ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

แม้เพียง ๕ มงคลแรก บารมีของคุณยายยังมากมายถึงเพียงนี้

คุณยายอาจารย์ · เทศน์งานยาย

(ม้วน 1/A) พระศักดิ์ชาย แด่นอบน้อมแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐด้วยเศียรเกล้า นมัสการพระเถรานุเถระที่เคารพอย่างสูง สวัสดีเพื่อนสหธรรมิกทุกรูป เจริญพรสามเณร อุบาสก อุบาสิกา และผู้มีบุญทุกท่าน (สาธุ) ทุกอณู เนื้อทอง ทั่วถิ่นหล้า อย่างรวมกัน ยังรวมกัน น้อมมาบูชาท่าน เป็นเนื้อกาย ทองคำ ผ่องอำพัน เป็นเรือนทอง คุณยายจันทร์ ผู้ทรงธรรม แม้นำเพชร ทั่วทั้ง จักรวาล มาทำเป็น หอระดาล จารจรดพรั่ง น้ำหมึกใช้ ธาตุน้ำ ทั่วธาตุธรรม ก็มิอาจ สรรคำ บูชาครู คุณยายจันทร์ ขนนกยูง ผู้สูงค่า ท่านกลับสู่ ดุสิตา สง่าหรู คุณธรรม ฝากไว้ ให้เชิดชู เพื่อลูกศิษย์ มีใจสู้ สร้างความดี สร้างแบบยาย ทำอะไร ทำสุดๆ หากไม่ถึง ที่สุด ไม่ถอยหนี อยากเหมือนยาย ต้องเร่งสร้าง บารมี ทุ่มชีวี ตามยาย สุดสายธรรม ตามปกติแล้ว หลวงพี่เวลาไปเทศน์ที่ตามบ้านกัลยาณมิตร ก็ไม่ค่อยได้แต่งโคลงหรือแต่งกลอน แต่มาในครั้งนี้ นึกถึงคุณยายท่าน ก็อยากจะเอาบุญในส่วนนี้ นึกถึงท่านทุกวันทุกวัน อยากจะบูชาคุณของท่านด้วยบทกลอนอย่างที่พวกเราทุกท่านได้ฟัง บารมีของท่านนั้นมีมากมายทีเดียว เราจะสังเกตได้ว่าเมื่อครั้นท่านยังมีชีวิตอยู่ พวกเราหลายๆ ท่านก็ยังได้มีโอกาสนำทองคำมาร่วมหล่อเป็นรูปคุณยาย หลวงพี่อยากจะขอทราบว่ามีท่านใดบ้างที่มาร่วมหล่อรูปทองคำคุณยาย ช่วยยกมือหน่อย ขออนุโมทนาทุกท่านนะ ดูนะฮะ บารมีของท่าน ทั้งๆ ที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ แต่ลูกหลานก็ได้มาเอาบุญกับท่าน แม้ท่านละสังขารไปแล้วก็ยังมีเรือนทองมาบูชาท่าน บารมีของท่านมากมายทีเดียว หลวงพี่ได้มีโอกาสใกล้ชิดท่าน ก็เพราะว่าโยมพี่อารีพันธุ์ได้มาบอกหลวงพี่ มาบอกให้ช่วยขับรถให้คุณยายในช่วงประมาณปี พ.ศ. ๒๕๓๕ ก็ได้มีโอกาสรับใช้ใกล้ชิดคุณยาย ช่วงที่คุณยายกำลังแข็งแรงอยู่ คำนวณออกไหมฮะ สองพันสามร้อย เอ่อ ๒๕๓๕ ตอนนั้นคุณยายท่านก็อายุประมาณ ๘๔ ๘๕ ปี แต่ท่านยังแข็งแรงอยู่นะฮะ พอสัก ๒ ปีผ่านไป ช่วงนั้นร่างกายท่านก็เริ่มอ่อนแรงลง ช่วงแรกๆ ที่ได้มีโอกาสจะสังเกตว่าตอนเช้าๆ คุณยายพอเวลาท่านฉันเช้าเสร็จ คือลูกศิษย์ทุกคนจะใช้เรียกท่านว่าฉัน ไม่ได้เรียกว่าท่านทานข้าว เพราะว่าคุณยายเป็นพระธรรมกาย ท่านจะฉันเร็วเสร็จกว่าปกติ พอมาก็พอดีช่วงพระท่านกำลังฉันสักระยะหนึ่ง พระท่านฉันเสร็จ ก็ให้พร ยายก็จะพนมมือ แล้วก็พูดเสียงดังๆ สาธุ วันนี้ยายได้บุญเยอะ แล้วยายก็จะมาคุยกับพวกเด็กๆ วัด คืออุบาสก เวลาคุณยายมานะฮะ ทุกท่าน อุบาสกนี่หรือเด็กวัดนี่จะกุลีกุจอเอาเก้าอี้เล็กๆ ถ้าท่านใดเคยสังเกตเห็นเก้าอี้เล็กๆ ก็คือใช้ไม้ ๓ ชิ้น แล้วก็ชิ้นเล็กๆ ๒ ข้างต่อกัน คุณยายจะนั่ง แต่ช่วงหลังๆ มีคนตั้งใจเอาบุญพิเศษ ก็ไปหาเก้าอี้หวายเล็กๆ เตี้ยๆ สูงประมาณคืบหนึ่งของเรา มาให้คุณยายนั่ง คุณยายก็จะมาคุยด้วย เอ้าวันนี้มาด่าไอ้พวกเด็กวัดหน่อย ท่านจะคุยแบบกันเอง ใครเลอะๆ เทอะๆ บ้างเน้อ ยายไม่ชอบนะ คนที่เลอะๆ เทอะๆ นี่ ใครเลอะๆ เทอะๆ นี่ ตายไปแล้วให้มันไปเป็นชะนีน้อยห้อยหัว ร้อง ผัวโว้ย ผัวโว้ย แล้วยายก็บอกว่าดีไหมวะ แต่ยายจะพูดเบาๆ คือครูบาอาจารย์ท่านไม่สาปแช่งลูกศิษย์หรอก พอเวลามาหลังๆ ท่านก็บอกว่าไอ้พวกนี้ต้องขู่ๆ มันหน่อย ให้รักสะอาด คุณยายท่านเป็นธรรมชาติมาก ถ้าใครได้เห็นท่าน จะมีความรู้สึกว่าท่านเป็นผู้สูงอายุที่น่ารัก น่าเคารพ น่าบูชา น่าเข้าไปใกล้ๆ คุณยายให้ความเป็นกันเองกับพวกเด็กวัดมาก ที่หลวงพี่คิดก็คือ ท่านคงเห็นว่าเด็กวัดนี่ ไว้ต่อไป เมื่อเขาตั้งใจประพฤติปฏิบัติธรรมแล้วก็บวช ก็จะได้เป็นพระที่ดี แล้วนำธรรมะของพระพุทธเจ้าไปเทศน์โปรดญาติโยม ทำให้หมู่ชนเป็นจำนวนมากได้เข้าถึงธรรมะภายใน ที่วันนี้นี่ หลวงพี่จะมาเล่าเกี่ยวกับเรื่องของคุณยาย โดยจะขอน้อมนำมงคล ๓๘ ประการ ยกขึ้นมาว่าคุณยายท่านมีมงคลทั้งหมดเลย ทั้ง ๓๘ ประการ แต่ในวันนี้ไม่ทราบว่าจะได้กี่มงคลนะฮะ มงคล ๓๘ ประการ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ทรงตรัสไว้กับเทวดาครั้งแรกที่พระองค์ทรงตรัสมงคล ๓๘ ประการ ทรงตรัสเทศนาให้กับเทวดานะฮะ ไม่ใช่มนุษย์ธรรมดาๆ แต่คุณยายท่านเป็นมนุษย์ธรรมดาๆ ที่ไม่ธรรมดา คือท่านมีมงคลทั้ง ๓๘ ประการในตัวของท่าน ทั้งๆ ที่ท่านไม่ได้เกิดในยุคสมัยของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไม่ได้ฟังพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเทศนาโปรดสั่งสอน แต่ท่านสอนตัวเองได้ ซึ่งท่านเคยพูดเสมอๆ เวลายายทำบุญแต่ละอย่าง ยายอธิษฐานขอให้ยายมีบุญมากๆ ให้มีปัญญามากๆ เพื่อที่จะได้เตือนตัวเอง สอนตัวเองได้ มงคล ๓๘ ประการนั้นจะเริ่มต้นด้วย อเสวนา จะพาละนัง ปันดิตานัง จะเสวนา ปูชา จะปูชนียานัง เอตัมมังคะละมุตะมัง มงคลข้อแรกก็คือ การไม่เสพพาลทั้งหลาย นี่ถ้าแปลตามภาษาบาลีหลวงพี่เองก็เพิ่งได้แค่ ปธ. ๑- ๒ ยังไม่มาก ถ้าหลวงพี่มหาทั้งหลายท่านจบ ปธ.๓ ถึง ปธ.๙ ช่วยกรุณาแนะนำด้วยถ้าเกิดที่จะเล่าเกี่ยวกับเรื่องมงคลนี่ คือหลวงพี่แปลมาส่วนหนึ่ง จากที่ได้ร่ำเรียน ได้ฟังจากหลวงพ่อทัตตะบ้าง แล้วก็ส่วนหนึ่งมาจากความคิดของตัวเองเพื่อที่จะนำมาสอนตัวเอง อเสวนาก็คือการไม่เสพ พาละนังก็คือพวกพาลทั้งหลาย ปัจจุบันนี้คงไม่ต้องพูดถึงว่า คนพาลอย่างเดียว พวกเราคงทราบนะฮะ หนังสือพิมพ์ที่พาลๆ ก็เยอะนะฮะ วีดีโอก็มี Internet ที่เป็นพาลก็มี มีหลายๆอย่าง คุณยายท่านไม่คบคนพาล ไม่เสพพาลเลย จะสังเกตบางวันพี่อารีพันธุ์จะมาเล่าเกี่ยวกับข่าวคราวต่างๆ ที่เกิดขึ้น บางทีคุณยายได้ยิน อ๋อ ข่าวเกี่ยวกับการฆ่ากันบ้าง อะไรกันบ้าง ยายจะยกมืออธิฐาน เจ้าพระคู้น ขออย่าให้ใครมาฆ่าเรา เราอย่าได้ไปฆ่าใคร เขามาฆ่าเรา เราก็ไม่มีโอกาสมาสร้างบารมีต่อ เราไปฆ่าเขา เราก็บาป ต้องผิดศีล ต้องไปใช้เวรไปใช้กรรม แล้วสิ่งที่หลวงพี่จะได้ยินเสมอๆ ในวันที่หลวงพี่ได้มีโอกาสในช่วงนั้นเมื่อยังไม่ได้บวช เป็นอุปัฏฐาก วันหนึ่งจะได้ยินบ่อยมากที่สุดก็คือ เจ้าพระคู้ณ ขอให้ข้าพเจ้าปราศจากพาลไปทุกชาติทุกชาติ กระทั่งเข้านิพพาน ตรงนี้หลวงพี่ไม่เคยได้ยินได้ฟังใครที่อธิษฐานอย่างนี้ได้ตรงกับภาษาบาลีมากที่สุดเลย คุณยายท่านอธิษฐานอย่างนี้ เดี๋ยวสักพักสักพักหนึ่ง ถ้าได้ยินเรื่องคนอื่นที่ไม่ดีอีก ยายท่านก็จะอธิษฐานอีก แม้กระทั่งได้ยินข่าวเกี่ยวกับคนเป็นโรคมะเร็งบ้าง มาขอบารมีท่าน ท่านก็จะอธิษฐาน ขอให้โรคนี้มันหายไปเลย เอาไปทิ้งทะเลเสียเลย ท่านเอง พาลที่เป็นมนุษย์ก็ดี ทุกสิ่งทุกอย่างท่านก็ไม่เอา อย่าว่าแต่พาลภายนอกเลย พาลทางความคิดท่านก็ไม่ให้ติดมาเลยนะ พวกพาลทางความคิดนี่บางที พวกเรานะฮะอาจจะเคยมี คือเวลาเราประสบทุกข์อะไรนี่ มักจะคิดว่ามันเป็นเวรเป็นกรรมนะ เกิดมาก็ใช้เวรใช้กรรมไป แต่คุณยายไม่ใช่อย่างนั้น คุณยายท่านอธิษฐาน เจ้าประคู้ณ คือให้มันหมดเวรหมดกรรมกันไป ไม่รู้พวกเรานะจะอธิษฐานอย่างนี้หรือเปล่า บางท่านเกิดมาใช้เวรใช้กรรม หลวงพี่ว่าถ้าเกิดมาใช้เวรใช้กรรมนะ ชาตินี้ก็ไม่หมดนะ ชาติหน้าก็ไม่หมด ชาติต่อไปก็ไม่หมด เพราะว่าเวรกรรมที่เราทำมาชาตินี้เมื่อเล็กๆ บางทีเราอาจจะไม่รู้ ก็ทำให้สร้างเวรสร้างกรรมเยอะแยะ แต่คุณยายอธิษฐานขอให้หมดเวรหมดกรรมไปเลย คือเวรกรรมนี่ให้มันอย่าได้ตามมาทัน คุณยายท่านก็อธิษฐานอย่างนี้แหละ ถ้าพวกเรานะฮะบางท่าน หลวงพี่ก็เคยได้ยินมาอีก มาเล่าให้หลวงพี่ฟังเอง เข้าวัดปฏิบัติธรรมแล้ว รู้สึกมีใจฟูมาก นึกอธิษฐานในใจเลย คงนึกในใจนะฮะว่าตอนนี้บุญเราคงเยอะ อธิษฐานบอกว่าเวรกรรมที่ข้าพเจ้าทำมากี่ภพกี่ชาติ ข้าพเจ้าขอใช้ชาตินี้ให้หมดเลย โอ้โฮ ใช้สมใจเลย ผลปรากฏว่าดันภาวะเศรษฐกิจก็ดี ครอบครัวก็ดี อะไรหลายๆ อย่าง เรียกว่ากว่าจะแก้กันได้ตั้งนาน แต่คุณยายท่านนี่นึกถึงบุญแล้วก็อธิษฐานว่าอย่าให้เวรกรรมเหล่านี้นี่มาส่งผลกับท่านเลย แล้วท่านก็อยู่ในบุญอย่างนี้ตลอด นอกจากท่านไม่คบคนพาล ท่านก็ยังอธิษฐานอย่างนี้ เพราะว่าสิ่งต่างๆ เหล่านี้นี่ ถ้าเป็นคนพาลแล้วนี่ คุณยายท่านจะบอกว่าพวกคนพาลบางทีเราไม่รู้หรอกว่ามันเลวมากน้อยแค่ไหน แต่ถ้าเราไปพบเข้า เดี๋ยววิบัติมันจะติดมา วิบัตินี่มันก็เหมือนกับพวกเสนียด ตอนแรกๆ มันก็มานิดๆ แต่ต่อๆ ไป นานๆ เข้า มันก็เข้ามาเต็มตัว แล้วก็จะถอนตรงนี้ยาก คุณยายท่านอย่างนี้ ไม่พบคนพาล แต่หลวงพี่มาวิเคราะห์อีกอย่างหนึ่ง จะเรียกว่าเป็นพาลหรือเปล่าก็ไม่ทราบนะฮะ หลวงพี่มหาทุกท่าน คือความตั้งใจของคุณยายที่ท่านตั้งใจจะประพฤติพรหมจรรย์ แล้วสมัยก่อนเมื่อคุณยายยังสาว คุณยายท่านเล่าให้ฟัง สมัยสาวๆ นะ ยายมีพวกหนุ่มๆ มันมาจีบด้วยนะ เยอะเลย พวกมันก็ ยายก็บอก มันก็บอกฝากเพื่อนมา มันบอกว่ามันรักยาย ยายก็บอก ไม่ต้องมารักยาย ยายรักใครไม่เป็น ตัวยายเอง ท่านถือว่าเหมือนว่าอธิษฐานนะ หลีกหนีจากพาล ซึ่งพาลในที่นี้หลวงพี่แปลเอาเอง อันนี้คือสิ่งที่หลวงพี่มาสอนตัวเองนะฮะ ไม่ใช่ในพระไตรปิฎก ก็คือสิ่งทื่มาให้ร้ายต่อการประพฤติพรหมจรรย์ ต่อการสร้างบารมีของท่าน เพราะว่าไปเปิดในภาษามคธที่แปลเป็นไทย พาลหรือวาระ แปลว่าร้าย แปลว่าไม่ดี แปลว่าชั่ว อันนี้หลวงพี่มาคิดแล้วก็เอามาสอนตัวเองว่าเออ ยายท่านคงอย่างนี้ อธิษฐานไม่ให้สิ่งที่จะมาทำร้ายต่อการสร้างบารมีของท่าน ทั้งๆ ที่ท่านยังไม่ได้เข้าวัดนะ พวกคนเหล่านั้นถึงเขามาชอบยาย แต่ยายก็ไม่ชอบ ก็ตั้งใจที่จะประพฤติพรหมจรรย์ เพื่อตอนนั้นจะได้มีโอกาสมาเรียนธรรมะ ตัวท่านเองอธิษฐานอย่างนี้แล้วก็ประพฤติพรหมจรรย์อย่างนี้ตลอด พี่อารีพันธุ์ก็ถามคุณยายเหมือนกันนะ ยาย ยาย สมัยยายสาวๆ นี่ ยายสวยไหม ยายก็บอกยายไม่สวยหรอก แต่ยายขยัน คุณยายท่านเป็นคนขยันมาก ท่านมีอยู่ครั้งหนึ่งพูดถึงเรื่องที่ไปไถนาก่อนที่ท่านจะเข้าวัด ยายท่านเป็นคนขยันขนาดไหน คือตื่นเช้าขึ้นมานี่ ยายท่านจะออกจากบ้านแต่มืดเลย ออกจากบ้านไปทุ่งนา ต้อนควายไปทุ่งนา ทีนี้พวกหนุ่มๆ นะฮะตามยายไม่ทัน ยายมาถึงทุ่งนาก่อน ยายก็เล่าให้กับหลวงพี่ฟังนะ ยายท่านบอกว่าพอมาถึงก่อน พวกนั้นมันตามมาทีหลัง มันก็หงุดหงิดยาย มาทีไร แพ้ยายทุกที ยายไปถึงนาก่อน แล้วมันก็ว่ายาย ยายเล่า ยายบอกมันว่ายายว่าอีแข้งเหล็ก หลวงพี่ก็ฟังแล้วก็ขำ คือยายท่านไม่ได้ไปเตะเขานะฮะ คือยายท่านนี่ก้าวเดินฉับๆๆ ถ้าใครสังเกตนะฮะคุณยายท่าน แม้กระทั่งอายุ ๘๐ กว่านี่ ท่าเดินของท่านนี่มั่นคง ก้าวไว แต่สติของท่านดีนะฮะ ไม่ใช่ก้าวไวแบบไม่มีสติ ท่านก้าวไวมาก ขนาดอายุมากๆ บางทีนี่ พี่ๆ ซึ่งคอยอุปัฏฐากนี่ พอคุย หันไปคุยกับใครแปปเดียว เดี๋ยวคุณยายท่านก็แวบหายไปไหนก็ไม่รู้ ไปตรวจดูโน่นตรวจดูนี่ คุณยายท่านมักจะไม่ค่อยว่าง มีงานทำอยู่เสมอๆ อันนี้เล่าคร่าวๆ เกี่ยวกับเรื่องการไม่คบคนพาลของท่าน ส่วนเรื่องอีกเรื่องหนึ่งคือทิฏฐิที่ไม่ดีในใจของท่าน ท่านละได้เร็วนะ อย่างที่เราได้เคยยินได้ฟังเรื่องการขัดห้องน้ำ ยายท่านขัดห้องน้ำนี่ แสดงว่าทิฏฐิที่ไม่ดีต่างๆ เหล่านี้ ยายท่านตัดได้เร็วมาก ทำความสะอาดห้องน้ำได้สะอาดจนกระทั่ง ขออภัย หลวงพี่อิทธิจินตโก หลวงพี่หมูนะ ต้องไม่กล้าเข้าห้องน้ำ เพราะมันสะอาดเกินไป ที่ท่านเล่าไปเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา คุณธรรมของคุณยายนี่ทำให้ลูกศิษย์มีความตั้งใจที่จะละทิฏฐิตาม ก็คือในยุคนั้น สมัยที่หลวงพ่อทัตตะของเรา ท่านยังไม่ได้บวช ท่านเห็นคุณยายนี่ ท่านก็เอาคุณยายเป็นแบบอย่าง ในที่สุดก็เลยเกิดต้นแบบของการจัดรองเท้าขึ้นมา ทราบไหมฮะท่านใดเป็นต้นแบบต้นบุญตรงนี้ หลวงพ่อทัตตะของเรานั่นเอง ท่านนี่ ท่านบอกว่าตอนนั้นจะจับรองเท้าคู่แรกมานี่มันยากเหลือเกิน เห็นรองเท้ามันวางระเกะระกะ ท่านก็นึกในใจ อยากจะทำให้มันเป็นระเบียบ อยากเอาบุญ แต่ใจหนึ่งก็คิด เราก็เรียนมาสูงนะ เรียนนอกมาด้วย แล้วบางคนนี่จะเป็นฮ่องกงฟูตมาหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่ในที่สุดท่านก็หยิบคู่แรกได้ โดยที่ท่านหลับตาหยิบ พอคู่แรกได้ ๑ ๒ ๓ ก็ตามมา นี่คือคุณธรรมของคุณยาย ท่านไม่ต้องสอน ทำให้ดู ทำให้ลูกศิษย์นี่มีความตั้งใจที่จะละทิฏฐิ ละสิ่งที่ไม่ดี แล้วก็อีกเรื่องหนึ่ง พาลที่ละเอียดๆ อีกส่วนหนึ่งก็คือความคิดน้อยใจ ไม่ทราบว่าทุกคนยังจะมีกันอยู่หรือเปล่า คุณยายท่านไม่เคยน้อยใจนะ หลายท่านในที่นี้หลวงพี่ว่าน่าจะยังมีอยู่นะ ถ้าถามให้ยกมือก็คงไม่กล้ายกมือหรอก ยายท่านไม่เคยน้อยใจ แม้ว่าท่านจะเกิดเป็นผู้หญิง แม้ว่าท่านจะไม่เรียนหนังสือ แต่ยายบอกยายไม่เคยน้อยใจ ยายไม่เคยเสียใจ คือคนถ้าน้อยใจ เสียใจนี่ ใจมันชื่นฉ่ำไหม ไม่มีนะฮะ มีแต่ใจมันช้ำ คุณยายท่าน ท่านบอกว่ายายไม่เคยเสียใจ ไม่เคยน้อยใจ ท่านบอกว่าเสียอะไรเสียได้ก็เสียไป แต่อย่าให้ใจเสีย นี่คือคุณยาย ส่วนมงคลข้อที่ ๒. ก็คือ ปันดิตานัง จะ เสวะนา การเสพบัณฑิตทั้งหลาย ในความคิดของหลวงพี่ก็คือเราไปคบหรืออ่านหนังสือหรืออะไรก็ได้ เราไปคบไปใช้ ไปเกี่ยวพันกับสิ่งไหนนี่ แล้วนำสิ่งนั้นมานี่ พัฒนาตัวเราให้ฉลาด ฉลาดที่จะทำให้เรานั้นพ้นทุกข์ อย่างคนทางโลกที่ว่าคบบัณฑิตน่ะ ถ้าเกิดว่าได้รับความร้อนหนาว เขาก็ไปหาครูบาอาจารย์ เรียนเกี่ยวกับการสร้างบ้านสร้างเรือน ก็กันร้อนกันหนาวกันฝนได้ แต่บัณฑิตทั้งหลายเหล่านี้นี่ เป็นบัณฑิตซึ่งเป็นทางโลก เวลาผลที่เราได้รับ เราได้รับและใช้ประโยชน์ในชาตินี้ แต่การคบบัณฑิตของยายนี่ ให้ผลต่อยายข้ามชาติ แล้วไม่ได้เฉพาะแค่นั้น ยังมีผลต่อลูกๆ หลานๆ ได้เป็นต้นแบบด้วย การคบบัณฑิตของท่านก็คือเมื่อครั้งสมัยที่ท่านตั้งใจที่จะตามหาพ่อ แหล่งที่จะเป็นบัณฑิต ให้ท่านได้พบในยุคนั้นท่านก็มาถึงคุณยายทองสุก ซึ่งมาสอนธรรมะที่บ้านคุณนายเลี๊ยบนี่ แต่วิธีการคบของยายนี่ อาจจะไม่เหมือนใคร ยายเข้าไปใกล้ชิดนี่ แล้วก็ช่วย พูดง่ายๆ ช่วยบริการรับใช้คุณยายทองสุกในช่วงนั้น ช่วยซักเสื้อรีดผ้าให้ แล้วไม่ได้เอ่ยปากขอเรียนธรรมะ จนคุณธรรมและความดีของคุณยายน่ะ ผูกใจคุณยายทองสุกได้ คุณยายทองสุกท่านเลยถามคุณยายว่าอยากเรียนธรรมะไหม ถ้าอยากเรียนเดี๋ยวจะไปบอกเจ้าของบ้านให้ เท่านั้นฮะ คุณยายก็ได้มีโอกาสเรียนธรรมะ แล้วก็ได้มาใกล้ชิดบัณฑิต ได้มาพบบัณฑิตคือหลวงพ่อวัดปากน้ำต่อไป ส่วนมงคลข้อที่ ๓. ปูชา จะปูชนียานัง การบูชาบุคคลที่ควรบูชา หลวงพี่ว่าไม่มีใครได้อย่างยาย อย่างอามิสบูชานี่ คุณยายบูชาข้าวพระได้ แค่นี้ก็เกินวิสัยของหลายๆ ท่านทีเดียว ส่วนการเข้าถึงธรรมกายภายในของท่าน นั่นแหละก็คือปฏิบัติบูชา ซึ่งเป็นการบูชาอย่างยิ่ง คุณยายท่านเอง ท่านทั้งอามิสบูชา ปฏิบัติบูชา ท่านก็ทำได้พร้อ ข้อที่ ๔. ปฏิรูปะเทสะวาโส การอยู่ในถิ่นที่อยู่ที่เหมาะสม คุณยายท่าน ถ้าเราได้ศึกษาประวัติให้ดี ท่านจะหาปฏิรูปเทศของท่านนะ เมื่อท่านอยากจะเข้าถึงธรรมะนี่ ตรงนี้จะเป็นที่ที่ท่านจะได้เรียนธรรมะ เข้ามาในกรุงเทพฯ เข้ามาหาปฏิรูปเทศ ก็คือพักอยู่บ้านญาติก่อน เล็งปฏิรูปเทศต่อไป ก็จะได้เข้าใกล้หลวงพ่อวัดปากน้ำอย่างไร ก็มาบ้านคุณนายเลี๊ยบ แล้วในที่สุดท่านก็ได้มาถึงวัดปากน้ำ มาเรียนธรรมะกับหลวงพ่อวัดปากน้ำ นี่คือปฏิรูปเทศที่คุณยายได้เลือก สิ่งสำคัญอีกส่วนหนึ่งก็คือคุณยายท่าน นอกจากเลือกปฏิรูปเทศแล้ว ท่านยังสร้างปฏิรูปเทศนะ ก็คือวัดพระธรรมกายของเรานี่เอง ตัวท่านได้สร้างวัด คุณยายท่านบอกไว้ว่ายังไงรู้ไหม วัดที่ยายสร้าง ยายสร้างถวายกับพระพุทธเจ้าด้วย นอกจากสร้างวัดให้เจริญเติบโตถึงขนาดนี้แล้วนี่ เมื่อคุณยายละสังขารท่านก็เลือกปฏิรูปเทศของท่านอีก คือสวรรค์ชั้นดุสิต ถ้าเปรียบเทียบอาวาสเป็นที่สบาย ก็คือสวรรค์ชั้นดุสิต มีอาหารทิพย์ อาหารเป็นที่สบาย บุคคลเป็นที่สบาย ก็คือหมู่สร้างบารมี ธรรมะเป็นที่สบาย ก็ทำธรรมะต่อที่สวรรค์ชั้นดุสิต นอกจากนั้นแล้ว ท่านยังเคยบอกหลวงพี่นะฮะว่าต่อไป ภพชาติต่อไป ยายจะไปสร้างให้มันใหญ่ไปกว่านี้อีก ให้มีเป็นพันๆ หมื่นๆ ไร่เลย นี่คือคุณยายที่ท่าน นอกจากจะหาปฏิรูปเทศแล้ว ยังสร้างปฏิรูปเทศ แล้วก็ในอนาคตยังคิดที่จะสร้างปฏิรูปเทศคือวัดนี่ ให้มันใหญ่ยิ่งขึ้นไปกว่านี้อีก มงคลข้อที่ ๕. ปุพเพจะกะตะปุญญะตา เท่าที่หลวงพี่ดูนะฮะ คุณยายท่านนี่ มีบุญเก่าที่ได้สั่งสมมาดีแล้ว คุณยายท่านมีร่างกายที่แข็งแรงนะฮะ ถ้าเราได้เคยสังเกต แม้กระทั่งอายุ ๘๕ แล้วนี่ ยายท่านแข็งแรง เดินไปไหนมาไหนคล่องทีเดียว นี่คือบุญเก่าที่ท่านได้ทำไว้อย่างดี ร่างกายที่แข็งแรงของท่าน หลวงพี่ก็สังเกตมีอยู่ครั้งหนึ่ง ท่านมาที่ห้องเลขา คือตรงข้ามกุฏิท่าน จะเรียกกุฏิของท่านว่ากุฏิยาย ท่านลงมาจากกุฏิท่าน ก็ลงมาที่ห้องนี้ สำหรับพักเปลี่ยนอิริยาบถ ตัวท่านเองนั่งอยู่บนเก้าอี้ หลวงพี่ก็นั่งข้างๆ พี่อารีพันธุ์ก็ปรารภขึ้น ยาย ยายน่ะมีบุญมากจังเลยนะ นิ้วมือยายก็มีก้นหอยทั้ง ๑๐ นิ้วเลย หลวงพี่ได้ยินก็ ดีจังเลย ไม่รู้ว่าในที่นี้มีก้นหอยทั้ง ๑๐ นิ้วไหม โอ้โฮ มีก้นหอยทั้ง ๑๐ นิ้วเลย ดูลายมือกันใหญ่ คุณยายท่านบอกว่า นี่ ท่านก็ยื่นมืออย่างนี้ ยื่นมือมาให้ดู ๒ มือ นี่มือยายไม่สวยเลย หลวงพี่ก็โชคดีได้มีโอกาส คุณยายยื่นมาให้ใกล้ๆ ก็เลยดู ก็จับ คุณยายอายุมาก คุณยายก็ไม่ถือ ไม่ถือสา เราก็ลูกๆ หลานๆ ก็ดูนิ้วทุกนิ้ว ดูหมดเลยนิ้วทุกนิ้ว นิ้วมือยายเป็นก้นหอยทั้ง ๑๐ นิ้วเลย แล้วปลายนิ้วของท่านนะ ลองเปรียบเทียบกับปลายนิ้วของเรา ปลายนิ้วของท่านจะเปล่ง หลวงพี่ยอมรับเลยปลายนิ้วหลวงพี่ยังเหี่ยวอยู่ ทั้งๆ ที่อายุน้อยกว่าท่านเยอะ ปลายนิ้วของท่านนี่เปล่ง แล้วก็มือของท่านนี่แข็งแรงนะ เวลาจับข้อมือเรานี่ ถ้าบีบนี่ โอ้โฮ จะรู้สึกเลยว่ามือท่านนี่แข็งแรงจริงๆ นี่คือบุญญลักษณะที่ติดมากับตัวของท่าน ก็มีอยู่ครั้งหนึ่งนี่คือช่วงเย็นๆ คุณยายจะออกกำลังกาย ขนาด ๘๕ นะ ๘๖ ยายก็ออกกำลังกายเหมือนกัน คือสมัยสาวๆ หรือสมัยที่อายุยังน้อย เกือบๆ ๗๐ กว่า (หมดหน้า 1/A ) (เริ่มม้วน 1/B) อายุมากๆ หน่อยนี่ ออกกำลังกายก็ ต้องมาออกกำลังกายแบบ Exercise ฮะ บางทีท่านก็ยืดเส้นนะ ท่านก็นั่งกะพื้นนี่ ทุกคนลองนึกนะ นั่งกะพื้นแล้วยืดเท้าออกมานี่ ยายก้มตัวนี่นะ เอานิ้วมือของท่านจับนิ้วหัวเท้าท่านได้ เส้นของคุณยายดีมาก บางคนอย่าว่าแต่เอานิ้วจับหัวแม่เท้า เอาปลายนิ้วของเราแตะหัวแม่เท้ายังไม่ได้เลย แต่คุณยายเส้นท่านดีมาก มีอยู่อีกครั้งหนึ่ง เห็นความแข็งแรงของท่านแล้วหลวงพี่ตกใจ พอดีหลวงพี่ยืนอยู่ อยู่ในห้องเลขา พี่อารีพันธุ์ยืนอยู่แถวหน้ากุฏิยาย ตรงบริเวณถนน คุณยายท่านก็ลงจากกุฏิท่านนะ เดินมาข้างหลังพี่อารีพันธุ์ พี่อารีพันธุ์ไม่รู้นะ คงกำลังมองอะไรเพลินๆ หรือคิดจะเรียกหาใครก็ไม่รู้ ยายท่านมาข้างหลังพี่อารีพันธุ์ เอามือโอบตัวเอาไว้ แล้วยกขึ้น โอ้โฮ อายุตั้ง ๘๐ ๘๕ ๘๖ แต่ยกแค่ขาลอยนิดๆ พี่อารีพันธุ์ก็ตกใจแล้ว เกรงเดี๋ยวจะไปทับยาย คือนี่เป็นบรรยากาศกันเองที่ยายให้ความเป็นกันเองกับลูกศิษย์นะ แสดงว่า ยายนี่แข็งแรงมากจริงๆ นี่คือลักษณะความแข็งแรงที่หลวงพี่ได้มีโอกาสเห็นนะฮะ ตอนช่วงที่ดูนิ้วมืออะไรของคุณยายนี่นะ หลวงพี่ก็ได้มีโอกาสสังเกตยาย ใกล้ๆ เหมือนกัน ลักษณะของท่านนี่นะฮะ หน้าแข้งนะฮะ หน้าแข้งของท่านก็ ผิวนี่ตึงนะฮะ ขนาดอายุ ๘๕ ๘๖ นี่ ผิวตึง คุณยายนี่แข็งแรงมาก ลักษณะของผู้มีบุญของท่านนี่บ่งบอกมาเลยฮะ หลวงพี่เองขนาดอายุแค่นี้ ยังรู้สึกว่า ตัวเองก็ยังผิวเหี่ยวๆ อยู่เลยนะฮะ ไม่รู้ว่าแต่ละท่านจะเป็นยังไงกันบ้าง นี่คือความเป็นผู้มีบุญของท่าน คุณยายท่านเป็นผู้สูงอายุที่ใครๆ อยากเข้าใกล้ทีเดียว หลายๆ คนคงได้มีโอกาสได้เข้าไปกราบ เข้าไปใกล้ชิดท่าน มีท่านใดที่ไม่ได้เข้าไปกราบเข้าไปใกล้ชิดบ้าง หลวงพี่ขอ ช่วยยกมือนิดหนึ่งนะฮะ อ๋อ พอประมาณนะฮะ แต่ถ้าท่านใดนะฮะอยากเป็นแบบท่านนี่ ก็ต้องทำแบบท่านนะ คือคุณธรรมต่างๆ ยายเอาหมด ยายเอง อย่างถ้าจะพูดถึงข้อ ๖. ก็คือการวางตน อัตตะสัมมาปะนิธิ นะฮะ ก็คือวางตนไว้ชอบนี่ ยายสม่ำเสมอกับทุกคน ยายท่านบอกว่าเข้ากับคนได้ทุกๆ คนเลย ยายบอกเข้ากับคนได้นี่ตั้งแต่พระมหากษัตริย์จนกระทั่งขอทานทีเดียว เพราะยายท่านเป็นคนที่มีน้ำใจ หลวงพี่นะฮะได้มีโอกายก สมัยโน้นยังไม่ได้บวช ก็ยกถาดอาหารไปให้ยาย ท่านเองนี่ เวลาท่านฉัน ข้าวฉันนิดเดียวนะฮะ ฉันไม่มากเลย แล้วยายก็บอก ยายกินข้าวน้อย แต่ยายขยัน พวกเรากินข้าวเยอะ (หัวเราะ) แต่จะขยันไม่ขยันก็แล้วแต่นะแต่ละคนนะฮะ ยายกินข้าวนิดเดียว เรื่องกินยายไม่สู้ใคร แต่ถ้าเรื่องงาน ยายสู้ ยายสู้ตลอดเลย แล้วเวลาพอยายฉันเสร็จ ยายก็จะให้เก็บพวกขนม ขนมปังหรืออะไรก็ตามแล้วแต่ เก็บไว้ แล้วพอจังหวะ บางช่วงหลวงพี่ก็ได้มีโอกาสตอนนั้น ได้มีโอกาสถีบรถ สามล้อถีบนี่ให้คุณยายบ้าง แต่น้อยครั้ง คือหลวงพี่รู้สึกเคอะๆ เขินๆ ตัวเองเหมือนกันนะฮะ ตัวเองก็สูง ไม่ค่อยสมดุลย์กันเลย ก็ถีบไปก็รู้สึกเคอะๆ เขินๆ เหมือนกัน ก็ แต่ก็นึกในใจว่าได้มีโอกาสเอาบุญกับท่าน นี่คุณยายท่านก็จะเอาพวกขนมเป็นถุงๆ อะไร เอาไว้หน้ารถสามล้อถีบ พอเวลาไปถึงยามนะ ยายก็ลงจากรถนะ หิ้วถุงขนมไปเลยฮะ เอาไปให้ยาม ลองนึกภาพดูนะฮะ ผู้ที่สูงสุดในวัดนี่ แล้วยามที่อยู่หน้าวัดนี่ แหม หลวงพี่เห็นแล้วก็ประทับใจนะ เขาคงรู้สึกประทับใจยายมากๆ มองยายด้วยสายตาที่ไม่รู้จะขอบคุณยายยังไง กราบขอบพระคุณคุณยาย ขอบพระคุณมากครับ แล้วยายก็บอก เอ้า ยาม กินขนมยายนะ นี่ยายจะทำอย่างนี้สม่ำเสมอเป็นประจำทุกๆ วัน ถ้าเกิดว่ายายอยู่วัดนี่ ไม่ได้ออกต่างจังหวัดเหมือนตอนที่ช่วงกฐินยาย ออกไปบอกบุญ ๘ จังหวัดนี่ ท่านก็ทำอย่างนี้สม่ำเสมอ จนทำให้เป็นที่รักของทุกๆ คนทีเดียว ท่านใดที่สูงอายุแล้วนะฮะ อยากจะเป็นที่รักของทุกๆ คนเหมือนยายนี่ ก็สั่งสมบุญเยอะๆ แล้วก็หมั่นให้ทาน นี่หลวงพี่ข้ามมาถึงขั้นให้ทานเลยนะ จริงๆ แล้วมีรายละเอียดอีกนะฮะ ก็ขอโยงมาตรงนี้ก่อนสักนิดหนึ่ง ยายท่านสม่ำเสมอกับทุกๆ คนเลย อย่างที่บอกว่ายายเป็นผู้สูงอายุที่ใครๆ เห็นแล้วอยากเข้าใกล้ ไม่เหมือนบางคนนะฮะ เอ๊ะ หลวงพี่ว่ากระทบหรือเปล่า อาจจะไม่นะฮะ คิดว่าทุกๆ คนในที่นี้คง คงเป็นแบบยายนะฮะ คือเป็นผู้สูงอายุ เพราะเราสูงอายุแล้ว คือเราตั้งเป้าไว้นะฮะ ว่าถ้าจะเป็นผู้สูงอายุแล้ว ขอให้เป็นผู้สูงอายุที่น่ารัก น่าเข้าใกล้ น่าเคารพ ใครๆ เข้าใกล้แล้วอยากไปจับไม้จับมือ ไปนวดตามไม้ตามมืออะไรต่างๆ หลวงพี่ก็ได้แต่นึก ถ้าเราจะยังอยู่ถึงแก่นะฮะ ก็ขอให้เป็นอย่างนี้ แต่ก็อธิฐานตัวเองอย่าให้เป็นแบบยิ่งแก่ยิ่งเผ็ดเลยนะฮะ หรือยิ่งแก่ขมไม่ไหวเหมือนกัน ขมๆเป็นยานะฮะ แต่บางทีมันไม่อร่อย ไม่มีใครอยากจะกินเหมือนกัน ยกเว้นแต่จำเป็น นี่คือความเป็นผู้ที่มีบุญเก่าแล้วได้สะสมบุญใหม่ ส่วนเรื่องบุญใหม่ของยาย หลายท่านก็คงได้ทราบนะฮะ ว่ายายนั้นท่านสะสมบุญมาเยอะทีเดียว ตั้งแต่ที่ท่านแข็งแรงจนปัจจุบัน ทอดกฐิน ทอดผ้าป่าอะไรก็มากมายทีเดียว นี่แค่เพียงมงคลที่ ๕ ยังไม่ได้ถึงมงคลที่ ๓๘ เลย คงไม่ได้มีโอกาสที่จะได้เล่าถึง ๓๘ มงคลนะ มีท่านใดอยากจะฟังถึง ๓๘ มงคลไหมฮะ โอ้โฮ ก็เยอะพอประมาณ แต่ไว้โอกาสหน้าดีกว่านะฮะ ก็หลวงพี่อยากจะให้เรานึกถึงนะฮะว่า คุณยายท่านแค่เพียงในช่วงมงคลต้นๆ ถ้าจะเปรียบเทียบไปแล้วเหมือนภาคบนดิน ยังไม่ถึงภาคสวรรค์ ภาคนิพพาน หรือถึงที่สุดแห่งธรรม บารมีของท่านก็มากมายมหาศาล แล้วก็เป็นตัวอย่าง เป็นต้นแบบต้นบุญให้กับพวกเรา อยากให้ทุกๆ คนนี่ได้เอาอย่างคุณยาย สิ่งที่หลวงพี่ประทับใจมากๆ ที่ได้เล่าผ่านมาแล้ว ขอซ้ำอีกสักครั้งหนึ่งก็คือตอนที่ยายอธิษฐาน ดูนะฮะ ยายท่านคนเดียวเลย ท่านอธิษฐานเกิดไปชาติต่อไปนะ ยายจะไปสร้างวัดให้มันใหญ่ไปกว่านี้อีก คือยายท่านจะเน้นเสียงเลยนะ หลวงพี่สังเกตเห็นท่านนะ ทั้งสีหน้าทั้งแววตานี่เด็ดเดี่ยว น้ำเสียงท่านก็หนักแน่น มือของท่านผายกว้างออกไปเลย ให้ที่มันใหญ่เป็นพันๆ หมื่นๆ ไร่เลย ดูนะฮะยายท่าน คนเดียวแท้ๆ แต่ท่านมีความคิดที่จะสร้างวัดให้เป็นหมื่นๆ พันๆ หมื่นๆ ไร่ในอนาคต พวกเราเป็นไงฮะ ที่นี้เพิ่งสองพันกว่าไร่เองนะฮะ เป็นสิ่งที่ไม่เหลือวิสัยของพวกเราเลย ในที่สุดนะฮะ หลวงพี่ก็อยากให้ทุกท่านได้ทำใจของเราให้ใส ได้ตรึกนึกถึงพระคุณของคุณยาย แล้วก็นึกถึงบุญของพวกเรานะฮะ เพื่อที่จะได้น้อมนำบุญนี้แหละมาบูชาท่าน บุญของเราถ้าเมื่อเปรียบเทียบจะถวายให้ท่าน มัน เปรียบเทียบแล้วเล็กน้อยมาก ซึ่งท่านได้เคยกล่าวเอาไว้ บุญของยายน่ะเป็นภูเขา บุญพวกเราน่ะเท่าขี้เล็บ แต่การตรึกระลึกนึกถึงบุญของเรา แล้วบูชาท่านนี่ก็เป็นบุญที่มหาศาลทีเดียวสำหรับตัวของเรา ให้พวกเรานะฮะ ทำใจให้ใส การที่พวกเราได้มาทำใจให้ผ่องใส มาฟังสวดพระอภิธรรม มาฟังธรรม มากลั่นใจของเราเพื่อบูชายาย อานิสงค์นั้นมีมากมายทีเดียว บุญไม่ได้เกิดขึ้นที่เราที่เดียวนะฮะ เกิดขึ้นหลายทอดทีเดียว ผู้ที่ได้ร่วมสร้างสภาธรรมกายสากล เขาก็ได้บุญเพิ่มขึ้น ผู้ที่มาจัดเตรียมสถานที่ ณ ตรงนี้ เขาก็ได้บุญเพิ่มขึ้น เพราะพวกเราทุกคนมาเอาบุญยาย มากลั่นใจกันที่นี่ แม้เทวดาที่มาอารักขาตัวเรา อารักขะเทวดาเขาก็ได้บุญเพิ่มขึ้น เทวดาที่มาอารักขาสังขารหยาบของท่าน ก็ได้อนุโมทนา ได้บุญเพิ่มขึ้น ดูกำลังบารมีของคุณยายท่าน แม้เพียงสังขารที่หลงเหลืออยู่ ก็ยังได้เป็นต้นบุญให้กับพวกเรา และเป็นบุญที่ทับทวีเป็นทอดๆๆ ไป หลายทอดทีเดียว เรานึกถึงบุญทำใจของเราให้ผ่องใส นึกถึงภาพของยายก็ได้ หรือใครจะนึกถึงภาพยายให้เกิดขึ้นในกลางดวง กลางองค์พระที่เรานึกให้ชัดให้ใส เราตรึกระลึกนึกถึงท่าน ตรึกระลึกนึกถึงดวงธรรม นึกถึงพระธรรมกาย มีอานิสงค์ยิ่งใหญ่ไพศาลทีเดียว อย่าว่าแต่การนั่งธรรมะเลย แม้เพียงแลดูภาพของยายด้วยจิตที่เลื่อมใส อานิสงค์นั้นมากทีเดียว ซึ่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ได้เคยตรัสเอาไว้ในสมัยพุทธกาล คือลุงของพระสารีบุตร ทำบุญแล้ว ทำบุญกับปริพาชก นักบวชนอกพระพุทธศาสนา ถ้าคิดเป็นเงินไทยในขณะนี้ ก็ประมาณทำบุญเดือนละ ๕ แสนบาท หรือกว่านั้น ทำบุญกับปริพาชก พระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังทรงตรัสไว้เลยว่า พราหมณ์ ท่านทำบุญเช่นนั้นทุกๆ เดือนตลอดร้อยปี บุญของท่านยังไม่เท่าการแลดูสาวกของตถาคต ด้วยจิตที่เลื่อมใสแม้เพียงครู่เดียว คุณยายท่านเป็นยอดสาวกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นทักขิไนยบุคลล เราแลดูท่านด้วยจิตที่เลื่อมใส ไม่ใช่เพียงครู่เดียว จิตที่เลื่อมใสของเราแม้หลับตา แม้นึกถึงในขณะที่เราทำภารกิจต่างๆ หรือกลับไปบ้าน ใจของเราที่จดจ่ออยู่กับท่าน ตรงนี้เองเป็นทางมาแห่งบุญ เป็นอสงไขยอัปปมานัง นอกจากเราได้แลดูท่านด้วยจิตที่เลื่อมใส ยังได้บูชาท่าน ได้โป้งประวัติศาสตร์ก็ดี ด้วยการปฏิบัติธรรมก็ดี อามิสบูชาและปฏิบัติบูชาทั้งหลาย เราก็ทำให้กับท่าน สิ่งนี้เราได้ทำกันมานาน บางท่านก็เป็นปีๆ บางท่านก็เป็นสิบปี บุญของเราก็จะทับทวียิ่งๆ ขึ้นไป แต่ก็ขอให้นึกว่า บุญบารมีที่เรามากนั้น เมื่อเทียบกับยายท่านแล้ว ก็ยังห่างไกล คุณยายท่านว่าบุญบารมีมากขนาดนั้นแต่ท่านก็ยังตั้งใจสั่งสมบุญให้ยิ่งๆ ขึ้นไป เราลูกหลานยายก็ต้องทำให้เหมือนยาย เพื่อที่จะได้ตามคุณยายท่านให้ทัน กลั่นใจเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ซึ่งยายท่านได้พูด ได้เตือน ได้สั่งสอนอยู่อย่างสม่ำเสมอ นั่งธรรมะให้มากๆ เมื่อนั่งธรรมะมากๆ บุญละเอียดก็เกิดขึ้น บุญหยาบทำให้เราได้โภคทรัพย์สมบัติ แล้วก็อธิฐานเพื่อบรรลุธรรม ส่วนบุญละเอียดนั้นทำให้เราหมดกิเลส ให้เราสั่งสมบุญละเอียดให้มากๆ แต่พวกเราลูกหลวงพ่อหลานคุณยาย เป็นยอดนักสร้างบารมีที่ยิ่งใหญ่ สั่งสมทั้งบุญหยาบ บุญละเอียดควบคู่กันไปทุๆ วัน เพื่อที่จะสร้างบารมีไปให้ถึงที่สุดแห่งธรรม เรานึกถึงบุญบารมีทั้งหลายเหล่านี้ ให้ใจชุ่ม ให้เย็น ให้ผ่องใส น้อมบูชาพระคุณของคุณยาย แล้วเราก็นึกให้บุญบารมี ขอบุญบารมีของท่านด้วย ให้มาท่วมกายของเราเลย ให้บุญบารมีนี้ซึมซาบเอิบอาบ ไปทุกเซลล์ ไปทุกอณูของร่างกายของเรา ขอให้กำลังบุญบารมีและความกตัญญูกตเวทีบูชาพระคุณของท่าน กระทั่งบุญบารมีของเรานี่ให้มาเป็นเครื่องสนับสนุนให้ตัวของเราสะอาด บริสุทธิ์ ผ่องใส ให้หลุดพ้นจากกิเลส อาสวะ อวิชา อกุศล มลทินใดๆ ทั้งหลาย ให้เป็นบุญล้วนๆ ให้ดวงบุญดวงบารมีของเราใหญ่โตยิ่งๆ ขึ้นไป แล้วก็อธิษฐานให้เหมือนยาย ยายท่านอธิษฐานให้มีบุญมากๆ อธิษฐานให้ยายมีปัญญามากๆ ที่จะเตือนตัวเอง สอนตัวเองได้ ก็ขอให้เราเป็นผู้ที่มีปัญญามาก เตือนตัวเอง สอนตัวเองได้ ให้มีมงคลอย่างยาย เป็นมงคลที่อยู่ในตัว มงคลทั้งหลายนั้นอยู่นอกตัว เป็นประโยชน์เตือนสติเราได้ ก็แต่ในชาตินี้ แต่มงคลทั้ง ๓๘ ประการ เป็นมงคลที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติ จากการพูด จากการคิดของเรา ที่จะฝังลึกลงไปในจิตใจ และติดตัวเราไปข้ามภพข้ามชาติ ขอให้เราเป็นผู้มีสิริ มีมงคล เมื่อมีสิริมีมงคล ก็จะดึงดูดสิ่งที่ดีที่งามทั้งหลาย มาสู่ชีวิตของตัวเองและครอบครัว ดึงดูดทั้งทรัพย์สมบัติก็ดี ทั้งรูปสมบัติก็ดี คุณสมบัติ มนุษย์สมบัติก็ได้พร้อม เมื่อต้องละสังขาร ก็ได้ทิพย์สมบัติ ได้นิพพานสมบัติ ให้ใจของเราชุ่มอยู่ในบุญ นึกถึงท่านให้ใส ให้สว่าง มีท่านอยู่ในกลางเรา มีท่านอยู่ในกลางดวง กลางองค์พระ ให้ใจชุ่มใจเย็น ให้นิ่ง ให้ใสกันทุกๆ ท่านนะฮะ สัพเพ…… ************************** จบ *************************** PAGE PAGE 1 หน้า 431013FW-AAT