนึกถึงมาก ใจของเราก็ยิ่งมีพลัง ยิ่งนึกถึงบ่อยๆ และนำมาปฏิบัติ ก็ทำให้ตัวเราเองมีมโนปณิธาน มีความตั้งมั่นที่ปรารถนาอยากจะมีคุณธรรมเช่นนั้น เช่นเรื่องของความขยัน เรื่องของความรักธรรมะ รักความรักความสะอาด ซึ่งถ้าเรานึกถึงบ่อย นึกถึงมาก ใจเราก็ผูกพันมาก ยิ่งนึกถึงมาก ภาพของความสำเร็จที่คุณยายได้เคยทำเป็นแบบอย่างไว้ ก็ยิ่งชัดเจนในใจเรามากขึ้น ในวันนี้จะขอนำประสบการณ์เกี่ยวกับคุณธรรมของคุณยายมาเล่าให้ฟังบางส่วน หลวงพี่เองอบรมธรรมทายาทเมื่อปี ๒๕๒๓ โดยมีหลวงพ่อทัตตชีโวท่านเป็นพระอาจารย์ ประธานแนะนำสั่งสอนอบรมอย่างดีเยี่ยม ซึ่งคุณธรรมที่ท่านอบรมให้นั้นเป็นที่ประทับใจเป็นอย่างยิ่ง นอกจากหัวข้อมงคลชีวิต นอกนั้นแล้วก็จะเป็นคุณธรรมที่ท่านพร่ำสอน เช่นการเดิน การขบฉัน การนุ่งห่ม การสรงน้ำ หลายๆ อย่างก็คือได้รับถ่ายทอดมาจากคุณยายนั่นเอง หลังจากที่เสร็จสิ้นการอบรม ลาสิกขาเรียบร้อย ก็จะมีหมู่คณะของธรรมทายาทชุดหนึ่งอยู่เก็บงาน ขณะที่เรากำลังเตรียมต้มน้ำสำหรับย้อมกลด กลดที่ใช้เป็นกลด เป็นเนื้อกลดผ้า เพื่อย้อม ต้มย้อมแล้วจะได้เอาไว้ใช้ในรุ่นต่อไป แล้วเก็บให้เรียบร้อย ขณะนั้นเป็นเวลาประมาณ ๔-๕ โมงเย็น โรงเตาโรงหุงข้าวอยู่ตรงข้ามกับกุฏิของคุณยาย ขณะที่เรากำลังทำภารกิจนั้นอยู่ คุณยายก็เดินเข้ามา เดินเข้ามาก็บอกว่าอนุโมทนาทุกคนนะ อนุโมทนาทุกคน ได้บุญกันเยอะๆ ทุกคน ที่เราทำกันอยู่นี้ดีแล้ว เพราะว่ารุ่นต่อไปเขาจะได้ไปใช้ได้ และช่วยกันเก็บให้เรียบร้อย จะได้ไม่เป็นภาระ ไม่หนักแรงคนที่อยู่ คนที่อยู่ก็จะได้ทำอย่างอื่นได้มากขึ้น คุณยายจะสอนเราให้ทำงานแล้วไม่เป็นภาระของคนข้างหลัง แล้วก็เก็บให้เรียบร้อย เพื่อจะได้สมบัตินั้นรออยู่รุ่นต่อๆ ไปได้อีก นี้เป็นครั้งแรกที่คุณยายเข้ามาพูดคุยด้วย ครั้งต่อไป หลังจากนั้นก็มาเป็นอาสาสมัครที่วัด ศุกร์เสาร์อาทิตย์ ธรรมทายาทก็จะมาค้าง มาค้างที่วัด มาช่วยเตรียมงาน มาช่วยเก็บงาน ในช่วงเวลาของการเก็บงานหลังจากพิธีเลิกแล้ว จะมีคนอยู่ไม่ค่อยมาก งานที่จะเก็บส่วนใหญ่จะเป็นพวกเก็บเสื่อ คนที่มาร่วมงานส่วนหนึ่งก็จะนั่งเสื่อสั้นรอบๆ ศาลาจาตุม พอถึงวันจันทร์ คนส่วนใหญ่จะกลับกันแล้ว หลวงพี่เองอยู่เก็บงาน ขณะที่กำลังเก็บรวบรวมเสื่อมาไว้ที่หน้าอาคารยามา เสื่อสั้นเก็บมา มาเช็ด เก็บมาพับ มัดเป็นตั้งๆ มัดละ ๑๐ ผืน เก็บไว้ในตู้ ขณะที่กำลังเก็บมัดเสื่ออยู่นั้น พระอาจารย์ท่าน ท่านก็มาชวนบอกว่าไปช่วยกันเลือกจีวรใหม่ เราก็ไป วางกองเสื่อไว้ เราก็เข้าไปเลือก เพื่อเลือกจีวรที่กุฏิด้านในวัด ขณะที่กำลังเลือกจีวรอยู่ ก็มีคนมาตาม บอกว่าคุณยายเรียก เราก็เอะใจ สงสัยกองเสื่อแน่เลย ก็ออกไป เห็นคุณยายกำลังยืนรออยู่ที่หน้ากองเสื่อเรียบร้อย เข้าไปเราก็พนมมือ แต่คุณยายท่านเมตตานะฮะ ท่านไม่ดุ ท่านไม่สอน ท่านบอกว่าคุณ ต้องทำให้เรียบร้อยก่อนนะ อย่าทิ้งค้างไว้ ต้องทำของเราให้เรียบร้อยก่อน แล้วจะช่วยงานอื่นต่อไป ถ้าทิ้งไว้อย่างนี้นี่ เสื่อก็เสียหายหมด คุณยายท่านจะสอนงาน ให้เราทำงานาเป็น ให้เรารู้จักรักษาสมบัติพระศาสนาได้ เราทำอะไรไปเรื่อยไปเรื่อย ทิ้งไว้ไปเรื่อย คนอื่นก็จะมาต้องตามเก็บ ก็เป็นภาระของผู้อื่น และเสื่อก็จะเสียหายด้วย ของสมบัติพระศาสนาก็จะเสียหาย หรือคุณยายท่านจะสอนให้เรารู้จัก รู้จักทำงาน รู้จักรักษาสมบัติพระศาสนาด้วย เรื่องอื่น ในช่วงของการมาช่วยงานเป็นอาสาสมัครที่วัดในเวลาศุกร์ เสาร์ อาทติย์ เป็นสิ่งที่คุณยายท่านคอยมาดูแล มาช่วยเหลือ มาแนะนำ บางทีท่านก็ทำให้ดู มีเรื่องที่เราคุ้นกันมากก็คือเรื่องทำความสะอาดห้องน้ำ ในวันอาทิตย์ธรรมดาสมัยนั้นประมาณปี ๒๕๒๓ - ๒๔ คนยังมากันไม่มาก อาทิตย์ธรรมดาประมาณ ๓๐๐ เศษๆ ถ้าอาทิตย์ต้นเดือนก็ล้นศาลาจาตุม ประมาณ ๕๐๐ กว่าถึง ๗๐๐ พอหลังจากที่เสร็จพิธีภาคบ่าย หลังจากที่เราเก็บงานด้านอื่นเรียบร้อยแล้ว พวกเราจะมาเอาบุญพิเศษกันอีกอย่างหนึ่ง คือมาช่วยกันขัดวิมาน ก็คือทำความสะอาดห้องน้ำ ขณะที่เราทำนี่ คุณยายก็จะมาดู มาพูดเรื่องบุญ บอกทำความสะอาดห้องน้ำดีนะ ทำให้คนอื่นเขาใช้อย่างมีความสุข สบายใจ เราก็ได้บุญนี้ เราทำความสะอาด วิมานของเราก็สว่างไสว ขณะที่เราทำ คุณยายจะเข้ามาดู คุณยายจะบอกว่าให้ทำตั้งแต่ข้างบนลงมา ปัดกวาดหยักเยื่อหยักไย่ กวาดเรียบร้อยแล้วฉีดน้ำล้างแฟ็บ อุปกรณ์ก็ง่ายๆ ฮะ ขัน แฟ็บ แล้วก็สก๊อตไบร์ท ผ้า ผ้าเปียกผ้าแห้งหลายๆ ผืน สายยาง บางคนเกะๆ กังๆ เอ๊ะ จะล้างดีไม่ดี ล้างคอนะฮะ ล้างคอห่าน เอ๊ะ ล้างดีไม่ดี พอคุณยายเห็นใครเกะๆ กังๆ คุณยายคว้าทำเองก่อนเลย คนทำตามนี่ทำไม่ทัน คุณยายทำให้ดูเลย ต้องอย่างนี้ และพวกเราก็จะทำตามยาย ทำความสะอาดทุกซอกทุกมุม หลังจากฉีดน้ำล้างแฟ็บ เอาผ้านี่เช็ด เช็ดน้ำทุกจุดเลยที่เราฉีดน้ำไว้ ตั้งแต่ฝาผนังที่เป็นกระเบื้องเซรามิค พอเราฉีดน้ำแล้วก็ตามเช็ด ตามเช็ดเรียบร้อยแล้วก็ต้องคอยดูนะฮะว่าที่เราเช็ดไปนี่ มันยังมีรอยคราบอยู่ไหม ยังมีน้ำไหลเป็นทางตรงร่องกระเบื้องหรือเปล่า ถ้ามี หรือไม่มีก็ตาม ก็ต้องเอาผ้าแห้งมาเช็ดต่อ เช็ดจนกระทั่งไม่มีรอยน้ำไหลเป็นทาง ไม่มีหยดน้ำ กระเบื้องนี่สดใส สะอาดเกลี้ยงเลย เราจะต้องดูฮะ ไม่มีรอยนิ้วมือของเราเอง ไม่มีรอยคราบของน้ำ ของฝุ่นละออง แล้วคนสุดท้ายนี่จะต้องคอยเก็บ เก็บรายละเอียด แล้วก็ถูเช็ดตรงพื้น แล้วถอยหลังออกมา พอเรียบร้อยก็ปิดประตูล๊อกกุญแจเลย เตรียมไว้ทำความสะอาดอีกนิดหน่อยในวันเสาร์ คุณยายแนะนำ จะสอนเรา แม้บางเรื่องเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แต่คุณยายไม่ยอมฮะ ไม่ปล่อยผ่านที่จะสอนเราให้รู้จักทำงานให้เป็น ให้รู้จักรักษาสมบัติพระศาสนา คุณยายจะสอนเราให้ทำงานทุกขั้นตอนด้วยความประณีต ด้วยความตั้งใจที่จะต้องทำให้ดีที่สุด นี่คือสิ่งที่เราจะเห็นคุณยายว่าตั้งใจทำสิ่งใดแล้ว ก็ตั้งใจทำอย่างดีที่สุด ทำด้วยความประณีต ทำด้วยใจที่เปี่ยมไปด้วย อยากจะได้บุญ ไม่ใช่ทำพอผ่าน ยังมีอีกบางเรื่อง เรื่องการอาบน้ำ เรื่องการใช้น้ำ หลวงพี่ได้ยิน ได้ยินเพียงคำว่าคุณยายบอกว่าการใช้น้ำนี่อย่าใช้น้ำให้เป็นหนี้นะ อย่าเป็นหนี้น้ำ รุ่นพี่อุบาสกก็มาถ่ายทอดให้ฟัง บอกว่าคุณยายท่านสอนอย่างนี้ เพื่อเราจะได้รู้จักใช้น้ำเป็น เวลาเราตักน้ำอาบ สมัยก่อนลานอาบน้ำของาอาสาสมัครหรืออุบาสกเด็กวัดนี่จะอยู่ไม่ไกลจากกุฏิหลวงพ่อทัตตะ เวลาตักน้ำอาบ ไม่ใช่พอจ้วงน้ำตักขึ้นมาเต็มขันเลย น้ำก็จะหกไปส่วนหนึ่งแล้ว อีกส่วนหนึ่งคือถ้าเราไม่รดน้ำให้ดีนะ สาดโครมโดนตัวเรา น้ำที่ไม่โดนตัวเรา ก็ห่างตัวเราไป กับน้ำที่กระเซ็น ถ้าอย่างนี้ล่ะก็ คุณยายบอกว่ามีสมบัติเท่าไหร่ก็ใช้ไม่รู้จักพอ ขนาดน้ำอาบยังใช้ไม่เป็น แล้วอย่างอื่นจะไปทำอะไร เพราะงั้นการใช้น้ำอาบก็ต้องรู้จักตักไม่ต้องเต็มขัน แล้วก็รดน้ำจากศีรษะลงไป จะได้ใช้น้ำให้เป็น สิ่งเหล่านี้นี่ คุณยายท่านจะคอยดู จะคอยบอก จะคอยสอน เป็นรายละเอียดของความเป็นอยู่ แต่ว่าไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยนะฮะ เป็นเรื่องสำคัญแล้วก็จำเป็นมากๆ เพราะว่าถ้าตระกูลไหน องค์กรไหนไม่รู้จักใช้ ปล่อยสมบัติให้เสียหาย ไม่รู้จักรักษา จึงจำเป็นที่จะต้องฝึก จะต้องทำให้เป็นปกตินิสัย ถ้าไม่ทำหรือทำไม่ดี มีสิทธิ์ที่จะล้มละลายเสื่อมสูญได้ ฉะนั้นสิ่งที่คุณยายสอน เป็นสิ่งพื้นฐานที่สำคัญมาก ท่านเคี่ยวเข็ญ จ้ำจี้จ้ำไช สอนอยู่ทุกครั้ง สอนเพื่อให้เราทำเป็น ทำได้ รู้จัก นอกจากหามาแล้ว ต้องรู้จักรักษา รู้จักให้เป็นด้วย ถ้าทำอย่างนี้ได้ ก็จะเป็นที่ศรัทธาของสาธุชน จะเป็นที่เลื่อมใส ใครก็จะตำหนิเราไม่ได้ เพราะงั้นสิ่งที่คุณยายสอนไว้ จ้ำจี้จ้ำไชมาอย่างนี้ วัดจึงก่อร่างสร้างตัวมาถึงทุกวันนี้ได้ คุณยายท่านรู้ ท่านฉลาดในเหตุแห่งความเจริญ ท่านรู้ ท่านฉลาดในเหตุแห่งความเสื่อม ท่านฉลาดในการสร้างความเจริญ ท่านฉลาดในการปราบความเสื่อม เป็นตัวอย่างอย่างยอดเยี่ยม คุณยายท่านยอดเยี่ยมจริงๆ ไม่ใช่เฉพาะเรื่องที่เล่ามาเท่านั้นนะฮะ แม้เรื่องการทำหน้าที่กัลยาณมิตร คุณยายของเราก็ยอดยิ่ง หลวงพี่เองเข้ามาช่วยงานบอกบุญประมาณปี ๒๕๒๕ ในช่วงนั้นเราเริ่ม เริ่มที่จะบอกบุญที่ดิน ที่ดินพันไร่ พันไร่แรก ขณะวันหนึ่งที่กำลังรอที่จะขึ้นรถกับพี่อุบาสกที่จะออกไปบอกบุญ ในวันนั้นก็เตรียมความพร้อมไว้ เพิ่งเริ่มใหม่ๆ ว่าจะไปบอกบุญแถวสุริวงศ์ตามรายชื่อที่จัดเตรียมไว้ รุ่นพี่เขาก็ทำงานอีกอย่างหนึ่ง เราก็ต้องแยกไปบอกบุญ ขณะที่กำลังยืนรออยู่ที่หน้าครัวยามา คุณยายท่านผ่านมา ตอนเช้าประมาณสัก ๗ โมงครึ่งก่อน ๘ โมง คุณยายท่านผ่านมา ท่านก็เดินเข้ามา แล้วท่านก็บอก คุณ คุณ คุณยังไม่ต้องกลัวนะ พูดไม่เก่ง คุณพูดไปเถอะ คำพูดของเราจะเป็นที่พึ่งเขาได้ คุณพูดไปเถอะ คำพูดของเราจะเป็นที่พึ่งเขาได้ คุณยายพูดสั้นๆ แค่นี้ฮะ เรายกมือพนมมือขอบพระคุณท่าน คำสั้นๆ ของท่าน แต่มีความชัดเจนอย่างยิ่ง เพราะเราไปบอกบุญ เราไม่ได้ไปขโมยของเขา เราไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้เขา เราไปแนะนำ ไปเชิญชวน ไปบอกเหตุ บอกเหตุแห่งการได้มาซึ่งบุญ รวบคำหัวท้ายเหลือแค่บอกบุญ ไปบอกเหตุแห่งการได้มาซึ่งบุญให้เขาทราบ ให้เขารู้ ให้เขาเกิดศรัทธาเลื่อมใส แล้วเขาจะได้ตัดสินใจที่จะมา เมื่อมาแล้ว เขาก็จะได้ที่พึ่ง เพราะเขาจะมีโอกาสได้ทำทาน ได้รักษาศีล ได้เจริญภาวนา อย่างนี้จะเป็นที่พึ่งของเขาทั้งในปัจจุบันและในภายภาคเบื้องหน้าด้วย ซึ่งสิ่งนี้คุณยายพูดสั้นๆ แต่กินความลึกซึ้ง พูดสั้นแต่เข้าเป้า เข้าประเด็น ยังต้องทำให้เรานึกถึงด้วยว่าเราไปบอกบุญ บอกในสิ่งที่เป็นที่พึ่งของเขา แล้วเราเอง เราเองเราก็ต้องเตรียมตัวทำตัวของเราให้ดี อยู่ในบุญ อยู่ในศีล อยู่ในธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทำอย่างนี้ได้ การบอกบุญของเราก็จะมีคุณค่า เป็นที่พึ่งของเขาได้ด้วย เป็นที่พึ่งของตัวเองด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีมาก ในวันนั้นเดินบอกบุญ แดดยามบ่ายร้อน แต่ไม่ทำให้กายเรารู้สึกร้อนเลย คำของยายก้องอยู่ในใจ เสียงคุณยายก้องอยู่ในใจ ทำให้เย็นกายเย็นใจ บอกบุญอย่างมีความสุขมาก มีความสนุกสนาน แล้วพอ ๔ ปีถัดมา อย่างที่เราทราบกัน เมื่อปี ๒๕๓๑ คุณยายได้เป็นประธานกฐิน ประธานกฐินสามัคคีของวัดเราเป็นครั้งแรก คุณยายท่านใฝ่ฝันที่จะเป็นประธานกฐินให้ได้ ถ้าใครไปเห็นรูป รูปวันที่คุณยายอุ้มตะลุ่มมุก รูปที่คุณยายอุ้มตะลุ่มมุก จะเห็นใบหน้าของคุณยายเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม มีความสุข เบิกบานจริงๆ ทุกคนที่เห็นก็พลอยสุขใจไปด้วย ว่าคุณยายทำครั้งนี้นี่ทำอย่างชนิดที่ว่าตลุยสบั้นหั่นแหลกเลย คุณยายบอก บอกทุกวัน บอกหลวงพ่อธัมมะ บอกว่าหลวงพ่อช่วยยายบอกบุญด้วยนะ ไปบอกหลวงพ่อทัตตะ บอกพระเถระ พระทุกรูปช่วยยายบอกบุญด้วยนะขณะที่พระฉัน ขณะที่อุบาสก อุบาสิกากำลังกินข้าว คุณยายก็มาบอกให้ทุกคนช่วยยายบอกบุญด้วย ยายบอกทุกคนเลยฮะ แล้วไม่ใช่บอกเพียงแค่วันเดียว บอกทุกวัน บางวันหลายรอบ แล้วคุณยายก็ออกเอง ออกตะลุยทั่วทุกจังหวัด ทั่วทุกภาคเลยฮะ ใครไปที่ศูนย์ไหนก็พบคุณยาย แม้แต่ที่วัดคุณยายก็รับแขก ในครั้งนั้นเอง หลวงพี่ได้กราบอาราธนาคุณยาย ให้คุณยายได้ช่วยมอบใบบอกบุญให้แก่ลูกหลานยายในสภาด้วย โดยโยมพี่อุปัฏฐาก็ช่วย ให้พระอาจารย์ ๒ รูป มากล่าวเกริ่นคุณธรรมของคุณยายในสภา พอกล่าวเกริ่นคุณธรรมของคุณยายให้เป็นที่ทราบทั่วกัน คุณยายก็เข้ามา มีโยมพี่อุปัฏฐากนำเข้ามา พอคุณยายเข้ามา เริ่มมอบใบบอกบุญ เพราะว่าลูกหลานยายอยากร่วมบุญกับคุณยาย อยากรับใบบอกบุญกับคุณยาย อยากเอาบุญกับคุณยาย ทั้งพระ ตั้งแต่หลวงพ่อธัมมะ หลวงพ่อทัตตะ พระเถระ อุบาสก อุบาสิกา ก็อยากเอาบุญกับคุณยายทุกคน ขณะที่กำลังมอบใบบอกบุญในสภา พอคนรอบๆ สภาทราบข่าว ต่างกรูกันเข้ามากันใหญ่เลยฮะ กรูเข้ามา คุณยายก็ดีใจ ทั้งที่คุณยายก็เหนื่อย วันอาทิตย์ก็ยังต้องมารับแขก มาช่วย แต่คุณยายก็ยินดี คุณยายมอบใบบอกบุญให้ทุกคน ใครมารับก็ให้หมดทุกๆ คนเลย เพราะว่าพลังบุญของคุณยายจะทำให้งานสำเร็จได้ ทุกคนเชื่อมั่นอย่างนั้น แล้วก็สำเร็จจริงๆ คนมากันล้นหลามเลย เกินเป้า ทะลุเป้า ในวันที่คุณยายรับแขกในวันอาทิตย์ จะมีหลายคนมากราบยาย ในช่วงปี ๓๑ นั้น เป็นปีที่เราประสบวิกฤตเหมือนกัน ขึ้นข่าวหน้า ๑ เหมือนกัน แต่ไม่ยาวนาน บางคนมาก็จะคุยเรื่องข่าวให้คุณยายฟัง บางคนก็คุยเรื่องปัญหาความทุกข์ใจให้คุณยายฟัง คุณยายท่านก็ฟัง แล้วคุณยายก็แนะนำบอกคุณ คุณอยู่ในบุญนะ คุณนั่งธรรมะ ยายจะช่วยแก้ไขคุมบุญให้ ไม่ว่าเขาจะคุยเรื่องอะไรมา ลงท้ายคุณยายก็จะบอกเขาว่าคุณ ร่วมบุญกับยายด้วยนะ ยายเป็นประธานกฐิน คุณร่วมบุญกับยายด้วยนะ ยายเป็นประธานกฐิน บอกอย่างนี้ทุกคนไม่ว่าเขาจะคุยเรื่องอะไร จะคุยเรื่องข่าวเรื่องอะไรมา ลงท้ายก็กฐินยาย แต่ทุกคนก็ยินดีนะฮะ ยินดีที่จะไปบอก ไปเชิญชวนหมู่ญาติพี่น้องทั้งหลายมาร่วมบุญกับยาย บางคนมากราบยาย ไม่รู้ว่าจะมีความทุกข์ที่จะมาถึงในวันต่อๆ ไป แต่คุณยายท่านรู้ ท่านเห็น ท่านทราบล่วงหน้า คุณยายก็จะทัก เรื่องนี้กัลยาณมิตรท่านหนึ่งมาเล่าให้ฟังในภายหลัง บอกว่าคุณยายทักเขาบอกคืนนี้ให้ระวังเรื่องไฟนะ อย่าประมาท กลับไปรุ่งขึ้นอีกวันหนึ่ง ปรากฏไฟไหม้ห้างสรรพสินค้าอยู่หลังบ้านเอง นึกถึงคำยายเลย รีบเก็บเอกสารทรัพย์สมบัติบางส่วน เก็บเท่าที่เก็บได้ เพราะนอกนั้นเป็นสินค้าทั้งนั้น ผ้าบ้าง อะไรบ้างเยอะแยะไปหมดเลย เก็บไม่ทัน ไปยืนดูบนสะพานลอย ขณะที่กำลังยืนดูอยู่ ก็นึกถึงคำยาย ก็เห็นคุณยายบนท้องฟ้า ก็นึกถึงคำคุณยายว่าคุณยายจะช่วย อีกไม่นานขณะที่รถดับเพลิงเข้ามากันแน่น ไฟก็ดับ นึกยกมือท่วมหัวเลย ขอบคุณ นึกถึงพระคุณคุณยาย เพราะงั้นในช่วงกฐินปี ๓๑ จะเป็นปีที่หลายๆ คนตั้งใจมาก เพราะเป็นครั้งแรก เป็นครั้งที่ทุกคนอยากเอาบุญกับคุณยาย เป็นช่วงที่เราเจอวิกฤต แต่คุณยายของเรายืนหยัด ยืนหยัดเป็นหลักชัย ยืนหยัดที่จะฝ่าวิกฤต เป็นเสมือน เป็นเสมือนเรือสำเภาน้อยที่กำลังโต้คลื่นพายุอยู่ท่ามกลางมหาสมุทร แต่ในที่สุดก็นำหมู่คณะนำวัดของเราฝ่าคลื่นวิกฤตไปได้ด้วยดี นำความสำเร็จ นำชัยชนะมาสู่วัดของเราได้ คุณยายจะเป็นหลักชัย นึกถึงคุณยาย ท่านจะเป็นหลักชัย จะนำความสำเร็จ จะนำชัยชนะมาสู่พวกเราเสมอ ภาพของคุณยายในวันกฐินที่อุ้มตะลุ่มมุก อุ้มตะลุ่มมุกผ้ากฐินเดินนำ เดินนำสาธุชนเข้าสู่สภา นำประธานรองเข้าสู่สภา หลายๆ คนคงจำภาพนี้ได้ เพราะเห็นภาพคุณยายแล้วเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม อมยิ้มที่เบิกบาน (หมดหน้า 1/A) (ม้วน 1/B) ให้เป็นที่เลื่องลือ ให้สาธุชนหมู่ญาติ ญาติสนิทมิตรสหายทั้งหลายเขาได้มาร่วมบุญกับคุณยาย ได้มาเอาบุญกับคุณยายอีกวาระหนึ่ง เป็นวาระที่สำคัญที่จะสืบต่อไปถึงวันมาฆบูชาในครั้งหน้า กฐินในครั้งนี้จะเป็นครั้งสำคัญที่เราจะได้ประกาศพระคุณของยาย วันนั้นจะเป็นวันของยายอีกวาระหนึ่ง วันของยาย วันของคุณยาย ที่ดอกไม้จะบานสะพรั่ง วันของคุณยาย ที่คนดีจะหลากหลาย วันของคุณยาย ที่ลูกหลานหญิงชายจะได้เข้าถึงพระธรรมกายกันทุกคน หลวงพี่ขอเชิญชวนทุกท่านได้นั่งธรรมะเพื่อเอาบุญกับคุณยาย ในวาระโอกาสนี้อีกครั้งหนึ่งนะ เรานึกภาพของคุณยายไว้ที่กลางใจของเรา เอาใจไปหยุดนิ่งที่กลางภาพของคุณยาย นึกถึงคุณยายแล้ว เรามีความตั้งใจมั่นอย่างไร เรามีความสุขใจอย่างไร มีความรู้สึกที่จะเตรียมทำความดี ขยันทำความดีมากขึ้น ตอนนี้สบายใจดีแล้ว เราก็เอาใจหยุดนิ่ง เบาๆ หยุดอย่างสบาย ให้ใจเราโล่ง โปร่ง เบาสบาย และนิ่งไปตรงกลาง ให้กระแสใจของเราเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับกระแสของคุณยาย นึกแผ่กระแสใจของเราให้กว้าง ให้กว้างไกลไปโดยรอบ ให้กว้างไกล ให้เต็มเปี่ยมไปด้วยกระแสแห่งความเมตตา ปรารถนาดีที่มีต่อสรรพสัตว์ทั้งหลาย แผ่กระแสของเราไปยังหมู่สรรพสัตว์ให้มีความสุข ให้พ้นจากทุกข์โศกโรคภัยทั้งปวง ให้กระแสใจนี้ไปดลจิตดลใจหมู่ญาติหมู่มิตร เพื่อนของเรา เพื่อตามเขามาร่วมบุญ และเอาบุญกับคุณยาย ให้สำเร็จเป็นอัศจรรย์ สัพเพพุทธา หน้า PAGE 1 431024FW-AAT