ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

โพชฌงค์ ๗, โลกุตตรธรรม ๙, กิจ ๑๖, อาการ ๓๒

คุณยายอาจารย์ · เทศน์งานยาย

(ม้วน 1/A) พระธรรมธีรราชมหามุนี : …..กุศลอุทิศให้กับแม่ชีมหาอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง เสร็จพิธีแล้วทางท่านเจ้าคุณราชภาวนาวิสุทธิ์ พร้อมด้วยเจ้าคุณภาวนาวิริยคุณ คณะสงฆ์วัดพระธรรมกาย ได้พาเจ้าคุณสมเด็จขึ้นไปใกล้ ๆ หีบศพ อาตมาเห็นธงปักอยู่ข้าง ๆ ซ้ายขวา ชั้นล่างมีอยู่ ๗ ข้างละ ๗ ข้างบนมี ๙ ข้างละ ๑๖ รวม ๒ ข้างเป็น ๓๒ ถามท่านเจ้าคุณภาวนาวิริยคุณ ถามว่าธงนี้มีสัญลักษณ์อย่างไรก็คงเป็นธงสัญลักษณ์มหาธรรมกายเจดีย์ ท่านยังไม่ได้ให้คำตอบอาตมา อาตมาก็เลยแสดงความเห็นไปก่อน กลัวท่านเจ้าคุณภาวนาวิริยคุณจะรู้มากกว่าอาตมา ก็ถามว่าชั้นล่างนี่ ๗ หมายถึง โพชฌงค์ ๗ หรือเปล่า แสดงความไม่รู้ โง ๆ เซ่อๆ ซ่าๆ ออกไปนะ เพราะมัน ๗ เท่ากับโพชฌงค์ ตั้งแต่สติ ไปถึงอุเบกขา ข้างบนนั้น ๙ ก็แสดงความคิดเห็นออกไปอีก ว่าหมายถึง มรรค ๔ ผล ๔ นิพพาน ๑ ใช่หรือเปล่า ท่านก็หัวเราะ ก็ได้แต่แสดงความคิดเห็นแต่แบบคนไร้ปัญญา ไร้ฌานอย่างไรก็ไม่ทราบ เมื่อรวมกันแล้ว ๒ ข้าง ได้ ทั้งชั้นล่าง ชั้นบน ได้ ๑๖ ได้ โสฬสพอดี ๑๖ นั้นหลวงพ่อวัดปากน้ำบอกว่าการปฏิบัติธรรมนั้นให้เดินตามขันธ์ ๓ นะ เดินตามขันธ์ ๓ ก็คือ ศีลขันธ์ สมาธิขันธ์ ปัญญาขันธ์ เสร็จกิจ ๑๖ นะ กิจ ๑๖ ก็หมายถึงว่า ในอริยสัจ ๔ คูณ ด้วย ๔ เป็น ๑๖ เรียกว่า โสฬส เสร็จกิจ ๑๖ ไม่ตกกันดาร เรียกว่านิพพานก็ได้ นะ เมื่อรวมสองข้างแล้วข้างละ ๑๖ ก็เป็น ๓๒ ก็ได้แก่ อัตถิ อิมัสมิง กาเย เกสา โลมา ถึงมถลุงคัง คือคนเรามีอาการ ๓๒ อาตมาก็เลยฝอยฟุ้งไปคนเดียวท่านเจ้าคุณภาวนาวิริยคุณท่านก็ยิ้ม ๆ ก็ไม่รู้ว่าที่แสดงออกไปนั้นผิดถูกอะไรก็ไม่รู้นะ ฉะนั้นวันนี้ก็เลยฝากท่านเจ้าคุณภาวนาวิริยคุณด้วยว่าที่ผมแสดงไปนั้นมันต้องมีส่วนถูกบ้างนะ ไอ้จะผิดทั้งหมดคงไม่ได้ เพราะประโยค ๙ แล้วนี่ ผิดไม่ได้ มันเข้าลักษณะที่ว่าจะเอาประโยค ๙ ไปข่มไม่ได้ นึกถึงพุทธภาษิต เมื่อกี้อาตมาภาพแสดงให้ลูกศิษย์ ประโยค ๙ องค์แรกวัดปากน้ำ เอ่อ วัดพระธรรมกายฟัง แล้วพร้อมท่านเจ้าคุณภาวนาวิริยคุณด้วย นัตถิ ชานัง อปัญญัสสะ นัตถิ ปัญญา อชายิโน คนที่ไร้ปัญญา คนที่ไร้ฌานย่อมไม่มีปัญญาเกิดขึ้น คนที่ไร้ฌานไม่มีปัญญา คนที่ไร้ปัญญานั้นจะทำฌานให้เกิดขึ้นไม่ได้ พุทธเจ้าตรัสไว้อย่างนี้ ฉะนั้นจะต้องมีทั้งปัญญามีทั้งฌาน จึงจะเกิดความละเอียดขึ้นได้ กัลยาณมิตรทุกท่านไม่ว่าบรรพชิตหรือคฤหัสถ์ ล้วนแต่ว่า ท่านฝึกกาย วาจา ของท่านมาแล้ว กาย วาจา เคยหยาบ แต่เมื่อได้ฝึกแล้วกลายเป็นวาจาที่ละเอียดอ่อนโยนได้ กาย อ่อนโยน อ่อนน้อม วาจาอ่อนหวาน นี้หมายถึงว่า ฝึกมาแล้ว เมื่อฝึกกาย วาจาดี ต้องอาศัยอะไร ต้องอาศัยศีลขันธ์ ต่อจากนั้นแล้วจึงฝึกจิต เมื่อกายวาจาละเอียด ต่อไปก็ฝึกจิต จิตก็คือเดินตาม (กระแอม) สมาธิขันธ์ นั้นเมื่อจิตของท่านละเอียดแล้วปัญญาปัญญาขันธ์จะเกิดขึ้นทันที นั้นในวันนี้ ในฐานะเป็นหัวหน้าพระสวดอภิธรรม ซึ่งไม่ได้สวดมาเป็นเวลาช้านานแล้ว และมาในท่ามกลางมหาสมาสันนิบาต พร้อมด้วยพระสงฆ์จำนวน ๒๐๐ ที่จะทำการสวดพระอภิธรรม พระสงฆ์สามเณรที่นั่งฟังก็เป็นจำนวนหลายร้อย กัลยาณมิตรก็เป็นจำนวนหมื่น มาสวดพระอภิธรรมในวันนี้ก็เลยแสดงคติของตนเองว่า ที่ประดับศพของมหาอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูงนั้น จะเป็นมรรค ๔ ผล ๔ นิพพาน ๑ หรือจะเป็น โพชฌงค์ทั้ง ๗ สติเป็นเบื้องต้น อุเบกขาเป็นปริโยสาน รวมสอง ฟากเป็น ๓๒ ได้แก่อาการ ๓๒ ถ้าพิจารณาก็เป็นธรรมะ ถ้าไม่พิจารณา ดูเฉย ๆ ก็เห็นว่าสวยงาม นั้นสิ่งที่สวยงามนั้นมันมีสิ่งที่ซ่อนเร้นให้คนมีปัญญาได้พิจารณา วันนี้พระสงฆ์ ๒๐๐ รูปจะได้สวดพระอภิธรรมขอเชิญกัลยาณมิตรทุกท่านทั้งฝ่ายบรรพชิตและคฤหัสถ์ทำสมาธิในขณะที่พระสวดพระอภิธรรมอย่าหาว่าอย่ามาสอนหนังสือสังฆราชนะ อาตมาภาพเคยเป็นพระนำสวดส่วนมาจะให้เจ้าภาพทำสมาธิ การทำสมาธิเห็นจะไม่ต้องสอนในที่นี้ ถ้าสอนแล้วจะแสดงความโง่เซอะออกมาอีกมา เพราะฉะนั้นท่านทุกคนรู้ เพราะบุญหยาบนั้นมองด้วยตาเห็นได้ เช่นไหว้พระ ให้ท่านรักษาศีลเป็นบุญขั้นหยาบ แต่บุญที่จะสัมฤทธิ์ผลแก่วิญญานของโยมอุบาสิกา มหาอุบาสิกาจันทร์นั้นจะต้องเป็นบุญที่ละเอียด เป็นบุญที่ศักดิ์ สิทธิ์ นั่นก็คือเกิดจากสำรวมจิตนะ เมื่อจิตละเอียดแล้วก็จะกลั่นกรองบุญนั้นให้ละเอียด บุญนั้นจะสำเร็จเป็นทักษิณา คือส่วนที่ท่านทั้งหลายจะพึงน้อมจิตอุทิศนำผลไปให้แก่โยมมหาอุบาสิกาจันทร์ ซึ่งท่านคงจะได้ทราบด้วยญาณของท่านและท่านมีบุญเป็นเครื่องนำทางไปแล้วเราส่งบุญให้ก็ไปเพิ่มเป็นอภินิหารแก่ท่านในปรภพต่อไป นิมนต์ตั้งพัดครับ (กระแอม) หน้า PAGE 3 431001EW-BBT